วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 545 - ค่อยๆเผยความแข็งแกร่งออกมา


บนท้องฟ้า จาง เทียนยี่ นั้นยังคงแข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งขึ้น เพลิงที่ออกมาจากทุกส่วนจากร่างกายเขา นั้นกำลังปกคลุมร่างกายจนเหมือนเกาะป้องกันตัวเขา แม้แต่กระบี่ไม้ศักดิ์สิทธิ์ในมือเขาก็ดูไม่ธรรมดามันถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีฟ้า



และในตอนนั้น เขาก็เหมือนกับเป็นเทพสงคราม ที่ทั้งหล่อเหลา และทรงพลัง



     “จาง เทียนยี่ นี่ช่างแข้งแกร่งยิ่งนัก เขามีพลังที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ไว้ในครอบครอง.”ในความจริงแล้ว ผู้ชม แม้แต่คนในราชวงศ์เจียง ก็รู้สึกตกตะลึงในความแข็งแกร่งของ จาง เทียนยี่.



      “พลังเช่นนี้มัน นี่หรือว่า จาง เทียนยี่มีกลายศักดิ์สิทธิ์” มีคนบางคนพูดขึ้นมา



      “มันคือ ทักษะลับต้องห้าม.” ทันใดนั้น บรรพชนอาวุโสราชวงศ์เจียงก็พูดขึ้น



      “ท่านพ่อ เขาได้บ่มเพาะทักษะลับต้องห้ามอย่างนั้นหรือ เขาแข็งแกร่งขึ้นเพราะทักษะลับต้องห้ามอย่างนั้นหรือ” จักรพรรดิราชวงศ์ เจียงถามด้วยความตกใจ



อันที่จริงแล้ว เขาก็เคยสงสัยว่า จาง เทียนยี่นั้น เคยฝึกทักษะลับต้องห้ามมา และเขานั้นเคยเห็นแต่ผู้คนที่ใช้ทักษะต้องห้ามได้แต่ครึ่งๆกลางๆ เขาไม่เคยเห็นใครสามารถใช้มันอย่างสมบูรณ์ ได้แบบ จาง เทียนยี่เลย



      “มันคงจะเป็นทักษะลับต้องห้าม แต่อย่างไรก็ตาม ทักษะลับต้องห้ามมักจะมีผลกระทบอยู่.”



       “เขาไม่ธรรมดาเลย เจ้าหนูนี่ ไม่ธรรมดาจริงๆ มันเป็นครั้งแรกที่ข้าเคยเห็นคนที่ควบคุมทักษะลับต้องห้ามได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้แต่ เจียง หวู่ชาง ก็ไม่สามารถเอาชนะเขาได้.” บรรพชนอาวุโสราชวงศ์เจียง พูดขึ้นและในเวลาเดียวกันใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ 



เพราะทักษะลับต้องห้ามนั้นไม่ใช่อะไรที่คนธรรมดาจะมีได้ พวกมันนั้นจะช่วยเพิ่มพลังให้กับผู้ใช้อย่างมากเช่นเดียวกับกายศักดิ์สิทธิ์



ถ้าทุกคนสามารถฝึกมันได้ ในโลกนี้ก็จะไม่มีผู้อ่อนแออยู่เลย ดังนั้นทักษะลับต้องห้ามนั้นจึงยากที่จะฝึก และบางคนนั้นตายตั้งแต่เริ่ม



แม้แต่ผู้ที่สามารถฝึกมันได้นั้น ก็ไม่สามารถได้รับพลังจากมันอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะได้รับพลังจากทักษะลับต้องห้าม.



นอกจากนี้ นั้นความแข็งแกร่งของทักษะลับต้องห้ามนั้นแตกต่างกันไป ที่จาง เทียนยี่ใช้นั้นเป็นทักษะลับต้องห้ามที่แข็งแกร่งอย่างมากอันหนึ่ง แต่ยิ่งทรงพลังเท่าไหร่ก็ยิ่งยากที่จะควบคุม



จาง เทียนยี่นั้นได้แสดงถึงพลัง ที่สามารถใช่วืชาลับต้องห้ามได้อย่างสมบูรณ์แบบออกมา ดันนั้น เหตุผลที่เจียง หวู่ชางแพ้ให้กับจาง เทียนยี่นั้น บรรพชนอาวุโสเข้าใจในทันที เพราะ จาง เทียนยี่นั้นแข็งแกร่งมาก 



      “ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจาง เทียนยี่จะแข็งแกร่งขนาดนี้ ข้าไม่รู้เลยว่าชูเฟิงจะสู้กับมันได้อย่างไร.”



      “หรือว่า จาง เทียนยี่ จะแข็งแกร่งกว่าชูเฟิงจริงๆ” หลังจากได้ยินคำพูดของ บรรพชนราชวงศเจียง ทุกคนก็มองไปที่จาง เทียนยี่ และรู้สึกในใจว่าเด็กคนนี้ช่างเหนือจินตนาการยิ่งนัก



พวกเขารุ้สึกว่าถ้าจาง เทียนยี่นั้น ไม่ได้โดนชูเฟิงบดบังรัศมีไป บางทีเขาอาจจะเป็นนคนทีโด่งดังที่สุดในทวีปเก้าอาณาจักร



      “ฮึ่ม เจ้าหนูจาง เทียนยี่นั่นนใช้ทักษะบ้างแล้ว แต่นั่นก็ไม่ทำให้มันแข็งแกร่งที่สุดอยู่ดี เมื่อน้องเล็กของข้านั้นใช้พลังทั้งหมดของเขา จาง เทียนยี่ก็ต้องโดนเหยียบติดดินอย่างแน่นอน.” ราชันย์ลิงพูดขึ้นด้วยท่าทางหงุดหงิดที่ฝูงชนอวยจาง เทียนยี่จนเกินไป 



และในตอนน้น ผู้ก่อตั้งสำนักมังกรฟ้าก็ยิ้มขึ้น เขามองบนท้องฟ้าและไม่ได้พูดอะไร แต่เขามองไปที่ร่างของชูเฟิง



      “ศิษย์น้องชูเฟิง อย่ารอช้า ใช้พลังสายฟ้าที่เจ้าครอบครองไว้แล้วจบการต่อสู้นี้กันเถิด.” ในตอนนั้น จาง เทียนยี่ก็ส่งข้อความจิตมาหาชูเฟิง



      “บัดซบ เจ้าเด็กนี่อวดดีชะมัดยาก ชูเฟิงอย่าไปเห็นแก่หน้ามัน รีบใช้พลังสายฟ้าของเจ้าเร่งไปที่ระดับ 6 อาณาจักรสวรรค์และตบเจ้าเด็กเหลือข้อนี้ลงดินด้วยนิ้วแค่นิ้วเดียว แสดงให้มันเห็นว่าอย่ามาอวดดีแถวนี้.” ในตอนนั้นต้านต้านก็โวยวายอย่างหงุดหงิดออกมา



ด้วยคำพูดของต้านต้าน ชูเฟิงก็ยิ้มออกมา ถ้าเขาใช้พลังสายฟ้าในร่างของเขา และ เพิ่มพลังบ่มเพาะของเขาจนตอนนี้ เขาสามารถใช้แค่สายฟ้าสีทองก็เอาชนะจาง เทียนยี่ได้แล้ว



อย่างไรก็ตามเขาไม่ต้องการทำอย่างนั้นเ เขาไม่ต้องการที่จะให้ระดับพลังของตนสูงกว่า จาง เทียนยี่ และต้องการให้มันอยู่ในระดับเดียวกัน เพราะไม่งั้นมันจะไม่ยุติธรรม



      “ศิษย์พี่ จาง ข้าจะไม่ใช้พลังสายฟ้าที่เพิ่มระดับพลังของข้า แต่ในทางเดียวกันข้าก็จะไม่ยอมถอยให้ท่าน ข้าจะสู้กับท่านด้วยความสามารถอย่างสุดกำลัง.”



ชูเฟิงยิ้มออกมา และในตอนนั้นก็เกิดควันสีเขียวออกมาจากตัวเขา มันเริ่มเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ จนในที่สุดมันก็กลายเป็นม่านแสงสีเขียว



และบนม่านแสงนั่น ก็มีภาพของสัตว์ขนาดยักษ์ ที่มีรูปร่างเป็นเต่าด้านหลังมีงูขนาดยักษ์พันรอบตัวมันอยู่ มันทั้ง 2 นั้นเป็น1เดียวกัน และน่าเกรงขามอย่างมาก



สิ่งที่สำคัญที่สุดคือไม่เพียงแค่รูปภาพนั้น มันยังมี ตา 2 คู่ที่แดงก่ำราวกับเลือด ที่มันสามารถเคลื่อนไหวได้ ตอนแรกมันมอง ที่ จาง เทียนยี่ จากนั้นมันก็มองผู้คนที่อยู่ด้านใต้ ต่อจากนั้น เท้าของมันก็เริ่มขยับ และเดินเป็นวงกลมในม่านแสงนั่น มันไม่ใช่แค่ภาพปีศาจแล้ว มันดูเหมือนจะมีจิตวิญญาณด้วย



     “สวรรค์ นี่คืออะไรกัน นั่นไม่ใช่ว่ามันมีจิตวิญญาณหรอกหรือ แล้วพลังของมันจะขนาดไหนกัน”



และในตอนนั้นทุกคนก็ต้องตะลึงใน วิชาเกราะเต่าทมิฬของชูเฟิง เพราะสิ่งที่พวกเขาเห็นนั่นคือเจ้าเต่านั่นสามารถขยับได้ จึงไม่ทำให้คิดว่ามันเป็นเกราะธรรมดา



*โฮก~~~~~~~~*



หลังจากนั้น ชูเฟิงก็ถกแขนเสื้อขึ้นและก่อให้เกิดเสียงคำรามของเสือออกมา และมันก็สร้างความกลัวและความตกใจให้กับผู้คนอย่างมาก เพราะที่แขนของชูเฟิงนั้นมีควันสีขาว กระจายออกมา



ในที่สุดควันสีขาวก็ถูกแสดงออกมาเช่นนเดียวกับ เกราะเต่าดำ และกลายเป็นสัตว์ขนาดยักษ์พวกมันตึงหนึ่งสูงกว่า 10 เมตร และแม้แต่กรงเล็บก็ยาวเป็นเมตรราวกับเป็นเคียวขนาดใหญ่



และคนที่มีตาที่ดีเยี่ยมก็บอกได้ว่านั่นไม่ใช่กรงเล็บของสัตว์ทั่วๆไป แต่เป็นกรงเล็บของพยัคฆ์ขาว เพราะขนของมันนั้นมีสีขาวและมีลายสีดำพาดอยู่ นั่นแสดงให้เห็นว่ามันคือพยัคฆ์ขาว



อย่างไรก็ตาม พวกเขานั้นไม่กล้าที่จะยืนยันเพราะไม่เพียง กรงเล็บพยัคฆ์ทั้งใหญ่ทั้ง 2 ข้าง แต่ยังมีกลิ่นอายที่ราวกับว่าจะตัดทุกสิ่งอย่างและไม่สามารถหยุดมันได้อยู่



      “นี่มันทักษะอะไรกัน ทำไมมันถึงแข็งแกร่งเช่นนี้ ในชีวิตข้าไม่เคยเห็นทักษะเช่นนี้มาก่อน.”ทุกคนต่างตะลึง ในทักษะทั้ง 2 ของชูเฟิง เพราะมันทรงพลังอย่างมาก

ReaDMGA#ฮาย
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////