วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 584 – ผลประโยชน์


    “หวู่ฉิง ท่านได้สิ่งนี้มาจากที่ใด !?” เมื่อเห็นยาต้องห้ามในมือของ ชูเฟิง นั้น ผู้นำตระกูลหลี่ก็สับสนอย่างมาก



ยาต้องห้าสามารถเพิ่มพลังได้เพียงช่วงเวลาสั้น นี่คือสิ่งที่ทึกคนรู้ แต่ยาต้องห้ามสามารถแบ่งออกได้ถึงความแข็งแกร่งของยาตามสีของมัน



หลังจากเข้าสู่พลังขั้นจ้าวสงครามแล้วนั้น ยาต้องห้ามจะไม่มีผลใดๆ กับผู้เชี่ยวชาญขั้น และเช่นเดียวกัน พวกเขาจะไม่ได้รับผลข้างเคียงจากยาต้องห้ามแม้แต่น้อย เพราะร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่งอย่างมาก



แต่ยาต้องห้ามที่มีผลต่อผู้เชี่ยวชาญขั้นจ้าวสงครามนั้น เป็นยาระดับสูง และวิธีการผลิตก็ถูกปกปิดเป็นความลับไม่ถูกเผยแพร่ออกไป อีกทั้งยาต้องห้ามระดับสูงที่ผลิตออกมายังมีสีที่แตกต่างกันน้อยมาก และยังมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป



ตัวอย่างเช่นยาต้องห้ามในมือของ ชูเฟิง นั้น เป็นยาต้องห้ามคุณภาพระดับสูง ที่มีผลเพิ่มพลังให้กับผู้เชี่ยวชาญขั้นจ้าวสงคราม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับหนึ่ง ขั้นจ้าวสงคราม ผลข้างเคียงของยานี้แตกต่างกันอย่างมาก



แม้แต่ในเขตทะเลตะวันออกการจัดหายาต้องห้ามระดับสูงก็เป็นเรื่องยากอย่างมาก มันสามารถพบได้โดยบังเอิญเท่านั้น จึงไม่ใล่เรื่องแปลที่ผู้นำตระกูลหลี่จะประหลาดใจ เมื่อ ชูเฟิง หยิบเอายาต้องห้ามทั้งสองเม็ดนี้ออกมา



     “แน่นอนว่าข้าไม่สามารถผลิตมันได้ ข้าเพียงแค่พบมันโดยบังเอิญเท่านั้น” ชูเฟิง กล่าวพลางพยักหน้าและยิ้มออกมา ยักษ์ขาว-ดำ นั้น ชูเฟิง ชิงมาจากราชวงศ์จี และเขาคาดว่าเขาอาจจะต้องใช้มันในอนาคต เขาจึงไม่ได้ขายมันออกไป และยังคงเก็บมันเอาไว้



    “ยักษ์ขาว-ดำ เป็นยาต้องห้ามที่มีค่ามาก ข้าไม่สามารถรับมันมาฟรีๆ ได้ ราคาของมันน่าจะอยู่ห้าหมื่ลูกแก้วสวรรค์ แต่ข้าจะให้ท่านหกหมื่นลูกแก้วสวรรค์ สำหรับยักษ์ขาว-ดำนี่” ผู้นำตระกูลหลี่ กล่าวพลางลำเลืองมองไปที่ หลี่ ชาน



หลี่ ชาน พยักหน้ารับ นางหันหลังกลับไปและจากไปเพียงไม่นาน นางก็กลับมาพร้อมกับถุงจักรวาลที่ภายในบรรจุลูกแก้วสวรรค์หกหมื่นลูกเอาไว้



ชูเฟิง ไม่ได้คัดค้านต่อการกระทำนี้แต่อย่างใด แม้เขาจะรู้ว่ายักษ์ขาว-ดำ เป็นสิ่งที่หาได้ยาก และมีค่ามากนั้น แต่ลูกแก้วสวรรค์หกหมื่นลูก ก็เป็นสิ่งมีค่าไม่ใช่น้อย ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ปฏิเสธ



     “หวู่ฉิง โชคดีจริงๆ ที่ตระกูลหลี่ของข้า ได้รับท่านเข้ามา ด้วยยักษ์ขาว-ดำนี่ ข้าเชื่อว่าข้าสามารถเอาชนะ หม่า ยู่คุน ได้อย่างแน่นอน” ผู้นำตระกูลหลี่ กล่าวพร้อมกับมองดูยักษ์ขาว-ดำในมือ และยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ



เมื่อเห็นว่าพ่อของตัวเองกำลังชื่นชม ชูเฟิง นั้น หลี่ ชาน ก็คิดย้อนกลับไป ทำให้นางภูมิใจนิดๆ ที่ได้พา ชูเฟิง กลับมาพร้อมกับนาง



     “ชูเฟิง เจ้าคิดว่าผู้นำตระกูลหลี่จะไว้ใจได้หรือไม่ !! ข้าสัมผัสสิ่งผิดปกติบางอย่างได้จากเขา แม้ว่าเขาจะดูโง่ และไม่คิดอะไร แต่ข้าคิดว่าเขาอาจจะมีแผนการบางอย่าง ที่แม้แต่เจ้ากับข้าก็ไม่สามารถมองออกได้” ในขณะนั้น ต้านต้าน ก็กล่าวออกมาด้วยความกังวล



     “ไม่ต้องกังวลไป หากเขาใช้ยักษ์ขาว-ดำ ข้าจะสามารถควบคุมเขาได้ในเวลาอันสั้น แต่หากข้าควบคุมเขาไม่ได้ การบ่มเพาะพลังของเขาก็ต้องหายไปอยู่ดี”



     “ไม่ว่ายังไง เขาจะต้องใช้ยักษ์ขาว-ดำแน่ เพราะพลังของเขามีเพียงระดับหนึ่ง ขั้นจ้าวสงครามเท่านั้น ถ้าเขาไม่ใช้ยักษ์ขาว-ดำ เขานะต้องสูญเสียพลังอย่างมาก และหากเขาคิดที่จะทำร้ายข้า ข้าจะใช้พลังทั้งหมดกับทักษะมังกรฟ้า เขาก็ไม่สามารถจับข้าได้ แต่สัญชาติญาณของข้าบอกว่า เขาไม่ใช้คนที่จะมีแผนการซับซ้อนอะไร เขาเป็นเพียงคนโง่เท่านั้น และเป็นเพียงชายแก่ที่งี่เง่า จนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้”



ชูเฟิง ยิ้มบางๆ เขาได้สร้างรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณเข้าไปในยักษ์ขาว-ดำ เมื่อผู้ที่กลืนกินมันเข้าไปนั้น รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณจะเข้าไปยังร่างกายของคนผู้นั้นโดยที่เขาไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย



ตราบใดที่ ชูเฟิง กระตุ้นรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณเหล่านั้น เขาจะสามารถควบคุมผู้กินมันเข้าไปได้ทันที และหากเขาไม่สามารถควบคุมร่างกายได้ เขาก็ยังสามารถควบคุมพลังของผู้ที่กินมันเข้าไปได้



ในตอนนี้ ชูเฟิง เพียงจะใช้ผู้นำตระกูลหลี่ ให้จัดการกับตระกูลหม่า และยังจะใช้เขาในการบุกเข้าไปยังหุบเขาเขี้ยวหมาป่า ดังนั้น ยักษ์ขาว-ดำ จึงเปรียบได้กับทริคของเขา



แต่ก็ยังไม่แน่ว่า ยักษ์ขาว-ดำ จะได้ผล ดังนั้น ไพ่ตายของเขายังคงเป็นสามทักษะเร้นลับ ชูเฟิง รู้ดีว่าพลังของจ้าวสงครามนั้นแข็งแกร่งมาก แม้เขาจะไร้ผู้ต่อต้านในขั้นแดนสวรรค์ แต่สำหรับการสังหารผู้เชี่ยวชาญขั้นจ้าวสงคราม มันยังคงเป็นเรื่องยากอย่างมาก



แต่ด้วยพลังของสามทักษะเร้นลับ ที่พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นนั้น น่าจะสามาาถจัดการกับผู้เชี่ยวชาญขั้นจ้าวสงครามได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ ชูเฟิง มีความมั่นใจ



หลังจากนั้น ทึกอย่างก็เป็นไปตามแผนการของ ชูเฟิง ผู้นำตระกูลหลี่ได้ประกาศออกไปว่า ชูเฟิง ไม่สามารถทำลายผนึกที่อยู่ภายในร่างของสัตว์ยักษ์ได้ มันจึงคุ้มคลั่งขึ้น และสุดท้ายก็ต้องสังหารมันไป



เมื่อข่าวนี้แพร่กระจายออกมานั้น สมาชิกของตระกูลหลี่ผิดหวังอย่างมาก เพราะพวกเขาคาดหวังว่า ชูเฟิง จะสามารถทำลายผนึกได้ และสามารถค้นหาตัวผู้บงการในการสังหารคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลหลี่ได้



ชา-ปี่ทั้งคู่เองก็เชื่อเช่นนั้น พวกเขายังคิดว่าตระกูลหลี่ ยังคงไม่รู้ความลับใดๆ และยังคงดำเนินการตามแผนการเดิมของพวกเขาต่อไป



หลังจากนั้นไม่กี่วัน วันที่ตระกูลหลี่ และตระกูลหม่า ตกลงกันว่าจะเข้าไปค้นหาสมบัติภายในหุบเขาเขี้ยวหมาป่าก็มาถึง ตระกูลหลี่ได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากมุ่งหน้าเข้าสู่หุบเขาเขี้ยวหมาป่าอย่างรวดเร็ว



     “บ้าเอ๊ย เจ้านั่นมันโชคดีจริงๆ ที่ได้ช่วยชีวิตของคุณหนูใหญ่เอาไว้ อีกทั้งยังได้รับความชื่นชมจากท่านผู้นำตระกูลหลี่อีก” ในขณะนั้น เหล่าผู้เชี่ยวชาญที่ถูกเชิญมาโดยตระกูลหลี่ ได้มองไปยัง ชูเฟิง ที่กำลังสนทนาอย่างสนุกสนานกับ หลี่ ชาน อีกทั้งผู้นำตระกูลหลี่ ยังคงร่วมสนทนาด้วยในบางครั้ง เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความอิจฉาอย่างรวดเร็ว



    “ในโลกแห่งผู้เชี่ยวชาญนี้ ตระกูลที่แข็งแกร่งจะสามารถอยู่ในจุดสูงสุดได้ แต่ในวันนี้ ตระกูลหลี่กลับไม่ได้เชิญเราเข้าไปร่วมสนทนา” ในขณะนั้น เยว่เหลา ก็กล่าวออกมา



     “เยว่เหลา ท่านหมายความว่าเช่นไร !?” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ใกล้ๆ และกำลังมองดู ชูเฟิง สนทนากับ หลี่ ชาน อย่างสนุกสนาน และอยากที่จะสั่งสอน ชูเฟิง ก็กล่าวถามออกมา



     “วันนี้เป็นวันอะไร !!” เยว่เหลา กล่าวถาม



     “ข้าได้ยินมาว่า ภายในหุบเขาเขี้ยวหมาป่ามีสมบัติบางอย่างอยู่ ตระกูลหลี่ และตระกูลหม่า จะร่วมมือกันค้นหามัน” ผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งตอบ



     “เมื่อพวกเขาร่วมมือกันค้นหามัน แน่นอนว่าจะต้องมีการแข่งขันขึ้น ในโลกนี้ไม่มิตรแท้ มีเพียงผลประโยชน์เท่านั้นที่แน่นอน”



     “ข้าได้ข่าวมาว่าตระกูลหม่าได้เชิญผู้เชี่ยวชาญมาจำนวนมาก เมื่อถึงเวลาที่พวกเขาปะทะกัน ข้าจะเข้าไปจัดการกับเด็กเหลือของที่มีพลังเพียงระดับแปด ขั้นแดนสวรรค์ หวู่ฉิง เอง”



     “ถ้าหากเกิดการปะทะขึ้น และตระกูลหม่าไม่ต้องการจะสูญเสียมาก ข้าจะเข้าพวกกับพวกเขา พวกเขาจะต้องส่งตัวแทนออกมาประลองแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้น พวกเจ้าก็เสนอให้เจ้าเด็กเหลือขอ หวู่ฉิง ออกไปประลอง ด้วยพลังเพียงระดับแปดของเจ้านั่น มันต้องแพ้อย่างแน่นอน และความพ่ายแพ้นั้นก็จะตกเป็นของตระกูหลี่….” หลังจากกล่าวจบ ใบหน้าของ เยว่เหลา ก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด



    “เป็นความคิดที่ดี ท่านเยว่เหลา ช่างมีความคิดที่ยอดเยี่ยมจริงๆ !!” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าผู้เชี่ยวชาญโดยรอบต่างมองไปที่ ชูเฟิง ด้วยความเย้ยหยัน
ReaDMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////