วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 534 - นี่คือจักรพรรดิแห่งยุทธภัณฑ์


ในตอนนั้นร่างขนาดใหญ่ ที่สามารถแตะท้องฟ้าได้และขณะที่อยู่พื้นดิน ปรากฏอยู่ด้านหน้า ในตอนนั้นไม่ว่าใครก็ต้องตกตะลึงด้วยบรรยากาศรอบๆมัน



ชูเฟิงนั้นรู้สึกถึงมัน อย่างชัดเจน ในตอนนั้น มันไม่ดีมีจิตสำนึกใดๆ พลังงานจากร่างกายคน พูดให้ชัดก็คือมันเหมือนกับเป็น พลังอำนาจจักรพรรดิ 



และที่เรียกว่า อำนาจพลังจักรพรรดินั่น มันมาจาก พลังของจักรพรรดิแห่งสงคราม



แม้จะเป็นเพียงอำนาจพลัง แต่ก็เป็นพลังที่ถูกที่ไว้โดย จักรพรรดิแห่งสงครามซึ่งมันแข็งแกร่งที่สุดที่ชูเฟิงเคยเห็น พลังของมันนั้นทรงพลังกว่าชายชุดดำอยู่หลายเท่าตัว อาจบอกได้ว่าทั้ง 2 นั้นไม่ได้เสี้ยวของมันเลย



       “นี่คือ พลังของจักรพรรดิแห่งสงครามอย่างนั้นหรือ มันเกิดจากอำนาจพลังวิญญาณ ดังนั้นมันสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ อีกทั้งยังไม่มีวันดับสูญและถูกยับยั้งได้อย่างนั้นสินะ” ชูเฟิง พูดขึ้นด้วยความตกใจ 



มันเป็นเพราะชูเฟิงรู้สึกว่าตนนั้นอ่อนด้อยแค่ไหน เขารู้สึกว่าตัวเองนั้นเป็นแค่ไรฝุ่น เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังอำนาจจักรพรรดิ



        “ไม่ จิตสำนักจะตายไปแล้ว เหลือแต่อำนาจพลังจักรพรรดิ  แต่นั่นก็ทำให้มันสามารถอยู่ต่อไปได้อีกนับหมื่นปี ภายในประตูจักรพรรดิ์นั่นคือสมบัติ มันเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแท้จริง หากข้าคาดเดาไม่ผิดภายใน ประตูนั้นจะต้องมีจักรพรรดิแห่งยุทธภัณฑ์อยู่.”



       “ อำนาจพลังจักรพรรดินั้นอยู่ในประตูจักรพรรดิ นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมมันไม่หายไปเมื่อผ่านเวลานาน พูดง่ายๆคือ มันได้อาศัยซึ่งกันและกัน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมจักรพรรดิแห่งยุทธภัณฑ์ถึงได้แข็งแกร่ง เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ถูกสร้างโดยผู้เชี่ยวชาญอาณาจักร จักรพรรดิแห่งสงคราม แต่เพราะมันยังมีพลังจักรพรรดิแห่งสงครามอยู่ในตัวอีกด้วย” ต้านต้าน อธิบาย



แม้ว่ามันจะเป็นครั้งแรกที่ต้านต้านได้เห็นอำนาจพลังระดับจักรพรรดิ และ ประตูจักรพรรดิ แต่ด้วยประสมการณ์ของเธอที่มากกว่าชูเฟิงหลายเท่าตัวนั้น เธอจึงรู้จักมันมากกว่าชูเฟิงอย่างแน่นอน



แม้ว่าเธอจะไม่ได้มีอำนาจวิญญาณ แต่เธอก็สามารถวิเคราะห์มันได้ด้วยตาเปล่า



        “จักรพรรดิแห่งยุทธภัณฑ์อย่างนั้นหรือ” หลังจากต้านต้านพูดจบ ชูเฟิงก็พูดออกมาด้วยความตกใจ



นับตั้งแต่ได้รับ ขวานอสูรฟ้า ชูเฟิงก็เคยถามต้านต้านหลายครั้งเกี่ยวกับอาวุธที่มีพลังเหนือกว่ายอดยุทธภัณฑ์



และต้านต้าน ก็ได้บอกเขาไปเกี่ยวกับยุทธภัณฑ์พวกนี้ว่า



ยุทธภัณฑ์ปกติ ถูกสร้างด้วยเหล็ก คนปกติสามารถสร้างมันได้ 



และดีขึ้นมาหน่อยจะถูกสร้างด้วยวัสดุที่ดีกว่า แต่ไม่ว่าจะสร้างด้วยวัสดุชนิดใดเมื่อผู้เชี่ยวชาญระดับสูงใช้แล้ว มันก็จะพังลงอย่างง่ายดาย



ดังนั้นเมื่อระดับการบ่มเพาะของผู้บ่มเพาะนั้นไปถึงในระดับนึง แล้วยุทธภัณฑ์ที่ถูกสร้างด้วยวัสดุพิเศษนั้นก็ไม่มีประโยชน์เลยที่จะนำมาใช้ มีเพียงแต่ยุทธภัณฑ์ที่ถูกสร้างโดยผู้เชี่ยวชาญระดับสูงเท่านั้น ที่จะมีความสามารถที่เป็นเอกลักษณ์



และยุทธภัณฑ์ที่ถูกสร้างโดยคนระดับเจ้าแห่งสงครามนั้น จะถูกเรียกว่ายุทธภัณฑ์ชั้นยอด หรือยอดยุทธภัณฑ์ และยุทธภัณฑ์ที่ถูกสร้างโดยผู้เชี่ยวชาญระดับ ราชันย์แห่งสงครามจะถูกเรียกว่า ราชันย์แห่งยุทธภัณฑ์ หรือ ยุทธภัณฑ์ระดับราชันย์ และยุทธภัณฑ์ที่ถูกสร้างโดยผู้เชี่ยวชาญอาณาจักร จักรพรรดิแห่งสงคราม ก็จะถูกเรียกว่าจักรพรรดิแห่งยุทธภัณฑ์ หรือ ยุทธภัณฑ์ระดับจักรพรรดิ



ในทวีปเก้าอาณาจักรนี้ ยอดยุทธภัณฑ์นับว่าเป็นสมบัติล้ำค่า เพราะมันไม่มีราชันย์แห่งยุทธภัณฑ์ หรือ จักรพรรดิแห่งยุทธภัณฑ์อยู่เลย และแม้แต่ภูมิภาคทะเลตะวันออกเองก็ไม่มีคนครอบครองยุทธภัณฑ์ระดับนี้เช่นกัน



แต่ต่อหน้าเขาในตอนนี้กับมี จักรพรรดิแห่งยุทธภัณฑ์ ปรากฏอยู่ และยังอยู่ในอาณาจักรมังกรฟ้าอีกด้วย ในตอนนั้นมันทำให้ชูเฟิงตกตะลึงอย่างมากและยากที่จะเชื่อในตาตัวเอง



แม้ว่าเขาจะรู้ว่ามันอันตราย เขาก็ไม่สามารถละสายตาไปจากมันได้ เขาจึงตรวจสอบมันด้วยสายตา



และเมื่อเขามองไปที่แสงสีทองด้านหลังประตูจักรพรรดิเขาก็พบว่ามันทำให้เขารู้สึกแปลกๆแต่มันก็ทรงพลังอย่างมาก



มันอาจพูดได้ว่าถ้าประตูจักรพรรดิ เป็นยอดยุทธภัณฑ์ มันก็น่าจะมีพลังที่จะสามารถฆ่าคนได้ที่อยู่ในรัศมีรอบๆได้



ดังนั้นชูเฟิง จึงเชื่อคำพูดของต้านต้าน และคิดว่าถ้าสุสานจักรพรรดินั้นไม่ธรรมดาอย่างมากและยังมีสิ่งกีดขวางด้วย แต่นี่เป็นจักรพรรดิยุทธภัณฑ์ที่เป็นตำนาน



และเมื่ออยู๋ต่อหน้าจักรพรรดิยุทธภัณฑ์ ชูเฟิงก็ต้องการที่จะครอบครองมันและนำมันมาใช้



แต่ในตอนนั้น เขาก็รู้ตัวเองดีกว่าเขายังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะครอบครองมัน



       “เพลิงสวรรค์แห่งความพิโรธของข้าสามารถเผาผลาญได้ทุกสิ่ง ใครต้องการต่อต้านข้ามันต้องตายยย!!!!” ในตอนนั้น ชายลึกลับก็ระเบิดเสียงดังออกมา



หลังจากนั้น แผลเป็นสีแดงเพลิงบนตัวเขาก็เกิดแสงออกมาอีกครั้ง และเกิดเปลวเพลิงระเบิดออกมาจากร่างเขา และเปลิวเพลิงนั่นก็กลายเป็นสัตว์ร้าย และโจมตีไปที่จักรพรรดิยุทธภัณฑ์



        “ไม่นะ!” เมื่อเห็นเช่นนั้นชูเฟิงก็ตะโกนออกมา ในใจเขากลัวว่าชายลึกลับนั้นจะไปสร้างความโกรธให้กับอำนาจพลังจักรพรรดิ



แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรอะไรได้ ในตอนนั้นชายลึกลับก็ตั้งเป้าไปที่ประตูจักรพรรดิ เขาไม่สนใจคำพูดของชูเฟิง และเรียกเพลิงออกมาเต็มกำลังเพื่อ โจมตีอำนาจจักรพรรดินั่น



อย่างไรก็ตามเมื่อ สัตว์เพลิงยักษ์เข้าไปใกล้อำนาจพลังจักรพรรดิ ก็มีมือขนาดยักษ์สีทองปรากฏขึ้นจากท้องฟ้าและฟาดใส่สัตว์ยักษ์ด้วยฝ่ามือ



ปัง หลังจากเสียงนั้น เพลิงกระเด็นไปทั่วทุกที่ และหลังจากนั้นมันก็หายไป ชายลึกลับที่ปล่อยเพลิงเหล่านั้นที่สามารถเผาทุกสิ่งได้ อย่างนั้น ก็รีบทำให้เพลิงนั้นมอดลงทันที



        “อ๋าา!”



เมื่อสัตว์เพลิงเหล่านั้นถูกบด ใบหน้าของชายลึกลับก็เปลี่ยนทันที และมีเลือดกระเด็นออกมาจากปากเขาเห็นได้ชัดว่าเขาได้รับผลกระทบไปเต็มๆ



และในตอนนั้น ชูเฟิงก็ตกใจอย่างมากเมื่อพบว่ารูปแบบวิญญาณรอบๆตัวเขานั้นสร้างลมขึ้นมาและหายไปในที่สุด



       “แข็งแกร่งยิ่งนัก.” ในตอนนั้นชูเฟิงนั้นยอมรับจากใจจริง เขารู้ว่าพลังอำนาจจักรพรรดินั้นแข็งแกร่ง แต่เขาไม่เคยคิดว่ามันจะแข็งแกร่งถึงขนาดเพียงแค่โจมตีครั้งเดียวก็ทำให้ชายลึกลับนั่นบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ 



        “ข้าจะฆ่ามัน!” ในตอนนั้นชายลึกลับนั่นไม่ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นล่าถอยแต่เขาจะโจมตีอำนาจพลังจักรพรรดิอีกครั้ง 



        “ชูเฟิงรีบถอยเร็วไม่งั้นเจ้าจะถูกลูกหลงจากเจ้าบ้านี้ด้วย!” ต้านต้านรีบเตือน



        “บัดซบ!!!.” ในตอนนั้นชูเฟิงไม่ได้ทำอะไร เขาหันกลับและรีบกลับไปในทางที่เขามา



ชายลึกลับนั่นเสียการควบคุมอย่างสมบูรณ์แล้ว และ พลังอำนาจจักรพรรดินั่นก็แข่งแกร่งอย่างมาก ถ้าชายลึกลับนั้นสร้างความโกรธให้กับอำนาจพลังจักรพรรดิ ไม่เพียงเขาต้องตาย ชูเฟิงอาจจะโดนลูกหลงไปด้วย



*ฮึ่ม*



อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้พลังอำนาจจักรพรรดินั่นก็ไม่ได้ทน มันเริ่มปล่อยคลื่นไร้รูปร่างออกมาจากตัวมัน



*ตูม*



เมื่อลมนั่นปะทะกับการโจมตีของชายลึกลับมันก็ระเบิดออกและทำให้การโจมตีของชายคนนั้นหายไป



       “พลังของเจ้ายังอ่อนแอเกินไป กลับไปซะกลับไปทางที่เจ้ามาเจ้ายังไม่คู่ควรที่จะครอบครองสิ่งนี้” ทันใดนั้น ก็มีเสียงดังมาจากพลังอำนาจจักรพรรดิที่อยู่ข้างในประตูจักรพรรดิ



เมื่อเสียงนั้นดันออกมา แม้สวรรค์และพื้นดินจะไม่สั่นสะเทือน แต่มันก็สามารถสะท้านใจคนไปถึงจิตวิญญาณ ชูเฟิงรู้สึกว่าเสียงนั่นสามารถฆ่าเขาและทำลายจิตสำนึกของเขา และทำให้เขาหายไปราวกับฝุ่นควันได้เลย 



อย่างไรก็ตามนี่เป็นแค่เสียงเตือนเท่านั้นและยังไม่มีจิตสังหารใดๆ นอกจากนี้หลังจากเสียงนั้นดังออกมาก็มีภาพที่สวยงามและพลังอำนาจจักรพรรดิที่ราวกับเชื่อมสวรรค์และโลกอยู๋ก็ค่อยๆหดตัวและกลับเข้าไปในประตูจักรพรรดิในที่สุด



และหลังจากนั้นก็ทำให้พื้นที่นี้กลับสู่ความสงบ

ReadMGA
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
แปลโดยท่าน#ฮาย

A : จักรพรรดิแห่งยุทธภัณฑ์งั้นหรอ ได้มาก็เยี่ยมเลยดิ ต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ อาณาจักร ราชันย์แห่งสงคราม ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้อีกต่อไป . . . .

B : ชูเฟิงยังไม่มีพลังพอที่จะใช้มันได้หรอก แต่แน่นอนว่าวันใดวันหนึ่งเค้าต้องได้มันไปครอบครอง

A : สมบัติภายในสุสานจักรพรรดิเต็มไปด้วยของล้ำค่าทั้งนั้น เชื่อได้เลยว่ายังไงพี่เฟิงก็คงไม่ได้ออกไปมือเปล่า

B : ถูกต้อง แต่เขาจะได้อะไรกลับไปบ้างต้องรอติดตาม.....