วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 629 - ตะลึง งึงงัน

แต่หย่า เฟย นั้นช่างแข็งแกร่งเสียจริง ในตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาไม่สามารถเอาชนะเธอได้ เอาจึงหันไปพูดกับเสี่ยวยู่ว่า “ เสี่ยวยู่ เจ้าช่วยพี่ใหญ่หน่อยสิ ช่วยอสูรตัวนั้นได้หรือไม่” 



     “ช่วยอสูรกินคนอย่างนั้นหรือ ได้ได้ คอยดูเสี่ยวยู่ให้ดีดีนะ!”หลังจากได้ยินคำพูดเขา เสี่ยวยู่ก็พยักหน้าอย่างรวดเร็ว และไม่มีร่องรอยของความกลัวปรากฏบนหน้าเลย มันดูเหมือนเป็นเรื่องสนุกสำหรับเธอ 



*วู่บ*



ในตอนนั้นเขารู้สึกว่าภาพรอบๆตัวเขามันเบลอลง และความเร็วของเสี่ยวยู่ก็เพิ่มขึ้น ก่อนที่ชูเฟิงจะรู้สึกถึงมัน เขาก็ได้มาปรากฏตัวหน้าอสูรแล้ว



ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่อดที่จะชื่นชมความเร็วของ เสี่ยวยู่ได้ เขารีบจับอสูรไว้ทันที



นั่นเป็นเพราะเขายังอยู่ในระยะโจมตีของหย่า เฟย พลังมหาศาลนั้นไม่ได้พุ่งตรงไปที่อสูร แต่มันเคลื่อนไปบนท้องฟ้า



เสี่ยวยู่ นั้นฉลาดมาก เมื่อเห็นว่าชูเฟิงจับอสูรไว้ได้แล้ว เธอก็หันไปรอบๆ และใช้พลังของเธอพุ่งลงไปสู่ทะเลราวกับแสง ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ พวกเขาทิ้งห่างจาก หย่า เฟย ออกไป



     “บัดซบ ข้าไม่ได้ทำอะไรให้เจ้า เจ้ากล้ามายุ่งเรื่องของข้าได้อย่างไร เจ้าเป็นพวกเดียวกับอสูรนั่นอย่างนั้นสินะ.”



แม้ว่าความเร็วของเสี่ยวยู่จากมากจนหย่า เฟย เห็นไม่ชัดเจนแต่เธอก็พอจะรู้ว่าคนที่มาช่วยอสูรไว้คือ เสี่ยวยู่



*วูบ วูบ วูบ …*



หลังจากเอาชนะอสูรได้แล้ว มันก็ถูกช่วยไว้จากคนบางคน นั่นทำให้หย่า เฟย โกรธมาก เธอแทงกระบี่ของเธอสู่พื้นผิวทะเลที่อยู่ด้านใต้เธอ



*ตูม ตูม ตูม *



กลีบดอกไม้นับไม่ถ้วนจากกระบี่ของเธอ [ T/N นึกภาพเซนบง ซากุระไว้ ] ปกคลุมพื้นผิวทะเลไว้ราวกับเป็นพายุ มันสร้างคลื่นที่รุนแรงและโจมตีไปยังทะเล 



แต่มันก็ไร้ประโยชน์ ไม่ว่าหย่า เฟย จะโจมตีแรงเท่าไหร่ มันก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรกับเสี่ยวยู่ได้ เพราะเธอนั้นได้หนีไปไกลแล้ว



     “หนีไปแล้วหรือ แสดงให้ข้าเห็นหน่อยว่าความเร็วของเจ้าเป็นดั่งตำนานที่ว่าไม่มีใครสามารถจับเจ้าทันจริงหรือไม่!” เมื่อรู้สึกว่าเสี่ยวยู่นั้นหนีไปแล้ว หย่า เฟย ก็เค้นเสียงอย่างเย็นชาจากนั้นเธอก็เก็บกระบี่และพุ่งตามไป



     “อืม!”



แต่ในตอนนั้นดวงตาเธอก็เกิดประกายแสง และท่าทางของเธอก็เปลี่ยนไป ใบหน้าที่แดงดั่งกุหลาบของเธอซีดขาวราวกับไร้เลือด



ริมฝีปากของเธอก็กลายเป็นสีฟ้าและม่วงราวกับได้รับพิษและบาดเจ็บสาหัส มันดูเหมือนความตายกำลังวิ่งเข้ามาหาเธอ ที่เธอเป็นเช่นนั้น นั่นเป็นเพราะผลกระทบที่ได้รับจากการใช้ ทักษะต้องห้ามกำลังกระโจนเข้าหาเธอ



ในสถานการณ์เช่นนั้น หย่า เฟย ไม่สามารถตามต่อไปได้แล้ว เธอรีบโยนยาบางอย่างใส่ปาก จากนั้นก็นั่งขัดสมาธิ แล้วก็เริ่มที่จะฟื้นฟูตนเอง และเธอต้องต่อสู้กับผลกระทบที่รุนแรงมาก



หลังจากนั้นสักพัก ใบหน้าของ หย่า เฟย ก็ดีขึ้น ใบหน้าที่ซีดขาวเริ่มมีสีแดงแล้ว แต่เธอนั่นก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ และหอบหายใจอย่างหนัก เห็นได้ชัดว่าผลกระทบที่เธอได้รับนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ 



หลังจากหลุดพ้นจากผลกระทบ หย่า เฟย ก็ถอนหายใจราวกับปล่อยภาระที่หนักอึ้ง แต่เธอก็ยังคงใจเย็น และมองไปที่น้ำทะเล จากนั้นก็เลื่อนสายตาไปมองที่ปลายขอบฟ้าอีกครั้งและพูดว่า"ดูเหมือนว่าคนที่มาช่วยจะมี 2 คน 1 เสี่ยวยู่ แล้วอีก 1 คือใครล่ะ”



หย่า เฟย คิดอย่างหนักแต่สุดท้ายก็ไม่ได้คำตอบ เธอถอนหายใจเบาๆแล้วพึมพำว่า “ ความเร็วของเด็กหญิงคนนั้นไม่ใช่เรื่องโกหกเลย มันช่างลึกลับเสียจริง ถ้าข้าได้มันมาข้าก็จะเหนือกว่าไอเลว มู่หรง ซุน”



     “ฮึ่ม เจ้าคิดว่าข้าเป็นของเจ้าอย่างนั้นหรือ รอจนกว่าข้าจะก้าวผ่านเจ้า ใครจะไปสนว่าเจ้าจะเป็นประมุขน้อยของหมู่เกาะประหาร ข้าไม่ต้องการแต่งงาน ข้าก็จะไม่แต่งไม่มีใครสามารถห้ามข้าได้.” หย่า เฟย พึมพำ พร้อมปรากฏรอยยิ้มบนหน้า.



เหตุผลที่เธอยิ้ม เพราะเธอนึกถึงบางอย่างได้ ดังนั้นเธอจึงรีบพุ่งออกไปทันที



สถานที่ที่ หย่า เฟย มุ่งหน้าไปนั้นไม่ใช่ที่อื่นนอกจากที่ที่เธอได้ขังชูเฟิงไว้ข้างใน เธอคิดว่าในตอนนี้ชูเฟิงนั้นได้กลายเป็นหุ่นเชิดแล้ว มันจะเป็นเหยื่อชั้นดีที่ใช้ล่อเสี่ยวยู่



อย่างไรก็ตาม เธอนำกลุ่มคนระดับเจ้าสงคราม 100 คน และมุ่งหน้ากับไปยังที่เก็บสมบัติที่เตรียมไว้เพื่อนบ่มเพาะเธอ และเมื่อเธอมาถึงท่าทางของเธอก็ต้องเปลี่ยนทันที



ที่เก็บสมบัตินั้นในทะเลโลหิตนิรันดร์ ว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์แบบ เห็นได้ชัดว่ามันถูกขโมยไปจนสิ้นและไม่เหลือหลักฐานแม้แต่เส้นผม



     “มันเป็นใคร ใครกล้าขโมยของจากหมู่เกาะประหาร ถ้าข้ารู้ว่ามันเป็นใคร ข้าจะสับมันหมื่นๆชิ้น”



     “เร็วเข้า รีบตรวจสอบอย่างละเอียด ตรวจสอบทุกคนที่รู้ถึงรหัสผ่านของที่เก็บสมบัตินี้ แล้วหาตัวขโมยมาให้ได้!” หย่า เฟย ตะโกนดังลั่น เพราะที่แห่งนี้ถูกซ่อนไว้ในรูปแบบวิญญาณที่ทรงพลังมาก



     “น้อมรับคำสั่ง!” เมื่อได้ยินคำสั่งของ หย่า เฟย สมุนก็ไปกล้าขัดใดๆ นั่นเป็นเพราะสมบัติถูกขโมยนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กดังนั้น พวกเขาต้องรีบตรวจสอบว่าตอนนี้ใครนั้นน่าสงสัยที่สุด



หลังจากสั่งงานเสร็จเธอก็รีบก้าวเท้าเดินอย่างรวดเร็วและมาถึงส่วนที่2 ของพระราชวัง เธอหวังว่าที่แห่งนี้นั้นจะไม่เกิดอะไรขึ้นแต่เมื่อเข้ามาเธอก็ต้องโกรธจัด เพราะมันมีแต่ความว่างเปล่า



     “บัดซบ ข้าไม่อยู่แค่ครึ่งวัน ใครกันที่สามารถขโมยพวกมันไปทั้งหมดได้” หลังจากเห็นได้ชัดว่าที่เก็บสมบัติทั้ง 2 ที่ถูกขโมยไปเรียบ หยา เฟย ก็โกรธอย่างมาก จากนั้นเธอก็พยายามทำใจให้สงบและคิดว่าใครน่าสงสัยที่สุด 



ขณะที่เธอคิด เธอก็เดินไปเรื่อยๆ จนมาถึงส่วนสุดท้ายของพระราชวัง



ถึงแม้ว่าเรื่องสมบัติถูกขโมยนั้นจะทำให้เธอโกรธจัดแต่ในความจริงแล้ว หมู่เกาะประหารก็ยังมีสมบัติอีกนับไม่ถ้วน



ในตอนนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับเธอคือ ชูเฟิง เพราะชูเฟิงนั้นจะทำให้เธอจับเสี่ยวยู่ได้ง่ายยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกันแล้ว เสี่ยวยู่นั้นมีค่ามากกว่าสมบัติมากมายมหาศาล ดังนั้นเธอต้องรีบไปดูว่าชูเฟิงยังอยู่หรือไม่



“สวรรค์ นี่ นี่มันอะไรกัน!!!”



อย่างไรก็ตามเมื่อเธอข้ามผ่าน รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณอันสุดท้ายแล้วก้าวเข้ามายังสถานที่ที่ขังชูเฟิงไว้นั้น ใบหน้าของเธอก็ต้องถอดสี และ ทำอะไรไม่ถูก

ReaDMGA
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////