วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 550 - เข้าใจถึงแก่นแท้


     “วิธีค้นหาเส้นชีพจรหรอ ?” เมื่อได้ยินเช่นนั้นอาการงัวเงียของชูเฟิงก็หายไป



ก่อนหน้านี้ ต้านต้านเคยบอกเขาเกี่ยวกับ วิธีค้นหาเส้นชีพจร มันคือวิธีการค้นหาสิ่งที่แปลกประหลาดตามธรรมชาติ และทรัพยากรบ่มเพาะ



อย่างไรก็ตามวิธีการฝึกมันนั้นช่างน่าหนักใจมาก นอกจากนี้ในตอนนั้นชูเฟิงนั้นยังมีสิ่งที่ต้องทำอยู่ต้านต้านเลยยังไม่ได้บอกเขา.



ต้านต้านไม่ได้บอก และชูเฟิงก็ไม่ได้ถาม แต่ความจริงแล้วชูเฟิงนั้นต้องการที่จะรู้เรื่องวิธีค้นหาเส้นชีพจรอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นต้านต้านจึงเต็มใจที่จะบอกเขา



ดังนั้น เขาจึงย้ายจิตของตัวเองเข้ามายังพื้นที่โลกวิญญาณ



และเมื่อเห็นต้านต้าน ชูเฟิงก็ยิ้มและพูดว่า “ ต้านต้าน เจ้าพร้อมจะสอนข้าเรื่องวิธีค้นหาเส้นชีพจรแล้วสินะ”



      “ชูเฟิง ฟังให้ดีวิธีค้นหาเส้นชีพจรนั้น ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณทั่วไปไม่สามารถที่จะเข้าใจได้ แม้ผู้เชื่อมต่อระดับทองบางคนนั้นก็ยังไม่สามารถที่จะเรียนรู้มันได้เลย.”



      “เพราะมันเป็นความลับที่ไม่มีใครบอกต่อกันไป และจำนวนของคนที่รู้เรื่องนี้นั้นมีนิดเดียว และมันนั้นยังสำคัญกว่าทักษะเร้นลับของเจ้าด้วยซ้ำไป ถ้าเรื่องนี้ถูกแพร่กระจายออกไปอาจเกิดการนองเลือดก็เป็นได้.” ต้านต้าน พูด



       “อะไรนะ ผู้เชื่อมต่อทั่วไปไม่สามารถครองครองมันได้เลยหรือ มันสำคัญขนาดนั้นเลยอย่างนั้นหรือ”เมื่อฟังที่ต้านต้านพูดชื่อเฟิงก็พูดออกมา และยังถามต่ออีกว่า " ต้านต้าน เจ้าไปรู้เรื่องนี้มาจากไหน หรือว่าโลกอสูรฟ้าของเจ้า จะรู้กัน”



      “แน่นอนว่าไม่ วิธีค้นหาเส้นชีพจร นั้นถูกคิดขึ้นโดยผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณที่แข็งแกร่งมากๆ ข้านั้นได้เรียนจากอสูรวิญญาณอาวุโสคนหนึ่งที่แข็งแกร่งกว่าข้าหลายเท่าเพราะผู้อาวุโสคนนี้ คือผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณที่แข็งแกร่งมากๆคนนั้น.” ต้านต้านพูด



      “อะไรนะ ผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งกว่าเจ้าหลายเท่า” เมื่อเห็นเช่นนั้นน ชูเฟิงก็ตกใจ เพราะก่อนที่ต้านต้านจะถูกผนึก เธอแข็งแกร่งอย่างมาก ถ้าเป็นเช่นนั้น อสูรวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าเธอนั้นจะแข็งแกร่งขนาดไหน



      “มันเป็นอสูรวิญญาณที่น้อยคนจะกล้ามีเรื่องด้วยแม้แต่ ในโลกอสูรฟ้าก็ตาม.” ในที่ผู้ถึงเรื่องนั้น ใบหน้าต้านต้านก็แสดงออกถึงความภาคภูมิใจออกมา เห็นได้ชัดว่าอสูรวิญญาณตนนั้นต้องไม่ธรรมดาเสียจริง 



แต่สิ่งที่ทำให้ชูเฟิงคิดหนักมากที่สุดคือ ถ้าอสูรวิญญาณนั้น มีเจ้านาย เจ้านายของมันจะแข็งแกร่งขนาดไหน



       “ชูเฟิงข้าอยากจะเตือนเจ้าสักหน่อย ถึงข้าจะรู้เรื่องวิธีค้นหาเส้นชีพจรไม่น้อยแต่ข้าก็ไม่รู้ว่าเจ้าจะทำได้สำเร็จหรือไม่.”



      “วิธีค้นหาเส้นชีพจร นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะฝึกฝน.”



       “หึหึ ในโลกนี้มีอะไรง่ายอย่างนั้นหรือ ต้านต้านบอกข้าที ข้าต้องทำอะไรบ้าง” ชูเฟิงยิ้มแล้วถาม



        “วิธีค้นหาเส้นชีพจรจำเป็นต้องบ่มเพาะ1 ใน 3 สิ่งนี้ 1 คือตา 2 คือสมอง 3 คือหัวใจ.”



       “การบ่มเพาะส่วนตานั้นพูดได้ว่าเป็นทางที่ดีที่สุดในการฝึกวิธีค้นหาเส้นชีพจร เพราะ ตาของเจ้านั้นจะมองเห็นทุกอย่างและ ตานั้นจะถูกเรียกว่า เนตรสวรรค์.”



       “เนตรสวรรค์อย่างนั้นหรือ”



       “ถูกต้อง ตราบใดที่เจ้าสามารถฝึกจนเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นนั้น เจ้าก็ครอบครองเนตรสวรรค์ได้นิดนึงแล้ว.”



       “และการฝึกเนตรสวรรค์นั้นต้องใช้อำนาจวิญญาณมหาศาลมาก และพลังต่ำสุดต้องสามารถใช้รูปแบบวิญญาณสีฟ้าได้ นั่นเป็นเหตุผลที่ข้ารอเจ้าเป็นผู้เชื่อมต่อชุดฟ้าก่อนข้าจึงจะสอนให้.”



       “แล้วการบ่มเพาะส่วนสมองล่ะ”



        “บ่มเพาะสมองนั้นคือการเพิ่มความรู้ของเจ้า เกี่ยวกับล้านๆสิ่งในโลกนี้ไม่ว่าจะเป็นภูมิประเทศหรือภูมิอากาศ เจ้าจะต้องร็เรื่องเกี่ยวกับพวกมันไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หรือขนาด.”



        “อย่างไรก็ตามไม่ว่าเจ้าจะรู้เรื่องพวกมันมากขนาดไหน เจ้าก็ไม่เห็นมัน อย่างไรก็ตามถ้าเจ้ามีเนตรสวรรค์เจ้าก็จะสามารถระบุรูปร่างของพวกมันได้.”



       “แต่ถ้าเจ้าอยากรู้ว่าสมบัตินั้นซ่อนอยู่ที่ไหนบ้างเจ้าต้องก็อาศัยความรู้ซักหน่อย ส่วนข้านั้นพอมีข้อมูลอยู่บ้างเป็นข้อมูลเกี่ยวกับ พื้นที่ทุกๆพื้นที่ที่เก็บซ่อนสมบัติไว้ และถ้าเจ้าต้องการมัน เจ้าก็ต้องพยายามเสียหน่อย.”



       “การบ่มเพาะส่วนหัวใจนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมาก.”



      “ทุกสิ่งนั้น ถ้ามีประโยชน์ย่อมมีโทษ และมากเท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ ยิ่งผลประโยชน์มาก ก็ยิ่งมีโทษมาก ดังนั้นมันก็คือการตัดสินใจ.”



       “และหลังจากเจ้าสามารถใช้เนตรสวรรค์ได้ และรู้เรื่องวิธีค้นหาเส้นชีพจรบ้างแล้ว เจ้าก็จะสามารถขุดทรัพยากรที่ฝั่งอยู่ใต้ดิน หรือสมบัติได้.”



       “แต่เจ้าต้องรู้ก่อนว่ามันสามารถเปลี่ยนให้เจ้าเป็นมังกรได้ ถ้าการบ่มเพาะของเจ้านั้นทะยานขึ้น และมันสามารถหยุดการทำงานของทุกสิ่งอย่างในตัวเจ้าและฆ่าได้.”



       “เมื่อเจ้าพบว่ามีสมบัติซ่อนอยู่ที่ไหน เจ้าจะเข้าไปเอามันหรือไม่ หรือจะทำอะไรหลังจากเข้าไปยังที่ซ่อนแล้ว สิ่งเหล่านั้นขึ้นอยู๋กับหัวใจของเจ้า ถ้าหัวใจของเจ้านั้นแข็งแกร่งพอ เจ้าก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดึขึ้น.”



       “ชูเฟิงวิธีค้นหาเส้นชีพจร มันง่ายเมื่อพูด แต่ยากเมื่อลองทำ เจ้ายังต้องการจะเรียนรู้มันอีกหรือไม่” ต้านต้าน ถามชูเฟิง



ชูเฟิงยิ้ม และแน่นอนว่าคำตอบของเขาคือ “ แน่นอนข้าต้องการ” 



หลังจากได้รับคำตอบชูเฟิง มุมปากของต้านต้านก็ยกขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มที่งดงามของเธอ เพราะเธอนั้นชอบจิตวิญญาณที่กล้าหาญของชูเฟิงอย่างมาก



จากนั้นต้านต้านก็เริ่มสอนวิธีค้นหาเส้นชีพจรแก่ชูเฟิง ดั่งคำที่ว่า “ อาจารย์จะชี้ทางไปสู่ประตูให้ แต่คนที่ต้องผ่านประตูไปนั้นคือตนเอง “



ต้านต้านไม่เคยเห็นคนบ่มเพาะวิธีค้นหาเส้นชีพจรมาก่อนน เธอรู้แค่วิธีการบ่มเพาะเท่านั้น เธอจึงไม่รู้ว่าเขาจะสำเร็จหรือไม่ หรือ เขาจะใช้เวลานานเท่าใด



ในความจริงแล้ว วิธีค้นหาเส้นชีพจร นั้นบ่มเพาะยากมาก มันยากจริงๆแม้จะเป็นชูเฟิง คนที่มีพลังที่แข็งแกร่งอย่างมากก็ยังต้องปวดหัวเมื่อต้องเรียนรู้มัน



แต่สำหรับการบ่มเพาะของชูเฟิงแล้ว เขาบ่มเพาะมันเท่าไหร่ก็กลายเป็นว่าเขาได้ศึกษามันมากกว่าได้ดูดซับมัน



มันเป็นเพราะเขาเข้าใจวิธีค้นหาเส้นชีพจรอย่างลึกและถึงแก่นแล้ว มันจึงทำให้เขาสงสัยว่าคนที่สร้างนั้นเทพขนาดไหนถึงสร้างมันได้



สำหรับด้านอื่นๆแล้ว การฝึกวิธีค้นหาเส้นชีพจรนั้นคือการยกระดับอำนาจวิญญาณทางหนึ่ง



ถ้าเขาบ่มเพาะมันสำเร็จแล้วเขาก็ไม่ต้องใช้อำนาจวิญญาณในการตรวจสอบ ที่พูดอย่างนั้นก็ได้ก็เพราะเขาสามารถเห็นทุกสิ่งอย่างที่อำนาจวิญญาณนั้นสามารถตรวจจับได้



พูดได้ว่าถ้าชูเฟิงบ่มเพาะเนตรสวรรค์สำเร็จแล้ว เขาจะสามารถมองทะลุกำแพงได้ 



และระดับต่อจากนั้น ตาทั้งคู่ของชูเฟิง ก็จะได้รับความสามารถในการโจมตี เพียงแค่มองเขาสามารถระเบิดภูเขา และทำให้น้ำในทะเลสาบระเหยได้



และถ้าเขาชำนาญมัน เขาก็จะสามารถมองได้แม้กระทั่ง หัวใจและวิญญาณและสามารถมองแยกแยะจับโกหกได้ เขาสามารถรู้ตัวตนของผู้คนได้โดยแค่การมอง และสามารถบีบบังคับให้ศัตรูยอมแพ้และละทิ้งชีวิตได้ 

ReaDMGA#แปลโดยท่านฮาย