วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 611 - ปราบปราม


     “เขาต้านมันได้! เข้าต้านมันได้อีกแล้ว! นั้นมันรูปแบบวิญญาณอะไรกันแน่ถึงทรงพลังขนาดนี้ แล้วอายุแค่นี้เขาก็ได้เป็นผู้เชื่อมต่อฯชุดม่วง มันเป็นไปได้ยังไงที่มันสามารถป้องกันการจู่โจมระดับจ้าวสงคราม? ”



     “ไม่น่าเชื่อ นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ข้าเกิดมาที่เห็นผู้มีพลังระดับนี้สามารถต่อกรกับระดับจ้าวสงครามอย่างเท่าเทียมได้” ณ ขณะนั้น ฝูงชนรอบๆไม่สามารถอดกลั้นได้ ถ้าก่อนหน้านั้นมันเป็นเพียงความบังเอิญ แล้วตอนนี้หล่ะ? พวกเขารู้ว่าชูเฟิงมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะต่อกรกับอาณาจักรจ้าวสงครามได้



     “ระดับสวรรค์สู้กับจ้าวสงครามได้งั้นหรอ ? น่าขันยิ่งนัก แสดงให้ข้าเห็นอีกทีสิว่าเจ้าสามารถรับมือกับพวกข้าได้”



การโจมตีของพวกเขาทั้งสองคนถูกป้องกันอย่างต่อเนื่อง การกระทำของชูเฟิงทำให้ชายร่างใหญ่ป่าเถื่อนและชายใบหน้ายุติธรรมเดือดดาลเป็นอย่างยิ่ง ระดับ 1 ขั้นจ้าวสงครามทั้งสองคนรู้สึกราวกับว่าใบหน้าของพวกเขาถูกใช้เพื่อปัดกวาดพื้น



* วูช วูช ~~~ * ฝ่ามือของพวกเขาปรากณแสงเป็นประกายและยอดยุทธภัณฑ์พลันปรากฏขึ้นในมือของพวกเค้า



อาวุธของชายร่างใหญ่ป่าเถื่อนคือดาบยาว 3 เมตร มันดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก



อาวุธของชายใบหน้ายุติธรรมคือแส้สีเขียวซึ่งมีออร่าที่ทรงพลังอย่างมากรั่วไหลออกมา



สามารถกล่าวว่ามันเทียบได้กับยอดยุทธภัณฑ์ชั้นดี การที่มันแข็งแกร่งแบบนั้นเป็นเพราะว่าทักษะยุทธ์ของมันเป็นเอกลักษณ์ ที่ได้หลอมรวมเข้ากับพลังจ้าวสงคราม ดังนั้นเมื่อมันอยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญจ้าวสงครามมันจึงสามารถเปล่งพลังที่จริงออกมา



สิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าของฝูงชนได้บอกพวกเขาว่าข่าวลือนั้นเป็นเรื่องจริง หลังจากทั้งสองคนใช้ยอดยุทธภัณฑ์ ออร่าของพวกเขาแข่งแกร่งยิ่งขึ้น พวกเขาทั้งสองยืนอยู่กลางอากาศ พวกเขาดูราวกับเทพเจ้าผู้ชำชองการศึก บรรยากาศของพวกเขาราวกับสืบเชื้อสายมาจากพระเจ้า



      “เจ้ามาได้ถูกเวลายิ่งนัก ให้ข้าได้สัมผัสกับระดับของยอดยุทธภัณฑ์ที่ถูกกวัดแกว่งโดยผู้เชี่ยวชาญจ้าวสงครามที!”



ถ้าเป็นคนทั่วไปที่อยู่ในสถานะการณ์เช่นเดียวกันนี้ ความกลัวคงจะแบ่งบานในหัวใจของพวกเขาราวกับดอกไม้ แต่ไม่ใช่กับชูเฟิง! เขาไม่ได้หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับกันเขากลับรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก หลังจากปรากฏแสงสีดำ ขวานอสูรฟ้าพลันปรากฏในมือของชูเฟิง



*ฟุบ ฟุบ ฟุบ* ในเวลาเดียวกัน ชูเฟิงย่างก้าวโดยใช้ทักษะของจักรพรรดินภาพุ่งไปยังขั้นเทพยุทธ์ทั้งสอง



     “รนหาที่ตาย!! วันนี้ข้าจะสอนทบเรียนแก่เจ้า”



มองเห็นชูเฟิงพุ่งเข้าหาพวกเขาอย่างห้าวหาญ ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองขบฟันของพวกเขาด้วยความโกรธ



พวกเขาไม่รอช้ารีบกระชับยอดยุทธภัณฑ์ในมือและเข้าห้ำหั่นกับชูเฟิงตามลำดับ [ T/N เหมือนคนหนึ่งเข้า คนหนึ่งออก เมื่อเห็นว่ามีช่องให้เข้าโจมตี ]



*เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง*



*ตูม ตูม ตูม ตูม*



     ยอดยุทธภัณฑ์ทั้งสามเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด การเหวี่ยงอาวุธแต่ละครั้งก่อให้เกิดพลังอันมหาศาล และการปะทะกันแต่ละครั้งก่อให้เกิดเสียงระเบิดอึกทึก



ขณะที่ทั้งสามปะทะกันแม้แต่ท้องฟ้ายังเกิดรอยแยก และแตกระแหง ท้องฟ้าที่ทั้งสามคนปะทะกันอยู่พลันเข้าสู่ความสับสนวุ่นวายพร้อมกับความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด มีเพียงบริเวณที่พวกเขาปะทะกันเท่านั้นที่มีแสงสว่าง ซึ่งแสงสว่างนั้นเกิดจากการปะทะกันของพลังวิญญาณที่ไม่ธรรมดา



      “สวรรค์!! เขาสามารถต่อกรกับผู้เชี่ยวทั้งสองได้อย่างเท่าเทียมจริงๆหรือ? มันเหมือนกับว่าเรากำลังดูเหล่าผู้เชี่ยวชาญระดับจ้าวสงครามเข้าห่ำหั่นกันเอง ถ้าเขาสู้กับผู้เชี่ยวจ้าวสงครามแบบตัวต่อตัว ไม่แน่ว่าเขาอาจจะสามารถกำจัดพวกเขาได้หรอกหรือ?” วงจรการต่อสู้ของพวกเขาทั้งสามนั้นสั่นสะเทือนแม้กระทั้งสวรรค์และพื้นพิภพ นอกจากนั้นการต่อสู้ของพวกเขายังดึงดูดสายตาของเหล่าผู้สังเกตุการณ์ ซึ่งทุกคนที่เห็นล้วนตกอยู่ในอาการตกตะลึงอย่างถึงที่สุด



     “ฮ่าๆ เนี่ยหรอฝีมือระดับจ้าวสงคราม สวะดีๆ!!!” ชูเฟิงต่อสู้กับพวกเขาอย่างห้าวหาญมากและมากขึ้นเรื่อยๆ และดูเหมือนว่าบรรยากาศรอบๆชูเฟิงในตอนนี้กำลังสะกดข่มพวกเขาทั้งสอง



มองดูสีหน้าอันน่าเกลียดนั่น ชูเฟิงแน่ใจว่าทั้งสองคนคงจะหมดลูกไม้แล้ว ถ้าสถานะการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ถึงสมชั่วยามพวกเขาต้องโดนชูเฟิงกำจัดแน่ ที่ผ่านมาชูเฟิงใช้ยอดยุทธภัณฑ์และทักษะลับของเค้า อีกไม่นานสองคนนี้คงพ่ายแพ้แก่เขาเป็นแน่



        “ผู้ใดกล้าก่อปัญหากับคนหมู่เกาะประหาร ของข้า !!!?” แต่ในขณะนั้น เสียงตะโกนที่ชัดเจนพร้อมกับออร่าที่ทรงพลังราวกับไม่มีที่สิ้นสุดได้ดังมาจากท้องฟ้า



      “บ้าเอ้ย!” ทันใดนั้นหน้าของชูเฟิงพลันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เค้ารีบพุ่งตัวถอยกลับไปด้านหลัง



เฉพาะชูเฟิงเท่านั้นที่พบว่ามีชายชราผมขาวบินลงมาจากท้องฟ้าตรงมายังการต่อสู้ของพวกเขา บุคคลนั้นยังส่วมใส่เสื้อผ้าที่ไม่ธรรมดาของ หมู่เกาะประหาร นอกจากนั้นออร่าของเขายังอยู่ในระดับ 3 ขั้นจ้าวสงคราม



      “งั้น..เจ้าคือเด็กสารเลว แม้ข้าจะไม่รู้ว่าอาจารย์ของเจ้าเป็นใคร แต่ไม่มีใครในทะเลภูมิภาคทะเลตะวันออกกล้ามาหยิ่งผยองต่อหน้าคนจาก หมู่เกาะประหาร ของข้า ตอนนี้ข้าจะให้บทเรียนแก่เด็กโง่เง่าเช่นเจ้าในแทนอาจารย์เจ้าเอง!!”



หลังจากชายชราปรากฏตัว เขาไม่รอการโต้แย้งและเข้าจู่โจมชูเฟิงโดยทันที จากที่เขาได้ฟาดฝ่ามือออกไป ชูเฟิงรู้สึกได้ถึงพลังที่พุ่งพล่านดึงดูดอย่างไม่สิ้นสุดรอบๆตัวของเค้า ซึ่งทั้งหมดนั้นพุ่งมาจากชายชรา



ในเวลาเดียวกันนั้นชายร่างใหญ่ป่าเถื่อนและชายใบหน้ายุติธรรมยังโบกสบัดยอดยุทธภัณฑ์ในมือของพวกเขาโจมตีอย่างอุกอาจมายังชูเฟิง



ชูเฟิงรู้ดีว่าเขาไม่สามารถจัดการกับชายชราได้อย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงไม่ลังเลที่จะใช้ทักษะเร้นลับมังกรฟ้าทะยาน ซึ่งเป็นทักษะที่ได้จากผู้ก่อตั้งสำนักมังกรฟ้าอย่างเต็มกำลัง


* วูบ *



เมื่อทักษะมังกรฟ้าทะยานปรากฏขึ้นก็ปรากฏมังการคำรามออกมาทันที จากนั้นมันได้กลายเป็นลำแสงสีฟ้าพุ่งหายไปด้วยความเร็วที่ไม่อาจจ้องมองด้วยตาเปล่า เสี้ยววินั้นเขาก็ได้หลบหนีไปไกลแล้ว



      “เฮอะ..เผ่นเร็วจริงนะ ไอ้เด็กเวน ถ้ามันช้ากว่านี้แม้เพียงนิด มันคงจะโดนข้าฝ่าเป็นสองซีกไปแล้ว” มองไปยังทางที่ชูเฟิงหลบหนีไป ชายป่าเถื่อนไม่สามารถตามเขาได้ทัน ดังนั้นหลังจากที่เขาพ่นน้ำลายออกมาจากปากใหญ่ๆของเค้า เขาก็กู่ร้องด้วยความเกรี้ยวกราด



      “หุบปาก! เรามาที่นี่เพื่อจับอสูร...ไม่ได้มาทำให้ตัวเองขายหน้า การกระทำของพวกแกตอนนี้มันส่งผลกระทบร้ายแรง พวกแกไม่รู้ถึงภาพลักษณ์ภายนอกของ หมู่เกาะประหาร รึไง?!” ชายชราตำหนิอย่างเกรี้ยวกราด



     “ผู้อาวุโส พวกเราแค่อยากแสดงพลังของ หมู่เกาะประหาร ให้คนเหล่านี้ได้ประจักษ์ แต่ใครจะรู้ว่าจะมีเจ้าเด็กเหลือขอมาขัดขวางกลางคันเสียก่อน?” ชายใบหน้ายุติธรรมอธิบาย



     “แสดงพลังของพวกเจ้ารึ?” จากที่เห็นมันเหมือนกับความลำบากใจของพวกเจ้ามากกว่า



     “ระดับ 1 อาณาจักรจ้าวสงคราม 2 คน ถูกปราบโดยเจ้าเด็กเหลือขอคนนึงที่อยู่ในระดับ 9 ขั้นแดนสวรรค์ เจ้ายังมีหน้าจะพบผู้คนอีกรึ?!!” เมื่อพูดถึงเรื่องนั้นชายชรากลายเป็นเกรี้ยวกราดมากกว่าเดิม



    “พ. .พวก…ร..เรา” ทั้งสองกลายเป็นพูดไม่ออก ไม่แม้แต่จะหาคำแก้ตัว



ข้อเท็จจริงที่ทั้งสองถูกยับยั้งโดยชูเฟิง คนภายนอกอาจไม่สามารถพูดอะไรได้ แต่พวกเขารู้ดีถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ พวกเขาไม่สามารถปิดบังว่าใครเป็นผู้ได้เปรียบและใครเป็นผู้เสียเปรียบจากชายชราได้



     “ฟังนะ ท่านหญิงย่าเฟยจะเสด็จผ่านมาทางนี้และท่านได้ยินว่ามีอสูรปรากฏตัวอยู่ ท่านกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ตอนนี้ หลังจากที่ท่านมาถึงจนกระทั้งก่อนที่ท่านจะจากไป มันจะดีมากถ้าเจ้าทั้งสองไม่สร้างปัญหาให้ข้า หรือถ้าเจ้าทั้งสร้างปัญหา เมื่อถึงตอนนั้นข้าก็ไม่อาจช่วยเจ้าได้” ชายชราเตือนพวกเขาทั้งสอง



    “ท่านหญิงย่าเฟยรึ?” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งสองไม่ชักช้าแต่อย่างใด กลับกันทั้งสองรีบเผ่นทันที ทั้งสองกลายเป็นสายรุ่งและบินลงไปยังด้านล่าง ด้วยน้ำทะเลที่สาดกระจายไปทั่วทุกที่ ทั้งสองก็ได้พุ่งลงไปในทะเลโลหิต



     “จริงๆแล้วเจ้าเด็กนั่นมาจากที่ใดกัน? สามารถต่อกรกับผู้เชี่ยวชาญจ้าวสงครามได้ด้วยการบ่มเพาะระดับนั้น นี่ไม่ใช่อะไรที่คนธรรมดาจะทำได้” ในขณะนั้นชายชราที่มีพลังระดับ 3 จ้าวสงครามได้เหม่อมองไปยังทางที่ชูเฟิงได้หลบหนีไป คิ้วของเขาขมวดแน่น ดวงตาเป็นประกายในขณะที่จมอยู่ในห้วงความคิด…..

ReaDMGA