วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 505 – แก่นแท้อำนาจพลังวิญญาณ


        “ในปีที่ผ่านมาข้าได้ช่วยดำเนินการต่อชีวิตให้เจ้าไปโดยใช้ทรัพยากรของตนไปไม่น้อยนั้นมันคืออะไร?”



       “การที่ข้าทำเพื่อเจ้าถึงขนาดนี้ แต่เจ้ากลับตอบแทนข้าเช่นนี้มันคืออะไร? เจ้าไม่สนใจความอยู่รอดของราชวงศ์และพี่น้องร่วมญาตินี่เจ้ายังเรียกตัวเองว่าเป็นมนุษย์ได้อีกหรือไม่? เจ้ามันเป็นเพียงแค่สัตว์! สิ่งมีชีวิตอันหน้าโสโครก!”



*** ไอไอไอไอไอ ~~~ *** บรรพชนเก่าแก่ได้ไอออกมาอย่างต่อเนื่องด้วยความโกรธ เลือดได้ทะลักออกมานับหลายอึกจากปากของเขา มือทั้งสองข้างของเขาได้ค้ำจุนกับพื้นดินเอาไว้แล้วร่างทั้งร่างของเขานั้นก็ตกอยู่ในอาการสั่นเทาอย่างรุนแรง



ชีวิตของบรรพชนเก่าแก่ในตอนนี้นั้นใกล้จะจบสิ้นเต็มทีแล้ว เขาในตอนนี้นั้นได้ตกอยู่แล้วในปากเหวแห่งความตาย



       “โอ้วน้องรักเจ้าเคยได้ยินคำนี้ไหม {หากคนเราไม่โหดเหี้ยมก็จะไม่สามารถมีชีวิตรอด} เพื่อความอยู่รอดของตัวเองแล้วนั้นข้าสามารถทำได้ทุกอย่างแม้แต่ต่อให้ราชวงศ์เจียงต้องล่มสลายและผู้คนทั้งหมดในทวีป 9 อาณาจักรต้องตายข้าก็ไม่สน!”



เมื่อเห็นสภาพของบรรพชนเก่าแก่บรรพชนผู้อาวุโสก็ได้เปิดเผยเจตนาฆ่าออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ชัดเจนมากว่าเขานั้นไม่ได้รู้สึกผิดหรือเสียใงใด ๆ เมื่อหันหน้าไปหาน้องชายของเขา เขาจริงตั้งใจที่จะฆ่าพี่น้องในสายเลือดแท้ ๆ ของเขาเองด้วยมือของตนเอง



        “ไอ้สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำการคงอยู่ของเจ้ามันจะต้องดับสิ้นในวันนี้!”



เพียงแต่ในเวลานั้นชูเฟิงได้ใช้อำนาจสายฟ้าของเขาเพื่อเพิ่มระดับพลังวิญญาณขึ้นเป็นระดับที่ 1 ของแดนสวรรค์ เขาได้เหวี่ยงมือของเขาออกไปพร้อมกับ ขวานอสูรฟ้า ใบมีดสีดำ{เท็ตสึกะเท็นโช}พุ่งตรงไปยังบรรพชนผู้อาวุโส



แม้ว่าตัวชูเฟิงเองนั้นจะอยู่ห่างไกลจากจุดที่บรรพชนเก่าแก่นั้นได้นอนซมอยู่แต่เขาก็ไม่เต็มใจที่จะยืนดูเฉย ๆ และปล่อยให้เขาโดนฆ่าตายไปทั้ง ๆ แบบนั้น ฉะนั้นแล้วถึงแม้ว่าตัวเขาเองนั้นจะไม่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ของเขาได้ในครั้งนี้แต่อย่างน้อยเขาก็ขอแค่ได้ถ่วงเวลาไว้ได้แม้จะน้อยนิดแต่มันก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไร



      “เฮอะ แม้แต่เหลือบไรเช่นเจ้าก็ยังริอาจกล้าที่จะโจมตีข้าอย่างนั้นรึ? เจ้ากำลังมองหาที่ตายโดยแท้!” เมื่อเห็นเช่นนั้นบรรพชนผู้อาวุโสได้กล่าวออกมาอย่างเย็นชาพร้อมกับขยายมือและปล่อยอำนาจสวรรค์ออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดทำลายใบมีดสีดำในทันทีแต่มันยังไม่จบเพียงแค่นั้นอำนาจสวรรค์ยังคงคืบคลานและมุ่งตรงไปยังชูเฟิง



       “บัดซบ! ผู้เชียวชาญระดับ 8 แดนสวรรค์นี่ชั่งน่ากลัวจริง ๆ ต่อหน้าพลังอำนาจของมันแล้วนั้นข้าไม่อาจทำสิ่งใดได้เลยแม้แต่สวนกลับการโจมตีของมันข้าก็ยังทำไม่ได้.”



ในทันทีชูเฟิงได้ขมวดคิ้วของตัวเองแน่นและใบหน้าของเขาก็ยังได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากเพราะเขาในตอนนี้นั้นได้ค้นพบแล้วว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าอำนาจสวรรค์ของบรรพชนผู้อาวุโส มันทำให้ร่างกายของเขานั้นขยับไม่ได้เขาทำได้เพียงรอคอยการโจมตีนั้นมาถึงตัวเขาเท่านั้นโดยที่เขาไม่สามารถที่จะหลบมันได้



และถ้าหากว่าชูเฟิงได้ปะทะเข้ากับอำนาจสวรรค์ที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ล่ะก็ร่างกายของเขาจะต้องระเบิดจนกลายเป็นกองเลือดอย่างแน่นอน



*** บูมมม ***



แต่ในช่วงเวลานั้นเมื่อชีวิตได้ถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย ก็ได้มีการระเบิดเกิดขึ้นของชั้นบรรยากาศมาจากด้านหลังของชูเฟิง และในขณะเดียวกันก็ได้มีรูปร่างหนึ่งมายืนอยู่ในด้านหน้าของชูเฟิงราวกับเป็นปรากฏตัวของผี เขาได้ยื่นฝ่ามือของเขาออกไปและอำนาจสวรรค์ที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาหาชูเฟิงนั้นก็ได้ถูกทำลายลงในทันที



และคนคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากอสูรราชันย์วานร เมื่ออสูรราชันย์วานรได้รับสัญญาณการขอความช่วยเหลือจากชูเฟิงเขาก็ได้รีบเข้ามาในพระราชวังในทันที



        “นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?” ในทันทีที่องค์จักรพรรดิมาถึงพร้อมกับผู้เชียวชาญคนอื่น ๆ และ เจียง เฮิงหยวน เมื่อพวกเขาได้เห็นฉากในพระราชวังมันถึงกับทำให้พวกเขาทั้งหมดนั้นทำอะไรไม่ถูก



        “พี่ลิงรีบไปปกป้องบรรพชนเก่าแก่โดยเร็ว บรรพชนผู้อาวุโสกำลังจะฆ่าเขา!” ชูเฟิงบอกกล่าว



       “ในเมื่อข้าได้รู้ว่าไอ้เฒ่านี่มันไม่ใช่คนดีแล้วล่ะก็ข้าก็ขอไม่เกรงใจล่ะนะข้าขอจัดแบบงาม ๆ สักทีหนึ่งเถอะ!” ในขณะนี้อสูรราชันย์วานรไม่เสียคำพูดใด ๆ อีกต่อไป ดวงตาของเขากลายเป็นสีแดงก่ำและได้กลายเป็นภาพเบลอของเส้นแสงมุ่งตรงไปยังบรรพชนผู้อาวุโส



       “เหอะ แม้ว่าเจ้าจะยังไม่ตายในตอนนี้แต่สภาพร่างกายของเจ้านั้นจะยังไม่ฟื้นตัวไปอีกนานอย่างแน่นอน.”



      “ข้าขอแนะนำเลยนะว่าให้พวกเจ้าได้พาเด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ของราชวงศ์เจียงออกไปจากทวีป 9 อาณาจักรซะหรือไม่ก็รอคอยให้พวกมันได้ตายไปพร้อมกับราชวงศ์เจียงซะ! ฮ่า ๆ ๆ ๆ !” 



แต่ในทันทีบรรพชนผู้อาวุโสกลับไม่ต้องการที่จะปรับมือกับอสูรราชันย์วานร เขาได้เล่นวิ่งไล่จับกับอสูรราชันย์วานรเป็นวงกลมพร้อมกับระเบิดเสียงหัวเราะแล้วเขาก็หลบหนีหายไปราวสายลม



เมื่อเห็นเช่นนั้นอสูรราชันย์วานรก็ไม่ได้คิดที่จะไล่ตามบรรพชนผู้อาวุโสอีกต่อไปเพราะคนที่เขาเป็นกังวลใจและเป็นห่วงมากที่สุดก็คือชูเฟิง และถ้าเกิดว่าเขานั้นได้ออกไล่ตามไปแล้วเกิดอะไรขึ้นกับชูเฟิงในช่วงนั้นล่ะก็มันจะต้องเป็นการสูญเสียที่ใหญ่หลวงสำหรับเขาเป็นแน่



        “ท่านพ่อ, ท่านพ่อ, ท่านยังอยู่ดีหรือไม่?” 



        “ท่านบรรพชน! สวรรค์!!! นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น? ชูเฟิงมันได้เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นในที่แห่งนี้?”



หลังจากที่บรรพชนผู้อาวุโสได้หลบหนีออกไปผู้คนจากราชวงศ์เจียงก็ได้ลุมกรูกันเข้าไปหาบรรพชนเก่าแก่ ในขณะนี้พวกเขานั้นไม่รู้อะไรเลยถึงต้นสายปลายเหตุในอาการบาดเจ็บของบรรพชนเก่าแก่ ฉะนั้นแล้วพวกเขาจึงได้ถามชูเฟิงถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่มันได้เกิดขึ้นที่นี่



และหลังจากที่ได้ทราบเรื่องราวทั้งหมดใบหน้าของผู้คนจากราชวงศ์เจียงก็ได้เปลี่ยนไปในทันทีใบหน้าของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยความกังวลราวกับว่าชีวิตอันยาวนานของพวกเขานั้นได้มาถึงจุดจบแล้ว ฉะนั้นแล้วเมื่อหลังจากที่พวกเขาได้บรรเทาอาการบาดเจ็บของบรรพชนเก่าแก่สำเร็จด้วยความเป็นผู้นำองค์จักรพรรดิก็ได้สั่งให้ผู้คนของราชวงศ์เจียงล่าถอยออกไปจากสุสานจักรพรรดิในทันที



ส่วน กู่ เทียนเซิน และคนอื่น ๆ จากนิกายโลกวิญญาณนั้นก็ได้ล่าถอยออกไปด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขานั้นไม่ต้องการที่จะมาเสี่ยงอันตรายในสุสานจักรพรรดิ



แล้วในที่สุดก็เหลือเพียงแค่ชูเฟิงและอสูรราชันย์วานรเท่านั้นที่ยังคงอยู่ในสุสานจักรพรรดิ ชูเฟิงและอสูรราชันย์วานรนั้นพวกเขายังคงไม่เต็มใจที่จะออกไปจากสุสานจักรพรรดิสักเท่าไรนัก



ฉะนั้นแล้วพวกเขาทั้งสองจึงได้ตัดสินใจเดินทางต่อลึกลงไปในสุสานจักรพรรดิ แต่ในขณะที่พวกเขาได้เดินลึกลงไปไปไม่ไกลนักใบหน้าของอสูรราชันย์วานรก็ได้เปลี่ยนแปลงในทันทีและกล่าวว่า “มันเป็นดั่งที่ข้าได้คาดการณ์เอาไว้จริง ๆ มันได้มีสิ่งผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นในสถานที่แห่งนี้ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีรูปแบบการก่ออำนาจวิญญาณที่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก”



         “แล้วมันยังใงหรือ พี่ลิง?” ชูเฟิงได้ถามโดยพลัน



         “ชูเฟิงดูนี่” ทันใดนั้นอสูรราชันย์วานรก็ได้ก้าวเดินออกไปเพียงแค่พริบตาเดียวเขาก็ได้ไปปรากฏอยู่ในด้านหน้าของชูเฟิงที่อยู่ห่างออกไปนับร้อยเมตร



เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้นชูเฟิงจึงได้รีบตามออกไป เมื่อไปถึงที่นั้นเขาไม่ได้ค้นพบแต่อสูรราชันย์วานรเท่านั้นแต่เขายังได้ค้นพบกับแอ่งน้ำบางอย่างที่อยู่ใต้เท้าของเขาอีกด้วย



ถ้าจะพูดให้ถูกแอ่งน้ำนี้นั้นไม่ใช่แอ่งน้ำธรรมดาเพราะว่าสีผิวของน้ำนั้นมันดูกระจ่างใสมากเกินไป นอกจากนี้เขายังรู้สึกได้ถึงพลังงานอะไรบางอย่างที่มีความหนาแน่นเป็นอย่างมากจากแอ่งน้ำเล็ก ๆ นี้ มันให้ความรู้สึกที่เหมือนราวกับเป็นพลังงานห้วงวิญญาณ พลังงานกำเนิดวิญญาณ พลังงานแก่นแท้และพลังงานสวรรค์ ผสมผสานกัน



         “พี่ลิง นี่มันคืออะไร?” ชูเฟิงได้รู้สึกตื่นตกใจอย่างไม่รู้จบเพราะเขาไม่สามารถรับรู้ได้ว่าพลังงานชนิดนี้นั้นมันคือพลังงานอะไรแต่เขาสามารถรับรู้ได้ว่าพลังงานนี้นั้นมันจะสามารถเพิ่มระดับพลังงานวิญญาณให้แก่เขาเป็นอย่างมากเลยที่เดียวและมันอาจกล่าวได้ว่าสิ่งนี้นั้นมันจะต้องเป็นสมบัติที่มีค่าต่อการเพิ่มพลังวิญญาณของเขาเป็นแน่



       “มันคือแก่นแท้อำนาจพลังวิญญาณ” อสูรราชันย์วานรกล่าว



       “แก่นแท้อำนาจพลังวิญญาณ?” ชูเฟิงถามความรู้สึกอยากรู้อยากเห็น



        “มันคือการก่อตัวของอำนาจวิญญาณที่มีความแข็งแกร่งมาก อาจกล่าวได้ว่ามันสามารถป้องกันการโจมตีจากมนุษย์ได้ทุกรูปแบบ ไม่มีสิ่งใดที่สามารถผ่านชั้นของการป้องกันไปได้นอกจากพลังงานธรรมชาติลม น้ำ และอากาศเท่านั้น



       “และนอกจากนี้พลังงานที่เจ้ากำลังสัมผัสได้อยู่นี้นั้นมันมีชื่อเรียกว่าพลังงานธรรมชาติซึ่งพลังงานธรรมชาตินั้นมันจะรวบรวมทุกพลังอำนาจเอาไว้ให้อยู่กับตัวมันอย่างเช่น พลังงานห้วงวิญญาณ พลังงานแดนกำเนิดวิญญาณ พลังงานแก่นแท้วิญญาณ พลังงานสวรรค์วิญญาณ หรือแม้กระทั่งพลังงานของจ้าวแห่งสงคราม พลังงานต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมานี้นั้นหากพวกมันได้เข้าผสมผสานกันเมื่อไหร่มันก็จะเรียกว่าพลังงานธรรมชาติ”



       “แต่อย่างไรก็ตามเมื่อได้มีชนิดของการก่ออำนาจวิญญาณที่มีความแข็งแกร่งถึงขนาดที่สามารถป้องกันจากพลังงานธรรมชาติได้ในระดับหนึ่ง ถ้ามันได้มีอายุการใช้งานมาแล้วนับหลายปีมันก็จะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพลังงานธรรมชาติที่สามารถป้องกันการโจมตีทางกายภาพได้ทุกชนิด หรือจะเรียกง่าย ๆ ว่ามันได้ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็น แก่นแท้อำนาจพลังวิญญาณ”



       “และด้วยการที่มีเศษของแก่นแท้อำนาจพลังวิญญาณอยู่ในสถานที่แห่งนี้ มันก็หมายความว่าแต่เดิมมันควรที่จะมีการก่ออำนาจพลังวิญญาณอยู่ในสถานที่แห่งนี้ แต่ในตอนนี้มันได้ถูกทำลายลงไปแล้วโดยฝีมือใครบางคนที่สำคัญใครบางคนผู้นั้นยังไม่ได้ทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้เบื่องหลังอีกด้วย” ในขณะนั้นอสูรราชันย์วานรได้พูดอย่างระมัดระวังและมอบดูไปรอบ ๆ พร้อมกับต้องการแนะแนวความรู้ในเรื่องของอำนาจพลังวิญญาณให้กับชูเฟิง



      “ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าแก่นแท้อำนาจพลังวิญญาณนี้ก็เปรียบได้ดั่งกับสมบัติน่ะสิ!” แต่เมื่อเทียบกับความกังวลของอสูรราชันย์วานรชูเฟิงทำเป็นไม่สนใจเพราะเขาในตอนนี้นั้นได้สมใจและจดจ่ออยู่แต่กับแก่นแท้ของอำนาจพลังวิญญาณ 



ในขณะนั้นชูเฟิงได้ยิบขวดหยกที่บรรจุใส่เม็ดยาเอาไว้ออกมาจากถุงจักรวาลของเขา เขาได้เปิดจุกขวดแล้วเทยาที่อยู่ข้างในทิ้งลงไปที่พื้นพร้อมกับเริ่มนำเก็บชิ้นส่วนของแก่นแท้อำนาจพลังวิญญาณเข้าไปในขวด



       “ชูเฟิงนี่เจ้ากำลังจะทำอะไร?! แก่นแท้อำนาจจิตวิญญาณนั้นเป็นสิ่งที่รุนแรงมากเพราะฉะนั้นอย่าได้สัมผัสมัน!”



      “ครั้งหนึ่งเคยมีผู้เชื่อมต่อที่มีพลังอำนาจวิญญาณที่กล้าแกร่งมากผู้หนึ่ง เขาพยายามที่จะดึงพลังงานธรรมชาติจากแก่นแท้อำนาจพลังวิญญาณออกมาใช้ เขาได้ออกตามล่าและรวบรวมแก่นแท้อำนาจพลังวิญญาณมาเป็นจำนวนมากแล้วก็ได้รับการกลั่นพวกมันเข้าไปในร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่งราวกับว่ามันเป็นยาสวรรค์



       “แต่ในท้ายที่สุดแล้วนั้นผู้เชื่อมต่อผู้นั้นก็ไม่สามารถกลั่นพลังงานจากแก่นแท้อำนาจจิตวิญญาณออกมาใช้ได้แล้วเขาก็ตายในที่สุดเพราะว่าพลังงานธรรมชาติของมันนั้นมีพลังมากเกินไปจนคนธรรมดาสามัญไม่อาจที่จะกลั่นพวกมันออกมาเป็นพลังงานเพื่อเพิ่มระดับพลังวิญญาณของพวกเขาได้ ฉะนั้นแล้วพวกเขาจึงได้จัดหมวดหมู่ให้แก่นแท้อำนาจพลังวิญญาณเป็นวัตถุอันตราย เมื่อใครก็ตามที่ได้เห็นพวกมันก็ควรที่หลีกเหลี่ยงเข้าไว้” เมื่อเห็นการกระทำของชูเฟิงอสูรราชันย์วานรก็ได้ออกคำเตือนอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะหยุดเขา

ReadMGA
#################################################################################################