วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 627 - การต่อสู้ของผู้เชี่ยวชาญจ้าวสงคราม

จู่ๆชูเฟิงก็เกิดความคิดที่น่าตื่นเต้นขึ้นมาอย่างกระทันหัน จากนั้นด้วยนิ้วมือของเขาโบกสบัดไปรอบๆ เพื่อใช้รูปแบบฯวาดตัวอักษรขนาดใหญ่กลางอากาศ เพื่อทิ้งข้อความไว้ “ข้าต้องขอขอบคุณแม่นางผู้แสนงดงามหย่า เฟย สำหรับของขวัญจำนวนมากมายมหาศาล ข้าหวู่ฉิงจะขอรับพวกมันไว้ด้วยความเต็มใจ ในวันหน้า หวู่ฉิง จะกลับมาตอบแทนท่าน ให้อย่างแน่นอน"



หลังจากที่วาดอักษรเหล่านั้น ชูเฟิงก็เก็บทรัพยากรบ่มเพาะที่เหลือลงไปในถุงจักรวาล ตอนนี้อาจกล่าวได้ว่า ชูเฟิงนั้นเป็นคนรุ่นเยาว์ที่เต็มไปด้วยความมั่งคั่ง เนื่องจากลูกแก้วสวรรค์ที่เขามี



    “ว้าว~~ พี่ใหญ่ ท่านแข็งแกร่งสุดๆเลย ท่านกินของสวยงามพวกนี้ตั้งมากมายในครั้งเดียว พี่ใหญ่ท่านทำได้ยังไง? ท่านสอนเสี่ยวยู่บ้างสิ?”



ทันใดนั้น เสี่ยวยู่ที่รออยู่ข้างๆอย่างเชื่อฟังตลอดเวลา วิ่งกระโดดโลดเต้นไปมาพร้อมกับกระโดดมาอยู่ในอ้อมกอดของชูเฟิงขณะที่เอื้อนเอ่ยอย่างน่ารัก



เมื่อเห็นเช่นนั้น ชูเฟิงช่วยไม่ได้ที่จะยิ้มจางๆ พร้อมกับใช้นิ้วชี้แตะเบาๆไปที่หน้าผากของเสี่ยวยู่ แล้วพูดว่า “พี่ใหญ่เป็นชายชาตรี พี่ใหญ่จึงทำได้ เสี่ยวยู่ห้ามเลียนแบบพี่ใหญ่อย่างเด็ดขาด! เจ้าเป็นสาวงาม เจ้าต้องกินช้าๆแล้วเจ้าจะเป็นที่ชื่นชอบของคนอื่นๆ”



     “ไม่!” อย่างไรก็ตาม เสี่ยวยู่บุ้ยปาก นางสั่นศีรษะพลางกล่าวว่า “เสี่ยวยู่ไม่ต้องการให้คนพวกนั้นมาชอบ คนพวกนั้นทั้งหมดเป็นคนเลว ไม่มีใครสักคนหวังดีต่อเสี่ยวยู่ พวกนั้นเข้าใกล้เสี่ยวยู่เพราะอยากจับตัว เสี่ยวยู่ต้องการให้แค่พี่ใหญ่ชอบเสี่ยวยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น”



     “เสี่ยวยู่ เจ้ารู้ได้ยังไงว่าพี่ใหญ่หวังดีกับเจ้า ?” ชูเฟิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม



     “นี่..เสี่ยวยู่ไม่ได้โง่นะ แน่นอนว่าเสี่ยวยู่รู้ดีว่าใครเป็นคนดีหรือใครเป็นคนไม่ดี” นางแลบลิ้นใส่ชูเฟิงพร้อมดึงมือของนางกลับ จากนั้นนางวิ่งออกไปพร้อมกล่าวว่า “พี่ใหญ่ ไปกันได้แล้ว! ข้าเบื่อที่จะอยู่ที่นี่นานๆ เราออกไปเล่นข้างนอกกันเถอะ”



เมื่อได้ยินเสี่ยวยู่กล่าว ชูเฟิงไม่มีแม้คำจะกล่าว เขาคิดว่าเขานั้นประเมินสาวน้อยคนนี้ต่ำไป แม้ตามอายุเด็กปกติ หรือแม้อีกคนจะโตกว่าเสี่ยวยู่ ในขณะที่อายุทั้งสองเท่ากัน พวกเขายังไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่นางต่างออกไปอย่างชัดเจน จากเรื่องราวทั้งหมดนั้น เสี่ยวยู่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกภายนอกเพียงลำพังนานกว่าค่อนชีวิตของนาง ใครจะรู้ว่านางผจญกับอันตรายมามากขนาดไหน



อีกมุมนึง แม้ว่ารูปโฉมของนางจะดูอ่อนเยาว์อย่างยิ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ชูเฟิงไม่อาจทราบได้ว่าแท้จริงแล้วเสี่ยวยู่มีอายุเท่าไหร่ ดูจากรูปโฉมภายนอกของนาง บางทีนางอาจจะเป็นคนที่แปลกประหลาดตามธรรมชาติ เป็นอสูรน้อยที่มีชีวิตอยู่กว่าพันปี



ในภายหลัง เสี่ยวยู่กำลังนำทางพวกเขามาถึงคลังสมบัติอย่างรวดเร็ว ชูเฟิงยังพบว่ามันคือคลังสมบัติที่สร้างอยู่ใต้ทะเล 



นอกจากนี้มันถูกปิดบังด้วยพลังบางอย่างที่สลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก ถ้าชูเฟิงไม่ใช้เนตรสวรรค์ เขาจะไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายในนั้น เมื่อสายตาของเขากวาดผ่าไป เขาเห็นหินยักษ์ธรรมดาๆที่อยู่ใต้ท้องทะเล แม้ว่าจะใช้อำนาจวิญญาณในการตรวจสอบ เขากับไม่รู้สึกอะไรนอกจากของธรรมดาๆทั่วๆไป



ด้วยสิ่งนั้น เห็นได้ชัดว่าผู้เชื่อมต่อฯชุดทองน่ามหัษจรรย์เพียงใด พวกเขาแตกต่างกับผู้เชื่อมต่อฯชุดม่วงอย่างสิ้นเชิง ถ้าเสี่ยวยู่ไม่มาช่วยเขาในวันนี้ ชูเฟิงคงไม่อาจหลบหนีจากความตายที่รออยู่ได้



     “เสี่ยวยู่ เจ้าอยากไปไหนต่อ? พี่ใหญ่จะไปกับเจ้าและจะคอยอยู่เล่นกับเจ้า ดีมั้ย?” เนื่องจากเสี่ยวยู่ช่วยเหลือชูเฟิง เขารู้สึกทราบซึ้งอย่างยิ่ง และวิธีที่ชูเฟิงใช้ตอบแต่สาวน้อยนั้นธรรมดาเป็นอย่างมาก มันเป็นเพียงการคลุกคลีกับนาง...เล่นกับนาง



     “จริงๆนะ พี่ใหญ่จะไปเล่นกับเสี่ยวยู่จริงๆนะ! นี่มันดีมากๆเลย!”



    “แต่เราจะไปเล่นที่ไหนดีหล่ะ?” นางวางมือของนางไว้ใต้คาง ดวงตาอันบริสุทธิ์ของนางหมุนไปรอบๆ นางทำท่าเหมือนเป็นบุคคลสำคัญกำลังขบคิด ในขณะที่นางใช้ความคิดอยู่


ทันใดนั้น ดวงตาของนางส่องประกายไปที่ชูเฟิง นางพูดอย่างมีความสุข “ใช้แล้ว! พี่ใหญ่ นั่นพี่สาวที่ชั่วร้าย คนที่จับพี่ชายไป ตอนนี้นางกำลังต่อสู้กับอสูรกินคนอยู่! เสี่ยวยู่อยากเห็น”



     “อะไรนะ? หย่า เฟยกำลังต่อสู้กับอสูรนั้นจริงๆรึ? ได้ยินเช่นนั้น ชูเฟิงช่วยไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วของเขา



ชูเฟิงผู้ที่เพิ่งจะประสบกับภัยพิบัติ ยังรู้สึกค่อนข้างหวั่นๆเมื่ออยู่ต่อหน้าหย่า เฟย แต่หลังจากคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว ในขณะนั้นชูเฟิงคว้าจับเท้าของเสี่ยวยู่พร้อมกับกล่าวว่า “แน่นอน เสี่ยวยู่ พาพี่ชายไปดู แต่..เราอย่าเข้าไปใกล้มากนะ”



     “อืม..” ชูเฟิงตกลง ในขณะที่เสี่ยวยู่พยักหน้าอย่างแข็งขันด้วยความสุขอย่างล้นเหลือ จากนั้นนางก็กลายเป็นแสงเลือนลางพุ่งออกไปด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ นางพาชูเฟิงว่ายน้ำจนถึงระยะที่เหมาะสม



* บูม บูม บูม บูม บูม*.



บางพื้นที่ด้านบนบางพื้นที่บริเวณศูนย์กลางทะเลโลหิตนิรันดร์ เสียงระเบิดดังอยู่ทั่วทุกที่ ระลอกคลื่นและพลังงานมหาศาล มาบรรจบกันอย่างไม่สิ้นสุด



ท้องฟ้าพลันบังเกิดความปั่นป่วน เมฆทมิฬปรากฏ สายฟ้าฟาดลงมาอย่างน่าขนหัวลุก



บนผิวน้ำทะเล เกิดคลื่นจำนวนนับไม่ถ้วนแพร่กระจายกว้างออกไป บางครั้งบางคราวมันราวกับเป็นสัตว์มหึมากระจายตัวออก ก่อให้เกิดเสียงคำรามด้วยความพิโรธดังสนั่นหวั่นไหว



ขณะที่พลังงานทั้งสองตัดผ่านกันและกัน ก็บังเกิดระลอกคลื่นที่บ้าคลั่งอย่างไม่รู้จบ สถานที่แห่งนั้นกลายเป็นสถานที่ๆอันตรายไปโดยปริยาย โดยการปะทะของผู้เชี่ยวชาญระดับจ้าวสงครามที่อยู่เบื้องล่าง หากเข้าไปโดยไม่ระวังก็อาจจะตายแบบไม่รู้ตัว



* วูช วูช วูช *



หย่า เฟยก้าวกระโดดไปบนก้อนเมฆ ชุดกระโปรงที่มีสีสันสดใสของนางพัดพริ้วไหวไปมา นางเปรียบเสมือนเทพธิดาขณะที่กำลังเปลี่ยนฉากของพื้นที่ตรงนั้น



นางถือกระบี่ยาวสีชมพูไว้ในมือ มันยาวไม่เกินสามฟุตราวกับถูกสร้างขึ้นด้วยกลีบดอกไม้ กระนั้นแล้วมันยังกระจายอำนาจที่น่าเหลือเชื่อออกมา



เมื่อหย่า เฟยกำกระบี่ไว้ในมือของนาง อำนาจของนางเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว คลื่นกระบี่ของนางทำให้โลกสั่นสะเทือน กระบี่ยาวสีชมพูแม้มันจะไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยกลีบดอกไม้สีชมพู แต่มันกับมีกลีบดอกไม้ปรากฏและร่วงหล่นทั่วทุกที่



กลีบดอกไม้ร่วงหล่นราวกับฝนที่โปรยปราย แต่มันกับเต็มไปด้วยพลังอำนาจอันน่าหวาดหวั่น แม้แต่อากาศยังถูกเฉือนออก ทุกๆที่มันพาดผ่านก่อให้เกิดการล่มสลายและร่วงหล่นสู่หายนะ มันคือสิ่งที่น่ากลัวอย่างถึงที่สุด



มันไม่ใช่ยอดยุทธภัณฑ์ธรรมดาๆอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าจ้าวสงครามจะเป็นผู้ใช้มัน มันก็ไม่สามารถแสดงพลังที่น่ากลัวออกมาได้



แต่อสูรตนนี้ก็ไม่ใช่ตัวตนที่ธรรมดาเช่นกัน ตอนนี้มันกำลังกระโจนลงไปในทะเลและเคลื่อนที่ ก่อให้เกิดคลื่นน้ำทะเลสีเลือดซัดขึ้นไปบนอากาศ ภาพนั้นมันช่างเป็นเหตุการณ์ที่น่าเหลือเชื่อ



แต่นั่นก็ยังไม่เท่าไหร่ ส่วนที่สำคัญที่สุดคือพลังของมันที่แข็งแกร่งอย่างมาก ก็จริงที่น้ำทะเลมันจะดูธรรมดาๆ แต่ประมาณที่มหาศาลของมันทำให้มันนั้นทรงพลัง ขนาดน้ำเพียงหยดเดียวมันก็สามารถเจาะผ่านชั้นเมฆบนท้องฟ้าได้ ดังนั้นไม่ต้องกล่าวถึงคลื่นน้ำจำนวนมหาศาลนั้น ว่ามันจะน่ากลัวแค่ไหน



แม้ว่ายอดยุทธภัณฑ์ที่ทรงพลังและไม่ธรรมดาอยู่ในมือของหย่าเฟย มันก็ทำได้แค่หักล้างการโจมตีนั้นอย่างต่อเนื่อง นางและอสูรอยู่ในอาณาจักรจ้าวสงครามระดับ 5 เท่าๆกัน ดังนั้นไม่มีใครรู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาในรูปแบบใด



    “ทรงพลังยิ่งนัก นี่คือการต่อสู้ที่แท้จริงของผู้เชี่ยวชาญอาณาจักรจ้าวสงครามงั้นรึ?”



     “อสูรตัวนั้นก็ทรงพลังไม่แพ้กัน ดูเหมือนว่ามันสามารถเพิ่มพลังของมันได้เมื่ออยู่ในน้ำ ด้วยการยืมพลังจากท้องทะเล ไม่ธรรมดาจริงๆ”



ทันใดนั้น ชูเฟิงที่กำลังปกปิดออร่าของเขาอยู่ และเฝ้าสังเกตุทุกสิ่งทุกอย่างกับเสี่ยวยู่ในระลอกคลื่นที่ห่างออกไปอย่างเงียบๆ หลังจากเห็นการต่อสู้ที่น่าตกตะลึง ชูเฟิงช่วยไม่ได้จริงๆที่จะเปร่งเสียงอุทานออกมาด้วยตกใจ ที่เห็นความแข็งแกร่งของพวกนั้น



แม้ในตอนนี้ ตราบเท่าที่ชูเฟิงใช้พลังของสายฟ้าทั้งสาม เขาก็คงไม่มีปัญหาในการก้าวเข้าสู่ระดับ 1 อาณาจักรจ้าวสงครามและยังได้รับความแข็งแกร่งที่จ้าวสงครามเท่านั้นที่มี นอกจากนี้เขายังสามารถใช้พลังทักษะที่มีอยู่ในโลกนี้ได้มากมาย แต่ชูเฟิงก็รับรู้ได้อย่างชัดเจน ว่าหากเขาต่อสู้กับหย่าเฟยหรืออสูร เขาจะไม่สามารถรับการโจมตีระดับนั้นได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว แม้ว่าทั้งสองเป็นผู้เชี่ยวชาญจ้าวสงครามเหมือนกัน แต่พวกเขาทั้งสองก็มีระดับที่ห่างจากเขาไปอย่างสิ้นเชิง……..

ReadMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////