วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 613 - อสูร


     “เสี่ยวยู่ ทำไมเจ้าถึงกินแต่ปลาดิบหล่ะ? มา..เดี๋ยวข้าปิ้งให้ กลิ่นของปลาที่ปิ้งแล้วนี่มันหอมมากเลยนะ!” ชูเฟิงทางซอกแซกขณะที่มองไปยังเสี่ยวยู่ที่นั่งอยู่ถัดจากเขาไป เด็กสาวถือปลาดิบอยู่ในมือและนั่งอย่างเป็นระเบียบ



      “ไม่อร่อย ไม่อร่อย” หลังจากที่ได้ยินคำถามของชูเฟิง เสี่ยวยู่รีบส่ายหน้าของเธอแล้วรีบทำความสะอาดปลาของเธอทันที จากนั้นเธอก็พูดขึ้นว่า “แบบนี้ถึงอร่อย”



      “อ่าา..อ้ำ...”



หลังจากที่พูดเสร็จ เธออ้าปากของเธอขึ้นแล้วก็เริ่มกินปลาอย่างเอร็ดอร่อย ในขณะที่เธอกินริมฝีปากของเธอก็เกิดเสียง *จุ๊บ จั๊บ จุ๊บ จั๊บ* อย่างแต่เนื่อง ในขณะนั้นชูเฟิงพบว่าแม้เขาจะเห็นเธอกินปลาดิบแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกขยะแขยงเลย มากกว่านั้นชูเฟิงยังรู้สึกว่าสาวน้อยนั้นน่ารักมากและมันยังทำให้บางคนนั้นหลงเสน่ห์การกินของเธอเหมือนกับถูกล่อลวง



อย่างไรก็ตามในตอนนั้น เกิดคำถามในใจของเขา เสี่ยวยู่ชอบกินอาหารดิบๆ สามารถรอดชีวิตได้ด้วยการดื่มน้ำทะเล หรือว่าเธอจริงๆแล้วเกี่ยวข้องกับอสูรที่ตอนนี้ทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นในทะเลโลหิตนิรันดร์



* กี้ กี้ กี้ กี้ กี้ *



แต่ในจังหวะนั้นพลันบังเกิดเสียงที่ทรงพลังอย่างมากดังจากจุดศูนย์ของทะเลโลหิตนิรันดร์ เสียงนั้นราวกับเสียงของเตียงไม้ที่กำลังสั่นไหวไปมา(เสียง เอี้ยดๆๆ อื้มม อ้าาาาห์ **เดี๋ยวๆไม่ใช่ละ) นอกจากนั้นมันยังเหมือนกับเสียงคำรามต่ำๆของสิ่งมีชีวิตบางอย่าง ในกรณีของเสียงๆนี้อย่างแรกคือไม่รู้สึกถึงสิ่งใด แต่ถ้าพวกเขาฟังมันดีๆ เส้นผมพวกเขาจะตั้งชี้ทั้งหมด และพวกเขาจะรู้สึกอึดอัด



      “ยิ้ฮ่า ยิ้ฮ่า อสูรยักษ์กำลังมา! มันกำลังจะมาจับคนไปกินอีกครั้ง!”



      “พี่ชาย ไปดูอสูรยักษ์กินคนดีกว่า!” เมื่อได้ยินเสียงนั้น เสี่ยวยู่ตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้นและหยุดปลาดิบที่อยู่ในมือของเธอ



     “เสี่ยวยู่ ทำไมเจ้าถึงได้พูดแบบนั้น เจ้าพูดเหมือนตัวเองมีจมูกของเหล่าอสูร” ชูเฟิงรู้สึกตกใจที่ได้ยินคำพูดนั้น



     “หาา~? อสูร? มันคืออสูร อสูรที่มันจะกินคนทุกครั้งที่มันปรากฏตัว มันทำให้เกิดเสียงแบบนั้น แล้วคนจำนวนมากก็จะถูกมันจับไป”



เสี่ยวยู่กระพริบตาแล้วพูดพลางขำ สำหรับเธอแล้วดูเหมือนว่ามนุษย์ที่ถูกกินนั้นไม่ได้น่ากลัวเลย มากกว่านั้นมันเหมือนกับเรื่องน่าขบขัน



      “เสี่ยวยู่ อยู่นี่ก่อนรอข้าด้วย อย่าเพิ่งไป และที่สำคัญห้ามไปทางที่อสูรตัวนั้นอยู่ เข้าใจมั้ย?” เขากับเสี่ยวยู่พูดอย่างเคร่งเครียดในขณะที่เขายืนขึ้น



      “ยิ้ฮ่า ยิ้ฮ่า อืม~~” เริ่มแรกนั้นใบหน้าเสี่ยวยู่ประดับไปด้วยรอยยิ้ม แต่ก็ถูกแทนทันทีด้วยความเศร้าหลังจากได้ยินชูเฟิงพูด แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอหย่อนขาเล็กๆของเธอลงพร้อมกับนั่งไขว้ขาบนรูปแบบวิญญาณที่ชูเฟิงสร้างขึ้น หลังจากที่จ้องชูเฟิงด้วยความขุ่นเคือง เธอเปิดปากของเธอแล้วเริ่มกินปลาดิบต่อ



แม้ว่าเสี่ยวยู่จะแสดงออกถึงความไม่เชื่อฟังเป็นอย่างมาก แต่การกระทำของเธอก็ได้บอกว่าเธอเลือกที่จะเชื่อฟังชูเฟิงและนั่งอยู่ข้างหลังเขา



       “ดีมาก” เมื่อเห็นเธอเชื่อฟัง ชูเฟิงยิ้มนิดๆ แล้วรีบกระโดดมุ่งหน้าไปยังศูนย์กลางของทะเลโลหิตนิรันดร์ทันที



เหตุผลที่ทำไมชูเฟิงมาที่แห่งนี้เพื่อค้นหา ฉิ๋วซุ่ย ฟู่หยาน เธอมายังที่นี่เพื่อตามจับอสูร ดังนั้นมันง่ายมากที่จะค้นหาเธอในที่ที่อสูรปรากฏตัว



หลังจากที่บินด้วยความเร่งรีบ ชูเฟิงก็กลับมายังศูนย์กลางของทะเลโลหิตนิรนดร์ในไม่ช้า อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะเห็นอสูร ชูเฟิงตกใจกับฉากที่เห็น



บนผิวน้ำทะเลที่ที่เขาสู้กับชายใบหน้ายุติธรรมและชายป่าเถื่อนก่อนจะมีพายุที่ทิ้มแทงท้องฟ้าปรากฏ มีน้ำวนในบริเวณที่เกิดพายุและพื้นที่นั้นยังถูกนำวนปกคลุมอย่างมหาศาล



ไม่มีใครที่สามารถหลบหนีออกไปยังสถานที่ที่ถูกปกคลุมนี้ได้ ชูเฟิงเห้นด้วยตาของเขาเอง ผู้คนนับไม่ถ้วนถูกห้อมล้อมด้วยพายุและอ่างน้ำวนขนาดมหึมาในทะเลนั้น



แม้ว่าคนจำนวนมากได้ร้องออกมาด้วยทรมานอย่างไม่สิ้นสุด ชูเฟิงมองเห็นสามคนที่คุ้นเคย พวกเขาตือชายใบหน้ายุติธรรมและชายร่างใหญ่ป่าเถื่อนผู้ที่แรกเปลี่ยนกระบวนท่ากับชูเฟิง รวมถึงระดับ 3 จ้าวสงครามก็อยู่ที่นั่นด้วย



ต่อหน้าพายุที่น่าหวาดหวั่น ชายชราระดับ 3 จ้าวสงครามพยายามที่จะต่อต้านมัน แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่พลังของชายชรายังมีน้อยเกินไปที่จะต่อกรกับมัน เช่นเดียวกันกับคนอื่นๆพวกเขาโดนพายุและน้ำวนกวาดไปหมด



      “ทรงพลังยิ่งนัก! เจ้าอสูรเคยถูกกดขี่อยู่ที่นี่งั้นรึ? พลังของมันจะมากขนาดไหนนะ?” ชูเฟิงยืนอยู่กลางอากาศพร้อมกับหวาดกลัวอย่างมาก ตัวเขาที่เป็นคนกล้าหาญยังไม่กล้าเข้าใกล้มัน



อำนาจของพายุนั้นทำให้ชูเฟิงหวาดกลัวเป็นอย่างมาก แต่ไม่แค่เฉพาะเขาเท่านั้นคนอื่นๆที่มีพลังวิญญาณต่ำกว่าระดับ 5 จ้าวสงครามยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะต่อกรกับมัน ยิ่งพวกเขาเข้าใกล้มันมากเท่าไหร่พวกเขายิ่งจะโดนดูดไปมากเท่านั้น



      “อสูรปรากฏตัวแล้ว ทำไมฉิ๋วซุ่ย ฟู่หยานยังไม่ปรากฏตัวอีก? ด้วยตรรกะของเธอเธอควรจะมาถึงที่นี่ก่อนข้าสิ” สายตาของชูเฟิงไม่ได้จ้องไปยังพายุเพียงอย่างเดียว นอกจากนั้นเขายังจ้องมองไปยังกลุ่มของผู้คนเพื่อค้นหาฉิ๋วซุ่ย ฟูหยานด้วย



* บูม * ทันใดนั้นขณะที่ชูเฟิงสังเกตุโดยละเอียดอยู่นั้น พายุซึ่งได้ปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ภายในมีเส้นรอบวงประมาณ 1,600 กิโลเมตรได้แผ่ขยายไปอย่างรวเร็ว ด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อนี้มันก็ได้กวาดทุกอย่างหายไปด้วย



      “บ้าจริง” ในช่วงเวลานั้นชูเฟิงตกใจอย่างมาก โดยที่ไม่ต้องคิดเขาหันหลังกลับและรีบหนีทันที เพราะเขาไม่อยากจะกลายเป็นทรัพยากรการบ่มเพาะของอสูร



      “อ่าห์~~~” อย่างไรก็ตามถึงแม้ความเร็วของพายุนั้นจะเร็วมากเพียวใดแต่มันก็ยังห่างไกลกว่าจินตนาการของชูเฟิง และในตอนนั้นชูเฟิงได้หันหน้ากลับมา คลื่นขนาดมหึมาที่แตะได้แม้กระทั่งท้องฟ้าถล่มลงมา ในตอนนั้นชูเฟิงรู้สึกมึนงงก่อนที่เขาจะขาดสติไปโดยสมบูรณ์และเข้าสู่อาการโคม่า



หลังจากไม่รู้ว่าใช่เวลาไปมากเท่าไหร่ ชูเฟิงก็ได้ฟื้นคืนสติ และเมื่อเขาได้ลืมตาที่หนักอึ้ง การมองเห็นของเค้าก็ได้กลับคืนมาเขาช่วยไม่ได้ที่จะสูดเอาอากาศหายใจเข้าไป



หลังจากเหตุการณ์นั้น เขาก็ได้ลงไปอยู่ที่ก้นทะเลแล้ว น้ำทะเลของสถานที่แห่งนี้ถูกดึงออก มันกลายเป็นที่โล่งที่โดนปกคลุมด้วยน้ำทะเล



ในพื้นที่โล่งมีคนจำนวนหลายพันอยู่ พวกเขาทั้งหมดเป็นผู้เชี่ยวชาญ คนที่อ่อนแอที่สุดก็ยังอยู่ในอาณาจักรสวรรค์วิญญาณแล้วก็ยังมีระดับ 3 จ้าวสงครามด้วย พวกเขาทั้ง 3 คนก็คือคนที่มากจากหมู่เกาะประหาร



มือและเท้าของทุกคนถูกมัดไว้ด้วยหญ้าวารีวิเศษ คนส่วนมากยังไม่ได้สติแต่ก็มีบางคนที่รู้สึกตัวแล้ว ใบหน้าของทุกคนเเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและความหวาดกลัว บางคนยืนขึ้นแล้วตะโกนดังสนั่นเพื่อขอความช่วยเหลือและบางคนก็ร้องไห้สะอื้นด้วยความกลัว



ที่พวกเขาสะอื้นเพราะความกลัวเนื่องจาก ใต้เท้าของพวกเขาไม่มีแม้กระทั่งหินหรือทรายเลย มันมีเพียงกระดูก กระดูกของผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วน เมื่อมองดูชิ้นส่วนต่างๆของกระดูกที่เปล่งแสง พวกเขาสามารถบอกได้เลยว่าผู้คนเหล่านี้เมื่อตอนที่เขามีชีวิตอยู่ พวกเขาไม่ได้อ่อนแอเลย เช่นเดียวกับความจริงที่ว่าพวกเขาเพิ่งจะเสียชีวิตเมื่อเร็วๆนี้



หลังจากที่ชูเฟิงตรวจสอบพวดเขาด้วยอำนาจวิญญาณ ชูเฟิงพบว่าแหล่งพลังงานในกระดูกเหล่านั้นได้หายไปแล้ว แหล่งพลังทั้งหมดนั้นถูกดูดซับและกลั่นโดยใครบางคน



      “โถ่เอ้ย! กระทั่งพลังของข้ายังไม่มี” ณ ขณะนั้นชูเฟิงต้องการที่จะกำจัดหญ้าวารีที่มัดตัวเขาอยู่ แต่เขาพบว่า เขาไม่มีแม้แต่พลังจะขัดขืนเลย



เมื่อมองดูรอบๆเค้าชูเฟิงรู้ว่านั่นไม่ใช่แค่เค้าคนเดียว แม้แต่คนอื่นๆก็โดนยึดพลังไป หลังจากอย่างรอบคอบแล้ว ชูเฟิงตระหนักถึงบางอย่าง มันไม่ใช่ว่าพวกเขาเสียงการบ่มเพาะไป แต่เพราะพื้นที่นี้มันพิเศษ พื้นที่แถบนี้ที่ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำทะเลจริงๆแล้วคือการก่อตัว และการก่อตัวนั้นได้เอาการบ่มเพาะของพวกเขาไป



ในช่วงเวลานั้นชูเฟิงแอบสาปแช่ง ถ้าพวกเขาไม่มีแม้กระทั่งพลังที่จะทำให้พวกเขาเป็นอิสระจากหญ้าวารีนี้ นี่ไม่ใ่ชว่าพวกเขาเหมือนปลาที่อยู่บนเขียงเช่นนั้นรึ พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากนั่งรอให้อสูรเข้ามาเชือดพวกเขา?



      “กี้ กี้ กี้ กี้ กี้ กี้ กี้ ” อย่างไรก็ตามเขากำลังกังวลกับเสียงที่ทำให้ที่สามารถทำให้แข็งราวกับหินที่ดังมาจากที่ที่ห่างออกไป มันกำลังใกล้เขามาเรื่อยๆ

ReadMGA
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////