วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 510 – ก้าวเข้าสู่ชั้นก่อตัว


       “ชูเฟิงอำนาจสายเลือดจักรพรรดินั้นเป็นสิ่งที่ถูกทิ้งเอาไว้เบื่องหลังโดยบรรพชนรุ่นก่อน ๆ ในราชวงศ์เจียงของพวกเรา”



        “เมื่อพวกเขาได้มาถึงจุดสิ้นสุดของชีวิตพวกเขาก็จะปิดผนึกกำลังอำนาจสายเลือดของตนเข้าไปในตราก่อวิญญาณที่นี่เพื่อทำให้สายเลือดราชวงศ์ผสานอำนาจ นั้นแข็งแกร่งมากขึ้น”



        “และตราบใดที่คนของราชวงศ์เจียงสามารถเข้าไปยังข้างในแล้วนำสายเลือดราชวงศ์ผสานอำนาจ ที่เหล่าบรรพชนรุนก่อน ๆ ผนึกไว้และผสานเข้ากับร่างกายของพวกเขาได้ล่ะก็มันจะทำในระดับพลังวิญญาณของพวกเขานั้นเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาอันสั้น”



       “ฉะนั้นแล้วสายเลือดราชวงศ์ผสานอำนาจ นั้นคือความหวังเดียวที่จะช่วยเหลือพวกเราเหล่าราชวงศ์เจียงให้พ้นกับภัยพิบัติครั้งนี้ไปได้ แต่ว่าในตอนนี้มันไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้วเพราะว่าภายในสถานที่ที่กักเก็บสายเลือดราชวงศ์ผสานอำนาจ นั้นมันได้มีแรงดันบางอย่างที่แข็งแกร่งมากถ้าหากไม่ใช่ผู้คนที่มีสายเลือดราชวงศ์ที่เข้มข้นล่ะก็พวกเขาก็จะไม่สามารถยืนอยู่ภายในได้นานนัก”



         “และในตอนนี้ราชวงศ์เจียงของเราผู้ที่มีสายเลือดเข้มข้นมากที่สุดก็คือ หวู่ฉาง พวกเรามีความหวังว่าเขานั้นจะสามารถเข้าไปยังที่กักเก็บภายข้างในของสายเลือดราชวงศ์ผสานอำนาจ ได้ แต่ว่าในตอนนี้มันกับไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวังแม้แต่เขาจะทนก็ยังไม่สามารถที่จะทนแรงดันของสายเลือดราชวงศ์ผสานอำนาจได้” เมื่อพูดมาถึงตรงนี้จักรพรรดิจึงทำได้เพียงแค่ถอนหายใจกับอารมณ์ทางใบหน้าที่ในตอนนี้เขาไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี



        “ในเมื่อมันเป็นมาอย่างที่ท่านองค์จักรพรรดิกล่าวว่าจริงทำไมไม่ให้ข้าลองเข้าไปในที่กักเก็บสายเลือดราชวงศ์ผสานอำนาจ ดูล่ะ?”ชูเฟิงกล่าว



         “เจ้าว่าใงนะ? นี่เจ้าจะบอกข้าว่าเจ้าต้องการที่จะเข้าไปยังที่กักเก็บภายในของสายเลือดราชวงศ์ผสานอำนาจ อย่างนั้นรึ?” เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นการแสดงออกขององค์จักรพรรดิและเหล่าคนของราชวงศ์เจียงถึงกับเปลี่ยนแปลงในทันทีและอดไม่ได้ที่จะต้องจับตามองไปที่ชูเฟิงด้วยสายตาที่ซับซ้อน



        “ชูเฟิงเจ้าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้เพื่อป้องกันจากบุคลภายนอกเหล่าบรรพชนของข้านั้นจึงได้ว่างรูปแบบเอาไว้ในสถานที่กักเก็บภายในของสายเลือดราชวงศ์ผสานอำนาจ หากว่าได้มีผู้ใดที่ไม่ใช่บุคคลของราชวงศ์เจียงหรือมีสายเลือดของราชวงศ์เจียงฝ่าฝืนเข้าไป มันก็จะทำให้พวกเขานั้นได้รับแรงกดดันเป็นทวีคูณจากแรงกดดันปกติที่เหล่าเราราชวงศ์เจียงได้รับ” เจียง เฮิงหยวน กล่าวเตือน



        “แรงดันทวีคูณ…แล้วถ้าหากหลังจากที่ทนไอ้แรงดันอะไรนั้นได้แล้วเนี่ยมันจะทำให้เราได้รับสายเลือดราชวงศ์ผสานอำนาจ มาได้ใช่หรือไม่” ชูเฟิงยิ้มถามราวกับว่าเขานั้นไม่ได้ให้ความสนใจอะไรให้กับแรงดันเหล่านี้ในสายตาของเขา



        “นั้นมัน…” หลังจากที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้นมันถึงกับทำให้ เจียง เฮิงหยวน พูดไม่ออกเลยที่เดียวเพราะว่าตัวเขาเองนั้นก็ไม่ทราบเช่นกันว่าบุคคลภายนอกที่สามารถทดแรงกดดันได้แล้วนั้น พวกเขาจะได้รับพลังที่เทียบเท่าสายเลือดจักรพรรดิหรือไม่



         “ชูเฟิงแน่นอนว่าถ้าเจ้าสามารถทนแรงกดดันได้มันก็ไม่มีปัญหาใดที่เจ้าจะได้ครอบครองสายเลือดราชวงศ์ผสานอำนาจ ได้ แต่ว่าด้วยเนื่องจากที่เจ้าไม่ใช่คนของราชวงศ์วงมันจะทำให้พลังอำนาจของมันนั้นลดลงอย่างมากและนอกจากนี้มันจะคงอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์อีกด้วย” เพียงแค่ในเวลานั้นองค์จักรพรรดิอธิบาย



         “ท่านองค์จักรพรรดิถ้ามันเป็นจริงอย่างที่ท่านกล่าวมาเช่นนั้นก็โปรดให้ข้าได้ลอง” ชูเฟิงอ้อนวอน



         “ชูเฟิงข้าขอรับความตั้งใจของเจ้าเอาไว้ แต่ว่าการเข้าไปยังที่กักเก็บสายเลือดราชวงศ์ผสานอำนาจ นั้นมันเสี่ยงเกินไป เจ้ายังไม่ทราบถึงแรงกดดันที่แสนน่ากลัวของสายเลือดราชวงศ์ผสานอำนาจดีพอ”



         “หากคนที่เข้ามาในที่กักเก็บสายเลือดราชวงศ์ผสานอำนาจ ในวันนี้ไม่ใช่ หวู่ฉาง พวกเขาทุกคนก็ต้องล้วนบาดเจ็บหนักอย่างแน่นอน และเกรงว่าแม้แต่ตัวของข้าเองก็ไม่มีข้อยกเว้นด้วยเช่นกัน”



         “ฉะนั้นแล้วถ้าหากแรงกดดันชนิดนี้ได้รับการทวีคูณขึ้นไปหลายเท่าล่ะก็มันอาจทำให้เจ้าถึงตาย เพียงแค่ก้าวเดียวที่เจ้าได้ย่างกายเข้าไปมันอาจทำให้เจ้านอนจมกองเลือดได้ ฉะนั้นมันจะเป็นการดีกว่าถ้าจะไม่ลอง” องค์จักรพรรดิได้ให้คำแนะนำแก่เขา



        “ท่านองค์จักรพรรดิข้านั้นได้ยินคนในราชวงศ์ของท่านกล่าวมาว่ากองทัพของทั้งสามารถราชวงศ์นั้นได้เข้ามายังเขตแดนทวีป 9 อาณาจักรแล้ว และด้วยความเร็วของพวกเขาคงจะมาถึงที่นี่ในไม่ช้านี้”



        “ฉะนั้นแล้วในเวลานี้ท่านได้มีวิธีการป้องกันการรุกรานของพวกมันแล้วหรือไม่?” ชูเฟิงถามด้วยรอยยิ้ม



        “นั้นมัน…” หลังจากที่ได้ยินคำของชูเฟิงองค์จักรพรรดิก็ได้ตกลงสู่ความเงียบในทันที หลังจากนั้นเขาก็กล่าวออกมาอย่างหดหู่และรอยยิ้มเล็ก ๆ ของเขา “ที่จริงพวกเราในตอนนี้ทำได้เพียงแค่รอคอยความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาหาพวกเราเท่านั้นเองมันจริงอย่างที่เจ้าว่าในตอนนี้พวกเราไม่มีวิธีใดที่จะสามารถป้องกันการรุกรานของพวกมันได้เลย”



        “แต่ถึงแม้ว่าผลมันจะออกมาเป็นยังใงก็ตามบรรพชนของพวกเราได้สอนเอาไว้ว่าถึงแม้พวกเราจะต้องตายพวกเราก็จะต้องปกป้องดินแดนทวีป 9 อาณาจักรแห่งนี้เอาไว้ให้ได้และพวกเราราชวงศ์เจียงจะละเลยคำสอนของบรรพชนเป็นอันขาด ฉะนั้นแล้วพวกเราเหล่าราชวงศ์เจียงจะไม่ไปไหนทั้งนั้นพวกเรายินดีที่จะตายที่นี่



        “แต่ชูเฟิงสำหรับเจ้าแล้วนั้นเจ้าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์เจียงของพวกเรา ฉะนั้นแล้วเจ้าไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องมาอยู่ในสถานที่แห่งนี้ข้าขอให้พวกเจ้าหันหลังให้พวกเราแล้วออกไปจากทวีป 9 อาณาจักรเสียพวกเราไม่ต้องการให้พวกของเจ้ามาตายโดยสูญป่าว ข้าขอบคุณพวกเจ้าจริง ๆ ที่คิดมาช่วยเหลือราชวงศ์ของเราในตอนนี้ขอบคุณมากพวกเราเหล่าราชวงศ์จะจำเอาไว้ให้ขึ้นใจถึงการช่วยเหลือกันในครั้งนี้ ฉะนั้นแล้วพวกเจ้าได้โปรดออกไปด้วยเถอะ”



        “โว้ว ๆ ๆ….ท่านองค์จักรพรรดินับตั้งแต่ที่พวกเราได้วางแผนมายังสถานที่แห่งนี้ในวันนี้พวกเราก็ไม่คิดที่จะถอยกลับหรือหนีไปไหนทั้งนั้น ในวันนี้พวกเราจะขอต่อสู้ไปจนตายและไม่คิดจะถอยหนีพวกเราจะอยู่และตายไปพร้อมกับราชวงศ์เจียง”



        “ฉะนั้นแล้วในเมื่อตอนนี่เนืองจากพวกท่านไม่มีวิธีการป้องกันตัวเองใด ๆ และมีสายเลือดราชวงศ์ผสานอำนาจ เป็นทางเลือกเดียวที่จะสามารถช่วยพวกท่านได้มันเป็นโอกาศเดียวของพวกเราทั้งหมด ตั้งแต่เวลานี้ที่พวกเราได้อยู่ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือด้านหลังพวกเราก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยความตายแล้วในตอนนี้ใช่หรือไม่”



         “แม้ว่าระดับพลังวิญญาณของข้านั้นจะไม่สูงมากนักแต่ข้าก็ยังได้เข้าใจทักษะพิเศษบางอย่างที่สามารถทนแรงกดดันจากสายเลือดราชวงศ์ผสานอำนาจ ได้อย่างแน่นอน และถึงแม้ว่ามันจะเกิดการผิดพลาดขึ้นมาอย่างมากมันก็แค่ตาย” ชูเฟิงกล่าวคำพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเล็ก ๆ



         “ชูเฟิงนี่เจ้า…” เมื่อเห็นว่าชูเฟิงยังคงคิดที่จะยืนอยู่เคียงข้างราชวงศ์เจียงและไม่สนความเป็นและความตายของตัวเขาเองมันถึงกับทำให้องจักรพรรดิพูดอะไรไม่ออกในขณะนี้



        “ท่านองค์จักรพรรดิตั้งแต่ที่ชูเฟิงยืนยันว่าจะทำเช่นนั้นทำไมไม่ปล่อยให้เขาลอง”



        “ใช่ท่านองค์จักรพรรดิ หลังจากที่เราติดตั้งรูปแบบการก่อย้อนกลับไว้บนร่างกายของเขา ถ้าเกิดมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นหรอว่าเขาไม่อาจทนแรงกดดันของสายเลือดราชวงศ์ผสานอำนาจ ได้ขึ้นมาเราก็เพียงแค่ดึงเขากลับมาทันที ในเวลานั้นข้าบอกได้เลยว่าเขาจะต้องไม่ตายอย่างแน่นอน” ในทันทีคนจำนวนมากของราชวงศ์เจียงก็เริ่มที่จะพูดคุยและอ้อนวอนต่อองค์จักรพรรดิ



หลังจากที่พวกเขาไม่ต้องการให้ราชวงศ์เจียงถูกทำลายเช่นเดียวกับความกล้าหาญของชูเฟิงที่มีมากมายถึงเพียงนี้แน่นอนว่าตัวเขาเองนั้นจะต้องมีความเชื่อมั่นบางอย่างแน่นอน นอกจากนี้พวกเขายังได้รู้ถึงความสามารถพิเศษของชูเฟิงเป็นอย่างดี หลังจากที่ชูเฟิงได้ครอบครองถึงสองทักษะเร้นลับในตำนานจากสุสานจักรพรรดิ



ฉะนั้นแล้วในช่วงเวลาเช่นนี้มันเหมือนกับพวกเขาได้รับแสงสว่างในสถานที่ที่มืดมิด แม้ว่าแสงสว่างนั้นมันชั่งลิบรี่และมีน้อยซะเหลือเกินแต่ว่าพวกเขานั้นก็ยังคงหวังกับแสงอันน้อยนิดนั้นว่ามันจะเจิดจ้าขึ้นมาได้ พวกเขาทุกคนไม่มีใครต้องการที่จะตายในตอนนี้พวกเขาทุกคนล้วนต้องการที่จะอยู่รอดด้วยกันทั้งนั้น



        ‘ในเมื่อเจ้าต้องการเช่นนั้นจริง ๆ ข้าก็จะไม่พูดมากอีกต่อไป”



        “ในวันนี้พวกเราทุกคนเหล่าราชวงศ์เจียงจะจดจำชื่อของเจ้าและการกระทำของเจ้าเอาไว้ที่ทำเพื่อพวกเราเหล่าราชวงศ์เจียง’



ในที่สุดองค์จักรพรรดิก็ได้ยินยอมและไม่พูดอะไรเขาได้เดินไปที่ข้างหลังของชูเฟิงและวางตรารูปแบบไว้บนร่างกายของชุเฟิง มันเป็นการก่อตัวระยะสั้นที่จะคงอยู่ได้ไม่นานนัก



รูปแบบการก่อตัวนี้มันเรียกว่ารูปแบบย้อนกลับแม้ว่ามันจะไม่มีประโยชน์อะไรมากนักแต่มันก็นับว่าใช้ได้ดีในที่กักเก็บสายเลือดราชวงศ์ผสานอำนาจ



        “ชูเฟิงหากเจ้าก้าวย่างเข้าสู่ที่กักเก็บสายเลือดราชวงศ์ผสานอำนาจ แล้วมีสิ่งใดที่ผิดปกติเกิดขึ้นอย่าลืมที่จะส่งเสียงร้องตะโกนออกมาเพื่อขอความช่วยเหลือในทันทีไม่เช่นนั้นแล้วข้าอาจดึงเจ้ากลับมาไม่ทันและเจ้าอาจบาดเจ็บหนักได้” องค์จักรพรรดิชี้ไปที่ศูนย์กลางของพระราชวังมันได้มีแท่นหินทรงกลมอยู่ความสูงของมันนั้นเป็นเพียงแค่หนึ่งเมตร



       “อืม”ชูเฟิงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม หลังจากนั้นก็มีประกายสายฟ้าขึ้นมาในดวงตาของเขาอย่างรวดเร็วพร้อมกับกลิ่นอายของเขาที่เพิ่มขึ้นไปถึงระดับ 2 แดนสวรรค์วิญญาณอย่างรวดเร็วภายนพริบตา



พร้อมกับใช้ทักษะเกราะเต่าทมิฬและเริ่มเดินเข้าไปยังในพื้นที่กักเก็บสายเลือดราชวงศ์ผสานอำนาจ



ในทันทีที่ทุกคนได้เห็นเขารู้สึกถึงความจุกอยู่ในอกของพวกเขาและเริ่มเป็นกังวลอย่างมาก ภายในพระราชวังอันใหญ่โตเสียมันชั่งราวดูเงียบอย่างกับเป่าสาก สิ่งเดียวที่พวกเขาเพียงได้ยินก็มีเพียงเสียงฝีเท้าของชูเฟิงเท่านั้น



*** ตึบ ตึบ ตึบ ***



หนึ่งก้าว สองก้าว สามก้าว สิบก้าว ห้าสิบก้าว ในที่สุดชูเฟิงก็เดินครบห้าสิบเก้าและขึ้นไปยืนยู่บนแท่นศิลาอย่างเรียบง่ายและประสบความสำเร็จอย่างง่ายดาย

ReadMGA
#################################################################################################