วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 608 - บรรพบุรุษแห่งโชคชะตา


     “ถึงแม้ว่าเขาจะเสียดวงตาของเขาไป มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสูญเสียจิตวิญญาณในการต่อสู้ไป นอกจากนี้มันยังทำให้เขาได้เห็นโลกที่ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วย”.



     “ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจปลดปล่อยมนุษย์ทุกคนบนโลก และ เขาไม่ได้ต้องการให้มนุษย์นั้นเท่าเทียมกับสิ่งมีชีวิตยุคโบราณ แต่เขา ต้องการใช้มนุษย์นั้นกลายเป็นราชันย์และกฎของโลกนี้”



     “ดังนั้นเขาจึงถ่ายทอดวิธีการบ่มเพาะให้กับมนุษย์และสอนให้มนุษย์กลายเป็นผู้ฝึกตนเพื่อต่อการกับสิ่งมีชีวิตยุคโบราณ พวกเขาเริ่มตั้งแต่ ภูมิภาคทะเลตะวันออกและ ในที่สุดสิ่งมีชีวิตยุคโบราณก็ถูกกำจัดไป และสร้างยุคสมัยของมนุษย์ขึ้น



     “และคำถามของเจ้านั้น ถูกต้องแล้ว เขาเป็นคนคิดค้นวิธีการบ่มเพาะเหล่านั้น และรวมไปทั้งรปแบบวิญญาณด้วย แต่ผลงานของเขาไม่ได้มีแค่นั้นผลงานของเขานั้นรวมไปถึงการเปลี่ยนชะตาของมนุษย์ ดังนั้นทำไมคนรุ่นหลังถึงเรียกเขาว่าบรรพบุรุษแห่งโชคชะตา,” ชายชราตาบอดพูดขึ้น 



    “บรรพบุรุษแห่งโชคชะตาอย่างนั้น ถ้าอย่างนั้นก็หมายความวาทะเลโลหิตนิรันดร์นี่ คือสถานที่ที่เขาเอาชนะราชันย์ยุคโบราณ์ได้อย่างนั้นหรือ นี่หมายถึง” ชูเฟิง พูด



ชายตาบอดนั้นพูดถูกฉากราวกับเขาได้เห็นด้วยตัวเอง เพราะอย่างนั้น ชูเฟิงจึงไม่รู้ว่ามันเป็นตำนาน และรู้สึกว่ามันอาจจะเกิดขึ้นจริง ถ้าให้เขาเลือก ชูเฟิงอาจจะเลือกเชื่อชายตาบอดก็เป็นได้



    “ฮี่ฮี่ มันเป็นเพียงแค่ตำนาน ที่เล่ากันเพราะความสนุกเท่านั้น อย่าไปคิดมากเลย “.



    “แต่เจ้ามีพรสวรรค์ที่สุดยอดเสียจริง อายุเพียงแค่นี้ก็บ่มเพาะได้ถึงระดับนี้แล้ว ที่นี่คงเหมือนกับแดนศักดิ์สิทธิ์ของการบ่มเพาะ”



    “โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเราที่มีระดับอาณาจักรสวรรค์มันช่างมีประโยชน์มากจริงๆ อย่างไรก็ตามเจ้าไม่สามารถบ่มเพาะที่นี่ได้นานนัก ถ้าเจ้ารู้สึกเจ็บปวดเมื่อไรก็ให้รีบออกทันที และค่อยมาใหม่คราวหลัง



     “อ่า ใช่ เมื่อเร็วๆนี้ ทะเลโลหิตนิรันดร์นั้นมีเรื่อยเกิดขึ้น ดังนั้นอย่าเข้าไปลึกมาก และคอยระวังสัตว์ประหลาดให้ดีดี ฮี่ฮี่.” ชายชราตาบอด พูดขึ้นจากนั้นก็จากไป 



เมื่อเห็นชายชราห่างออกไป ชูเฟิงก็รู้สึกแปลกๆ จึงใช้พลังวิญญาณตรวจสอบชายคนนั้นและพบว่า ชายคนนั้นมีพลังอยู่ที่ระดับ 8 อาณาจักรสวรค์จริงๆ ไม่ได้หลอกลวง



แต่ เขาก็รู้สึกว่าชายชราคนนี้นั้นไม่ธรรมดา แต่ชูเฟิงก็ไม่ได้มั่นใจมากนัก เพราะทั้งหมดนั่นเป็นสัญชาตญาณของเขา



      “โอ้ย น้องชาย อย่าไปฟังตาแก่นั่นเลย เขาก็แค่คนบ้าคนนึงเท่านั้นแหละ.”



     “ถูกต้องเขาอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว เมื่อมีหน้าใหม่เข้ามาที่นี่ เขาก็จะเล่าเรื่องมั่วๆให้ฟัง.”



     “อ่า เพราะเช่นนั้นแหละ ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนฉลาด และแยกแยะได้ว่าควรเชื่อหรือ.”



    “ถูกต้อง น้องชายท่าทางของเจ้าฉลาดนัก เจ้าจะไปเชื่อคำพูดมั่วซั่วของชายตาบอดได้อย่างไร เรื่องการบ่มเพาะแน่นอนว่ามันเป็นพรจากสวรรค์ ใครๆก็รู้ มันจะถูกสร้างโดยคนคนหนึ่งได้อย่างไร”



ในตอนนั้น ก็มีกลุ่มคนหนุ่มและสาวบินผ่านไป อายุของพวกเขานั้นใกล้เคียงกับชูเฟิง อาจจะมากกว่าเขาไม่กี่ปี แต่การบ่มเพาะของพวกเขาอยู่ในระดับต้นๆของอาณาจักรสวรรค์ นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขาเข้ามาเตือนชูเฟิงก็เพราะว่าพวกเขารู้ถึงพรสวรรค์ของชูเฟิง จึงต้องการเป็นเพื่อนกับเขา”



     “เรื่องของยุคโบราณนั้นมันผ่านมานานแล้ว ใครจะสามารถบอกได้เล่าว่าเรื่องใดจริงเรื่องใดปลอม” ชูเฟิงยิ้มเบาๆ เขาขี้เกียจที่จะพูดคุยกับคนที่ต้องการผลประโยชน์จากเขาดังนั้นเขาจึงจากไป และมุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของ ทะเลโลหิตนิรันดร์



    “บัดซบ เรามาเตือนเขาดีดี เขาก็ไม่สนใจและเพิกเฉยพวกเราอีก เขายังหยิ่งยิ่งหนัก.” เมื่อเห็นชูเฟิงจากไปโดยไม่สนใจพวกเขา ชายในกลุ่มนั้นคนนึงก็พูดออกมาด้วยความไม่พอใจ



    “เขายิ่งเพราะเขามีความสามารถพอที่จะหยิ่งได้ อย่าไปว่าเขาเลย คนเช่นเขาน่าจะมาจากมหาอำนาจที่หนึ่งหรือมีอาจารย์ที่ไม่ธรรมดา ถ้าเขาได้ยินเจ้าพูดว่าเขา เราจะไม่ช่วยเจ้าเด็ดขาด.”



     “ถูกต้อง อย่าลากพวกเราไปด้วยเพียงเพราะปากของเจ้า.”



สหายของชายคนนั้นพูดขึ้น มันทำให้เขาพูดไม่ออกและละทิ้งความโกรธนั่นทำหมด ที่เพื่อนๆของเขาพูดนั้นไม่ผิด เพราะคนในสถานที่เช่นนั้น ตัดสินกันด้วยระดับพลัง พวกเขาบางคนอาจจะใจแคบ และชอบดูถูกคนก็เป็นได้



ทะเลโลหิตนิรันดร์ นั้นเป็นสถานที่ที่ใหญ่มาก และอยู่ภายในเขตทะเล มันไม่มีจุดเคลื่อนย้ายอย่างทั่วถึงอย่างเช่น ส่วนกลางของมัน ถ้าชูเฟิงต้องการพบ ชิวฉุย ฟู่หยาน ที่สถานที่ที่มีสัตว์ประหลาดอยู่มากมาย เขาก็ต้องฝ่าเข้าไป



ตามทางนั้น ชูเฟิงได้ทำความเข้าใจกับโคตรสร้างของ ทะเลโลหิตนิรันดร์ เขาก็ได้รู้ว่ามันไม่ใช่เกาะในทะเล และแม้แต่จุดเคลื่อนย้ายนั้นก็ยังถูกสร้างบนอากาศ



ที่แห่งนี้ เป็นสถานที่ที่พิเศษมาก พวกมันเหมือนกับถูกสร้างโดยผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณที่ทรงพลัง พวกเขาได้สร้างเป็นเกราะเล็กๆ และมีพื้นที่ขนาดใหญ่อยู่ในเกราะนั้น



พื้นผิวทะเลสีแดงราวกับเลือดและเกาะด้านล่างที่มีเมฆ ลอยอยู่ด้านบนอาจบอกได้ว่าเป็นภาพที่หาดูได้ยากภาพหนึ่ง



อย่างไรก็ตาม การบ่มเพาะในทะเลโลหิตนิรันดร์นั้นสามารถบ่มเพาะได้โดยอิสระ แต่ถ้าเขาต้องการอาศัยอยู่ที่นี่ ก็ย่อมมีค่าใช้จ่าย หากคัดค้านก็จะถูกขับไล่ออกไป



นั่นเป็นเพราะว่าทะเลโลหิตนิรันดร์นั้นได้ถูกครองไว้แล้ว ก่อนหน้านี้มันเคยเป็นของพรรคมารทะลายราตรี แต่ในตอนนี้มันเป็นของหมู่เกาะประหาร



เมื่อพวกมันเห็นว่า พรรคมารทะลายราตรีเกิดการแตกแยก และ วิหารเพลิงผลาญสวรรค์ได้หายไป หมู่เกราะประหารก็ราวกับเป็นดวงอาทิตย์ที่อยู่บนท้องฟ้า พวกเขาราวกับเป็นผู้นำของภูมิภาคทะเลตะวันออก



     “สถานที่แห่งนี่ช่างมีชีวิตชีวาอย่างแท้จริง สมแล้วที่ได้รับชื่อว่าแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งการบ่มเพาะ ข้าเชื่อว่าถ้าสัตว์ประหลาดไม่ปรากฏตัวขึ้นต้องมีผู้คนเข้ามาบ่มเพาะมากกว่านี้แน่นอน.”



หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง ชูเฟิงก็เข้ามายังพื้นที่ใจกลางของทะเลโลหิตนิรันดร์ได้ สถานที่แห่งนี่บอกได้ว่ามีพลังงานที่แสนวิเศษอยู่เต็มไปหมด



อย่างไรก็ตาม เพราะมีสัตว์ประหลาดปรากฏก่อนหน้านี้ จึงทำให้มีคนที่เข้ามาบ่มเพาะถูกฆ่า เมื่อชูเฟิงทอดสายตามองออกไป ก็ได้เห็นร่างนับไม่ถ้วนอยู่เต็มที่แห่งนี้ ดูจากคร่าวๆแล้วน่ามีหลายพันคน และนั่นก็แค่ในระยะสายตาของชูเฟิงเท่านั้น



*ซู่ม ซู่ม ซู่ม* ในตอนนั้นก็มีเสียงดังก้องดังขึ้น ห่างจากชูเฟิงหลายไมล์น้ำทะเลที่สงบสุขก็เกิดการสั่นไหว และเกิดคลื่นลมที่บ้าคลั่งขึ้นทำให้สถานที่แห่งนี้วุ่นวาย



     “อ๊า สัตว์ประหลาดมาแล้ว หนีเร็วเข้า”



*วู่บ~~~~*



เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลง ผู้คนหลายคนจึงเริ่มที่จะหนี มีผู้คนหลายคนบินขึ้นสูงบนท้องฟ้าและหนีไป อย่างไรก็ตามชูเฟิงนั้นมุ่งหน้าต่อไป และบินไปยังจุดที่เกิดคลื่นขึ้นมา

ReadMGA
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////