วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 503 – พี่น้องฆ่ากันเอง


       “เจ้าวิญญาณชั่วร้ายเจ้าสนใจที่จะให้ความร่วมมือกับข้าได้หรือไม่!” ทันใดนั้นบรรพชนผู้อาวุโสก็ได้หันหน้าไปมองที่วิญญาณชั่วร้ายพร้อมว่ากล่าว



      “ให้ความร่วมมือ? เพื่ออะไรเหตุใดข้าถึงต้องร่วมมือเจ้า?” เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นเสียงอันน่าขนลุกก็หลุดออกมาจากปากของวิญญาณชั่วร้าย



       “มันจะเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับเจ้าที่จะเอาชนะเขาด้วยการต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง ข้าจะช่วยเจ้าฆ่าเขา แต่เจ้าต้องรับปากข้าว่าเจ้าจะปล่อยข้าออกไปจากสถานที่แห่งนี้ นี่คือข้อตกลงในการร่วมมือ” บรรพชนผู้อาวุโสกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่เย็นชา



       “ฮ่า ๆ เป็นข้อตกลงที่ดี! ตราบใดที่เจ้าช่วยข้าฆ่าผู้ชายคนนี้ได้ล่ะก็แน่นอนว่าข้าจะปล่อยเจ้าไป เจ้าเชื่อข้าได้อย่างแน่นอนเพราะว่าข้านั้นคือบุคคลที่ซื่อสัตย์ที่สุดในหมู่วิญญาณชั่วร้ายแล้ว ก๊ากก๊าก~~” ใบหน้าของวิญญาณชั่วร้ายนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะชอบใจ และมันก็ยิ่งโจมตีไปที่บรรพชนเก่าแก่ของราชวงศ์เจียงรุ่นแรงมากขึ้นและมากขึ้น



        “ท่านพี่นี่ท่านกำลังพูดอะไรน่ะ? ไม่เพียงแต่ท่านไม่คิดที่จะช่วยข้าแล้วท่านกลับจะไปร่วมมือกับวิญญาณชั่วร้ายเพื่อที่จะมาฆ่าข้าอีกอย่างนั้นรึ?” ในทันทีบรรพชนเก่าแก่ก็ได้พูดออกมาด้วยลักษณะท่าทางที่ตกใจ



       “เหอะ นี่เจ้ายังจำได้ว่าข้านั้นเป็นพี่เจ้าอยู่อีกอย่างนั้นรึ ทั้ง ๆ ที่ข้านั้นมีอายุมากกว่าเจ้าตั้งหลายสิบปีแถมความสามารถของข้านั้นก็ยังไม่ได้อ่อนแอไปกว่าเจ้าเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ทำใม! ทำใมท่านพ่อถึงได้เลือกเจ้าไม่เพียงแต่ท่านได้ช่วยยกระดับพลังวิญญาณให้เจ้าแต่เขายังตำแหน่งจักรพรรดิให้แก่เจ้า”



       “และในตอนนี้เจ้าก็ยังได้เป็นถึงบรรพชนเก่าแก่ในราชวงศ์ของเราทั้ง ๆ ที่ข้านั้นมีอายุมากกว่าเจ้าแท้ ๆ เฮอะ!”



        “ข้านั้นเกลียด~ เกลียดเจ้าที่สุด เกลียดไปถึงกระดูกดำ และตลอดมาข้ารู้สึกขยะแขยงทุกครั้งที่เจ้าได้เรียกข้าว่า “ท่านพี่” เหอะไอ้จอมเสแสร้งเจ้ามันแย่งทุกอย่างไปจากข้า!! ~~”



        “และในที่สุดวันนี้วันที่ข้ารอคอยมานานแสนนานก็ได้มาถึง สวรรค์ได้เห็นเป็นใจให้แก่ข้าและประทานพรให้ข้าได้มีโอกาสข้าเจ้าในวันนี้เสียที” ทันทีบรรพชนผู้อาวุโสก็ได้พูดครำครวญออกมาอย่างบ้าคลั่งราวกับเป็นคนเสียสติ ใบหน้าของเขานั้นดูน่ากลัวและเปิดเผยเจตนาฆ่าออกมาอย่างชัดเจน



และในเวลาเดียวกันบนหน้าผากของเขานั้นก็ได้เปล่งแสงสีทองแพรวพราวออกมาพร้อมกับตัวอักษรที่เขียนว่า “ราชวงศ์” ซึ่งมันอาจเห็นได้อย่างชัดเจนว่าความสามารถนี้นั้นมันมีได้แค่เฉพาะคนที่มีพลังพิเศษสืบทอดมาทางสายเลือดของราชวงศ์เจียงเท่านั้นและเมื่อใดก็ตามที่ตัวอักษรนี้ได้ปรากฏขึ้นกลิ่นอายของพวกเขานั้นก็จะได้รับการเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วนับหลายเท่าตัวเลยที่เดียว



นอกจากนี้ในฝ่ามือของเขายังได้มียุทธภัณฑ์ชั้นยอด ซึ่งมันทำให้กลิ่นอายของบรรพชนผู้อาวุโสนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมากหลายเท่าตัว จนมีความใกล้เคียงกับกลิ่นอายของผู้เชียวชาญแดนสวรรค์ระดับ 9 เลยทีเดียว



*** บูมมม *** ทันใดนั้นเสียงระเบิดก็ได้ดังขึ้น บรรพชนผู้อาวุโสและวิญญาณชั่วร้ายได้ร่วมมือกันเพื่อโค้นล้มบรรพชนเก่าแก่แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการเขาได้ เพราะบรรพชนเก่าแก่นั้นจริงคือแข็งแกร่งมากแม้ว่าเขาจะต่อสู้ในแบบสองต่อหนึ่งแต่เขานั้นก็ไม่ได้ด่อยกว่าเลยแม้แต่นิดเดียว นับว่าวิธีการต่อสู้ของเขานั้นเป็นสิ่งที่กล้าหาญมาก



       “เฮอะ!! มันชั่งไร้ประโยชน์สิ้นดีไม่ว่าเจ้าจะใช้วิธีการใดก็ตามเพื่อเพิ่มระดับพลังวิญญาณแต่เจ้ามันก็อยู่เพียงแค่ระดับ 8 แดนสวรรค์วิญญาณเท่านั้น แล้วด้วยระดับพลังวิญญาณเพียงเท่านี้ยังคิดที่จะฆ่าข้าอยู่อีกอย่างนั้นรึ เหอะมันเป็นข้าต่างหากที่จะฆ่าเจ้าในวันนี้!.” บรรพชนเก่าแก่กล่าวอย่างเย็นชา ความจริงคือไม่ว่าจะเป็นวิธีการต่อสู้หรือความแข็งแกร่งของเขานั้นก็อาจกล่าวได้ว่าเป็นดีและเหนือชั้นกว่าทั้งบรรพชนผู้อาวุโสและวิญญาณชั้วร้ายมากนัก



        “ชั่งแข็งแกร่งจริง ๆ ทั้งความแตกต่างในด้านการใช้พลังสืบทอดทางสายเลือดมันเห็นได้ชัดเลยว่าบรรพชนเก่าแก่นั้นดีว่าพี่ชายของเขาเป็นอย่างมากจึงไม่น่าแปลกใจว่าทำใมพ่อของพวกเขาถึงได้เลือกบรรพชนเก่าแก่เป็นผู้สืบทอดองค์จักรพรรดิเพราะว่าสายเลือดของเขานั้นเข้มข้นกว่าพี่ชายของเขานี่เอง”

(3B : สายเลือดเข้มข้น หมายถึง ยิ่งสายเลือดคนนั้นเข้มข้นมากเท่าไหร่การใช้พลังสืบทอดทางสายเลือดนั้นก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น)



ในตอนนี้ชูเฟิงได้อยู่แล้วหน้าประตูทางออกของพระราชวัง แม้ว่าเขากำลังจะยุ่งอยู่กับการแก้พัฒนาการปิดผนึกของอำนาจวิญญาณสีฟ้าอยู่แต่เขาก็ได้ให้ความสนใจในการต่อสู้ของบรรพชนเก่าแก่และบรรพชนผู้อาวุโส, วิญญาณชั่วร้ายอยู่ไม่น้อย และเขาสามารถวิเคราะห์ออกมาได้ว่าความแข็งแกร่งของบรรพชนเก่าแก่นั้นได้เกินพี่ชายเขาไปมาก



แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าชูเฟิงจะเป็นผู้เชื่อมต่อฯชุดฟ้า แต่ความแข็งแกร่งของอำนาจการก่อวิญญาณนั้นก็ยังมีความเกี่ยวข้องกับระดับพลังวิญญาณอยู่บางฉะนั้นแล้วมันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ชูเฟิงจะสามารถทำลายชั้นการก่อตัวปิดผนึกได้ภายในระยะเวลาอันสั้น



เพื่อความปลอดภัยของตัวเองชูเฟิงจึงไม่ได้สนใจในการต่อสู้ของพวกเขาอีกต่อไป ชูเฟิงได้มุ่งมั่นไปที่การทำลายชั้นการก่อปิดผนึกอย่างแน่วแน่จนในที่สุดมันก็ได้เกิดรอยแตกเล็ก ๆ ขึ้นบนผนังก่อ ชูเฟิงได้พยายามส่งเสียงของเขาออกไปเพื่อเรียก อสูรราชันย์วานรให้มาช่วยเขา



*** วืมมม *** เพียงแต่ในเวลานั้น ณ พื้นที่หลักของพระราชวังก็ได้มีแสงสว่างพวยพุ่งขึ้นมาอย่างกะทันหัน ลักษณะของมันนั้นคล้ายดอกบัวบานผิวของมันนั้นชั่งกระจ่างใสและแสงของมันก็ได้ส่องสว่างไปทั่วทิศของพระราชวัง ที่สำคัญมันยังอยู่ในฝ่ามือของบรรพชนผู้อาวุโส



ออร่าของดอกบัวนั้นชั่งดูน่ากลัวยิ่งนักและที่สำคัญมันอาจกล่าวได้ว่าน่ากลัวยิ่งกว่ายุทธภัณฑ์ชั้นยอดเป็นหลายเท่านัก และลักษณะของมันนั้นยังดูไม่เหมือนกับยุทธภัณฑ์ชั้นยอดอีกด้วยแต่มันดูเหมือนเป็นสมบัติวิเศษหรือวัตถุวิเศษที่ใช้ได้แค่เพียงครั้งเดียวเสียมากกว่า



       “ดอกบัวอำพัน! นี่หรือว่าเจ้าคิดจะใช้มันเพื่อโจมตีข้าจริง ๆ อย่างนั้นรึ ?!”



เมื่อเห็นดอกบัวอำพันสีหน้าของบรรพชนเก่าแก่ก็ได้เปลี่ยนไปในทันทีเขารีบหยุดการโจมตีของเขาแล้วล่าถอยอย่างรวดเร็ว และในเวลาเดียวกันก็ได้เกิดแสงสว่างขึ้นในฝ่ามือของเขาพร้อมกับปรากฏดาบสีแดงเข้มดั่งโลหิตขึ้นมาในฝ่ามือของเขา ซึ่งมันก็คือยุทธภัณฑ์ชั้นยอดนั้นเองและในทำนองเดียวกันเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับ สมบัติวิเศษอย่างดอกบัวอำพันแล้วนั้นนับว่าไม่ได้ด่อยค่าไปกว่ากันเลยแม้แต่นิดเดียว



        “ฮ่า ๆ ๆ นี่คือดอกบัวอำพันสมบัติวิเศษที่มีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้นในราชวงศ์ของเราและความสามารถของมันนั้นยังกล่าวได้ว่าชั่งน่ากลัวยิ่งนักมันสามารถฆ่าบุคคลใดก็ได้ที่มีระดับพลังวิญญาณต่ำกว่าขอบเขตแดนจ้าวแห่งสงคราม ในวันนั้นที่เจ้าได้สืบทอดบัลลังก์ท่านพ่อได้รู้สึกเสียใจต่อข้าเขาจึงได้มอบสมบัติวิเศษ ดอกบัวอำพัน ชิ้นนี้ให้แก่ข้าเพื่อเอาไว้สำหรับปกป้องตัวเอง”



      “แต่ข้าว่าเขาคงคิดไม่ถึงหรอกว่าข้าจะใช้สมบัติที่เขามอบให้ข้าเอาไว้เพื่อปกป้องตัวเองแต่กลับเอามันมาฆ่าลูกชายสุดที่รักของเขาแบบนี้!”



      “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า…”



ทันใดนั้นบรรพชนผู้อาวุโสก็ได้หัวเราะออกมาอย่างเสียงดังราวกับคนบ้าและมันก็ยิ่งดูน่ากลัวมากขึ้น แต่ในขณะที่เสียงหัวเราะได้ดั่งลั่นอยู่นั้นก็ได้มีสายตาสายตาหนึ่งจับจ้องไปที่บรรพชนผู้อาวุโสซึ่งเจ้าของสายตานั้นก็คือวิญญาณชั่วร้ายในสายตาของมันนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่รังเกียจมันได้กล่าวกับตนเองไว้ว่า “เจ้ามนุษย์ชั่วช้าที่กล้าได้แม้กระทั้งหักพวกเดียวกันเอง เหอะไม่ว่าผมมันจะออกมาเป็นยังใงก็ตามพวกเจ้าสองคนจะต้องตายด้วยมือของข้า ข้าจะไม่ยอมให้คนใดคนหนึ่งของพวกเจ้าหลุดรอดออกไปได้อย่างแน่นอน”



        “ตายซะเถอะ!” ในที่สุดบรรพชนผู้อาวุโสก็ได้เริ่มโจมตี ดอกบัวอำพัน ได้ผสานเข้าไปในฝ่ามือของเขาและถูกเหวี่ยงออกไปอย่างกะทันหันดอกบัวอำพันนั้นได้กลายเป็นลูกศรฝ่ามืออันทรงพลังนับไม่ถ้วนพุ่งต่อไปที่บรรพชนเก่าแก่



*** หวืบ ***



       “โล่มังกรแดงสวรรค์ปกคลุมผืนฟ้า!”



ในทันทีดาบสีแดงในมือของบรรพชนเก่าแก่ก็ได้มีมังกรสีแดงขนาดใหญ่โพยพุ่งออกมา ร่างกายของมังกรแดงนั้นได้ปกคลุ่มในพื้นที่ด้านหน้าของเขาและเปลี่ยนแปลงเป็นรูปแบบของโล่สีแดงเข้มราวกับโลหิตปิดกั้นการโจมตีของ ดอกบังอำพัน



พลังอำนาจของดอกบัวอำพันนั้นแข็งแกร่งมากแม้แต่โล่มังกรแดงก็ยังปรากฏรอยแตกเล็ก ๆ ออกมาจากการปะทะกัน แต่ในท้ายที่สุดแล้วมันก็ยังไม่สามารถทำลายผ่านโล่มังกรแดงไปได้



       “เฮอะไร้ประโยชน์น่า เจ้าประเมินข้าต่ำเกินไป แม้ว่าดอกบัวอำพันของเจ้านั้นจะทรงอนุภาพและน่ากลัวมากแค่ไหน แต่ท่านพ่อก็ได้ส่อนวิธีที่จะปราบปรามมันให้แก่ข้า ด้วยดาบมังกรแดงนี้ที่สามารถเปลี่ยนเป็นได้ทั้งรูปแบบโจมตีและป้องกันด้วยความสามารถของโล่มังกรแดงสวรรค์ปกคลุมผืนฟ้ามันสามารถป้องกันดอกบัวอำพันของเจ้าได้อย่างแน่นอน” บรรพชนเก่าแก่พูดออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ



       “ฮ่า ๆ แน่นอนข้ารู้ว่าโล่มังกรแดงสวรรค์ปกคลุมผืนฟ้าของเจ้านั้นสามารถป้องกันการโจมตีของดอกบัวอำพันข้าได้ ฉะนั้นแล้วด้วยเหตุผลข้าถึงได้ไม่ทำอะไรกับเจ้ามาจนถึงทุกวันนี้ยังใงล่ะแต่อย่างไรก็ตามในวันนี้มันได้เปลี่ยนไปแล้ว แม้ว่าโล่มังกรแดงสวรรค์ปกคลุมผืนฟ้าของเจ้านั้นจะแข็งแกร่งมากแต่ว่ามันก็จำเป็นที่จะต้องใช้พลังงานที่มากเช่นกัน ซึ่งอาจพูดง่ายว่าข้อเสียของมันนั้นเป็นอะไรที่ใหญ่หลวงมากบางที่มันอาจเป็นอันตรายต่อผู้ที่ใช้มันเองด้วยซ้ำ”



      “และโดยเฉพาะในตอนนี้ร่างกายของเจ้านั้นได้รับบาดเจ็บภายในเป็นอย่างมากและความแข็งแรงของเจ้านั้นในตอนนี้ก็ได้ลดลงมามากกว่าครึ่งเสียแล้วด้วยซ้ำแล้วที่นี้เจ้ายังคิดว่าเจ้าจะสามารถใช้โล่ของเจ้าป้องกันการโจมตีของข้าได้อีกซักกี่น้ำกัน.” บรรพชนผู้อาวุโสกล่าวพูดด้วยร้อยยิ้มที่สะใจ



       “นี่เจ้า!” เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้นใบหน้าของบรรพชนผู้อาวุโสก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก ใบหน้าเดิมของเขาได้เปลี่ยนกลายเป็นใบหน้าที่ซีดขาวไร้เลือดในทันทีแทบจะทันทีปากของเขาก็ได้เปิดกว้างและกระอักเลือดออกมาคำหนึ่งและตกลงสู่พื้นเบื่องล่างในทันทีกลิ่นอายของเขานั้นได้กลายเป็นอ่อนแอมาก



        “วิญญาณชั่วร้ายเจ้ากำลังรอสิ่งใดอยู่? แหล่งพลังงานชิ้นโตนั้นเป็นของเจ้าแล้ว.” บรรพชนผู้อาวุโสได้กล่าวกับวิญญาณชั่วร้าย



        “ก๊ากก่าก่าก่า ข้าขอบใจเจ้ายิ่งนักที่ยกแหล่งพลังงานชั้นเยี่ยมให้แก่ข้า” วิญญาณชั่วร้ายหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง มันได้พุ่งกระโจนเข้าใส่บรรพชนเก่าแก่ในทันทีมันได้เปิดปากของมันและกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัวภายในคำเดียว



        “ดาบมังกรแดงทลายสวรรค์!”



แต่ในขณะที่บรรพชนเก่าแก่ได้เข้าไปอยู่ในปากของวิญญาณชั่วร้ายแล้วนั้น เพียงแค่ในเวลานั้นจากกลิ่นอายที่อ่อนแอก็ได้ปรับตัวขึ้นจนถึงจุดสูงสุดในทันทีพร้อมกับดาบมังกรแดงที่อยู่ในมือของเขาได้กลายเป็นมังกรแดงเคลือบทองยาวนับหลายฟุตพร้อมกับระเบิดเสียงคำรามของมังกรพุ่งทะยานอยู่ในร่างกายของวิญญาณชั่วร้ายในทันที


ReadMGA
#################################################################################################