วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 492 – ชายชราชุดคลุมสีดำ



     “บ้าเอ๊ย !!........ ข้าต้องหยุดอยู่ที่นี่แล้ว”



     ชูเฟิง ไม่สามารถต้านทานความร้อนของเปลวเพลิงได้อีก เขาไม่อยากพลาดโอกาสที่จะได้สำรวจภายในเปลวเพลิงนั้น



     ***** พรึ่บ *****



     ในเวลานั้น ได้มีออร่าพลังสีม่วงเข้ามาล้อมรอบร่างกายของ ชูเฟิง เอาไว้ เพื่อต้านทานความร้อนของเปลวเพลิง



     พลังออร่าเหล่านั้นเป็นของ จื่อ หลิง นั่นเอง โดยที่ ชูเฟิง ยังไม่ได้เอ่ยปากร้องขอใดๆ จื่อ หลิง ได้ส่งพลังของนางมาช่วยเหลือเขาเอาไว้อย่างรวดเร็ว



     เมื่อ จื่อ หลิง แบ่งพลังของนางมาให้ ชูเฟิง นั้น แน่นอนว่าพลังของนางย่อมลดลง ในเวลานั้น ใบหน้าของนางก็เริ่มขาวซีด และเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ



     “จื่อ หลิง หยุดเถอะ !! ในสถานการณ์แบบนี้ เจ้าต้องปกป้องตัวเอง ไม่ใช่ช่วยเหลือข้าเช่นนี้” ชูเฟิง รีบกล่าวเตือน จื่อ หลิง ให้หยุดการกระทำของนาง



     “แม่นาง จื่อ หลิง ชูเฟิง กล่าวได้ถูกต้องแล้ว เส้นทางข้างหน้าอีกยาวไกลนัก เจ้าต้องประหยัดพลังของเจ้าเอาไว้ หาก ชูเฟิง ไม่สามาาถไปต่อได้ เขาก็ควรจะกลับออกไป เส้นทางข้างหน้าแรงกดดันของเปลวเพลิงจะยิ่งรุนแรงขึ้นอีก เมื่อเป็นเช่นนั้นมันจะอันตรายอย่างมาก”



     เจียง เฮิงหยวน กล่าว ด้วยความรุนแรงของเปลวเพลิงขณะนี้นั้น ย่อมไม่มีปัญหาสำหรับเขา และเขายังสามารถแบ่งพลังของเขาเพื่อช่วยเหลือคนอื่นได้



     แต่เหตุผลที่เขาไม่ทำเช่นนั้น เพราะเขารู้สึกว่าพลังของเปลวเพลิงนี้แปลกมาก หากเข้าไปลึกมากกว่านี้เขาก็ไม่รู้ว่าจะสามารถต้านทานแรงกดดันของเปลวเพลิงได้อีกหรือไม่ เขาจึงเลือกที่จะสงวนพลังของเขาเอาไว้ให้มากที่สุด



     “ฮี่ฮี่ ชูเฟิง ให้ข้าออกไป ข้าจะปกป้องเจ้าเข้าไปยังส่วนลึกของทะเลเพลิงนี่เอง” ต้านต้าน กล่าวพลางยิ้มบางๆ



     ชูเฟิง ไม่รอช้า เขารีบเรียกใช้ประตูโลกวิญญาณในทันที จากนั้นออร่าพลังสีดำก็พวยพุ่งออกมาจากประตู และเข้ามาห่อหุ้มร่างกายของ ชูเฟิง เอาไว้อย่างรวดเร็ว



     เมื่อออร่าพลังสีดำเข้ามาปกคลุมร่างกายของ ชูเฟิง นั้น ออร่าพลังสีม่วงของ จื่อ หลิง ก็หายไป อีกทั้ง ชูเฟิง ยังไม่รู้สึกถึงความร้อนของเปลวเพลิงอีก



     “ฮี่ฮี่ ขอโทษที !! ตราบใดที่ข้าอยู่ที่นี่ รับรองเลยว่า ชูเฟิง จะไม่เป็นไร”



     ในเวลานั้น ต้านต้าน ที่สวมกระโปรงขนสีดำ ได้ทะยานออกไปด้านหน้าของ เจียง เฮิงหยวน ตรงเข้าไปยังส่วนลึกของทะเลเพลิง เมื่อนางก้าวออกไปนั้น พลังของทะเลเพลิงต่างถอยหนีห่างออกจากนาง ราวกับว่าพวกมันหวาดกลัวนาง



     “อสูรวิญญาณจากโลกวิญญาณอสูรฟ้า !!” เมื่อเห็นเช่นนั้น เจียง เฮิงหยวน แววตาป็นประกายด้วยความตื่นเต้น เขาหันกลับไปมองที่ ชูเฟิง และกล่าวว่า “ ชูเฟิง เจ้าช่างยอดเยี่ยมมาก ที่สามารถทำสัญญากับโลกวิญญาณอสูรฟ้าได้”



     “ผู้อาวุโส ท่านขมเกินไปแล้ว” ชูเฟิง กล่าวตอบพร้อมกับก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว



     เปลวเพลิงเหล่านี้แปลกประหลาดมาก เมื่อพวกเขาก้าวลึกเข้าไปเรื่อยๆ นั้น ความรุนแรงของเปลวเพลิงก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น อีกทั้งยังพุ่งโจมตีใส่พวกเขาอย่างบ้าคลั่ง



     ภายใต้สถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ รองเกาได้ถูกบีบจนต้องล่าถอยกลับไป ต่อมาก็เป็น จื่อ หลิง ที่ไม่สามารถทนต่อความร้องเปลวได้อีก นางจึงกลับออกไป และตามมาด้วย จาง เทียนยี่ ที่สามารถมาได้ไกลจากจุดที่แยกกับ จื่อ หลิง ได้เพียงเล็กน้อย



     ในสถานการณ์เช่นนี้ ชูเฟิง ที่ได้รับการปกป้องโดย  ต้านต้าน สามารถกล่าวได้เลยว่าเขาไม่ได้รับแรฝกดดันใดๆ และยังคงรู้สบายๆ มากกว่า เจียง เฮิงหยวน



     เจียง เฮิงหยวน มองดู ชูเฟิง ด้วยความชื่นชม พลังของ ต้านต้าน นั้นแข็งแกร่งมาก แม้ว่านางจะมีพลังเพียงระดับสอง ขั้นแดนสวรรค์ แต่เขารู้สึกว่านางมีพลังบางอย่างที่น่ากลัวแฝงอยู่ในร่างของนาง



     แม้ว่า ต้านต้าน จะแข็งแกร่ฝเพียงใด แต่นางยังคงเชื่อฟังคำของ ชูเฟิง ดังนั้น ชูเฟิง จึงเป็นผู้ที่แข็งแกร่งตัวจริง



     “อ่า…..!!”



     “แค่กๆ แค่กๆ !!”



     เมื่อพวกเขาเข้ามายังส่วนลึกสุดของทะเลเพลิงนั้น เจียง เฮิฝหยวน ก็กระอักเลือด และไออกมาอย่างเจ็บปวด



     “ผู้อาวุโส !! ท่านเป็นยังไงบ้าง !!” เมื่อเห็นเช่นนั้น ชูเฟิง ตกตะลึงอย่างมาก เพราะในขณะนี้นั้น ใบหน้าของ เจียง เฮิงหยวน เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก อีกทั้งออร่าพลังของเขายังคงอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด



     “ชูเฟิง ข้าไม่สามารถไปต่อได้อีกแล้ว เปลวไฟเหล่านี้แปลกมาก มันแทรกซึ้มเข้ามาภายในร่างกายยองข้า โดยที่ข้าไม่สามารถสัมผัสถพวกมันได้ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ข้าจะต้องถูกพวกมันเผาไหม้จากภายในเป็นแน่”



     “ในตอนนี้ คนที่จะสามารถไปต่อได้มีเพียงเจ้าเท่านั้น แต่จงจำไว้ว่า หากเจ้าไม่สามารถต้านทานพลังเหล่านี้ได้ อย่าได้ฝืนตัวเองจนเด็ดขาด เจ้าจงรีวกลับออกมาให้เร็วที่สุด”



     เจียง เฮิงหยวน กล่าวออกมาอย่างกังวล ขณะที่เขาวางฝ่ามือบนไหล่ของ ชูเฟิง เบาๆ จากนั้นเขาก็หันหลังกลับไปทางเดิม และกลับออกไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ได้กล่าวอะไรกับ ต้านต้าน ที่ยืนอยู่ด้านข้างของ ชูเฟิง



     “เชอะ !! พลังของเขานอดเยี่ยมมาก แต่ร่างกายของเขาอ่อนแอเกินไป” ต้านต้าน กล่าวถลางขดริมฝีปากด้วยความเหยียดหยัน ขณะที่นางมองไปยังเส้นทางที่ เจียง เฮิงหยวน จากไป จากนั้นนางก็ก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว



     เมื่อมองไปที่นาง ผู้ที่ซุกซน และ ซึนเดเระ นั้น ชูเฟิง ได้แต่ส่ายศรีษะอย่างหมดหนทาง เพราะนางแข็งแกร่งอย่างมาก ซึ่งเขาไม่รู้จะจัดการกับนางได้เช่นไร



     แม้ว่านางจะมีพลังเพียฝระดับสอง ขั้นแดนสวรรค์นั้น แต่มีแนวโน้มว่า เจียง เฮิงหยวน ที่มีพลังระดับเจ็ด ขั้นแดนสวรรค์ ก็ไม่อาจรับมือกับนางได้



     ต้านต้าน นั้นแข็งแกร่งมาก ในครั้ฝแรกที่นางควบคุมร่างกายของ ชูเฟิง เพื่อกำราบ จื่อ หลิง นั้น เขาก็สามาาถรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของนางได้ในทันที



     ด้วยพลังบอง ต้านต้าน นั้น ในที่สุด ชูเฟิง ก็สามารถมาถึงส่วนลึกของทะเลเพลิงได้อย่างรวดเร็ว



     ในขณะนั้น เปลวเพลิงรอบๆ ตัวของ ชูเฟิง ได้พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เกิดเสียฝคำรามอย่างน่าหวั่นเกรง พวกมันเริ่มโจมตีใส่ ชูเฟิง อย่างรวดเร็ว พวกมันสามารถปิดกั้นอำนายพลังวิญญาณของเขาจนหมดสิ้น



     ในขณะนั้น เปลวเพลิงได้เข้ามาล้อมรอบ ชูเฟิง อย่างรวดเร็ว และเมื่อเขาสูญเสียอำนาจพลังวิญญาณไปนั้น เขาก็เปรียบได้กับคนตายอด ที่ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้



     ***** TA TA TA TA *****



     แต่ในเวลานั้น หูของ ชูเฟิง กระตุกอย่างรวดเร็ว เขามองออกไปในทะเลเพลิงนั้น เพราะเขาได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังก้าวอยู่ในทะเลเพลิฝนั้นอย่างชัดเจน



     ***** วู้วววววว *****



     เมื่อมองไปยังเสียงของฝรเท้านั้น ทะเลเพลิงได้เปิดทางออกเป็นเส้นทางขึ้น ที่ปลายเส้นทางนั้นมี ชายชราสวมชุดสีดำ ยืนอยู่



     ชายชราคนนั้น มีผมยาวสีดำ มันยาวตั้งแต่ศรีษะลงมาถึงเอวของเขา เส้นผมของเขาปลิวไสวอย่างเชื่องช้า ทั้งๆ ที่รอบตัวของเขาไม่มีกระแสลมแม้แต่น้อย



     สิ่งที่พิเศษที่สุดนั้น คือดวงตาของเขา แม้ว่ามันเป็นดวงตาของชายชรา แต่มันกลับให้ความรู้สึกราวกับแววตาของคนที่ตายไปแล้ว



     เขามองมายัง ชูเฟิง อย่างรวดเร็ว แต่ ชูเฟิง กลับก้าวถอยหลังออกมาหลายก้าว หัวใจของเขาพลันบีบรัด เต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว เขาสัมผัสได้ถึงความอันตรายถึงชีวิตจากสายตาคู่นั้น



     เพราแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่รุนแรง มันไม่ใช่จิตสังหารที่มีมาแต่กำเนิด แต่เป็นจิตสังหารที่ได้มาจากการสังหารสิ่งมีชีวิตมานับไม่ถ้วน



     ถ้าความแข็งแกร่งของจิตสังหารสามารถบอกได้ด้วยจำนวนของคนที่สังหาร ชายชราผู้นี้คงสังหารผู้คนไปมากกว่าสิบล้านคนอย่างแน่นอน

ReadMGA.blogspot.com
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
แปลโดยคุณ#Abhisit