วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 621 - เปิดเผย

เมื่อเห็นทั้ง 2 จมลงสู่ทะเลชูเฟิงก็เริ่มมีความคิดบางอย่าง หลังจากเห็นทิศทางที่ทั้ง 2 มุ่งหน้าไปเขาก็เดินออกจากฝูงชนและใช้ทักษะมังกรฟ้าทะยานตามไป



     “บัดซบ ข้าไม่สามารถตามไปได้ พวกเขาช่างไวยิ่งนัก.” แต่มันก็ไร้ประโยชน์ด้วยความต่างของพลัง แม้แต่ชูเฟิงใช้ทักษะเร้นลับ เขาก็ไม่สามารถที่จะถามพวกมันทัน



     “ไอ้หยา ไอ้หยา พี่ชาย ท่านต้องการตามทั้ง 2 ไปหรือไม่” แต่ความหวังของชูเฟิงก็ยังไม่หมดไป เพราะในตอนนั้นก็มีเสียงดังมาจากทางแขนของเขา



เมื่อเขาก้มหน้าไปมอง เขาก็เห็นเสี่ยวยู่ กำลังจ้องเขาตาแป๋ว 



     “อืม.” ชูเฟิงตอบพร้อมพยักหน้า



จากนั้น เสี่ยวยู่ ก็ยิ้มจนเห็นฟันขาวประกายออกมา และพูดว่า “พี่ชาย จับขา เสี่ยวยู่ไว้ให้แน่นๆนะ อย่าให้มือหลุดจากขาเสี่ยวยู่~”



     “ตกลง.” ชูเฟิง รู้ว่า เสี่ยวยู่จะพาเขาตามทั้ง 2 ไป เขาจึงไม่ลังเลจับข้อเท้า เสี่ยวยู่ไว้



*ฟรึ่บ* เมื่อชูเฟิงจับขาของเสี่ยวยู่ เขาก็รู้สึกถึงแรงมหาศาลที่พาเขาไป น้ำรอบๆตัวเขากลายเป็นเส้นสีทางวิ่งผ่านเขาไป



แสดงให้เห็นว่าความเร็วในการว่ายของเสี่ยวยู่นั้น เร็วกว่ามังกรฟ้าทะยานเสียอีก และเพราะความเร็วขนาดนี้ ใบหน้าของชูเฟิงก็ต้องเปลี่ยน และเขาก็ต้องอ้าปากค้าง



    “ความเร็วในการว่ายน้ำของเสี่ยวยู่ทำไมถึงเร็วเช่นนี้”



ชูเฟิงตกใจอย่างมาก เขารู้ว่าเสี่ยวยู่นั้นไม่ใช่เด็กธรรมดา และรู้ว่าเธอว่ายน้ำเร็ว แต่เขาไม่คิดว่าความเร็วของเธอนั้นจะเหนือกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก



ในตอนนั้นชูเฟิงนั้นอยากรู้ถึงตัวตนของเธอมากขึ้น แม้ว่าเธอนั้นจะดูเหมือนเด็กผู้หญิงธรรมดาที่ไม่มีการบ่มเพาะใดๆเลย แต่เธอมีความสามารถเช่นนี้ได้อย่างไร



*วู่บ วู่บ วู่บ *



     “ไอ้หยา ไอ้หยา!”



ความเร็วในการว่ายน้ำของเสี่ยวยู่นั้น เหมือนมังกรน้ำที่กำลังว่ายน้ำอยู่มันเร็วมาก ขณะที่เธอกำลังว่ายเธอก็ส่งเสียงร้องออกมาและนั่นแสดงให้เห็นว่าเธอมีความสุขมาก และในไม่ช้าเธอก็ตาม หย่า เฟย และ อสูรตัวนั้นทัน



*ตูม ตูม ตูม *



ในตอนนั้น หย่า เฟย และ อสูร กำลังต่อสู้กันอยู่ ก่อให้เกิดแรงคลื่นกระจายไปทั่วน้ำทะเล



พลังระดับ 5 เจ้าแห่งสงครามของทั้ง 2 นั้นช่างน่าเกรงขามจริงๆ ชูเฟิงไม่กล้าเข้าไปใกล้ เพราะถ้าเขาถูกลูกหลง ชีวิตน้อยๆของเขาอาจจะถูกพรากเอาไปเลยก็ได้



ในตอนนั้น ชูเฟิงใช้ ทักษะเร้นลับ เกราะเต่าดำในการเป้ากันตัวเองและเพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวเอง



หลังจาก เขายืนยันเป้าหมายของอสูรแล้ว เขาก็เริ่มที่จะส่งสารทางจิตหาอสูรตัวนั้น แต่มันก็ไร้ประโยชน์เพราะไม่มีการตอบรับจากอสูรตัวนั้น ราวกับมันไม่ได้รับสารทางจิตจากเขา



     “เจ้าเป็นใคร ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่ฆ่าข้าล่ะ”



     “เจ้ารู้ว่าใคร เจ้าสามารถมองผ่านหน้ากากข้าแล้วรู้ว่าข้าคือชูเฟิงใช่หรือไม่”



     “เจ้าเป็นใครกัน ทำไมถึงฆ่าผู้บริสุทธิ์ ที่นี่ล่ะ โปรดตอบข้าด้วย ข้ามาดี บางทีข้าอาจจะช่วยเจ้าได้.”



แต่ชูเฟิงก็ไม่ยอมแพ้ เขามั่นใจว่าอสูรตัวนั้นได้รับสารทางจิตจากเขาแล้ว และเขาก็เชื่อว่าเจ้าอสูรตัวนั้นมีสติปัญญา



แต่ในตอนนั้น การต่อสู้ก็ยิ่งวุ่นวายขึ้น ชูเฟิงไม่สามารถเห็นการกระทำของทั้ง2ได้ชัดเจน สิ่งที่เขาเห็นก็มีเพียงอำนาจที่น่าเกรงขามที่ถูกปล่อยออกมา และความเสียหายที่เกิดใต้ทะเลเท่านั้น



*ตูม* ทันใดนั้น ก็เกิดเสียงระเบิดขึ้นดังออกมาจากการต่อสู้ และในพริบตาก็มีบางอย่างพุ่งเข้ามาหาชูเฟิง มันคือ หยา เฟย นั่นเอง



      “ตามข้ามา.” เมื่อ เธอมาถึงชูเฟิง เธอก็ใช้มือคว้าไหล่เขาไว้



*วู่บ* หลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้พูดอะไรแล้วก็พุ่งขึ้นไปยังผิวของน้ำทะเลพร้อมชูเฟิง



*โฮก~~~~~* ในตอนนั้นชูเฟิงได้ยินเสียงคำรามอย่างไม่สิ้นสุดดังขึ้นมาจากด้านล่าง และ กลิ่นอายที่ทรงพลังนั้นกำลังเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว ชูเฟิงรู้ทันทีว่ามันเป็นอสูรตัวนั้น



แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าทำไมหย่า เฟย ถึงลากเขาขึ้นมาด้วย แต่สัญชาตญาณของเขาบอกว่าเขากำลังพุ่งไปในทิศทางที่เป็นอันตราย เขาจึงส่งสารทางจิตไปหาเสี่ยวยู่ว่า "หนีไป”หลังจากบอกเธอเช่นนั้น ชูเฟิงก็ผละเสี่ยวยู่ออกจากแขนเขาไป



    “เจ้า!”



เมื่อเห็นชูเฟิงปล่อยเสี่ยวยู่ไป หยjา เฟย ก็โกรธอย่างมาก แต่เธอไม่ได้ตามเสี่ยวยู่ไป แต่เพิ่มความเร็วของเธอเพื่อขึ้นไปแทน



ด้วยความเร็วเช่นนั้นก่อให้เกิดแรงกระแทกจากน้ำทะเล แต่หย่า เฟย ก็ไม่ได้หยุดเคลื่อนที่เมื่อเธอเข้าสู่เมฆขนาดใหญ่เธอจึงหยุดและมองลงไปด้านล่างเพื่อสำรวจ



ในตอนนั้น ชูเฟิงก็พบว่า หย่า เฟย ได้รับบาดเจ็บ บริเวณไหล่ และเสียเลือดเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเป็นรอยกรงเล็บ 



หย่า เฟย ไม่ได้มองชูเฟิง เธอมองไปที่ผิวน้ำทะเล และ หลังจากเห็นว่า อสูร ตัวนั้นไม่ได้ไล่ตามเธอมาแล้ว เธอจึงหันมามองชูเฟิง และเริ่มตรวจสอบเขา



     “แย่แล้ว เธอเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ ด้วยพลังของเธอเธออาจจะตรวจพบการส่งสารทางจิตระหว่างข้า กับ อสูรนั่น!” เมื่อเห็นเช่นนั้นชูเฟิงก็รู้สึกกังวล



หลังจากสำรวจชูเฟิงเสร็จ หย่า เฟย ก็พูดขึ้นว่า “ เจ้าเป็นพวกเดียวกับอสูรนั่นอย่างนั้นหรือ”



    “เจ้าพูดอะไร ข้าจะไปเป็นพวกเดียวกันมันได้อย่างไร!” ชูเฟิงรีบปฏิเสธทันที ในตอนนี้เขาอยู่ในกำมือของ หย่า เฟย จึงเป็นธรรมดาที่เขาต้องปฏิเสธ ถ้าไม่งั้นก็เป็นการรนหาที่ตาย



นอกจากนี้ เขายังไม่กล้ายืนยันว่าเขารู้จักกับอสูรหรือไม่ เพราะเขายังไม่รู้ว่าอสูรตัวนั้นคือใครกันแน่



     “ฮึ่ อย่างน้อยตอนนี้ สารทางจิตที่เจ้าส่งไปยังอสูรนั่นก็ถูกข้ารู้แล้ว ข้ารู้เรื่องที่เจ้าพูดทั้งหมด เจ้ายังกล้าปฏิเสธอีกหรือ” หย่า เฟย พูด



    “ถ้าเจ้ารู้เรื่องข้อความจิตที่ข้าส่งไปหาอูสรนั่นแล้ว เจ้าก็ไม่ควรมาจับผิดข้า เห็นได้ชัดว่าข้าสาปแช่งและด่ามันมากมาย อย่าบอกข้านะว่าที่ข้าด่ามันแสดงว่าข้าเป็นพวกมัน!” ชูเฟิง พูด



ชูเฟิงลองเดิมเสี่ยง ที่เขาลองเสี่ยงก็แค่หย่า เฟย นั้นจับได้ว่าเขาส่งสารทางจิตไปหาอสูรนั่น แต่ไม่ได้รู้ถึงเรื่องที่เขาคุยกับมัน



เหตุผลที่ชูเฟิงกล้าทำเช่นนี้ เพราะเขามั่นใจอยู่ แม้ว่าเขาจะรู้ว่า หย่า เฟย นั้นเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณ และอาจจะมีรูปแบบวิญญาณที่เหนือเขา ชูเฟิงก็รู้สึกว่าแม้เรื่องที่เขาส่งสารทางจิตนั้นถูกจับได้โดย หย่า เฟย แต่เธอก็ไม่ได้รู้เรื่องราวนั้นชัดเจน

ReadMGA
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////