วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

บทที่ 572 - ไต้กู๋ ผู้แปลกประหลาด


       " อำนาจพลังวิญญาณเฉียบคมยิ่งนัก ถึงได้ตรวจพบข้า ข้าตามเจ้ามา ดูเหมือนเจ้าคือ ชูเฟิง สินะ " บริเวณใกล้เคียงจากท้องฟ้า มีชายชราขาเดียว หัวเราะเบาๆ ขณะที่มองมาที่เขา



       " ท่านเป็นใคร ทำไมถึงตามข้ามา ? "



หลังจากพบเจอคนคนนั้น ชูเฟิงได้แต่ขมวดคิ้วลง เพราะก่อนหน้านี้ เขาไม่แน่ใจว่ามีคนตามเขามาจริงหรือไม่ เขาแค่รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่าง แต่ก็ยังไม่มีอะไรมายืนยัน



เสียงที่เขาตะโกนไปเมื่อครู่ เป็นเพียงแค่การคาดเดา เขาไม่คิดว่าจะมีคนตามเขามาจริงๆ แล้วดูจากลักษณะของชายชรา เขามีท่าทีคุกคาม ชูเฟิง



นอกจากนี้ไม่เพียงแต่ชายชราคนนั้นจะสวมชุดปรมาจารย์ของสำนักสี่คาบสมุทร เขายังมีพลังวิญญาณที่ลึกล้ำอีกด้วย และตอนนี้ ชูเฟิง ได้ฆ่าสองสาวกจากสำนักสี่คาบสมุทร ดังนั้นเขาจึงคิดว่าคงหนีไม่พ้นจากหายนะ



       " เจ้าไม่จำเป็นต้องกลัว แม้ข้าจะมาจากสำนักสี่คาบสมทร แต่ข้าก็ไม่ได้จะคิดจะเอาเรื่องกับเจ้าที่ฆ่า สวะสองตัวไร้ประโยชน์ ความคิดของข้าเหมือนๆกับที่เจ้าคิด ว่ามันสองคนสมควรที่จะถูกฆ่า " ชายชราขาเดียว เห็นท่าทีของชูเฟิงเกร็งๆ เขาก็ยิ้มขณะที่พูดอธิบาย



       " ท่านเป็นใคร ? แล้วมีธุระอะไรกับข้า " ชูเฟิง รู้แค่ว่า เขานั้นแข็งแกร่งอย่างมาก แต่ก็ยังยืนยันไม่ได้ว่าเขาเป็นมิตรหรือศัตรู ดังนั้นเขาจึงต้องระวังตัวไว้ก่อน



      " ฮ่าๆ นามของข้าคือ ไต้กู๋ เป็นหนึ่งในสิบปรมาจารย์สวรรค์ของสำนักสี่คาบสมุทร ที่ข้ามานี้มีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว ข้านั้นรู้สึกว่าเจ้าคืออัจฉริยะ ดังนั้นข้าอยากให้เจ้ามาเป็นลูกศิษย์ของข้า ถ้าเจ้าตกลง ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อพัฒนาความสามารถของเจ้า " ไต้กู๋ ตอบอย่างตรงไปตรงมา โดยบอกความตั้งใจของเขา



      " อะไรนะ ? ท่านคือปรมาจารย์สวรรค์ ? ท่านอยากให้ข้าเป็นลูกศิษย์งั้นหรอ!!! " หลังจากได้ยินคำพูดของชายชรา ชูเฟิงก็ตกใจอย่างมาก



ความแข็งแกร่งของเขา จะเป็นปรมาจารย์สวรรค์ก็ไม่แปลก ซึ่งความแข็งแกร่งของเขาอาจอยู่เหนือกว่าระดับ จ้าวแห่งสงคราม และเมื่อเขาระบุนามและตัวตนของเขา สิ่งแรกที่ชูเฟิงนึกได้ว่า ชายชราตรงหน้าเขา อาจจะเป็น ปรมาจารย์แปลกๆคนนั้น ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดา สิบปรมาจารย์สวรรค์



แต่เขาได้ยินมาว่า คนคนนี้ไม่เคยรับศิษย์มาก่อน อีกอย่างชูเฟิงก็ไม่ใช่ศิษย์ของสำนักสี่คาบสมุทร แต่เขาก็ยังอุส่าตามมาถึงที่นี่ เพื่อบอกความต้องการของเขา ว่าอยากมีลูกศิษย์ นั้นมันทำให้ ชูเฟิง ตะลึงเบาๆ พร้อมกับความสับสน



       " เมื่อข้า ไต้กู๋ เอ่ย ข้ามักจะตรงไปตรงมา สหาย ชูเฟิง ข้าอยากรู้ว่าเจ้า . . . . จะยอมตกลงหรือไม่ " ไต้กู๋ กล่าวด้วยรอยยิ่ม



ในตอนนั้น ชูเฟิงเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายใจมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อชายชราตรงหน้ารู้ชื่อของเขา ดูเหมือนว่าเขาจะตรวจสอบข้อมูลมาเป็นอย่างดี แต่ชูเฟิงก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมอาวุโสคนนี้ถึงอยากได้เขาเป็นลูกศิษย์ แต่ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ หรือมีเจตนาอื่นๆ ชูเฟิงก็ไม่เคยคิดว่าจะเข้าร่วมกับสำนักสี่คาบสมุทร



ดังนั้น เขาจึงผสานมือ และกล่าวอย่างสุภาพ " นับเป็นเกียรติของข้า ชูเฟิง ที่เป็นที่หมายตาของ อาวุโสไต้กู๋ แต่ข้าไม่ใช่ศิษย์สำนักสี่คาบสมุทร ดังนั้นมันจะดูไม่คู่ควรแก่การเป็นศิษย์ของท่าน "



       " ไม่ต้องห่วง ตราบใดที่เจ้ายินดีเป็นศิษย์ของข้า ข้าก็จะทำให้เจ้าเป็นศิษย์ของสำนักสี่คาบสมุทร ตามกฏแล้ว เจ้าจะต้องผ่านการทดสอบ แต่นั้นเป็นข้อจำกัดสำหรับคนทั่วๆไป เจ้าไม่จำเป็นต้องทำตามกฏพวกนั้น "ไต้กู๋ สบัดมือ พร้อมกับกล่าวกับชูเฟิงอย่างเป็นกันเอง



แต่เดิม ชูเฟิง นั้นชูเฟิงไม่เคยคิดว่าจะเข้าร่วมสำนักสี่คาบสมุทร ดังนั้นเขาจึงได้แต่ส่ายหน้าเบาๆและกล่าว " อาวุโสไต้กู๋ โปรดอภัยข้าด้วย ข้านั้นไม่ปรารถนาที่จะเข้าสำนักสี่คาบสมุทร "



" โอ้ววว " ได้ยินคำพูดของเขา ไต้กู๋ ขมวดคิ้วลงเหมือนดาบ เหมือนว่าเขาดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ แต่ความไม่พอใจผ่านไปชั่วพริบตา ไม่ช้าเขาก็ถอนหายใจออกมา ปลดปล่อยบรรยากาศตึงเครียดในตัวเขา จากนั้นก็กล่าว " ผู้ที่ปรารถนาเป็นสาวกของข้านั้นมีอยู่มากมายแต่ไม่มีใครเหมาะกับข้าเลยสักคน แต่คนที่ข้าเห็นว่าเหมาะสมกับคิดว่าข้าไม่เหมาะ โชคชะตาช่างน่าขันยิ่งนัก ก็ได้ ข้าจะไม่ฝืนใจเจ้า "



เมื่อไต้กู่ พูดจบเขาก็หันไปอีกด้าน จากนั้นก็หายตัวไป ในเวลาเดียวกันเขาก็ส่งข้อความผ่านจิตดังเข้ามาในหูของ ชูเฟิง



       " สหาย ชูเฟิง ข้าจะมองข้ามเรื่องในวันนี้ หากในอนาคต มีใครรังแกเจ้าในภาคทะเลตะวันออก เจ้าสามารถเอ่ยนามของข้า ไต้กู๋ หากวันนึงเจ้าคิดอยากจะเป็นลูกศิษย์ของข้า ข้าไต้กู๋ ยินดีเปิดประตูต้อนรับเจ้า "



       " ขอบคุณอาวุโสไต้กู๋ " ชูเฟิง รีบคำนับและกล่าวขอบคุณ แต่ก็ไม่มีการตอบสนองใดๆกลับมาจาก ไต้กู๋



หลังจากที่รออยู่ที่เดิมสักพัก ชูเฟิง ก็เริ่มแผ่กระจายอำนาจพลังวิญญาณเพื่อสังเกตุบริเวณโดยรอบ แต่เขาก็ไม่สามารถตรวจพบสิ่งผิดปกติใดๆ เขาจึงรู้ว่า ไต้กู๋ นั้นไปแล้ว



       " ที่เขาลือกันว่า ไต้กู๋ เป็นคนแปลกๆดูเหมือนจะจริงสินะ " ชูเฟิงค่อนข้างตะลึงเมื่อเจอไต้กู๋ แต่เขาก็ประทับใจไม่ใช่น้อย แม้ว่าไต้กู๋จะเป็นคนแปลกๆ อย่างน้อยเขาก็ซื่อตรงและรับฟังผู้อื่น



แต่หลังจากที่เขาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ชูเฟิงก็เริ่มระวังตัว เขาสวมหน้ากากร้อยมายาที่ได้จากผู้เฒ่าร้อยหน้า และสร้างภาพลวงตาเปลี่ยนเป็นหน้าชายวัยกลางคน ขนาดตัวโตขึ้นจากเดิม



ชูเฟิงตัดสินใจว่าเขาจะปรากฏตัวต่อโลกภายนอกด้วยหน้าของคนคนนี้ แม้ว่าเขาจะก่อเรื่องสร้างความชิบหาย หรือทำการชั่วช้าใดๆ มันก็จะไม่ส่งผลมาถึงตัวเขา,เจียง หวู่ชาง, จาง เทียนยี่ . ซูรู่ , ซูเหม่ย และคนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง



นอกจากนี้ ชูเฟิง ตั้งชื่อใหม่ให้กับรูปลักษณ์นี้ว่า หวู่ฉิง เหตุผลก็ตรงๆตัว เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายเขาจะต้องเป็นคนที่อำมหิตเลือดเย็น ไร้ความเมตตา [ T/N 無情 Wúqíng หวู่ฉิง = ไร้ความปราณี.เหี้ยมโหด หรือเขียนกันในปัจจุบัน 无情 ]
หลังจากที่เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของเขา ชูเฟิงก็ตั้งเป้าที่ ผารอคนรัก 



ที่ผารอคนรัก ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน อยู่ที่นั้น นางเป็นธิดาพรหมจรรย์ของวิหารเพลิงผลาญสวรรค์ อีกทั้งยังเป็น คนรักในอดีตของ ฮวางฟู่ ฮ่าวเยว้ 



ดังนั้น ชูเฟิงจึงคิดว่าเมื่อ ฮวางฟู่ ฮ่าวเยว้ ยังดีๆอยู่ บางทีเขาอาจจะทิ้งเบาะแสบางอย่างไว้กับ ฉิวซุย ฟู่หยาน ดังนั้น ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ก็น่าจะเป็นคนๆเดียวที่อาจจะรู้เรื่องราวต้นกำเนิดของ ชูเฟิง



อย่างไรก็ตาม ภาคทะเลตะวันออกนั้นแสนกว้างใหญ่ หากเขาคิดจะไป ผารอคนรัก เขาจะต้องใช้เวลาไม่น้อยเลยทีเดียว



ก่อนหน้านั้น ชูเฟิง เขาต้องการที่จะเพิ่มการเพาะปลูก ดังนั้น สิ่งแรกเขาควรไปที่แรกจริงๆคือสถานที่หลบซ่อนตัว เพื่อเตรียมปรับปรุงโอรสอเวจี



       " ชูเฟิง ทำไม่ไม่เอาแผ่นที่ ยอดยุทธภัณฑ์ของเซินถู่ เจียงที่ได้จากการประมูลออกมาดูล่ะ บางทีเจ้าอาจจะค้นพบบางสิ่งบางอย่างก็ได้ " ในตอนนั้นขณะที่เขาพบกับสถานที่ซ่อนตัว และก่อนที่เขาจะเริ่มลงมือปรับปรุงต้านต้านก็พูดขึ้นมา



       " แผนที่ ? มันเป็นของจริงงั้นหรอ แต่หากจริงภาพของมันก็เลือนลางมากเลยนะ เราไม่มีทางรู้ได้หรอกว่ามันอยู่ตรงไหน ดังนั้นข้าไม่มั่นใจว่าเราจะเจอสมบัติ " ชูเฟิงกล่าว



       " ไอ้โง่ หากคนปกติคงหมดปัญญา แต่เจ้านั้นแตกต่าง อย่างลิมสิ ว่าเจ้าคือผู้ที่ฝึกเนตรสวรรค์ ด้วยพลังนั้นมันไม่ยากหรอกที่จะมองของแบบนี้ "



       " แม้ว่าเจ้ายังฝึกเนตรสวรรค์ไม่ถึงขั้น แต่ยังไงเจ้าก็ศึกษามันเป็นเวลานานพอสมควร ดังนั้นแผนที่เลือนลางอันนี้ เราจะใช้มันทดสอบความก้าวหน้าของเนตรสวรรค์ "



       " ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ แต่เจ้าควรจะลองยืนยันให้แน่ใจอย่าได้ด้วนสรุป หากเจ้ามองภาพออก นั้นก็หมายความว่าเจ้าสามาถเข้าใจขั้นตอนแรก ของเนตรสวรรค์ได้แล้ว ถ้าเจ้าเข้าไปใกล้กับสถานที่ ซ่อนสมบัติ เจ้าก็น่าจะมองเห็นมันได้ " ต้านต้านกล่าว



       " นั้นสิ!!!! ทำไมข้าถึงลืมมันไปได้นะ ว่าข้ามีเนตรสวรรค์ ที่สามารถช่วยให้มองเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น ยังไงก็ต้องลองดูก่อนล่ะ!!! " หลังจากได้ยินคำพูดของต้านต้าน ชูเฟิงก็ฉุกคิดได้ทันที เขาไม่พูดอะไรมาก จากนั้นก็ใช้มือลงไปคว้าแผนที่ที่มีลักษณะเป็นพัดออกมา มันคือ ยอดยุทธภัณฑ์

ReadMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
A : เสียดาย พี่เฟิงน่าจะยอมเป็นศิษย์ของไต้กู๋ ไต้กู๋ใจดีกับชูเฟิงมาก

B : ชูเฟิง ไม่อยากเป็นศิษย์ แต่อยากเปนพี่น้อง ที่แม้ไม่เกิดวัน เดือน ปีเดียวกัน แต่หากตาย ขอตายพร้อมกัน

A : จะคุ้มไม๊!!!

B : นิยายเรื่องนี้ คนมีอายุได้นับ หมื่นๆปี แม้จะเป็นดวงจิตก็เหอะ เผลออาจจะมี รุ่นลูก รุ่นหลาน ของชูเฟิง หากมันเป็นแบบนั้นจริงๆ ชูเฟิง แม่งคงมีเมียเป็น 1000 น่าอิจฉาชิบหาย!!!