วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 502 – รอยยิ้มที่แปลกประหลาด


       “เหอะ เจ้าพูดได้ดี แต่ข้าหวังว่าเจ้าคงจะไม่ได้แอบลอบโจมตีน้องชายของข้าเพื่อชิงทักษะเร้นลับหรอกอย่างนั้นใช่หรือไม่?” อสูรราชันย์วานรกล่าวด้วยท่าทางที่ไม่เชื่อ



       “เหอะหยุดพูดได้แล้วในเมื่อเจ้าได้มีความคิดเช่นนี้ข้าก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาคุยกับเจ้าอีกต่อไป ในเมื่อเจ้าไม่ได้มีความไว้วางใจในตัวข้าข้าก็จะปล่อยให้เจ้าไปกับชูเฟิง ส่วนข้านั้นจะปกป้องผู้คนอยู่ทางฝั่งด้านนอกนี้เอง” บรรพชนเก่าแก่ของราชวงศ์เจียงกล่าวออกมาพร้อมกับส่ายหัวของเขาพร้อมกับรอยยิ้มเล็กน้อย



        “พี่ลิง ข้ามีความเชื่อใจต่อท่านผู้อาวุโสเจียงว่าเขาจะไม่เป็นอันตรายต่อข้า ฉะนั้นท่านไม่มีความจำเป็นต้องกังวลใด ๆ .”



เพียงแค่ในเวลานั้นชูเฟิงเอยคำพูดขึ้นมา เพราะว่าเขาได้เป็นห่วงถึงความสัมพันธ์ในการร่วมมือกันระหว่าง อสูรราชันย์วานรกับราชวงศ์เจียง ถ้าหากพวกเขาได้มาเกิดอารมณ์ผิดใจกันในตอนนี้มันอาจจะส่งผลกระทับที่ไม่ดีอย่างแน่นอนในภายภาคหน้าถ้าเกิดว่าเขาต้องการความช่วยเหลือจากราชวงศ์เจียงในอนาคต



เมื่อเห็นเช่นนั้น อสูรราชันย์วานร จึงไม่ได้รู้สึกดีมากนักและก็ไม่ได้พูดมากอีกต่อไป ฉะนั้นแล้วเขาจึงทำได้เพียงแต่พยักหน้าให้กับความตั้งใจของชูเฟิงพร้อมกล่าวออกไปว่า “ในเมื่อน้อยชายของข้าบอกว่าเชื่อใจเจ้าในฐานะพี่ชายข้าก็ไม่มีความจำเป็นใดที่จะต้องโต้แย้งอีก”



        “น้องห้าให้ข้าไปกับพวกเจ้าทั้งสองด้วยจะได้หรือไม่ หากมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นแน่นอนว่าพวกเราจะสามารถก้าวข้ามผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน” เพียงแต่ในเวลานั้นบรรพชนที่มีอายุยืนยาวมากที่สุดในราชวงศ์เจียงก็ได้เอยคำพูดขึ้นมา



แม้ว่าตำแหน่งของเขานั้นจะเป็นรองบรรพชนเก่าแก่แต่เขาอายุของเขานั้นนับได้ว่ามากที่สุดในราชวงศ์เจียงและเขาก็ยังเป็นถึงพี่ชายคนโตที่สุดในเหล่าบรรพชน



         “อื้มได้แน่นอน” บรรพชนเก่าแก่ได้กล่าวตกลงเนื่องจากว่าพี่ชายของเขานั้นได้มีชีวิตอยู่มานานนับหลายสิบปี โดยที่ไม่ต้องพูดถึงความแข็งแกร่งของเขาเลยเพราะเพียงแค่ประสบการณ์ในการต่อสู้ของเขานั้นก็นับได้ว่าสมบูรณ์แบบมากแล้ว ฉะนั้นแล้วการที่พี่ชายของเขาได้มากับเขาด้วยเช่นนี้ไม่ว่าพวกเขาจะได้พบกับปัญหาใด ๆ มันก็เป็นแน่นอนว่ามันจะถูกคลี่คลายได้โดยง่ายอย่างแน่นอน



หลังจากนั้นชูเฟิงบรรพชนเก่าแก่และบรรพชนผู้อาวุโสของราชวงศ์เจียงพวกเขาได้เดินเข้าไปในพระราชวังรูปทรงแปลกประหลาดและงดงามอย่างรวดเร็ว



พระราชวังที่ถูกสร้างด้วยวัตถุที่พิเศษนี้มันไม่ได้ดูแปลกแต่ภายนอกเท่านั้นแต่ภายในของมันนั้นก็นับว่าแปลกมากพอ ๆ กัน แต่หลังจากที่พวกเขาได้เข้ามายังภายในของพระราชวังได้ไม่นานนักในที่สุดก็ได้มีห้องโถงใหญ่ปรากฏขึ้นในสายตาของพวกเขา



พร้อมกับรูปภาพต่าง ๆ ที่ทำขึ้นด้วยวัสดุที่พิเศษเต็มรอบฝาผนังของพระราชวัง และรูปภาพเหล่านั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นรูปภาพของวิหค ที่ถูกวาดเอาไว้ด้วยลักษณะท่าทางที่แตกต่างกันหลายรูป ไม่ต้องบอกเลยว่ารูปภาพของวิหคเหล่านี้นั้นเป็นวิหคเผ่าพันธุ์ใดเพราะว่าตั้งแต่ครั้งแรกที่ตาเห็นก็รู้ได้ในทันทีว่าวิหคที่สวยสดงดงามเช่นนี้นั้นมันได้ถูกเรียกว่า หงษ์สา 



และเนื้อหาในรูปภาพของหงส์สาเหล่านั้น นั้นก็เต็มไปด้วยการต่อสู้ที่แตกต่างกันมากมายและในท้ายที่สุดรูปภาพเหล่านั้นก็จะจบลงด้วยชัยชนะของหงษ์สา และเมื่อนำรูปภาพเหล่านั้นมารวมกันแล้วมันก็จะทำให้ผู้ที่เห็นภาพเข้าใจถึงความแข็งแกร่งของหงษ์สา ว่าหงส์สานั้นคือสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งและไร้เทียมทาน



และในส่วนหลักของพระราชวังก็ได้มีรูปปั้นสูงตั้งอยู่นับสิบ มันเป็นรูปปั้นของหงษ์สาและลักษณะของมันนั้นยังดูเสมือนจริงเป็นอย่างมาก



นอกจากนี้ยังมีชั้นของอำนาจจิตวิญญาณครอบคลุมรูปปั้นอีกด้วย พวกมันเหล่านี้นั้นได้ถูกห้อมล้อมไปด้วยชั้นของเปลวไฟซึ่งมันทำให้รูปปั้นเหล่านี้นั้นดูเหมือนเป็นราวกับองค์ทวยเทพที่สถิตลงมา ณ โลกเบื่องร่าง มันให้ความรู้สึกที่เหมือนกับไม่ใช่แค่รูปปั้นธรรมดาแต่มันให้ความรู้สึกที่เหมือนกับ หงส์สา จริง ๆ



         “ชูเฟิงข้าเชื่อว่าทักษะเร้นลับหงส์สาคืนชีพจะต้องถูกซ่อนอยู่ในรูปปั้นเหล่านี้เป็นแน่ หลังจากที่ข้าทำลายตราประทับจิตวิญญาณนี้แล้วนั้นทั้งหมดมันก็จะขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วล่ะนะ” บรรพชนเก่าแก่ของราชวงศ์เจียงอมยิ้มและกล่าวกับชูเฟิง



         “ไม่ต้องห่วงท่านอาวุโสเจียง ข้าจะทำเต็มที่และดีที่สุดเท่าที่ข้าจะได้.”



ก่อนที่พวกเขาจะมายังสถานที่แห่งนี้พวกเขาได้รับการว่างแผนเอาไว้แล้วเป็นอย่างดี อย่างแรกเขาจะต้องค้นหาทักษะเร้นลับและให้ชูเฟิงเป็นผู้ครอบครองและปราบมัน



แต่ก่อนที่ชูเฟิงจะได้ครอบครองทักษะเร้นลับพวกเขาต้องการที่จะดึงข้อมูลบางอย่างของสุสานจักรพรรดิมาจากทักษะเร้นลับซะก่อนเพื่อที่พวกเขาจะได้สามารถลงไปชั้นที่ลึกได้มากกว่านี้



          “อื้ม” เมื่อเห็นเช่นนั้นบรรพชนเก่าแก่ของราชวงศ์เจียงก็ยิ้มตอบกลับและเริ่มกระทำการโดยไม่ลังเลอีกต่อไป เขาได้เดินออกไปและเริ่มที่จะจัดชั้นวางการก่อวิญญาณเปิดผนึก หลังจากช่วงเวลาที่เขาได้เริ่มจัดไปพักหนึ่งแล้วนั้นก็ได้มีชั้นของอำนาจวิญญาณสีม่วงเข้มข้นหลั่งไหลออกมาจากร่างกายของเขา



          “จงเปิด!” หลังจากเสร็จสิ้นการก่อเปิดผนึกจิตวิญญาณบรรพชนเก่าแก่ก็ได้ร้องตะโกนออกมา ตูม! ชั้นของการก่อวิญญาณสีม่วงที่กว้างใหญ่ก็ได้ระเบิดออกไปราวกับภูเขาทั้งลูกกำลังจะพังทลายและล่วงหล่นลงมา ชั้นของออร่าสีม่วงได้ไปเข้าผสมผสานกลับชั้นออร่าสีแดงของรูปปั้นและกลืนกินมันอย่างรวดเร็ว



          “โอ่วชั่งวิเศษจริง ๆ นี่หรือความสามารถของผู้เชื่อมต่อฯชุดม่วงชั่งน่าประทับใจยิ่งนัก” เมื่อเห็นกระบวนการการก่อของจิตวิญญาณรูปปั้นค่อย ๆ พังลง ชูเฟิงค่อย ๆ ถอนหายใจของเขาซึ่งเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ชื่นชมและประทับใจต่อความแข็งแกร่งของผู้เชื่อมต่อฯชุดม่วง ถ้าหากเป็นเขาที่กำลังพยายามทำลายรูปปั้นเหล่านี้ล่ะก็มันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่เขาจะสามารถทำลายมัน



แต่เมื่อในขณะที่บรรพชนเก่าแก่ของราชวงศ์เจียงได้ทำลายมันจริงเป็นเพียงแค่ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้นความสามารถในการก่อวิญญาณระหว่างผู้เชื่อมต่อฯชุดฟ้าและผู้เชื่อมต่อฯชุดม่วงนี่ชั่งห่างไกลกันยิ่งนัก



*** ชูววว *** 



ในที่สุดการก่อวิญญาณที่ได้ห้อมล้อมรูปปั้นหินเอาไว้ก็ได้ถูกทำลายจนหมดสิ้น แต่ในทันทีที่การก่อถูกทำลายก็ได้มีเสียงร้องอันโหยหวนดังขึ้นมาในทันทีพร้อมกลับกลิ่นอายที่น่ากลัวได้แพร่กระจายไปทั่วพระราชวัง



         "ชักไม่ดีแล้ว!!!"



ในทันทีบรรพชนเก่าแก่ของราชวงศ์เจียงถึงกับต้องอุทานออกมาเพราะว่าเขานั้นได้รู้สึกถึงกลิ่นอายที่ชั่วร้ายและที่สำคัญความแข็งแกร่งของกลิ่นอายนั้นไม่ได้ด่อยไปกว่าเขาเลยแม้แต่นิดเดียว เจตนาฆ่าที่น่ากลัวได้ระเบิดออกมาแล้วพุ่งกระโจนใส่เขาอย่างรวดเร็ว



*** บูมมม *** เสียงระเบิดดังก้องและรูปปั้นหินก็ได้กระจายออกในเวลาเดียวกัน, พร้อมกับมีอสูรขนาดใหญ่ปรากฏตัวออกมาในช่วงกลางหลักของพระราชวัง



ลักษณะของอสูรตัวนี้นั้นชั่งน่ากลัวมาก ฟันของมันนั้นดูแหลมคม ตาของมันเป็นสีแดงก่ำพร้อมกับร่างกายของมันได้ปกคลุมไปด้วยชั้นของออร่าสีเขียวกลิ่นอายของมันนั้นอยู่ในระดับที่ 9 ของแดนสวรรค์



*** โฮกกก *** ทันทีที่อสูรได้ปรากฏตัวมันก็ได้คึกคำรามพร้อมโยนกรงเล็บขนาดใหญ่ที่ดูทรงพลังและน่ากลัวของมันไปที่บรรพชนเก่าแก่ในทันที



“ฮ่าา!” เมื่อเห็นเช่นนั้นบรรพชนเก่าแก่ก็ไม่รอช้าเขาได้ตะโดนออกไปด้วยความโกรธพร้อมกับระเบิดพลังของอำนาจสวรรค์ออกมาในทันที, และในเวลาเดียวกันร่างกายของเขาก็ได้เปล่งแสงพราวกระจ่างใสเป็นแสงสีทองพร้อมกับได้มีตัวอักษรสีทองปรากฏขึ้นบนหน้าผากของเขาว่า “กษัตริย์.” 



ในทันทีที่บรรพชนเก่าแก่ของราชวงศ์เจียงได้แสดงพลังอำนาจของเขาออกมาบรรยากาศของเขานั้นก็ได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนราวกับไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นทวยเทพ



และความแข็งแกร่งของเขานั้นก็ได้เพิ่มขึ้นมาเป็นหลายเท่าตัวจริงอาจพูดได้ว่าเขาความแข็งแกร่งของเขานั้นไม่ได้อ่อนแอกว่าอสูรสีเขียวเข้มที่ยืนอยู่ในด้านหน้าของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว พวกเขาทั้งสองได้ใส่ความแข็งแรงลงไปอย่างเต็มที่ในการโจมตีของพวกเขาเพื่อที่จะได้โครนล้มอีกฝ่ายหนึ่ง



          “นี่มันไม่ถูกต้อง อสูรตัวนี้มันไม่ได้เป็นทักษะเร้นลับแต่มันเป็นวิญญาณที่ชั่วร้าย”



ชูเฟิงได้ขมวดคิ้วของเขาแน่น เขาไม่รู้ว่าอสูรตนนี้นั้นปรากฏตัวขึ้นมาได้ยังใงแต่เขาสามารถบอกได้ว่ากลิ่นอายของอสูรตนนี้นั้นไม่ได้เป็นทักษะเร้นลับแต่มันเป็นวิญญาณที่ชั่วร้าย



         “ชูเฟิงวิ่ง! ออกไปจากที่นี่เร็ว! ที่นี่มันไม่มีทักษะเร้นลับ! มันเป็นกับดัก!” ทันใดนั้นบรรพชนเก่าแก่ก็ได้ตะโกนออกมาเสียงดัง



เมื่อเห็นบรรพชนเก่าแก่กำลังต่อสู้อยู่และไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบมากนักชูเฟิงจึงทำได้แค่กัดฟันของตนและกระโดดพุ่งออกไปเท่านั้นเขาต้องการที่จะวิ่งออกไปจากพระราชวังนี้ให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้ไปขอความช่วยเหลือจาก อสูรราชันย์วานรและคนอื่น ๆ



*** ฟืบ *** แต่เพียงในเวลานั้นที่ชูเฟิงกำลังจะออกไปตรงประตูทางออกของพระราชวังก็ได้มีชั้นของการก่ออำนาจวิญญาณสีป้าปิดกั้นอยู่ นอกจากนี้ยังได้มีรูปร่าง ๆ หนึ่งปรากฏขึ้นในด้านหน้าของชูเฟิงและขัดขวางทางเดินของเขา



ซึ่งนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นเขาคือบรรพชนเก่าแก่ที่มีอายุมากที่สุดในราชวงศ์เจียง และไม่เพียงแค่นั้นการคงอยู่ของเขานั้นยังอยู่ที่ในระดับ 8 ของแดนสวรรค์แต่เขากลับไม่ได้ไปช่วยบรรพชนเก่าแก่แต่กลับมายืนปิดกันอยู่หน้าทางออกของพระราชวัง



         “ท่านอาวุโสนี่ท่านคิดจะทำอะไร?” อยู่ดีดีร่างกายของบรรพชนผู้อาวุโสก็ได้มีกลิ่นอายที่เป็นอันตรายออกมา ฉะนั้นแล้วชูเฟิงจึงได้ถอยห่างและถามออกไปอย่างเสียงดัง



         “ท่านพี่นี่ท่านกำลังทำอะไรอยู่? เร็วเข้ารีบเปิดทางแล้วให้ชูเฟิงได้ออกไปเดี้ยวนี้!.” ในทันที่ที่บรรพชนเก่าแก่ได้เห็นการกระทำของบรรพชนผู้อาวุโสเขาก็ได้มีอาการเปลี่ยนแปลงในทันทีพร้อมกับตะโกนถามออกไปอย่างเสียงดัง



แต่บรรพชนผู้อาวุโสกลับไม่ได้พูดคำใด ๆ ออกมาเขาเพียงแค่หลี่ดวงตาของเขาลงแล้วปรากฏรอยยิ้มแปลกในมุมปากของเขาเพื่อเป็นการแสดงคำใบ้บางอย่าง


ReadMGA.blogspot.com
#################################################################################################