วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 537 - ดินแดนสงครามศักดิ์สิทธิ์


     “น่าจะเป็นเช่นนั้น แม้แต่ประมุขพรรคของข้า ก็ไม่อาจเอาชนะเขาได้ ดังนั้น ใครกันที่สามารถข่มขู่เขาได้เช่นนั้น”



     “แต่ ฮวางฟู่ ห่าวเยว้ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ ประมุขพรรคของข้าต้องทนทุกข์ทรมานจากความพ่ายแพ้ และทำให้ท่านรีบร้อนเพื่อจะได้ความแข็งแกร่ง จึงเลือกเดินเส้นทางที่ผิด สุดท้ายท่านก็จากไป” ชายชราชุดดำกล่าวพลางถอนหายใจ เห็ได้ชัดว่าเขาเสียใจกับการจากไปของประมุขพรรคของเขา



     เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชูเฟิง ยิ่งมีความสงสัยมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับพ่อของเขา เพราะด้วยความแข็งแกร่งของ ฮวางฟู่ ห่าวเยว้ ที่แข็งแกร่งมากขนาดนี้ พ่อเขาจะเป็นเช่นเช่นไร



     พ่อของเขาอาจจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ลึกลับของโลก และแม้แต่ชายชราชุดดำก็ไม่รู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของพ่อของเขา



     “ผู้อาวุโส ทำไม ฮวางฟู่ ห่าวเยว้ ถึงมีสภาพเป็นเช่นนี้ !?” ชูเฟิง แกล้งถามด้วยความสับสน เพราะเขาอยากได้เบาะแสของพ่อของเขาเพิ่มเติม



     “โฮะๆ บอกตามตรง ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมเขาถึงมีสภาพเป็นเช่นนี้ ข้าเองก็แปลกใจ และไม่คิดเลยว่าจะได้พบกับเขาอีกครั้ง” ชายชราชุดดำกล่าว ขณะยิ้มบางๆ พร้อมกับส่ายศรีษะเล็กน้อย



     “ผู้อาวุโส ทำไมรึ !?” ชูเฟิง กล่าวถามด้วยความงุนงง



     “มันเป็นเพราะ วิหารเพลิงผลาญสวรรค์ที่ถูกทิ้งร้างอยู่ภายในทะเลตะวันออก เมื่อเจ็ดปีก่อน” ชายชราขุดดำ กล่าว



     เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวใจของ ชูเฟิง ก็พองใหญ่ยิ่งขึ้น เขาคาดเดาว่า ชายชายชุดดำ จะต้องรู้บางอย่างแน่นอน เขาจึงกล่าวถามไปว่า “ผู้อาวุโส ท่านรู้เหรอ !?”



     “ดินแดนสงครามศักดิ์สิทธิ์” ชายชราชุดดำกล่าว



     “ดินแดนสงครามศักดิ์สิทธิ์ คืออะไรรึ !?” ชูเฟิง ถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ภายในหัวใจของเขาก็คาดเดาคำตอบเอาไว้บ้างแล้ว



     “ดินแดนสงครามศักดิ์สิทธิ์ คือ แกนกลางของโลกนี้…….อาจจะบอกได้ว่ามันเป็นโลกที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงก็ว่าได้”



     “เพราะในสถานที่แห่งนั้น เหล่าผู้เชี่ยวชาญทุกคนต่างมีพลังที่สูงมาก และแข็งแกร่งจนผู้เชี่ยวชาญภายนอกเช่นพวกเราไม่อาจเทียบเคียงได้แม้แต่น้อย”



     “ไม่ใช่เพียงแค่เหล่าผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แม้แต่เหล่าสัตว์ยักษ์ในสถานที่แห่งนั้น ก็ถูกยกระดับสูงขึ้นมากกว่าที่นี่อย่างมาก แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เต็มไปด้วยสมบัติมากมาย”



     “ดินแดนสงครามศักดิ์สิทธิ์นั้น อาจกล่าวได้ว่าเป็นความใฝ่ฝันของเหล่าผู้เชี่ยวชาญก็ว่าได้ แต่การที่พวกเขานะเข้าไปยังสถานที่แห่งนั้นได้ พวกเขาจะต้องผ่านการทดสอบสวรรค์เสียก่อน”



     “การทดสอบนั้นเรียกว่า เส้นทางสวรรค์”



     “เส้นทางสวรรค์ !?”



     “เส้นทางสวรรค์ เป็นคำเรียกที่เหมาะสมมาก เพราะผู้เชี่ยวชาญในดินแดนสงครามศักดิ์สิทธิ์นั้น มีระดับการบ่มเพาะพลังของพวกเขา เทียบเคียงได้กับพลังของสวรรค์ มันจึงเหมาะสมที่สุด ในการเรียกการทดสอบ เพื่อเข้าสู่ดินแดนสงครามศักดิ์สิทธิ์ ว่า เส้นทางสวรรค์”



     “เส้นทางสวรรค์จะปรากฏขึ้นปีละครั้ง ผู้ที่ตามล่าฝัน พวกเขาสามารถเข้าไปได้ แต่โชคชะตาของพวกเขา เป็นสิ่งที่ไม่สามารถกำหนดได้”



     “บางคนกล่าวว่า เส้นทางสวรรค์เป็นการทดสอบ ผู้ที่มีความสามารถ ก็จะผ่านไปได้”



     “บางคนกล่าวว่า เส้นทางสวรรค์ คือเส้นทางของการเกิดใหม่ ผู้ที่ผ่านเส้นทางสวรรค์ไปได้ จะได้เกิดใหม่ในดินแดนสงครามศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความนำเดิมของพวกเขา”



     “นอกจากนี้ยังมีบางคนกล่าวว่า เส้นทางสวรรค์ เต็มไปด้วยอันตราย ผู้ที่แข็งแกร่งจะผ่านไปได้ แต่สำหรับผู้ที่อ่อนแอ จะมีเพียงความตายที่รอพวกเขาอยู่”



     “แต่เรื่องที่แน่นอนที่สุด คือ ผู้ที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางสวรรค์ จะไม่สามารถกลับมาได้”



     “ดังนั้น จึงมีคำเล่าขานมาสองเรื่อง”



     “หนึ่งคือ เส้นทางสวรรค์ยากที่จะพบ ผู้ที่เข้าไปได้จะไม่ได้กลับมา”



     “อีกหนึ่งคือ เส้นทางสวรรค์คือสุสานบางอย่าง หากเข้าไปก็มีเพียงความตายที่รออยู่”



      “ทั้งสองคำกล่าว ได้ถูกยืนยันโดยวิหารเพลิงผลาญสวรรค์ ที่ตกทอดมาจากดินแดนสงครามศักดิ์สิทธิ์”



     “ผู้คนมากมายต่างเชื่อมั่นว่า หากพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นพวกเขาก็สามารถเข้าสู่ดินแดนสงครามศักดิ์สิทธิ์ได้ พวกเขาเชื่อมั่นว่าวิหารเพลิงผลาญสวรรค์คือเส้นทางสวรรค์ที่จะนำพาพวกเขาเข้าสู่เส้นทางสวรรค์ และเข้าสู่ดินแดนสงครามศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน”



     “แน่นอนว่า จากการล่มสลายของวิหารเพลิงผลาญสวรรค์ และการแยกตัวออกของพรรคมารทลายราตรีของข้า ทำให้ในตอนนี้ ทะเลตะวันออก มีขุมพลังที่แข็งแกร่งที่สุดคือ หมู่เกาะประหาร”



     “ยังไงก็ตาม ในตอนนี้ ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้น” ทันใดนั้น ชายชราชุดดำ ก็กล่าวออกมาพร้อมกับยิ้มบางๆ



     “ผู้อาวุโส ท่านหมายถึง ฮวางฟู่ ห่าวเยว้ รึ” ชูเฟิง กล่าวถาม



     “ถูกต้อง ในตอนที่วิหารเพลิงผลาญสวรรค์ได้พังทลายลงนั้น ข้าได้ไปเห็นมากับตาว่า ฮวางฟู่ ห่าวเยว้ และคนอื่นๆ ได้เข้าไปยังเส้นทางสวรรค์”



     “และในตอนนี้ฮวางฟู่ ห่าวเยว้ ได้กลับมายังดินแดนแห่งนี้ และข้าก็หวังว่าเขาจะสามารถเรียกคืนความทรงจำของเขา เกี่ยวกับความลึกลับของเส้นทางสวรรค์ และดินแดนสงครามศักดิ์สิทธิ์กลับมาได้”



     “ไม่ว่าดินแดนสงครามศักดิ์สิทธิ์จะมีอยู่จริงหรือไม่ แต่เส้นทางสวรรค์นั้น แน่นอนว่ามันเป็นของจริง ทุกๆ คนในทะเลตะวันออกต่างรู้ดี” ในขณะที่กล่าวนั้น แววตาของชายชราชุดดำก็ปรากฏแววครุ่นคิดเล็กน้อน ก่อนเขาจะกล่าวต่อว่า “หากเจ้าต้องการรู้เรื่องราวของ ฮวางฟู่ ห่าวเยว้ อีกล่ะก็ เจ้าสามาาถถามได้จากบุคคลผู้หนึ่ง”



     “ผู้ใด ??”



     “ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน !!”



     “ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน !?”



     “ถูกต้อง ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน นางเป็นสมาชิกของวิหารเพลิงผลาญสวรรค์ และเป็นคู่หมั้นของ ฮวางฟู่ ห่าวเยว้ ”



     “พวกเขาทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกัน แต่ในครั้งที่วิหารเพลิงผลาญสวรรค์ได้พังทลายลงนั้น ข้าก็ไม่ได้พบกับนางอีกเลย”



     “แต่จากการสืบหาเบาะแสของข้า ข้าก็รู้ว่านางรอคนรักของนางในสถานที่แห่งหนึ่ง แต่ด้วยสถานะของนาง จึงทำให้ข้าไม่อาจเข้าใกล้นางได้” ชายชราชุดดำกล่าว



     “รอคนรัก !! ในทะเลตะวันออกรึ ??” ชูเฟิง กล่าวถาม เพราะเขาจะต้องไปที่นั่น



     หลังจากที่ ฮวงหยู ห่าวฝู ได้ฝากเขาไว้กับ ชูหยวน นั่นทำให้ ชูเฟิงมั่นใจมากว่า จิตใจของ ฮวางฟู่ ห่าวเยว้ ยังคงชัดเจนอยู่บ้าง



     และไม่ว่าเขาจะได้ไปยังเส้นทางสวรรค์ หรือดินแดนสงครามศักดิ์สิทธิ์มาหรือไม่ แต่ด้วยความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดของเขากับ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน เขาควรจะไปเยี่ยมนางสักครั้ง



     ถ้าเขาไปหานาง และบอกบางสิ่งบางอย่างกับนาง แม้ว่ามันจะเป็นไปแทบไม่ได้ แต่อย่างน้อย นั่นก็ยังทำให้มีความหวัง



     มันแน่นอนแล้วว่า ตระกูลของ ชูเฟิง ไม่ได้ตั้งอยู่ในทะเลตะวันออก หรืออยู่ในเส้นทางสวรรค์ แต่ควรจะอยู่ในดินแดนสงครามศักดิ์สิทธิ์ แต่ ชูเฟิง ก็ยังคงไม่ปักใจเชื่อมากนัก



     เพราะด้วยพลังของสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ของเขานั้น เขาไม่มั่นใจว่ามันเป็นพลังของกายศักดิ์สิทธิ์ หรือเป็นพลังทางสายเลือด แต่มันเป็นพลังที่คนของดินแดนนี้ไม่อาจเข้าได้ และถ้าตระกูลของเขาตั้งอยู่ในดินแดนสงครามศักดิ์สิทธิ์ นั้นย่อมทำให้เขารู้สึกดีไม่น้อย



     และผู้ที่เป็นกุญแจไขความลับทั้งหมดนี้ก็คือ ฮวางฟู่ ห่าวเยว้



     และนอกจาก ฮวางฟู่ ห่าวเยว้ ยังมี ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ที่มีความเป็นไปได้ ว่านางอาจจะรู้ความลับอะไรบางอย่างก็เป็นได้



     ดังนั้น ชูเฟิง จึงไม่อยากที่จะพลาด ที่จะพบกับ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ซึ่งอาจเป็นเบาะแสเดียวเกี่ยวกับตระกูลของเขา

ReadMGA
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
A : เรื่องราว พ่อ แม่ ของชูเฟิงเป็นอะไรที่ลึกลับซับซ้อนซะจริง

B : มีแค่เบาะแสเพียงเบาะแสเดียวที่เหลือ นั้นก็คือที่ทะเลตะวันออก ใกล้ได้เวลาออกเดินทางแล้วซินะ

A : แต่ก่อนหน้าที่จะไป ชูเฟิง ก็ได้อาจารย์มาอีกคน คนๆนั้นจะเป็นใคร??? ต้องรอลุ้น

C : ผู้ก่อตั้งสำนักมังกรฟ้า!!!

A - B : ไม่บอก!!! แต่ผู้ก่อตั้งมังกรฟ้าได้ให้ตระกรุดกันกระสุน ก่อนออกได้ทางติดตัวไปด้วย ปุกเสกมา 99 วัด รับรองว่าเหนียวอย่างแน่นอน