วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 515 – รอยยิ้มที่น่าหวาดกลัว


       “เฮอะ ไอ้เด็กสารเลวอย่าได้จองหองให้มันมากนัก แม้ว่าเจ้าสองคนนั้นจะไม่ได้ช่วยข้าแต่ข้านั้นก็สามารถที่จะฆ่าเจ้าได้อย่างง่ายดายข้าจะต้องแก้แค้นให้กับลูกชายของข้าให้จงได้.”



บรรพชนเก่าของราชวงศ์จ้าวได้พลิกฝ่ามือของเขา พร้อมกับปรากฏหอกสีเงินขึ้นมาภายในมือของเขา



หอกเล่มนี้นั้นมันได้ถูกปกคลุมไปด้วยตราสัญลักษณ์ ตราสัญลักษณ์นั้นมันก็ได้เกิดการกระจ่างใสและหมุนวนพลังอำนาจของมันออกมาออร่ารอบๆหอกนั้นมันได้แสดงให้เห็นถึงว่าหอกเล่มนี้นั้นเป็นยุทธภัณฑ์ชั้นยอด



อย่างรวกเร็วหลังจากที่บรรพชนราชวงศ์จ้าวได้งัดหอกเล่มนี้ออกมาเขาก็ได้เหวี่ยงหอกของเขาออกไปในอากาศพร้อมกับปรากฏคมหอกออกมานับหมื่นจิงออกไป พวกมันนั้นเป็นเหมือนดั่งราวกับลมพายุของคมหอกที่พุ่งเข้าใส่ชูเฟิง



อนึ่งต้องรู้ก่อนว่าทักษะคมหอกที่ได้ถูกใช้โดยยุทธภัณฑ์ชั้นยอดนั้นนับว่าแข็งแกร่งมากแล้วแต่ในตอนนี้ยุทธภัณฑ์ชั้นยอดเล่มนี้นั้นได้ถูกใช้โดยบรรพชนของราชวงศ์จ้าวผู้ที่อยู่ในระดับที่ 9 ของแดนสวรรค์วิญญาณฉะนั้นแล้วเรื่องอำนาจของมันนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นแข็งแกร่งที่สุดจนเหนือคำบรรยาย



ตั้งแต่ทักษะหมื่นคมหอกได้ปรากฏขึ้นมานั้นมันทำให้ท้องฟ้าและแผ่นดินถึงกับสั่นสะเทือนสภาพลมฟ้าอากาศก็ยังเปลี่ยนแปลงไปมากจนน่ากลัว



ในทันทีทุกคนจากราชวงศ์เจียงที่ได้เห็นฉากนี้นั้นพวกเขาทุกคนก็ล้วนได้ปรากฏเหงื่อเย็นขึ้นมาบนใบหน้าของพวกเขา เพราะว่าพวกเขานั้นกลัวว่าชูเฟิงนั้นจะไม่สามารถต้านทานพลังอำนาจที่แสนหน้ากลัวของบรรพชนเก่าของราชวงศ์จ้าวนี่ได้



แต่ทว่าชูเฟิงนั้นกลับไม่ได้คิดที่จะหลบเลี่ยงเลยแม้แต่นิดเดียว เขาได้กำฝ่ามือของเขาแน่นพร้อมกับปรากฏขวานอสูรฟ้าขึ้นมาบนมือของเขา หลังจากนั้นเขาก็ได้เหวี่ยงแขนของเขาออกไปพร้อมกับยิ่งใบมีดสีดำออกไปจำนวนนับไม่ถ้วน



เมื่อกลุ่มพายุใบมีดสีดำปะทะเข้ากลับคมหอกนับหมื่นมันจึงได้เกิดการระเบิดดังออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดระลอกคลื่นของพลังอำนาจได้แพร่กระจายออกไปทั่วทุกทีมีหลายคนที่โดนลูกหลงจากเศษเสี้ยวพลังของพวกเขาและผู้คนที่ได้โดนมันนั้นมันถึงกลับทำให้พวกเขาถึงแก่ความตายในทันที



*** บูม *** จู่ ๆ ภายในคลื่นระเบิดนั้นก็ได้มีกลุ่มฝูงคมหอกฝูงหนึ่งบินตรงมายังชูเฟิง ซึ่งนั้นก็หมายความว่าทักษะการโจมตีของบรรพชนราชวงศ์จ้าวนั้นจริงสามารถทะลวงใบมีดสีดำของชุเฟิงออกมาได้



*** หวืบ *** ในสถานการณ์เช่นนี้แม้แต่ตัวชูเฟิงเองนั้นก็ยังขมวดคิ้วของเขาเบา ๆ แล้วรีบใช้มังกรเดินทางผ่านเก้าสวรรค์แล้วกลายเป็นภาพเบลอของเส้นแสงเพื่อหลบหลีกการโจมตีของคมหอก



         “ฮืม..พลังอำนาจการต่อสู้ของเจ้าเด็กเวรนี่นั้นเป็นของจริงและทักษะการต่อสู้ของมันนั้นก็ดูเป็นประโยชน์เอาอย่างมากแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามอำนาจพลังวิญญาณของมันนั้นไม่เสถียนมากเกินไปแถมระดับพลังวิญญาณก็ยังน้อยกว่าถึงหนึ่งขั้น ผลสรุปมันได้ออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่าอีกไม่นานนี้ตาเฒ่าชุดประหลาดจากราชวงศ์จ้าวจะต้องเป็นฝ่ายชนะอย่างแน่นอน” เมื่อเห็นฉากการต่อสู้นี้มุมปากของบรรพชนราชวงศ์หลิวก็ได้ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาในทันทีและความกังวลใจของเขาก็ได้ถูกบรรเทาลง



แม้ว่าเขานั้นจะไม่ได้เข้าไปยุ่งในการต่อสู้แต่เขาก็ได้หวังเอาไว้ว่าบรรพชนของราชวงศ์จ้าวนั้นจะเป็นฝ่ายชนะ เพราะว่าเขาราชวงศ์ของเขาและราชวงศ์จีในตอนนี้นั้นได้ตกอยู่ในภัยคุกครามของราชวงศ์เจียงจึงไม่อาจช่วยเหลือราชวงศ์จ้าวได้ และในตอนนี้ก็มีเพียงแค่ราชวงศ์จ้าวเท่านั้นที่กำลังต่อสู้อยู่กับราชวงศ์เจียง



แต่ถ้าหากว่าบรรพชนเก่าของราชวงศ์จ้าวนั้นสามารถเอาชนะชูเฟิงของราชวงศ์เจียงลงได้ก็จะไม่มีใครที่สามารถกดขี่ขมเหงราชวงศ์จ้าวได้อีกต่อไป เมื่อถึงตอนนั้นต่อให้ทั้งสองราชวงศ์ไม่ต้องเข้าไปช่วย ราชวงศ์เจ้าก็ยังสามารถเอาชนะราชวงศ์เจียงด้วยตนเองได้อย่างง่ายดาย



         “หนอยเจ้าเด็กเหลือขออย่าให้มันได้ใจมากเกินไปนักไหนลองมาแสดงให้ข้าดูหน่อยซิว่าเจ้าจะสามารถหนีออกไปจากเงื้อมมือของข้าได้เช่นไร!” เมื่อเห็นว่าการโจมตีของเขานั้นกำลังไล่ต้อนชูเฟิงอยู่ในตอนนี้เขาก็ยิ่งกลายเป็นได้ใจมากยิ่งขึ้น เขาได้จับหอกสีเงินที่อยู่ในมือของเขาเหวี่ยงออกไปทางชูเฟิงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด



แต่ไม่ว่าเขานั้นจะปาไปสักกี่ครั้งมันก็ไม่โดนชุเฟิงเลยสักครั้งเพราะว่าความเร็วมังกรเดินทางผ่านเก้าสวรรค์ของชูเฟิงนั้นเป็นอะไรจริงที่รวดเร็วมาก มันเร็วมากกว่าแต่ก่อนถึงหลายเท่าความสามารถของมันนั้นได้เพิ่มขึ้นตามระดับพลังวิญญาณของชูเฟิง เพราะฉะนั้นแล้วในสถานการณ์เช่นนี้นั้นไม่ว่าบรรพชนเก่าของราชวงศ์จ้าวนั้นจะโจมตีชูเฟิงด้วยคมหอกสักเท่าไหร่มันก็ไม่อาจที่จะทำอันตรายใด ๆ กับชูเฟิงได้เลยแม้แต่น้อย



        “ไอ้สารเลวเอ๋ยนี่เจ้าเป็นลิงกลับมาเกิดรึยังใง เจ้าคิดว่าเจ้าจะสามารถหลบมันไปได้ซะทุกครั้งอย่างนั้นหรือไม่?” หลังจากที่การโจมตีของบรรพชนเก่าของราชวงศ์จ้าวนั้นได้พลาดเป้ามาแล้วหลายครั้งมันก็แทบจะทำให้เขาในตอนนี้นั้นพ่นไฟออกมาจากปากของเขาเองได้เลยทีเดียวเขาในตอนนี้นั้นทำได้แต่กัดฟันของเขาแน่นด้วยความโกรธ



        “ฮ่า ๆ ตาเฒ่าท่านมีความสามารถแค่นี้เองอย่างนั้นหรอนี่หรอวิธีการจัดการคนอื่นของท่าน? ฮ่า ๆ เจ้าได้สูญเสียเวลาไปนับหลายสิบปีแต่กลับมีความสามารถแค่นี้นับว่าชั่งไร้ค่ายิ่งนักเจ้ามันไม่มีดีอะไรเลย”



        “ข้านั้นก็เป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มที่มีดีความรวดเร็วเท่านั้น แต่ท่านมีความสามารถแต่กลับทำอะไรข้าไม่ได้ ถ้าหากท่านยังคงจั่วลมอยู่แบบนี้ต่อไป ก็จงยอมรับความพ่ายแพ้ซะเถอะเพราะว่าข้านั้นสามารถวิ่งอย่างนี้อีกไปได้อีกนานและมันก็นานพอที่จะพอที่จะพาท่านไปถึงวันตายของท่านได้เลยล่ะ!” ชูเฟิงไม่รู้สึกถึงความอับอายในการหลบหนีไปมาของเขา เขาได้เอาแต่เยาะเย้ยบรรพชนของราชวงศ์จ้าวที่มีความเร็วเป็นรองเขา



        “ไอ้เจ้าเด็กเวรอย่าให้มันได้ใจมากนัก! เจ้าคิดว่าความเร็วของเจ้านั้นมันดีมากนักใช่ไหมงั้นเดี้ยวมาดูกันว่าทักษะการต่อสู้ทางกายภาพของเจ้านั้นมันจะดีสักแค่ไหน?” บรรพชนเก่าของราชวงศ์จ้าวได้ตะโกนกล่าวออกมาอย่างเย็นชาพร้อมกับก้าวขึ้นไปบนอากาศและถือหอกเงินของเขาแล้วกลายเป็นภาพเบลอของเส้นแสงมุ่งตรงไปยังชูเฟิงด้วยความเร็วสูง มันอาจกล่าวได้เลยว่าความเร็วของเขานั้นเป็นเร็วกว่าทักษะมังกรเดินทางผ่านเก้าสวรรค์เป็นอย่างมาก



       “นี่ไม่ดี! เขานั้นเป็นถึงผู้เชียวชาญระดับ 9 แดนสวรรค์แท้จริงและเป็นบุคคลที่มีพลังเป็นอนันต์อีกเพียงแค่ขึ้นตอนเดียวพวกเขาก็จะไปถึงเขตแดนของเทพสงคราม



        “ด้วยระดับพลังวิญญาณที่ไม่เสถียรของชูเฟิงที่อยู่เพียงแค่ระดับ 8 ของแดนสวรรค์วิญญาณข้าเกรงว่าเขาอาจไม่สามารถเอาชนะบรรพชนเก่านั้นได้.” เมื่อพวกเขาได้เห็นว่าบรรพชนเก่าของราชวงศ์จ้าวกำลังไล่ตามชูเฟิงด้วยความเร็วสูงสุดและระยะห่างของพวกเขานั้นก็เริ่มใกล้กันทีละนิด มันทำให้ เจียง ยี่หนี่ และคนอื่น ๆ นั้นเป็นกังวลมากขึ้นพวกเขาได้ย่นคิ้วของพวกเขาและปรากฏเหงื่อเย็นบนใบหน้าเมื่อได้มองขึ้นไปยังชูเฟิง



        “พวกท่านทั้งหมดนั้นไม่เข้าใจน้องชายของข้า” แต่ทันใดนั้น จาง เทียนยี่ ก็ได้ปรากฏขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มแล้วมองไปยังชูเฟิง



        “เจ้าหมายความว่าเช่นไร?” หลังจากที่ได้ยินคำพูดของ จาง เทียนยี พวกเขากลายเป็นงงงวยกันในทันที



       “แค่มองดูก็รู้แล้ว ถึงแม้ว่าบุคคลผู้นั้นจะมีความแข็งแกร่งและแข็งแรงมากแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าน้องชายชูเฟิงของข้าแล้วล่ะก็เขานั้นจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน” ในมุมปากของ จาง เทียนยี กลายเป็นรอยยิ้มกว้างพร้อมกับกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น



หลังจากที่พวกเขาได้ยินคำพูดของ จาง เทียนยี แม้ว่า เจียง ยี่หนี่ และคนอื่น ๆ นั้นจะยังมีความสงสัยอยู่บ้างแต่ว่าความตรึงเครียดในหัวใจของพวกเขานั้นก็นับว่าสงบลงไม่น้อย หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไรแล้วจับจ้องสายตาของพวกเขาขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วคอยดูสถานการณ์ต่อไป



เพียงในขณะที่ช่วงเวลานั้นบรรพชนเก่าของราชวงศ์จ้าวก็ได้อยู่ห่างจากชุเฟิงเพียงไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตร เขาก็ได้นำหอกของเขาออกมาอีกครั้งพร้อมกับปรากฏลมหมุนขึ้นรอบๆหอกของเขาและมันก็พร้อมที่จะยิ่งออกมาได้ทุกเมื่อ



‘อึก’ เมื่อเห็นเช่นนั้นใบหน้าของชูเฟิงก็ได้เปลี่ยนแปลงไปมากเพราะว่าด้วยระยะทางแค่นี้นั้นเขาไม่สามารถที่จะหลบการโจมตีของบรรพชนเก่าราชวงศ์จ้าวได้พ้นเป็นแน่



         “ข้าจะฆ่าเจ้า!” ในสถานการณ์เช่นนี้ชูเฟิงได้คึกคำรามออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดและในมือของเขายังปรากฏขวานอสูรฟ้าออกมา และดับเครื่องชนไปยังบรรพชนเก่าในทันทีราวกับว่าเขานั้นต้องการที่จะตายไปพร้อมกับบรรพชนเก่า



        “ฮ่า ๆ ไอ้เจ้าโง่ นี่เจ้าไม่รู้รีอย่างไรว่าถ้าเจ้านั้นต้องการที่จะเดิมพันด้วยชีวิตทั้งหมดของเจ้าเจ้าก็จะต้องมีความแข็งแรงที่มากพอถึงจามารถทำเช่นนั้นได้” แต่เมื่อเห็นใบมีดสีของขวานอสูรฟ้านั้นใบหน้าของบรรพชนเก่าราชวงศ์จ้าวก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาในทันทีเพราะว่าด้วยอำนาจของหอกเขานั้นมีหรือที่ใบมีดสีดำนั่นจะสามารถต้านทานได้ ฉะนั้นแล้วการกระทำของชูเฟิงในตอนนี้นั้นมันเท่ากับการฆ่าตัวตายชัด ๆ 



เขานั้นไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าใบหน้าของชูเฟิงที่แสดงออกถึงอาการตื่นตระหนกอยู่นั้นในตอนนี้ก็ได้ปรากฏร้อยยิ้มเย็นขึ้นบนมุมปากของเขามันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น



ในขณะเดียวกันที่เคล็ดลับทักษะหอกนั้นกำลังจะทลายผ่านใบมีดสีดำของชูเฟิงเข้ามา ทันใดนั้นชูเฟิงก็ได้ปล่อยขวานอสูรฟ้าที่อยู่ในมือของเขาออกไปและยื่นฝ่ามือของเขาออกไปข้างหน้าของบรรพชนเก่าราชวงศ์จ้าวแทนพร้อมกับพูดว่า



        "ทักษะพยัคฆ์ขาวสังหาร"



* * * * * * * * โฮกกก ~~~~~~~~~~~~



เสียงร้องของพยัคฆ์ได้ดังก้องพร้อมกับควันสีขาวได้ระเบิดออกมาจากฝ่ามือของชูเฟิง ซึ่งควันสีขาวนั้นได้เปลี่ยนแปลงกลายเป็นกรงเล็บลายเสือสีขาวพากดำ ซึ่งมันเป็นที่แน่นอนว่านี่คือทักษะเร้นลับในตำนานของชูเฟิงทักษะพยัคฆ์ขาวสังหาร



ทักษะพยัคฆ์ขาวสังหารนั้นเป็นพลังอำนาจที่หาเปรียบไม่ได้พลังอำนาจของมันนั้นจะยิ่งน่ากลัวเพิ่มมากขึ้นตามระดับพลังวิญญาณของผู้ใช่และในตอนนี้ชูเฟิงนั้นก็มีระดับพลังวิญญาณที่สูงมาก ฉะนั้นแล้วทักษะคมหอกของยุทธภัณฑ์ชั้นยอดที่อยู่ในด้านหน้าของมันนั้นนับว่าอ่อนแอมาก อำนาจที่น่ากลัวของทักษะพยัคฆ์ขาวสังหารนั้นได้แยกมันออกเป็นชิ้น ๆ 



        “อ่ะ…นี่หรือว่าจะเป็นทักษะเร้นลับในตำนาน?!” ในทันทีใบหน้าของบรรพชนเก่าราชวงศ์จ้าวก็ได้เปลี่ยนไปในทันที การแสดงที่สงบเสงี่ยมของเขาก่อนหน้านี้ได้หายไปภายในทันทีเขาได้หันหลังออกไป และพยายามที่จะหลบหนี



เพราะว่าความรู้สึกที่เขาได้จากทักษะเร้นลับพยัคฆ์ขาวสังหารนั้นชั่งดูน่ากลัวอย่างแท้จริง และเขากลัวว่าจะไม่สามารถป้องกันทักษะการต่อสู้นี้ได้



แต่ไม่ว่ายังใงในตอนนี้มันก็ได้สายเกินไปแล้ว เพราะว่าระยะห่างของเขาและชุเฟิงนั้นจริงเป็นเพียงแค่ไม่กี่สิบเมตร และด้วยรูปร่างของทักษะพยัคฆ์ขาวสังหารมันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะหลบมันพ้น



*** ตูม ***



แต่แล้วในขณะที่บรรพชนเก่าของราชวงศ์จ้าวนั้นกำลังหันหลังอยู่ เข้าก็ได้โดนทักษะพยัคฆ์ขาวสังหารกระแทกเข้าที่กลางหลังเต็ม ๆ อย่างรุนแรง



"อ้า!"



*** ฟูมมม ***



ในทันทีบรรพชนเก่าของราชวงศ์จ้าวได้ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาเปิดปากของเขาและเลือดสด ๆ ได้กระจายออกมาจากปากของเขาในทันที



และในขณะเดียวกันก็ได้มีเสียงประทุออกมาจากร่างกายของเขา มันเป็นเสียงของกระดูกและอวัยวะภายในร่างกายของเขาทั้งหมดกำลังถูกทำลายและในที่สุดทักษะพยัคฆ์ขาวสังหารก็ได้พุ่งทะลุร่างกายของเขาออกมาจากด้านหลังของเขา

ReadMGA
#################################################################################################