วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 566 - คืนพระจันทร์เต็มดวง


ลูกแก้วสวรรค์ 100,000 ราคานั้นคือ ราคาที่ถูกที่สุดในการประมูลสมบัติในคืนนี้ สำหรับสมบัติล้ำค่า



แต่ถ้าราคาต่ำมากก็มักจะเป็นสิ่งที่ถูกมองว่าเป็นขยะในสายตาผู้คน ดังนั้นจึงไม่มีสู้ราคากับชูเฟิง



แต่ในสายตาชูเฟิงแล้ว มันเป็นสิ่งล้ำค่า และมันมาอยู่ในมือเขาด้วยราคา 1 แสน ลูกแก้วแก่นแท้ และในสายตาของคนอื่นนั้นจะมองว่าชูเฟิงนั้นโง่เขลา



      “ขอบคุณมาก ท่านผู้อาวุโส.”



หลังจากได้รับมันมาด้วยราคา 1 แสนลูกแก้วสวรรค์ ชูเฟิงก็มองไปที่ ตุ๊กตาสีแดงที่เปี่ยมไปด้วยพลังในมือเขาในตอนนั้นใจของเขาก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก ( T/Nกุมารทอง)



หลังจากได้มันมาเขาเชื่อว่ามันจะช่วยทำให้ระดับของเขาเพิ่มขึ้นได้ และมันจะช่วยให้เขาทะลวงผ่านได้ และเมื่อย้อนกลับไปที่สุสานจักรพรรดินั้นเห็นได้ว่า มีพลังสวรรค์มากมายในตัวเขา 



     “พูดตามตรง พวกเขาพูดถูกแล้วมันเป็นสิ่งอัปมงคล เจ้ายังต้องการเก็บมันไว้อีกหรือ” ผู้อาวุโสคุมประมูลถามชูเฟิง



     “ไม่ต้องกังวลท่านผู้อาวุโส ข้ารู้แล้ว ข้าไม่ได้ซื้อมันไปสะสมหรอก ข้ามีแผนบางอย่างถ้าพูดให้ชัดก็คือข้าจะทำลายมัน.” ชูเฟิง ยิ้มแล้วพูด



     “เจ้าเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณอย่างนั้นหรือ” เมื่อได้ยินอย่างนั้นเขาก็ต้องตกใจ เพราะพลังของ โอรสอเวจีนั้น น่ากลัวมาก ถ้าไม่ถึงระดับราชันย์สงครามก็ไม่สามารถทำลายมันได้



แต่ถ้าเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณนั้นคงเป็นการสร้างรูปแบบและผนึกมันไว้ พวกเขาเรียกมันว่าทำลาย แต่จริงๆแล้วก็แค่ผนึก 



นี่เป็นเหตุผลที่เขาคิดว่าชูเฟิงเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ เพราะด้วยพลังแค่นี้ชูเฟิงนั้นไม่สามารถทำลาย โอรสอเวจีได้จริงๆหรอก



ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณนั้นเป็นคนพิเศษ เพราะในระดับเดียวกันนั้นเขาจะเหนือกว่ามาก และสามารถทำให้อีกฝ่ายรู้สึกหวั่นเกรงได้



      “ข้าเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ.” ชูเฟิง ยิ้ม แต่ตอนนั้น ซู รู่ว และคนอื่นๆ ก็กำลังคอยเขาอยู่ และนอกจากนี้ยังมีคนอื่นๆ ที่รอคอยการแลกเปลี่ยนอยู่อีก เขาจึงพูดแค่นั้นแล้วก็จากไป



      “ข้ารู้สึกถึงบางอย่างจากเด็กคนนั้น ด้วยอายุเพียงแค่นี้เขาควรจะกลัวเมื่อเห็นมัน แต่เขากลับตื่นเต้นที่เห็นมัน หรือว่าเขาจะรู้เกี่ยวกับโอรสอเวจี” ผู้อาวุโสคุมประมูลพูดกับตัวเอง



      “มีคนซื้อมันไปหรือ!!!” หลังจากชูเฟิงจากไป ก็มีเสียงชายชราดังขึ้นมาด้านหลังผู้อาวุโส



เมื่อมองไปดู ผู้อาวุโสนั้นก็รู้สึกบางอย่างเขารีบยกมือคารวะ ด้วยความเคารพและพูดว่า “ ขอคารวะ ท่าน ไต้กุ๋!”



ในตอนนั้นก็มีร่างของชายสูงอายุปรากฏขึ้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยริ้วรอย หัวของเขานั้นเต็มไปด้วยผมสีดำ และเขายังสวมใส่ชุดของ ปรมาจารย์จาก สำนัก4 สมุทร แต่ก็ไม่ได้เรียบร้อยมาก นอกจากนี้ เขานั้นมีแค่ขาเดียวและใช้ไม้เท้าในการช่วยพยุง



      “ ศิษย์ ขอคารวะ ท่าน ไต้กู๋!” ในตอนนั้น คนจากสำนักสี่คาบสมุทรทุกคน ก็คารวะพร้อมกัน ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความกลัว



เพราะคนคนนี้ คือบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนัก 4 คาบสมุทร และยังเป็นผู้นำของ 10 ปรมาจารย์สวรรค์อีกด้วย ความแข็งแกร่งของเขานั้นสามารถเอาชนะ อีก 9 คนได้ด้วยมือเดียว



      “ข้าถามเจ้าว่า เจ้าขายออกไปแล้วอย่างนั้นหรือ!!!” ปรมาจารย์ ไต้ กู๋ ถามขึ้นอีกครั้ง



เมื่อเห็นเช่นนั้น ผู้อาวุโสก็รู้สึกกลัวอย่างมาก เขาจึงรีบพูดว่า “ นายท่าน ข้าได้ขายออกไปแล้ว “



      “โอ้ว!!!” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ท่าทางเย็นชาขอ ไต้กู๋ก็เปลี่ยนไป จากนั้น เขาก็พูดว่า “ มีคนซื้อไปในราคา 1 แสนลูกแก้วสวรรค์อย่างนั้นหรือ”



      “ขอรับ ท่าน.”



      “ใครเป็นคนซื้อไป”



      “เขาเป็นเด็กหนุ่มนามว่าชูเฟิง.” ผู้อาวุโสคุมประมูล รีบหยิบใบเสร็จขึ้นมายื่นให้กับ ไต้กู๋



      “อืม เขาไม่ใช่ศิษย์สำนัก 4 คาบสมุทรอย่างนั้นหรือ แล้วเขาก็ไม่ได้สมัครเข้าร่วมด้วย” ตาของไต้กู๋เปิดกว้างขึ้น เมื่อเห็นข้อมูลของชูเฟิง



      “ใช่แล้ว เด็กหนุ่มคนนี้แตกต่างจากคนอื่นๆ เขามีบางอย่างที่พิเศษกว่า.” ผู้อาวุโสประมูลพูดขึ้น



      “ฮ่าฮ่า น่าสนใจ ชูเฟิงคนนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ” ในตอนนั้นก็เกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้นใบหน้าที่มักจะเย็นชาของไต้กู๋ ก็เต็มไปด้วยและยิ้ม จากนั้นเขาก็สะบัดแขนแล้วลอยจากไป



หลังจากนั้น คนแถวๆนั้นก็ถอนหายใจราวกับได้วางสัมภาระชิ้นใหญ่ลง ด้วยสถานะที่สูงส่ง ด้วยพลังของเขา และด้วยที่เขานั้นเป็นคนไม่ธรรมดาในสำนัก 4 คาบสมุทร นอกจากเจ้าสำนักและผู้อาวุโสเพียงไม่กี่คน นอกมีใครบ้างที่จะไม่เกรงกลัวเขา



ชูเฟิงไม่รู้ว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น จึงได้แต่เดินทางไปยัง ที่ของยู่ เห้อ



ที่อยู่อาศัยของ ยู่ เห้อนั้น นับว่าเล็กเมื่อเทียบกับคนอื่นๆในสำนัก 4 คาบสมุทร แต่มันมีภูเขาขนาดเล็กๆ และทะเลสาบขนาดย่อมๆอยู่ทำให้ดูไม่เลวเลยทีเดียว และยิ่งโครงสร้างที่ยอดเยี่ยมของมัน แสดงให้เห็นว่าสำนัก 4 คาบสมุทรดูแลศิษย์ดีขนาดไหน



ในการต้อนรับชูเฟิงและคนอื่นๆนั้น ยู่ เห้อได้จัดงานเลี้ยงขึ้น และในยามค่ำคืนพวกเขาได้ดื่มไวน์และพูดคุยกัน



     “คืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง มันช่างใหญ่และสวยงามจริงๆ” ปกติแล้วซู เหม่ย ไม่ดื่มไวน์ แต่วันนี้เธอนั้นอยากจะดื่ม และเธอเป็นคนที่ไม่เคยได้ลองแอลกอฮอลล์มาก่อน มันจึงทำให้หน้าเธอแดงเหมือนลูกแอปเปิ้ล เสียงของเธอก็งุ้งงิ้งๆมีเสน่ห์มาก



     “เหม่ยน้อย เจ้าไม่เคยแตะต้องไวน์ ดังนั้นไม่ควรดื่มมากเช่นนี้ ถ้าเจ้าดื่มมากเกินไป จะทำให้เจ้ารู้สึกไม่ดีนะ.” ซู รู่ว พูดขึ้น 



     “พี่สาว ท่านพูดเช่นนั้นได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าท่านก็ดื่มเหมือนข้าหรือ ท่านทนได้มากกว่าข้าอย่างนั้นหรือ ตั้งแต่เด็ก นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นท่านดื่มไวน์เช่นกัน!” ซูเหม่ยพูด



      “ข้า…” ซู รู่ว ที่เจออย่างนั้นก็พูดไม่ออก และไม่รู้จะตอบกลับอย่างไร



      “ข้าไม่เคยเห็นพวกเจ้าดื่มไวน์มาก่อน ทำไมวันนี้เจ้าทั้ง 2 ถึงได้ดื่มล่ะ” ชูเฟิง พูดพร้อมยิ้ม 



“ฮึ่ม!” หลังจากได้ยินชูเฟิงพูด 2พี่น้องก็แค่นเสียงและหันมามองชูเฟิง มันทำให้ชูเฟิงรู้สึกมึน และ อายเล็กน้อย 



       “โห้ ดื่มไปเถิดไม่เป็นไรหรอกวันนี้เป็นวันเทศกาลชมพระจันทร์ มันเป็นวันที่นานครั้งจะมีหน.” เมื่อเห็น ท่าทางของชูเฟิง ยู่ เหอ ก็พูดขึ้นมา

ReadMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////