วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 632 – ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน


     “แม่นาง เจ้าต้องการฆ่าอสูร เหตุใดเจ้าต้องลากผู้อื่นมาเกี่ยวข้องด้วยเล่า !!”



     “โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวน้อยผู้นั้น ดูเหมือนว่านางจะอายุเพียงไม่เท่าไหร่ เจ้าจะฆ่านางด้วยเช่นนั้นรึ !!”



     “หากเจ้าทำเช่นนั้น เจ้าก็ไม่ต่างอะไรกับปิศาจ และยิ่งเจ้าเป็นคนของหมู่เกาะประหาร เจ้าไม่รู้สึกละอายใจบ้างรึ !!”



     ในขณะที่ หย่า เฟย กำลังจะจัดการกับทุกคนนั้น ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา มันเป็นเสียงที่ทำให้ทุกหัวใจต้องสั่นไหว



     หลังจากได้ยินเสียงนั้น ใบหน้าของ ชูเฟิง และคนอื่น ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาพยายามมองไปรอบๆ เพราะพวกเขารู้ดีว่าบุคคลที่มานั้น ย่อมไม่ใช่บุคคลธรรมดาอย่างแน่นอน



     “เจ้าเป็นใคร !? อย่ามาทำลับๆ ล่อๆ………..เจ้าจะทำอย่างไรกับปิศาจตนนี้ !?” หย่า เฟย กล่าวพร้อมกับมองออกไปรอบๆ แต่นางก็ไม่สามารถพบกับต้นเสียงนั้นได้



     “อย่าได้ถามข้าว่าทำเช่นไร !! จงรีบปล่อยพวกเขาไปซะ !!” เสียงนั้นกล่าวออกมาอีกครั้ง จากน้ำเสียงนั้นสามารถบอกได้ว่าเขากำลังดูถูก หย่า เฟย อย่างมาก



     “ฮึ่ม ถ้าเจ้าต้องการที่จะช่วยอสูรร้าย ก็จงเผยตัวออกมา อย่าได้ปิดบังตัวตนของเจ้า จงออกมาแสดงความแข็งแกร่งของเจ้าซะ ไม่ใช่มาพูดกับข้าเช่นนี้ !!”



     แม้ว่า หยา เฟย จะกล่าวออกมาเช่นนี้ แต่ความจริงนั้น นางกำลังหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด นางสร้างรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณขึ้นมา ละทะยานขึ้นไปในท้องฟ้า 



     ***** ปึ้ก !! *****



     “อ๊าาา !!”



     อย่างไรก็ตาม เมื่อนางทะยานขึ้นไปได้ไม่มากนั้น นางก็ชนเข้ากับกำแพงโปร่งใส่ จนตกลงมา พร้อมทั้งกระอักเลือดออกมากองหนึ่ง



     ในขณะเดียวกันนั้น ประกายแสงสีทองก็แผ่กระจายออกมาทั่วบริเวณ แม้จะเป็นเพียงแค่ประกายสีทองนั้น แต่มันก็ชัดเจนแล้วว่า สิ่งที่ปิดกั้น หยา เฟย คือรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณสีทองอย่างแน่นอน



     “บ้าเอ๊ย !! เจ้าเป็นใคร !? เหตุใดไม่เผยตัวออกมาให้ข้าได้รู้ว่าผู้ใดเข้ามาปกป้องอสูรตนนี้กัน !!” หย่า เฟย ตกตะลึงอย่างมาก เพราะผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีทองนั้น ไม่ใช่ว่าผู้ใดก็สามารถเข้าถึงได้ อย่างน้อยจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับเก้า อาณาจักรจ้าวสงคราม จึงจะสามารถทำได้



     และในตอนนี้ ผู้ที่เข้ามาขัดขวางคือ ผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณระดับชุดคลุมสีทอง หย่า เฟย ตระหนักดีว่า สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ค่อยดีแน่ ด้วยความแข็งแกร่งของนาง ย่อมไม่สามารถที่จะจัดการกับ ชูเฟิง และคนอื่นๆ ได้ในตอนนี้



     สถานการณ์เช่นนี้มันทำให้นางอับอายอย่างมาก ดังนั้นนางจึงต้องการรู้ตัวตนของคนที่ขัดขวางนาง เพื่อในอนาคตนางจะได้ตามไปแก้แค้นได้



     “แม่นางน้อย หากเจ้าต้องการที่จะรู้ว่าข้าคือใคร ข้าจะให้เจ้าได้สมดังปราถนา !!” เสียงนั้นดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้มันดังออกมาจากด้านข้างของ ชูเฟิง 



     ***** พรึ่บ *****



     ในขณะที่เสียงนี้ดังขึ้นนั้น กรงที่ขัง ชูเฟิง และคนอื่นๆ ก็สลายไป พร้อมกับมีคนปรากฏตัวออกมาสองคน



     เมื่อ ชูเฟิง หันไปมองทั้งสองคนนั้น เขาก็ต้องตกใจอย่างมาก คนหนึ่งนั้นมีหน้าตางดงาม และค่อนข้างอ่อนโยน ชูเฟิง รู้จักกับนาง นางคือ เจียง ว่านชือ จากผาคนรัก



     ส่วนอีกคนที่ยืนอยู่ถัดจากนางนั้น นางสวมกระโปรงสีขาวนวล แต่ยังสามารถมองเห็นรูปร่างได้อย่างชัดเจน รูปร่างของนางไม่ได้ด้อยไปกว่า หยวน รู่ว หรือ หย่า เฟย แม้แต่น้อย



     ที่ใบหน้าของนางมีผ้าบางๆปิดบังอยู่ สามารถมองเห็นได้เพียงแค่ดวงตาทั้งคู่เท่านั้น



     แม้ว่าใบหน้าของนางจะถูกปกปิดอยู่นั้น ก็สามารถเห็นได้ชัดว่านางมีความงดงามอย่างมาก แม้แต่ เจียง ว่านชือ ที่โดดเด่น เมื่อมายืนข้างๆ นางยังถูกบดบังจากความสง่างามของนาง



     มันไม่ใช่เพราะความงดงาม ด้วยผ้าบางๆ ที่ปิดบังใบหน้าของนางอยู่นั้น จึงไม่อาจตรวจสอบได้ว่าความงดงามของนางจะมากกว่า เจียง ว่านชือ หรือไม่ 



     แต่เป็นเพราะออร่าที่เปล่งออกมาจากร่างกายของนาง มันโดดเด่นเหนือกว่าผู้อื่นอย่างมาก แม้แต่ หย่า เฟย ที่มีผิวพรรณที่งดงาม แต่ก็ไม่อาจเทียบกับออร่าที่เปล่งออกมาจากนางผู้นี้ได้



     ด้วยลักษณะ และออร่าที่โดดเด่น อีกทั้งความสามารถที่แข็งแกร่ง นางยังปรากฏตัวออกมาพร้อมกับ เจียง ว่านชือ และดูเหมือนว่า เจียง ว่านชื่อ จะให้ความเคารพต่อนางไม่น้อย ชูเฟิง จึงรับรู้ได้ทันที ว่าแม่นางผู้นี้คือ ธิดาพรมจรรย์ของวิหารศักดิ์สิทธิ์เพลิงพลาญสวรรค์ สาวงามแห่งเขตทะเลตะวันออก ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน



     “เจ้าเป็นใคร !! เจ้ากล้าที่ปลดผ้าคลุม แล้วเปิดเผยใบหน้าออกมาหรือไม่ !!” ชูเฟิง รู้ดีว่านางคือ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน แต่ หย่า เฟย ด้วยความหยิ่งผยองของนาง นางกลับชี้ไปที่ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน แบะกล่าวถามออกมาเสียงดัง



     “หุบปาก !! เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร ถึงได้กล้ากล่าวกับท่านอาจารย์ข้าเช่นนี้ !!” ในขณะนั้น เจียง ว่านชือ ไม่สามารถทนต่อการกระทำที่ก้าวร้าวของ หย่า เฟย ได้อีก นางจึงตะโกนกลับไปด้วยความเกรี้ยวกราด



     “หึ !! เป็นเพียงแค่ผู้เชี่ยวชาญขั้นแดนสวรรค์ เจ้ามีค่าพอที่จะกล่าวกับข้าเช่นนั้นรึ !!” หย่า เฟย โกรธอย่างมาก นางทะยานออกมาเพื่อที่จะโจมตีใส่ เจียง ว่านชื่อ 



     “อ๊าาา !!” แต่ก่อนที่นางจะได้โจมตีนั้น ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ขมวดคิ้วเล็กน้อย พลันอำนาจพลังวิญญาณสีทองก็แผ่กระจายออกมา และกระแทกเข้าใส่ หย่า เฟย ที่ลอยอยู่ในอากาศจนกระเด็นกลับไป



     “บ้าเอ๊ย !! เจ้ากล้าโจมตีใส่ข้า !! เจ้ารู้หรือไม่ ว่าข้าเป็นใคร !!” หย่า เฟย รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก นางไม่อาจยอมรับสถานการณ์ในปัจจุบันของนางได้



     “โฮะ !!” ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ยิ้มบางๆ และกล่าวกับ หยา เฟย ว่า “ หย่า เฟย คู่หมั้นของประมุขน้อยแห่งหมู่เกาะประหาร มู่หรง ซุน พ่อแม่ของเจ้ามีตำแหน่งที่ค่อนข้างดีในหมู่เกาะประหาร และปู่ของเจ้า หย่า ซ่งหยุน ก็ไม่ธรรมดา เป็นถึงผู้นำของเก้า นิรันด์ ในหมู่เกาะประหาร ข้าพูดถูกไหม !!”



     “หืม…..เจ้ารู้เช่นนี้แล้วยังกล้าทำเช่นนี้อีกรึ !! เจ้าไม่กลัวท่านปู่ของข้า และหมู่เกาะประหารเช่นนั้นรึ !!” หยา เฟย กล่าว



     “กลัว !? เจ้าคิดว่าหมู่เกาะประหารของเจ้าแข็งแกร่งที่สุดเช่นนั้นรึ !!” ในขณะที่ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน กล่าวออกมานั้น แววตาของนางก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างรวดเร็ว



     “อ๊า !!” เมื่อเห็นแววตานั้น ใบหน้าของ หย่า เฟย ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก นางสามารถสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรงภายใต้แววตานั้นอย่างชัดเจน



     “จำไว้ให้ดี ข้าคือ เต๋า ฉิวซุ่น แห่งผาคนรัก ข้าจะพาทั้งสามคนไป หากเจ้าไม่พอใจ เจ้าสามารถไปพบข้าได้ทุกเมื่อ !!”



     “ไม่ว่าจะเป็นปู่เจ้า หรือหมู่เกาะประหารของเจ้า หากต้องการที่จะแก้แค้นข้า ให้ไปที่ผาคนรักเพื่อพบข้าได้ !!”



     “แต่ในตอนนี้ ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ เจ้าจงรีบไสหัวไปซะ !!” ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน กล่าวด้วยความเย็นชา



     “เจ้า……… !!” หย่า เฟย ไม่พอใจอย่างมาก แต่เมื่อนางนึกถึงแววตาที่เย็นชา และความที่ไม่เห็นหมู่เกาะประหารอยู่ในสายตาของ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน นั้น นางจึงหันกลับ และก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว เพื่อกลับไปยังทะเลโลหิตนิรันดร์

ReaDMGA
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////