วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 522 – ภัยพิบัติทางธรรมชาติ


     ในขณะนั้น สมาบิกหลายหมื่นคนของราชวงศ์เจียง กำลังแหงนหน้ามองไปยังท้องฟ้า เพื่อดูเหตุการณ์ที่สุดแสนจะแปลกประหลาด



     ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง ลิ้นพวกเขาพากันจุกปากแน่น ในขณะที่พวกเขากำลังมองเหตุการณ์ในท้องฟ้า



     ชูเฟิง เป็นบุคคลที่น่ากลัวมาก เพราะในตอนนี้ มือเท้าของชายคนนั้นกำลังสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ในแววตาของเขาเต็มด้วยความลึกลับ ไม่รู้ว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์กันอย่างไรแน่



     ในหัวใจของทุกคนต่างเต็มไปด้วยคำถาม ว่าทั้งสองคนรั้นมีความสัมพันธ์เช่นไรต่อกัน พวกเขาจึงจ่องมองไปยังท้องฟ้าอย่างใจจดใจจ่อ เพื่อค้นหาคำตอบของพวกเขา



     “ยกโทษให้ข้าด้วย !! ข้ารู้ว่าข้าผิด !! ข้าไม่ควรล่วงล้ำเข้ามายังอาณาเขตของท่าน และไม่ควรทำลายความสงบสุขของท่าน !!”



     “ได้โปรดให้อภัยแก่ข้าสักครั้ง !! ไม่ว่าท่านต้องการสิ่งใดข้าก็จะทำมันให้สำเร็จ !!”



     ชายคนนั้นกล่าวอ้อนวอนต่อ ชูเฟิง ด้วยความหวาดกลัว เขาจะแอบมองไปที่ใบหน้าของ ชูเฟิง เป็นครั้งคราว เมื่อเขาเห็นใบหน้าของ ชูเฟิง ร่างกายของเขายิ่งสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่าน ( ความกลัว )



     เมื่อเห็นเช่นนั้น ชูเๆง รู้สึกตกใจอย่างมาก เขาไม่ได้เป็นคนโง่ เขาสามารถเชื่อมโยงเหตุการณ์ในตอนนี้ กับคำกล่าวของ ชูหยวน(พ่อบุญธรรม ชูเฟิง) ได้อย่างดี เขาจึงคาดเดาบางอย่างได้



     ผู้ชายคนนี้ย่อมไม่ใช่สมาชิกตระกูลที่แท้จริงของเขา แต่เขาน่าจะทำอะไรผิดบางอย่าง จึงถูกคาดโทษเอาไว้



     แต่ด้วยความแข็งแกร่งของเขา และด้วยพลังวิญญาณของเขา การจะฆ่าเขาทิ้งไปนั้น ย่อมเป็นเรื่องน่าเสียดาย ดังนั้น เขาจึงได้รับภารกิจในการคอยปกป้อง ชูเๆง



     และคนที่สามาาถจัดการทุกอย่างเช่นนี้ได้ ในหัวใจของ ชูเฟิง คาดเดาเอาไว้ว่า น่าจะเป็นพ่อที่แท้จริงของเขาอย่างแน่นอน



     เพราะเมื่อชายคนนี้เห็น ชูเฟิง แล้วเขาเกิดความหวาดกลัวนั้น แท้จริงแล้วเขาหวาดกลัวต่อบุคคลที่มีลักษณะคล้ายกับ ชูเฟิง และบุคคลที่มีลักษณะคล้ายกับ ชูเฟิง ก็จะต้องเป็นพ่อของ ชูเฟิง



     แต่ในตอนนี้ ชูเฟิง ไม่อาจคิดมากไปกว่านี้ เพราะสิ่งสำคัญตอนนี้คือเขาจะต้องใบ้ความหวาดกลัวของชายคนนี้ให้เป็นประโยชน์ เขาจะต้องควบคุมการกระทำของชายคนนี้



     “เจ้าจำภารกิจที่ข้ามอบให้เจ้าได้รึไม่ !!” ชูเฟิง กล่าวถามอย่างรวดเร็ว



     “ภารกิจ !!” เมื่อได้ยืฝินดังนั้น ชายคนนั้ยก็ตกตะลึง และหลังนั้นเพียงชั่วอึดใจเขาก็กล่าวออกมาว่า “ท่านให้ข้าปกป้องเด็กคนหนึ่ง”



     “เด็กคนนั้นชื่อว่าอะไร !?” ชูเฟิง ถามต่อ



     “เขาชื่อ…..เขาชื่อ…..” ใบหน้าของเขาเต็มไปความรนลาน แววตาครุ่นคิด เพียงชั่วครู่ ราวกับเขา “ยกภูเขาออกจากอก” เขากล่าวออกมาอย่ามีความสุขว่า “เขาชื่อ ชูเฟิง ท่านให้ข้าปกป้องเด็กที่ชื่อว่า ชูเฟิง และเขาไม่มีชื่ออื่น หรือแซ่อื่นๆ”



     “แล้วตั้งแต่นั้นเจ้าได้ปกป้องเด็กคนนั้นหรือไม่” ชูเฟิง ถามอย่าฝรวดเร็ว



     “ข้า..ข้า…..” ใบหน้าของชายคนนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอีกครั้ง เขาหันไปรอบๆ และหันดลับมามองที่ ชูเฟิง อีกครั้ง และกล่าวอย่างกระวนกระวายว่า “โปรดเมนนา !! โปรดเมตตา !!”



     “ฮึ่ม !! เจ้ากล้าที่จะผัดคำสัญญาและไม่ปฏิบัติตามภารกิจของพ่อข้า เจ้าไม่กลัวว่สเขาจะโกรธ แล้วมาฆ่าเจ้าเช่นนั้นรึ” ชูเฟิง กล่าวออกมาอย่างเย็นชา ถ้าชายคนนี้หวาดกลัว แน่นอนว่าเขาจะต้องเป็นคนรับใช้ของ ชูเฟิง



     “พ่อของท่าน…..เขาอยู่ไหน !!” ชายคนนั้น กล่าวออกมาขณะที่มองไปรอบๆ ด้วยใบหน้าตกตะลึง และหันกลับมามองที่ ชูเฟิง ด้วยความหวาดกลัว



     “ข้า ชูเฟิง บุคคลที่เจ้าควรปกป้อง !!”



     “แต่เจ้ามันบ้าเกินไป เจ้าไม่ได้คอยอยู่เคียงข้างข้า เพื่อคอยปกป้องข้า แต่เจ้ากลับไปช่วยศัตรูของข้าโจมตีข้าอีก !!” ชูเฟิง ตะโกนออกมาเสียงดัง



     “ศัตรู !! มันอยู่ไหน ข้าจะไปฆ่ามัน ฆ่ามัน !!” เมื่อเขาได้ยินคำว่า ‘ศัตรู’ ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป แววตาทั้งสองแข็งกร้าว จิตสังหารถูกปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรง แต่ในครั้งนี้ มันไม่ได้มุ่งสู่ ชูเฟิง และคนอื่นๆ



     “ตามข้ามา !! ข้าจะพาเจ้าไปฆ่ามัน !!” ชูเฟิง กล่าวด้วยน้ำเสียงบังคับบัญชา



     “ตามที่ท่านต้องการ” ชายคนนั้นไม่ได้ปฏิเสธคำสั่งของ ชูเฟิง เขาตอบรับและลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว



     จากนั้น เขาปลดปล่อยพลังสีทองจากหน้าผากของเขาออกมา พลังสีทองดังกล่าวเข้าไปห่อหุ้มร่างกายของ ชูเฟิง อย่างรวดเร็ว จากนั้นมันก็กลายเป็นเก้าอี้สีทอง



     เก้าอี้สีทองนี้มีความละเอียดอ่อนอย่างมาก มันมีลวดลายของมังกร และพญาหงษ์เพลิงสลักเป็นลวดลายบนเก้าอี้นั้น มันให้ความรู้สึกที่น่าตื่นใจของรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ



     “ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดคลุมสีทอง !!” ชูเฟิง ลอบถอนหายใจด้วยความตกตะลึง เขารู้ว่าชายคนนี้แข็งแกร่งมาก แต่เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่า ชายคนนี้จะเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ อีกทั้งยังเป็นถึงผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีทอง



     ความเชี่ยวชาญในรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณของเขานั้นแข็งแกร่งมาก เพราะเขาสามารถบีบอัดรูปแบบอำนานพลังวิญญาณ เพื่อสร้างเก้าอี้ที่ละเอียดอ่อนมากขนาดนี้ออกมาได้



     ด้วยความแข็งแกร่งบองเขานั้น หากเขาไม่ได้เป็นบ้า ชูเฟิง ไม่กล้าที่จะจินตนาการเลยใาเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหน



     “ฟังคำสั่งของข้า หันไปทางทิศใต้” หลังจากที่ลอบถอนหายใจแล้วนั้น ชูเฟิง ยังคงแสดงออกถึงความเป็นผู้นำ เขากล่าวพร้อมกับชี้ไปยัง บรรพบุรุษของราชวงศ์จื่อ และคนอื่นๆ



     “ตามที่ท่านต้องการ !!” ชายคนนั้น กล่าฝพร้อมกับหันไปรับๆ ก่อนที่เขาจะกลายเป็นลำแสง และพุ่งตรงไปยังทิศใต้



     “เร็วเข้า !!” ในขณะนั้น ชูเฟิง รู้สึกว่าทิวทัศน์รอบข้างของเขากลายเป็นภาพเบลอ ในขณะที่เขากำลังพุ่งออกไปด้วสความเร็ว เขาต้องเพ่งไปข้างหน้าอย่างหนัก เพื่อกำหนดทิศทางของการเดินทาง



     ในขณะเดียวกันนั้น ทางทิศใต้ทหารของราชวงศ์จี และราชวงศ์หลิว กำลังเดินทางบนอากาศอยู่



     ในขณะที่พวกเขาเดินทางผ่านหลายที่ราบ และหลายหุบเขาไปนั้น



     “เกือบดีแล้ว” บรรพบุรุษของราชวงศ์จี กล่าววิเคราะห์ ก่อนจะสั่งการออกไป “หยุด !!”



     ภายใต้คำสั่งของเขานั้น ทหารจากทั้งสองราชวงศ์ได้หยุดนิ่งอยู่กลางอากาศอย่างรวดเร็ว



     “อาวุธลับนี่คืออะไร !! ทำไมพวกเราต้องออกมาไกลขนาดนี้ !?” บรรพบุรุษราชวงศ์กล่าวถามด้วยความสงสัย เพราะเขาอยากรู้ถึงสิ่งที่เรียกว่าอาวุธลับนี่



     “อาวุธนี่ไม่ใช่สิ่งธรรมดา ท่านคงได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนเช้าเมื่อไม่นานนี้ของ ทวีปฮาน ใช่ไหม” บรรพบุรุษของราชวงศ์จี กล่าวพลางยิ้มบาง



     “ท่านหมายถึงลูกไฟที่ตกลงมาจากท้องฟ้า และเข้าปกคลุมภูเขาไปหลายลูกเช่นนั้นรึ !!” บรรพบุรุษราชวงศ์หลิว กล่าวขณะที่ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว



     มันเป็นเพราะเขารู้เรื่องนี้ดี เขารู้ว่าทวีปฮานที่ราชวงศ์จีปกครองนั้น มีสามนิกายที่ทรงพลังครองครองพื้นที่ของหุบเขาอยู่



     และในช่วงเช้าของวันหนึ่ง ได้มีลูกไฟตกลงมาจากท้องฟ้าเข้าสู่หุบเขา จนทำให้สมาชิกของนิกายทั้งสามตายจนหมด



     สิ่งสำคัญที่สุดคือ เปลวไฟที่เกิดขึ้นนั้น ได้เผาทำลายพื้นที่ของป่าไหม้ไปจนหมด มันดูเหมือนว่าพลังของเปลวไฟไม่ธรรมดา และมันยังเป็นอันตรายต่อผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย



     ไม่เพียงเปลวไฟเหล่านั้นจะกลืนกินพื้นที่ของหุบเขา แต่พื้นที่เหล่านั้นกลับกลายเป็นพื้นที่ต้องห้ามไป เพราะแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งก็ไม่สามารถก้าวเข้าไปยังเปลวเพลิงนั้นได้ หากพวกเขาเข้าไป พวกเขาจะกลายเป็นเถ้าถ่านอย่างรวดเร็ว



     ด้วยความรุนแรงของเปลวเพลิงนั้น มันจึงถูกจัดให้เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ



     เมื่อเห็นว่าบรรพบุรุษของราชวงศ์หลิวแสดงใบหน้าแปลกๆ ออกมานั้น บรรพบุรุษของราชวงศ์จี ก็ยิ้มบางและกล่าวว่า “อาวุธลับของข้า คือเครื่องมือในการสร้างภัยพิบัติทางธรรมชาติ”

ReadMGA#Abhisit
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////