วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 619 - อสูรปรากฏตัวอีกครั้ง


    “อะไรนะ? เธองดงามกว่า หย่า เฟย และ ฉิวซือ รึ? จื่อหลิงงดงามขนาดนั้นเชียว? ข้าล่ะอยากจะเห็นยิ่งนัก” หลังจากได้ฟังคำของชายร่างยักษ์ ใบหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความโหยหา



    “ฮี่ฮี่ มันยังคงเป็นเพียวข่าวลือ จะจริงหรือเท็จนั้นก็ยังไม่แน่ชัด”



    “แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร สำหรับจื่อหลิงนั้นสามารถประเมินได้ว่า เธอมีแนวโน้มที่จะงดงามอย่างมาก” ชายร่างยักษ์กล่าว



     “อ่าาา..นายน้อยแห่งหมู่่เกาะประหารช่างโชคดียิ่งนัก สุดยอดสาวงามทั้ง 3 แห่งทะเลภูมิภาคตะวันออก สองในสามคนนั้นเป็นคู่หมั้นของเขา นั้นมันช่างน่าอิจฉายิ่งนัก” ใบหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความชื่นชม สำหรับชายหนุ่มนั้นไม่ต้องกล่าวถึงว่าจะนำสุดสอดสาวงามทั้งสองมาเป็นคู่หมั้น การได้พบเห็นสักครั้งก็ถือเป็นสมบัติอย่างหนึ่ง



     “เฮ้..ใครจะไปคิดว่านั่นจะเป็นนายน้อยแห่งหมู่เกาะประหาร? เขาเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งในรุ่นเยาว์ของภูมิภาคทะเลตะวันออก! เขายังเป็นผู้นำในอนาคตของหมู่เกาะประหารเชียวนะ นั่นหมายความว่าในอนาคตเขาจะเป็นราชันย์แห่งภูมิภาคทะเลตะวันออกอีกด้วย!”



     “ไม่ใช่ว่าสุดสอดสาวงามแห่งภูมิภาคทะเลตะวันออกจะต้องแต่งงานกับเขาหรอกหรอ? ในทางตรงกันข้ามนอกจากเค้าใครจะคู่ควรกับสาวงามทั้งสามอีก?” ขณะที่ชายร่างยักษ์พูดขึ้น ใบหน้าของเขาเหมือนเต็มไปด้วยความยกย่องนับถือ



     “แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริง จากที่ข้าได้ยินมา จริงๆแล้วนายน้อยจากหมู่เกาะประหารเคยแสดงความรักของเขาครั้งนึงต่อ ฉิวซือ แห่งหุบเขาสายหมอกแต่เขากลับถูกปฏิเสธ จากเหตุการณ์นั้น เห็นได้ชัดเลยว่าหญิงสาวทุกคนไม่จำเป็นต้องเต็มใจที่จะแต่งงานกับเขา” ชายหนุ่มกล่าว



      “อ่า~~ นั่นเป็นเรื่องโกหกอย่างแท้จริง ดูที่การบ่มเพาะของนายน้อยหมู่เกาะประหารสิ ผู้หญิงคนไหนจะปฏิเสธเขาได้? ข้ามั่นใจว่าถ้าเขาพยายามไล่ตาม ท่านหญิงฉิวซือ เธอจะตอบตกลงอย่างแน่นอนโดยไม่ต้องคิดอะไรเลย”



     “สามสุดยอดสาวงามของภูมิภาคทะเลตะวันออกไม่ช้าก็เร็วจะเป็นของนายน้อยหมู่เกาะประหาร เรื่องนี้คงไม่มีใครปฏิเสธได้” ชายร่างยักษ์กล่าวออกมาด้วยความมั่นใจเป็นอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าเขามีความมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างมาก



* บูม บูม บูม บูม บูม *



แต่ในขณะนั้น บนผิวทะเลที่สงบเบื้องล่าง เสาน้ำหลายสิบต้นก็ปะทุออกมา ขณะที่เสาน้ำพุ่งไปยังท้องฟ้า มีหญิงสาว 8 คนโผล่ออกมาจากเสาน้ำเหล่านั้น และในที่สุดก็มาปรากฏตัวต่อหน้าหย่า เฟย



ไม่เพียงเท่านั้น หญิงสาวทั้ง 8 คนล้วนมากจากหมู่เกาะประหาร พวกนางทั้งหมดมีการบ่มเพาะอยู่ที่อาณาจักรจ้าวสงคราม นอกจากนี้ยังมีจ้าวสงคราม 20 คนก่อนหน้านี้ที่ติดตามหย่า เฟย พวกเขาถูกจัดตั้งมาจากผู้เชี่ยวชาญจ้าวสงคราม 100 คน มันนับเป็นขุมกำลังที่ไม่ธรรมดาซึ่งทำให้ผู้คนถึงกับตกตะลึงไม่น้อย



แม้ว่าพวกเขาและหย่าเฟยจะเป็นผู้เชี่ยวชาญจ้าวสงคราม ความแตกต่างในสถานะของพวกเขาราวกับท้องฟ้าและผืนดิน หลังจากจ้าวสงครามทั้ง 8 ปรากฏตรงหน้าหย่า เฟย พวกนางทั้งหมดคุกเข่าลงเบื้องหน้าหย่า เฟยพร้อมกับแสดงความเคารพ



     “เป็นยังไงบ้าง!? พบอะไรบ้างมั้ย?” หย่า เฟยพูดด้วยความใจเย็น แต่น้ำเสียงกลับน่ารื่นรมย์อย่างมาก ไม่เพียงทำให้หญิงสาวที่งดงามสั่นไหวด้วยความงดงามของหย่า เฟยที่ปรากฏ แม้แต่น้ำเสียงของหย่า เฟยยังมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก



     “ท่านหญิง ที่เบื้องล่างของทะเลมีรูปแบบวิญญาณซับซ้อน รูปแบบนั้นเต็มไปด้วยกระดูกนับไม่ถ้วน แต่เราไม่พบร่องรอยของอสูรเลย” หนึ่งในหญิงสาวกล่าวตอบด้วยความสุภาพ เธอคนนี้ดูเหมือนจะเป็นผู้เชื่อมต่อฯ



     “ข้าเข้าใจแล้ว” หย่า เฟยยิ้มอย่างมีเสน่ห์ พร้อมกับเบนสายตาไปที่ฝูงชนแล้วพูดว่า “ข้อต้องขออภัยทุกท่าน เนื่องจากหมู่เกาะประหารของข้าประมาทก่อนหน้านี้ ทำให้ผู้บริสุทธิ์จำนวนมากถูกอสูรร้ายสังหาร สำหรับผู้ที่เสียชีวิต หมู่เกาะประหารของข้าจะให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวของพวกเขา”



     “แต่..ข้ารู้สึกว่าความช่วยเหลือที่ดีที่สุดนั้นแน่นอนว่าไม่ใช่เงินทอง! แต่เป็นเกียรติยศ”



     “ดังนั้น ข้าจึงขอรับรองด้วยเกียรติ ของหมู่เกาะประหารของข้า ว่าจะกำจัดเจ้าอสูรร้ายตนนั้นให้ได้อย่างแน่นอน พร้อมกับคืนดินแดนบ่มเพาะอันศักดิ์สิทธิ์ที่สงบสุขให้แก่ทุกคน”



     “ดี~~~~”



    “ท่านหญิงหย่า เฟย!!”



    “ท่านหญิงหย่า เฟย!!”




สามารถกล่าวได้ว่า หย่า เฟยรู้ดีถึงวิธีการจูงใจผู้ตน ด้วยคำธรรมดาๆเพียงไม่กี่คำ มันสามารถจุดประกายขวัญกำลังใจและชี้นำพวกเขาให้ดูเหมือนว่าพวกเขาสามารถสละชีวิตของพวกเขาเพื่อหย่า เฟยได้ แน่นอนด้วยความงามที่ทรงเสน่ห์เพียงหนึ่งเดียวของนาง ไม่จำเป็นแม้แต่จะกล่าวถึงว่าจะมีความงดงามไหนทรงพลังเท่าสิ่งที่หย่า เฟยทำ



ดูเหมือนหย่า เฟยจะคาดการณ์ถึงปฏิกิริยาของฝูงชนเอาไว้แล้ว ดังนั้นรอยยิ้มที่น่ารักของเธอไม่ได้ลดทอนลงไปเลย แต่ทางกลับกัน นางยังเติมเชื้อเพลิงแห่งความแค้นลงไปอย่างไม่ลดละ “อสูรตนนั้นมันแสนเหี้ยมโหด มันดูดซับพลังวิญญาณของพวกเราไปเป็นทรัพยากรบ่มเพาะของมัน ข้ามั่นใจว่าทุกคนล้วนทราบเรื่องนี้”



    “และแน่นอนว่า พฤติกรรมที่ผ่านมาของอสูรร้าย มันเหมือนกับว่าได้เคลื่อนที่ไปรอบๆบริเวณศูนย์กลางของทะเลโลหิตนิรันดร์ นอกจากนั้น มันยังปรากฏออกมาเมื่อมีคนอยู่จำนวนมาก"



     “ดังนั้น ถ้าเราต้องการจับอสูรร้าย พวกเราต้องล่อเสือออกจากถ้ำ ข้าต้องการให้ทุกคนช่วยกัน ถ้าต้องการให้ทุกคนมีแหล่งบ่มเพาะในสถานที่แห่งนี้ ก็ต้องล่อมันออกมาให้ได้”



     “แต่ไม่ต้องกังวล เมื่อข้าหย่า เฟยอยู่ที่นี่ ข้าขอยืนยันว่าทุกคนจะต้องปลอดภัย”



     “แน่นอนว่าถ้ามีใครที่นี่ไม่เชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของข้า ท่านสามารถจากไปได้ในตอนนี้ ข้าจะไม่บังคับใครให้ยืนอยู่โดยที่ฝืนใจ”



     “พวกเราจะทำตามวิธีของท่าน ท่านหญิงหย่า เฟย!!!”



     “พวกเราเชื่อในตัวท่านหญิงหย่า เฟย!!!”



      “การกำจัดอสูรร้ายคือสิ่งที่พวกเราทุกคนต้องช่วยกัน!!!”



ภายใต้การยั่วยุของหย่า เฟยพร้อมกับกลุ่มคนเล็กๆที่ได้รับข้อยกเว้นให้จากไป พวกเขาส่วนมากยืนอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ชายไม่มีใครเลือกที่จะจากไป แม้แต่คนเดียว



สิ่งที่ตามมานั้น พวกเขาปลดเสื้อผ้าพร้อมกับกระโดดลงในทะเลเบื้องล่างทำท่าทางคล้ายจะบ่มเพาะในทะเล ไม่ทราบว่ามันได้วางแผนไว้ก่อนหรือไม่ ผู้คนเปลื้องผ้าตนเองจนเสร็จสิ้นเบื้องหน้าของหย่าเฟยและสาวงามคนอื่นๆ และได้ลงไปว่ายน้ำพร้อมด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่า



เมื่อได้เผชิญหน้ากับผู้คนที่ไร้ยางอาย หย่า เฟยและคนอื่นๆไม่ได้หวั่นไหวไปกับพวกเขา พวกเธอไม่สนใจคนเหล่านั้นแต่อย่างใด หลังจากการวางรูปแบบวิญญาณซับซ้อนบนท้องฟ้า พวกเขากระโดดลงไปในน้ำและรอคอยการปรากฏตัวของปีศาจอย่างเงียบๆ



อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับผู้คนธรรมดา ชูเฟิงตอนนี้ได้เตรียมบ่มเพาะเหนือทะเลที่มีความรู้สึกขัดแย้งนิดหน่อย



อีกนัยนึงเขาไม่ได้หวังว่าเจ้าอสูรนั้นจะปรากฏตัว เพราะหย่า เฟยนั้นไม่ใช่คนธรรมดา เธอได้เตรียมการบางอย่างมาแน่นอน ถ้าอสูรตนนั้นปรากฏตัวขึ้นมาจริงๆ มันอาจจะโดนหย่า เฟยกำจัดก็ได้



แต่อีกนัยนึง ชูเฟิงหวังว่าอสูรจะปรากฏตัวเพราะถ้ามันไม่ปรากฏตัว เขาก็จะไม่มีโอกาสที่จะทราบได้เลยว่าจริงๆแล้วใครกันที่เป็นอสูรตนนั้น และทำไมถึงปล่อยให้ชูเฟิงมีชีวิตรอด



เขานั้นอยากจะรู้เป็นอย่างมาก ว่าเขาเกี่ยวข้องอะไรกับการคงอยู่ของพลังที่ทรงอำนาจและความน่าหวาดหวั่นเช่นนั้น ชูเฟิงได้แต่คิดถึงความเป็นไปได้ว่าบางทีอสูรอาจเกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษของเค้า



แต่คำตอบสุดท้ายไม่ใช่บางสิ่งที่สามารถค้นพบได้ด้วยการคาดเดาของชูเฟิง ดังนั้นเขาจึงต้องการเจอกับอสูรตนนั้นอีกครั้ง



อย่างไรก็ตาม เหนือความคาดหมายของวิธีที่ชูเฟิงคิด ถ้าบางสิ่งเกิดขึ้นด้วยเจตนามันจะเกิดบางอย่างขึ้นไม่ช้าก็เร็ว



หลังจากเวลา 3 วัน 3 คืนผ่านไป ผู้ฝึกตนมากกว่าหมื่นคนก็ได้รวมตัวกันที่ศูนย์กลางของทะเลโลหิตนิรันดร์ พวกเขากำลังบ่มเพาะกันอยู่ที่นั่น



พวกเขาพูดคุย หัวเราะ พร้อมกับทำเสียงรบกวน พวกเขาราวกับว่าได้ลืมถึงการดำรงอยู่ของอสูรที่โหดเหี้ยม พวกเขานั้นดูครื้นเครงและมีความสุขกันออกน่าออกตา ก่อนที่จะถึงฉากอันน่าหวาดกลัวของการโจมตีของอสูรตนนั้น



อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้นได้มีเสียงเปล่งออกมาจากเบื้องล่างของทะเล จนมันได้ทำลายฉากที่รื่นเริงจนหมดสิ้น



* กี้ กี้ กี้ กี้ กี้ กี้ กี้ กี้ *



เสียงที่แปลกประหลาดและน่ากลัวดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ทุกคนตกอยู่ในความกลัว บางคนที่เกิดความกลัวเล็กน้อยก็มีเพียงแค่เหงื่ออันเย็นเฉียบไหลออกมา ในขณะที่บางคนหวาดกลัวมากก็สั่นเทาไปทั้งตัว จนไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาเป็นคำที่คนฟังแล้วควรจะเข้าใจ



เมื่ออสูรได้ปรากฏตัวขึ้นมา มันทำให้ทุกคนตกอยู่ในความหวาดกลัว แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าหย่า เฟยและคนอื่นๆยืนอยู่กลางอากาศในรูปแบบวิญญาณที่ซับซ่อนเพื่อรอคอยให้อสูรปรากฏ แต่่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะอยู่เหนือน้ำต่อไป จนพวกเขารีบโดดขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อหนีให้ห่างจากพื้นผิวทะเล เนื่องจากเกรงว่าตนนั้นจะต้องตกเป็นเหยื่อของอสูรร้าย

ReaDMGA
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////