วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 563 - สู้ราคา


    “เจ้าคิดว่าข้ากลัวเจ้ารึ !! ข้าแค่ไม่อยากจัดการเจ้าตรงนี้เท่านั้น” เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก และต่อหน้าปรมาจารย์นั้น เซินถู่ เจียง ไม่กล้าที่จะทำอะไรมากนั้น เขากล่าวต่อว่า “เจ้าสารเลว รอให้ถึงวันพรุ่งนี้ก่อน แล้วมาดูกันว่าข้าจะจัดการเจ้ายังไง !!”




หลังจากกล่าวจบ เขาก็โบกแขนของเขาเป็นสัญญาณ จากนั้นพรรคพวกของเขาก็เคลื่อนไปนั่งลงตรงบริเวณใกล้เคียง




    “พี่ชาย ชูเฟิง ท่านไม่ต้องกังวล เราจะได้รู้กันว่า พี่ใหญ่ เทียนยี่ จะจัดการเจ้าลูกหมาสองตัวนี่ยังไงในวันพรุ่งนี้” เมื่อ เซินถู่ เจียง และ เซินถู่ ไฮ่ จากไป เจียง หวู่ชาง ก็กล่าวขึ้นด้วยความจริงจัง




    “ไปหาที่นั่งเถอะ” ชูเฟิง เพียงยิ้มบางๆ ขณะกล่าวออกมา พลางชี้ไปที่ที่นั่ง และไม่ให้ความสนใจต่อ เซินถู่ เจียง และ เซินถู่ ไฮ่ อีก




แม้ว่าภายนอกนั้น ชูเฟิง จะแสร้งทำเป็นไม่แยแส แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความอาฆาตรอย่างรุนแรง




แน่นอนว่า ชูเฟิง ไม่เพียงแต่จะให้บทเรียนแก่พวกเขา ที่กล้ามารังแกผู้หญิงของเขา ต่อหน้าของเขาเท่านั้น แต่แววตาของเขาสามารถมารถบ่งบอกได้ว่า ชูเฟิง จะฆ่าพวกเขาในทันทีที่มีโอกาส




แม้ว่าความวุ่ยวายเมื่อครู่จะกลายเป็นจุดสนใจของทุกๆ คน แต่เมื่อมีคนก้าวขึ้นมาบนเวทีนั้น ทุกๆ คนก็พากันมองตามกันตาไม่กระพริบ เพราะพวกเขารู้ดีว่า บางสิ่งที่น่าตื่นเต้นกำลังจะเริ่มขึ้น




    “ขออภัย ที่ทำให้ทุกๆ ท่านต้องรอนานเช่นนี้”




     “ในการประมูลวันนี้ ทางพวกเราได้เตรียมสมบัติไว้มากมาย ข้าคิดว่าทุกท่านคงจะอยากพบกับสมบัติชิ้นแรกกันแล้ว !!”




ขณะที่เขากล่าว สาวงามสองคนก็เข็นรถเข็นที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม เข้ามายังกลางเวทีประมูล




พวกนางทั้งสองคนนั้น มีระดับการบ่มเพาะพลังไม่สูงนัก ชัดเจนเลยว่าพวกนางไม่ใช่ศิษย์ของสำนักสี่คาบสมุทร แต่อาจจะเป็นผู้ติดตามของศิษย์บางคนของสำนัก




รถเข็นคันนั้นถูกประดับอย่างงดงาม ที่ด้านบนมีสมบัติในการประมูลวางอยู่ และถูกคลุมด้วยผ้าสีเงินที่เงางาม 




ผ้าผืนนั้นไม่ใช่ผ้าธรรมดา มันถูกปกคลุมไปด้วยรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ ทำให้แม้แต่อำนาจพลังวิญญาณของผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ ไม่สามาาถตรวจสอบสมบัติที่อยู่ภายใต้ผ้าผืนนั้นได้ จึงทำให้ความตื่นเต้นในการประมูลเพิ่มสูงขึ้น




***** ฝุ่บ *****




เมื่อผู้นำการประมูลสะบัดแขนของเขา สองสาวงามก็เปิดผ้าคลุมผืนนั้นออก ปรากฏกริชอ่อนยาวประมาณสามนิ้ว ที่เปล่งแสงออกมาถึงห้าสีแก่สายตาของผู้ร่วมการประมูล




     “กริชสีรุ้ง !! มันคือยอดยุทธภัณฑ์ชั้นดีที่ถูกสร้างขึ้นจากผู้อาวุโส ชิง เซียนรู่ว ของหมู่เกาะอมตะเมื่อห้าร้อยปีก่อน และเป็นยอดยุทธภัณฑ์เพียงชิ้นเดียวของท่าน ราคาเริ่มต้นประมูลที่ห้าพันลูกแก้วสวรรค์ !!” ผู้ดำเนินการประมูลกล่าว




     “ห้าพัน !! ยอดยุทธภัณฑ์ชั้นดีเช่นนี้ สามารถประมูลได้ถึงห้าพันลูกแก้วสวรรค์เลยรึ” ชูเฟิง รู้สึกตกใจอย่างมาก แม้ว่ากริชสีรุ้งจะค่อนข้าดี แต่มันก็ไม่อาจเทียบได้กับขวานอสูรฟ้า มันมีพลังเพียงเทียบได้กับยอดยุทธภัณฑ์ชั้นดีทั้งสองชิ้นของ เซินถู่ หลาง เท่านั้น




แม้ว่ามันจะถูดจัดอยู่ในยอดยุทธภัณฑ์ชั้นดี แต่ราคาเริ่มต้นที่ห้าพันลูกแก้วสวรรค์ ก็เป็นราคาที่สูงเกินไปสำหรับกริชสีรุ้ง




     “เก้าพัน !! ข้าให้เก้าพัน !!” 




เมื่อการประมูลเริ่มขึ้น ผู้คนต่างเสนอราคามาอย่างต่อเนื่อง และปิดที่ราคาเก้าพันลูกแก้วสวรรค์ นั่นทำให้ ชูเฟิง รู้ว่า ผู้คนของหมู่เกาะอมตะนั้น มั่งคั่งขนาดไหน




ไม่น่าแปลกใจ สมบัติที่ ชูเฟิง ชิงมาได้จากราชวงศ์จี และไร้ค่าในสายตาของเขา จะสามารถขายได้ในราคาสูงถึงแสนห้าหมื่นลูกแก้วสวรรค์




หลังจากนั้น สมบัติๆ ต่างๆ มากมาย ได้ถูกนำออกมาประมูลชิ้นแล้วชิ้นเล่า ราคาที่ประมูลไปนั้นก็แตกต่างกันไปเรื่อยๆ แต่ยังไม่มีสมบัติชิ้นใด ที่สามารถดึงดูดความสนใจของ ชูเฟิง ได้แม้แต่น้อย




แม้ว่าจะมียอดยุทธภัณฆ์ปรากฏออกมาในการประมูลเรื่อยๆ แต่ก็ไม่อาจทำให้ ชูเฟิง สนใจได้ เพราะมันเป็นเพียงยอดยุทธภัณฑ์ธรรมดาทั่วๆไปเท่านั้น ไม่ใช่ยอดยุทธภัณฑ์ชั้นดีแต่อย่างใด




แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็ได้มีสมบัติบางอย่างที่สามารถดึงดูดความสนใจของ ชูเฟิง ได้ นั่นคือลายแทงสมบัติ ด้วยแผนภาพของมันค่อนข้างจางลงไปนั้น จึงไม่มีผู้ใดสามารถตรวจสอบได้ว่ามันเป็นของจริงหรือของปลอม




สาเหตุที่ทำให้ ชูเฟิง สนใจในสมบัติชิ้นนี้ ไม่ใช่ด้วยความตั้งใจของตัวเขาเอง แต่เป็นเพราะ เซินถู่ เจียง ให้ความสนใจมัน จึงทำให้ ชูเฟิง เกิดความสนใจในสมบัติชิ้นนี้เช่นกัน




     “ห้าพันลูกแก้สวรรค์ !!” เซินถู่ เจียง ตะโกนเสียงดัง แม้ว่าเขาจะไม่มั่นใจในรายระเอียดของลายแทงนัก แต่ด้วยเหตุผลนี้ จึงทำให้จำนวนคนที่จะเสนอราคาแข่งกับเขานั้นมีน้อยมาก แม้ว่าราคาเริ่มต้นจะเริ่มเพียงแค่สามพันลูกแก้วสวรรค์ก็ตาม เขาจึงมั่นใจว่าเขาจะสามารถประมูลมันมาได้ในราคาห้าพันลูกแก้วสวรรค์




     “หกพัน !!” ในเวลานั้น ชูเฟิง ก็ตะโกนออกมาอย่างไม่แยแส




เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซินถู่ เจียง ขมวดคิ้วแน่น จากนั้นเขาก็ตะโกนออกมาอีกครั้ง “เจ็ดพันลูกแก้วสวรรค์ !!”




      “แปดพัน !!” ชูเฟิง ยังคงตะโกนออกมาอย่างต่อเนื่อง




เซินถู่ เจียง รู้สึกโกรธมาก เขาไม่รู้ว่า ชูเฟิง พยายามปั่นหัวเขา หรือว่า ชูเฟิง รู้เรื่องของลายแทงสมบัติชิ้นนี้กันแน่ แต่เขาไม่อาจพลาดโอกาสที่จะได้รับลายแทงชิ้นนี้ไปได้




เขาหันหน้าไปที่ เซินถู่ ไฮ่ และเมื่อ เซินถู่ ไฮ พยักหน้ารับ เขาก็กัดฟันแน่น ความกดดันในหัวใจของเขาก็หนักอึก เขาตะโกนออกมาเสียงดังว่า “หมื่นลูกแก้วสววรค์ !!”




     “อะไรนะ !! หมื่นลูกแก้วสวรรค์ !! มันเป็นราคาของยอดยุทธภัณฑ์ไปแล้ว !!”




     “ถูกต้อง !! ไม่ใช่แค่ราคาของยอดยุทธภัณฑ์ธรรมดาๆ มันเทียบได้กับราคาของยอดยุทธภัณฑ์ชั้นดี และมากกว่าราคาของกริชสีรุ้งไปแล้ว !!”




     “เท่าที่เห็น มันก็เป็นเพียงแค่แผนที่บางอย่างเท่านั้น อีกทั้งความชัดเจนของมันยังยากที่จะระบุได้ว่ามันเป็นแผนที่ของอะไร อย่าว่าแต่ราคาหมื่นลูกแก้วสวรรค์เลย ราคาของมันไม่ควรเกินกว่าสามพันลูกแก้วสวรรค์ด้วยซ้ำไป !!”




      “อ่า…..คนจากทะเลตะวันออก คงคิดว่ามันจะมียอดยุทธภัณฑ์ซ่อนอยู่มากมาย และคงจะใช้สิ่งนั้นในการค้นหายอดยุทธภัณฑ์เหล่านั้นซินะ”




     “มีคนจำนวนมาก ที่ตั้งใจจะวาดแผนที่ของยอดยุทธภัณฑ์ออกมาเพื่อขาย แต่ในความเป็นจริงนั้น มันเป็นเพียงแค่กลลวงเด็กๆ ที่พวกเขาใช้เป็นช่องทางหารายได้เท่านั้น”




     “ก็อย่างว่าละนะ ในโลกใบนี้มีคนหลากหลาย บางคนที่ค้นหาความฝันของตน แม้ว่าสิ่งเหล่านั้นสามารถแลกมาได้ด้วยเงินทอง แต่มันกลับเป็นความโง่เขลาที่จะแลกมันกับความฝันลมๆ แล้งๆ เช่นนี้”




หลังจาก เซินถู่ เจียง ตะโกนราคาออกไปนั้น เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนรอบข้างก็ดังระงมไปทั่ว กับการกระทำของ เซินถู่ เจียง




ในขณะนั้น เซินถู่ เจียง จึงเข้าใจการกระทำของเขาในทันที เพราะในการประมูลไม่มีสิ่งมีค่าชิ้นใด ที่จะมีราคาสูงไปกว่ายอดยุทธภัณฑ์ชั้นดีอีกแล้ว




แต่ เซินถู่ เจียง ไม่ได้ใส่ใจกับคำวิจารณ์ของคนรอบข้างแต่อย่างใด เขายังคงสงบนิ่ง และแสดงท่าที่ภาคภูมิใจออกมา อีกทั้งยังส่งสายตาเหยียดหยามกลับไปที่ ชูเฟิง




เขาคิดว่า ชูเฟิง เป็นเพียงคนโง่เท่านั้น และจ้องจะให้ ชูเฟิง เสนอราคามาอีกครั้ง และเขาจะหยุดสู้ราคา และยอมให้ ชูเฟิง ได้ของสิ่งนี้ไป




แต่อย่างไรก็ตาม ชูเฟิง ไม่ตกหลุมพลางของเขาแม้แต่น้อย ชูเฟิง ไม่ได้ใส่เขาแม้แต่นิดเดียว เขายังคงพูดคุยกับ ซูรู่ และ ซู่เหม่ย อย่างสนุกสนาน ไม่แม้แต่จะสนใจในการประมูล


ReadMGA

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
C : เอาล่ะสิ แผนที่ของจริงของปลอมก็ยังไม่รู้ พี่เฟิงดันสู้ราคาแบบควายๆ เพื่อความสะใจ ไม่แปลกใจเลยที่แม่งจน

A : อย่าปากมากไอซี นั้นมันแผนที่สมบัติจริงๆ ถึงแม้มันจะจาง แต่ด้วยเนตรสวรรค์ ชูเฟิง ก็สามารถมองมันออกได้ 

B : แม้มันจะเป็นแผนที่สมบัติจริง แต่มันจะคุ้มค่ากับที่ต้องเสียลูกแก้วสวรรค์เป็นหมื่นหรือเปล่า ??? 

A4 : พี่เฟิงของเราจะเป็นคนโง่อย่างที่ C ว่า หรือจะมีสมบัติมากมายอย่างที่พี่ A คิด ไม่แน่อาจจะมีสมบัติจริงแต่ได้กลับมาไม่คุ้มกับที่พี่ B ว่า ผลมันจะออกมาแบบไหนกันแน่ ??? จริงเท็จ เท็จจริง จะออกมาในรูปแบบไหน ต้องรอติดตาม เพราะมันอาจไม่ใช่อย่างที่ A - B - C วิเคราะห์!!!