วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 612 - เสี่ยวยู่


     “นั่นใกล้มากเลยนะ ข้าไม่คิดมาก่อนเลยว่าในหมู่เกาะประหารจะมีผู้เชี่ยวชาญจ้าวสงครามมากมายเช่นนี้ มันเหมือนกับว่าพวกเขามีรากฐานที่ดีอย่างแท้จริง พวกเขาไม่ธรรมดาเลย” เมื่อมองไปยังชายชราระดับ 3 ขั้นจ้าวสงครามที่ไม่ได้ไล่ล่าเค้า ชูเฟิงไม่ได้มุ่งหน้าออกไปไกลมากนัก เขาหยุดลงบนผิวน้ำ



      “ยิ๊ห้า ยิ๊ห้า ยิ๊ห้า ยิ๊ห้า...พี่ชาย ท่านแข็งแกร่งจังเลย ท่านบินได้เร็วมาก มากจนข้ามองไม่เห็นอะไรรอบๆตัวข้าเลย” ขณะนั้น เสียงใสๆดุจระฆังเงินได้ลอยมาจากอ้อมกอดของชูเฟิง



ชูเฟิงก้มหัวลงมามองเด็กสาวที่เค้าได้ช่วยไว้ซึ่งตอนนี้กำลังกอดชูเฟิงแน่นและมองมาที่ชูเฟิงด้วยดวงตาคู่กลมโตที่บริสุทธ์



      “เรียกข้าว่าลุง ไม่ใช่พี่ชาย” ชูเฟิงกล่าวอย่างเอาแต่ใจในขณะที่เค้ากำลังสร้างรูปแบบวิญญาณบนผิวทะเลแล้ววางเด็กสาวลงบนนั้น



     “ไม่ๆ พี่ชาย ท่านยังดูหนุ่มๆอยู่เลย ทำไมให้ข้าเรียกท่านว่าลุงหล่ะ??” เด็กสาวกล่าวด้วยความไร้เดียงสาเป็นอย่างมากพร้อมกับที่เธอกระพริบตาคู่งามถี่ๆ



ชูเฟิงเพียงพบว่าเด็กสาวคนนี้นั้นงดงามทีเดียว คิ้วที่เรียวยาว ผิวที่กระจ่างใสราวกับหยก ปากที่เล็กบางละเอียดอ่อนราวกับผลเชอรี่ ผมเกลียวยาวโดยธรรมชาติ เธอช่างน่ารักช่างดุจดั่งตุ๊กตาตัวน้อยๆ



แต่ชุดที่เธอสวมใส่นี่ช่างน้อยนิดเสียนี่กระไร มันแทบจะเปลือยซะด้วยซ้ำไป ยังมีชุดชั้นในสีชมพู อยู่ระหว่างซาลาเปาทั้งสองลูกของเธอ ครอบคลุมพื้นที่สงวนของเธอ เธอไม่มีแม้กระทั้งรองเท้า มีเพียงเท้าที่เปลือยเปล่าเท่านั้น [ T/N เหมือนกับชุดนาจาตอนเด็ก ]



แต่เมื่อมองดูดีๆชูเฟิงพบว่าภายใต้ชุดชั้นในขอเธอนั้น ปรากฏบางสิ่งที่ตราตรึง บางสิ่งนั้นช่างพิเศษยิ่งนัก มันเหมือนกับปลาที่ยังไม่มีปีก โดยไม่ต้องคำนึงถึงนี่มันแปลกสุดๆ



     “ตกลง...ข้าจะฟังเจ้า..สาวน้อย งั้น..บอกพี่ชายคนนี้หน่อยได้มั้ยว่า พ่อแม่เจ้าเป็นใคร?”



หลังจากตรวจสอบเธออย่างจริงจังแล้ว ปรากฏว่าชูเฟิงค่อนข้างชอบเธอ ดังนั้นช่วยไม่ได้ที่เขาจะถามเธอเกี่ยวกับรายของเธอมากขึ้นและเขายังต้องการนำเธอไปส่งคืนให้กับพ่อแม่ของเธอ หลังจากเรื่องราวทั้งหมด ในตอนนี้เด็กสาวน่ารักได้หายไป พ่อแม่ของเธอคนเป็นกังวลมาก



     “พ่อแม่หรอ? พี่ชาย...พ่อแม่คืออะไรหรอ...มันกินได้มั้ย” เด็กสาวหยีตาของเธอมันช่างเหมือนกับรูปจันทร์เสี้ยว เธอยิ้มหวานเป็นอย่างมาก ท่าทางที่เธอแสดงออกมาช่างบริสุทธิ์ผุดผ่องราวกับว่าเธอได้พูดมันออกมาจากใจ



     “สาวน้อย...อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่มีพ่อแม่?!” ดูเหมือนกับว่าสิ่งที่เด็กสาวได้แสดงออกมานั้นทำให้ชูเฟิงรู้สึกว่าสาวน้อยคนนี้ไม่รู้จริงๆว่าพ่อแม่คืออะไร



    “ข้าไม่มีพ่อแม่หรอก… พี่ชาย..ท่านมีมั้ย ขอข้ากินมันหน่อยได้มั้ย?” เด็กหญิงถามซอกแซก



     “เอ่อ...เรื่องนั้น...พ่อแม่กินไม่ได้ พ่อแม่คือคนที่ให้กำเนิดเราและเลี้ยงดูเรา สาวน้อย...เจ้าไม่มีพ่อแม่จริงๆหรอ?” ชูเฟิงถาม



    “ข้าไม่มี ข้าไม่รู้ว่าใครคือผู้ให้กำเนิดและไม่รู้ว่าใครคือผู้ที่เลี้ยงดูข้า” เด็กสาวตอบ



ได้ยินคำตอบนั้นชูเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามต่อว่า “งั้น สาวน้อย ใครพาเจ้ามาที่แห่งนี้?”



    “ไม่มีใครพาข้ามาที่แห่งนี้ ข้าว่ายน้ำมาเอง” เด็กสาวกล่าว



     “อะไรนะ? เจ้าว่า เจ้าว่ายน้ำมาด้วยตัวเองเนี่ยนะ?” ได้ยินคำเหล่านั้นมันทำให้ชูเฟิงรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลอย่างไม่ได้ตั้งใจ ความรู้สึกแรกของเข้าคือสาวน้อยคนนี้กำลังโกหก



ทะเลโลหิตนิรันดร์นั้นกว้างใหญ่มาก แม้ว่านักบ่มเพาะที่อยู่ในขั้นแดนสวรรค์ปราถนาจะมายังใจกลางของทะเลแห่งนี้ยังไม่อาจเป็นไปได้ นับประสาอะไรก็เด็กสาวเพียงคนเดียว



     “พี่ชาย ท่านไม่เชื่อข้าหรอ? ท่านไม่เชื่อว่าข้าว่ายน้ำมาด้วยตัวคนเดียวหรอ?” เด็กสาวกระพริบตาของเธอพร้อมกับจ้องมองไปยังความสงสัยของชูเฟิง



* วูชช *



.ในขณะที่เธอพูดจบ เธอหมุนตัวกลับพร้อมกับกระโดด ร่างอันเพียวบางเธอเธอราวกับมังกร เธอกระโดดลงในทะเลพร้อมกับท่าทางที่สมบูรณ์แบบ



ในช่วงแรกชูเฟิงรู้สึกวิตกกังวลนิดหน่อย หลังจากที่เห็นเธอกระโดดลงในน้ำ โดยไม่รอให้ร่างพ้นน้ำเธอกับแวกว่ายด้วยความเร็วอย่างน่าอัศจรรย์ ความเร็วนั้นเร็วเป็นอย่างมากแม้แต่ชูเฟิงยังรู้สึกตกใจ แม้ว่าจะเป็นขั้นแดนสวรรค์ยังไม่อาจบรรลุความเร็วระดับนี้ได้ แต่นี่มันเกิดขึ้นโดยสาวน้อยคนนึงเท่านั้น



นอกจากนี่ สาวน้อยยังเร่งความเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมันเกินกว่าความเร็วของผู้บ่มเพาะขั้นแดนสวรรค์ในขณะที่พวกได้ใช้ทักษะทางร่างกาย มันเป็นความเร็วที่มิอาจคาดคิด



* หึ่มม * รู้สึกถึงความผิดปกติของเด็กสาว ชูเฟิงถลกแขนเสื้อขึ้นพร้อมกับตักสาวน้อยขึ้นจากทะเลทำให้เธอลอยอยู่ในอากาศ



      “ยิ้..ห้า..ยิ้..ห้า..ข้าบินได้ ข้าบินได้ ดูสิพี่ชาย~~” ขณะที่เธอลอยอยู่กลางอากาศ เธอยังทำท่าทางว่ายน้ำอย่างผ่อนคลายและค่อนข้างร่าเริง



แต่เมื่อชูเฟิงใช้อำนาจวิญญาณตรวจสอบร่างกายของเธอ มีบางสิ่งทำให้ชูเฟิงรู้สึกประหลาดใจ เนื่องจากเด็กสาวมีความสามารถที่ไม่ธรรมดา และชูเฟิงก็ยังไม่สามารถตรวจพบความผิดปกติใดๆ



จริงๆแล้วเพราะว่าที่มาของเด็กสาวนั้นย่อมไม่ธรรมดา เธอปกปิดความแข็งแกร่งของเธอได้เป็นอย่างดี เมื่อพูดถึงพลังของเธอแล้วมันดูเหมือนสายฟ้าศักดิ์สิทธ์ของชูเฟิง ไม่สำคัญว่าชูเฟิงนั้นแข็งแกร่งขนาดไหน พวกเขาจะไม่เพียงค้นหาความผิดปกติไม่ได้ พวกเขายังไม่สามารถตรวจพบสายฟ้าศักดิ์สิทธ์ในตันเถียนของฟูเฟิงด้วย



     “สาวน้อย เจ้ามีชื่อว่าอะไร?” ชูเฟิงถาม



     “ข้าเรียกว่า ‘เสี่ยวยู่’ ” เธอกล่าวด้วยความภาคภูมิใจพร้อมกับยืดอกของเธอขึ้น
      [ T/N 小鱼 Xiǎo yú เสี่ยวยู่ หรือ ปลาน้อย ]

   

      “เสี่ยวยู่? ใครตั้งชื่อนี้ให้เจ้า?” ชูเฟิงถามขึ้นทันที เขาต้องการทราบผู้ที่เกี่ยวที่ข้องกับนาง[1]และสถานที่ที่นางจากมา
        [ -- [1] “find the melons by going along the vines” เป็นสำนวนแปลว่า ‘ค้นหาแตงโมไปพร้อมองุ่น’ มันเป็นคำเปรียบเปรย ในกรณีนี้คือชูเฟิงต้องการทราบข้อมูลคนที่เกี่ยวข้องกับนาง -- ]


      
      “อ่า..ใครให้ชื่อนี้แก่ข้างั้นหรอ? ข้าลืมแล้ว” เด็กสาวกล่าวด้วยความมั่นใจ



หลังจากนั้นชูเฟิงถามนางอีกหลายตำถาม แต่ก็ยังไม่ได้รับตอบที่น่าพอใจ สุดท้ายแล้วนอกจากชูเฟิงจะรู้ว่าเด็กสาวเรียกว่าเสี่ยวยู่แล้วชูเฟิงก็ไม่รู้อะไรอีกเลย



ขณะที่เค้าล้มเหลว ชูเฟิงเริ่มแบกสาวน้อยและไปยังพื้นที่โดยรอบพร้อมกับสอบถามเรื่องราวต่างๆ มีอยู่อย่างหนึ่งที่แน่ชัดคือไม่มีใครเคยเห็นเด็กเด็กสาวมาก่อนและไม่มีใครรู้จักครอบครัวของเธอ



เด็กสาวไม่เคยไว้ใจในความช่วยเหลือของใครเลยตั้งแต่เกิดมาจนถึงบัดนี้ เธอเชื่อเพียงตัวของเธอเองและเธอจับปลาในทะเลกินเป็นอาหารตั้งแต่เธอเกิดจนถึงบัดนี้ เด็กสาวกินเพียงแค่ปลาและดื่มน้ำทะเลจนถึงบัดนี้



ในชีวิตของเธอ ความพิเศษของเด็กสาวค่อนข้างดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมาย บางคนต้องการที่จะลักพาตัวเด็กสาวอย่างลับๆและนำเธอกลับไปพัฒนา



แต่เป็นเพราะความเร็วของเธอในน้ำนั้นเร็วเป็นอย่างมาก ไม่มีใครที่สามารถตามจับเธอได้ทัน ดังนั้นจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครได้เข้าใกล้เด็กสาวเลย สามารถกล่าวได้เลยว่าชูเฟิงนั้นเป็นแรกที่ได้ใกล้ชิดเธอ



เมื่อบางคนเห็นชูเฟิงแบกสาวน้อย พวกเขาเริ่มพูดคุยกันพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏออกมา พวกเขาชื่นชมชูเฟิงอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงสาวที่มีชาติกำเนิดไม่ธรรมดา พวกเธอพร้อมที่จะต่อสู้กับสาวน้อยนั่น



สาวน้อยงดงามเป็นอย่างยิ่ง งดงามเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าเด็กสาวจะไม่สามารถพัฒนา(ร่างกาย)ไปได้อีก แต่มันก็ยอดเยี่ยมมากแล้วที่จะนำเธอมาดูแล แต่มันก็ไร้ประโยชน์เพราะเธอนั้นดื้อรั้นเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ชูเฟิงยังไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้อีกด้วย



จริงๆแล้ว ถ้าเด็กสาวไม่ได้ปรากฏตัวในทะเลโลหิตนิรันดร์มานานกว่าครึ่งปี ดูเหมือนกับว่าผู้คนคงจะมองเธอในฐานะปีศาจน่าหวันเกรงที่จับผู้คนเพื่อใช้บ่มเพาะพลัง ซึ่งในความเป็นจริงตอนนี้ก็ยังมีบางคนมองเธอเป็นปีศาจอยู่…...

ReaDMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////