วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 636 – เสี่ยวยู่หายตัวไป


     “มีอย่างอื่นที่ ผู้อาวุโส ฮวางฟู่ ได้กล่าวกับท่านมาอีกหรือไม่” ชูเฟิง กล่าวถามด้วยความไม่พอใจ



     อย่างไรก็ตาม ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน เพียงส่ายศรีษะ และยิ้มออกมา “เขาเป็นคนที่ไม่เคยหวาดกลัวต่อสิ่งใด พลังของเขาแข็งแกร่งราวกับพระเจ้า ภายในเขตทะเลตะวันออกไม่มีใครสามารถเอาชนะเขาได้”



     “แต่ในตอนนั้น ที่ข้าพบกับเขา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ราวกับว่ามีผู้ใดทำให้เขาตกตะลึงอย่างมาก”



     “ข้าไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่า สิ่งใดที่ทำให้บุคคลเช่นเขาหวาดกลัวได้ถึงเพียงนั้น คำตอบทั้งหมดอาจจะอยู่ที่เส้นทางสวรรค์ก็เป็นได้”



     “ข้าเข้าใจ ขอบคุณผู้อาวุโส สำหรับคำแนะนำ” ชูเฟิง ไม่ได้โง่ เขาสามารถเข้าใจได้ทั้งหมด ทั้งเรื่องที่ ฮวางฟู่ ฮ่าวเยว้ และเรื่องราวของตระกูลของเขาอาจจะมีคำตอบบางอย่างใน เส้นทางสวรรค์ 



     แม้ว่า ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน จะไม่สามารถให้คำตอบที่แท้จริงแก่เขาได้นั้น แต่นางก็ได้ให้คำใบ้สำคัญมาแก่เขา ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นกับ ฮวางฟู่ ฮ่าวเยว้ และสมาชิกของเขา ที่อาจจะพบได้ในเส้นทางสวรรค์



     “ชูเฟิง มันอาจจะเร็วไปสักหน่อย วันพรุ่งนี้เราจะออกเดินทาง” ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน กล่าว



     “ผู้อาวุโส วันพรุ่งนี้พวกเราจะไปที่ใด !?” ชูเฟิง กล่าวถาม



     “เจ้าเคยได้ยินชื่อ หุบเขาแห่งสายหมอก หรือไม่ !?” ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน กล่าวถาม



     “ข้าเคยได้ยิน” ชูเฟิง พยักหน้ารับ เขารู้ว่าที่หุบเขาแห่งสายหมอกนั้น มีผู้เชี่ยวชาญที่โดดเด่นที่ชื่อ แม่นาง เพียวเมี้ยว อาศัยอยู่



     และ ชูเฟิง ไม่ได้รู้เพียงแค่ แม่นาง เพียวเมี้ยว เท่านั้น เขายังรู้ถึงศิษย์ทั้งสี่ของนางอีก



     ไม่ใช่เพียงแค่ แม่นาง เพียวเมี้ยว เท่านั้น นางยังมีลูกศิษย์อัจฉริยะทั้งสี่คน ที่มีชื่อว่า ชุน หวู่ , เซี้ย ยู๋ , ฉิว ซือ และ ตง เซว 
[ T/n พวกนางได้รับฉายาว่า สาวงามสี่ฤดู แห่งหุบเขาสายหมอก เพราะแซ่ของพวกนางมีคำที่แปลว่าฤดูนั้นๆ เช่น ตง เซวีย  Dōng 冬 ฤดูหนาว / เซี้ย ยู่ 夏 Xià ฤดูร้อน / ฉิว ซือ 秋 Qiū ฤดูใบไม้ล่วง / ชุน หวู่ 春 Chūn ฤดูใบไม้ผลิ ]



     ไม่ใช่เพียงแค่ความอัจฉริยะเท่านั้น พวกนางทั้งสี่ยังมีความงดงาม และยังมีความสามารถในการขับร้อง เต้นรำ ที่ยอดเยี่ยม จึงทำให้พวกนางเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มแทบทุกคน



     โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฉิว ซือ นางได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสาวงามของเขตทะเลภาคตะว้นออก ที่มีความงดงามเทียบได้กับ หย่า เฟย



     “ดี ที่เจ้ารู้จักกับ แม่นาง เพียวเมี้ยว นางเป็นสหายเก่าของข้า นางยังมีความสามารถที่ยอดเยี่ยมในรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ และนางยังมีความรู้เรื่องสัตว์ประหลาด หรือปิศาจเป็นอย่างดี ไม่แน่ว่านางอาจจะสามารถช่วยเหลือสหายของเจ้าได้” ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน กล่าว



     “ผู้อาวุโส ข้ามีสิ่งหนึ่งที่ข้าอยากจะถาม” ชูเฟิง กล่าว 



     “ว่ามา !!” ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน กล่าว



     “ข้าไม่ใช่ศิษย์ของผู้อาวุโส ฮวางฟู่ ฮ่าวเยว้ ท่านได้รับรู้เรื่องนี้ไปแล้ว และข้าก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆ กับท่าน เหตุใดท่านถึงยังจะช่วยเหลือข้า” ชูเฟิง กล่าวถาม



     “อย่าได้คิดมาก” ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ยิ้มบางๆ และกล่าวออกมาว่า “แม้ว่าข้าจะไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับเจ้า แต่สหายของเจ้าได้เปลี่ยนเป็นปิศาจเช่นนี้ นี่จึงเป็นหน้าที่ของข้าที่จะยื่นมือช่วยเหลือ ข้าไม่อาจนิ่งดูดายสิ่งนี้ได้”



     “อีกอย่าง แม้ว่าเจ้าจะไม่ได้เป็นศิษย์ของท่าน ฮวางฟู่ แต่เจ้าก็เป็นศิษย์ของท่าน ฉิว ซานเฟิง ที่มีมิตรภาพอันดีต่อข้า ดังนั้น ข้าจึงต้องดูแลเจ้า”



     “ขอบคุณอาวุโส !!” ชูเฟิง ยกมือขึ้นคาราวะ และเดินออกจากห้องไป



     หลังจากที่ ชูเฟิง จากไปนั้น ใบหน้าของ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ก็เปลี่ยนแปลงไป นางถอนหายใจออกมาขณะที่มองไปยังทางที่ ชูเฟิง จากไป และพึมพำออกมาว่า “เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นความกลัวในตัวของเขา”



     “แม้ว่าเขาจะไม่ได้กล่าวออกมา แต่ข้าก็รู้ดีว่าเขากลัว เส้นทางสวรรค์ และคนที่เขาจะต้องปกป้อง”



     “ทั้งสองอย่างล้วนมีความสัมพันธ์ต่อเขา และหนึ่งในนั้นก็มีผลต่อชีวิตของเขาอย่างมาก ข้าควรที่จะปกป้องเขาให้ปลอดภัย”



     ด้วยรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณที่ปกคลุมห้องอยู่นั้น ทำให้ ชูเฟิง ไม่สามารถได้ยินสิ่งที่ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน พึมพำออกมาได้ และในขณะที่เขาออกมานั้น เขาก็ได้พบกับคนผู้หนึ่งที่คุ้นเคย นั่นก็คือ เจียง ว่านชือ



     “ศิษย์พี่ เจียง ท่านมาทำอะไรที่นี่ !! มีอะไรเกิดขึ้นรึ !?” ชูเฟิง เห็นท่าทีที่เคร่งเครียดของ เจียง ว่านชือ เขาจึงคาดว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้น



     “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง เกิดเรื่องแล้ว !! ข้าตั้งใจที่จะเอาหมั่นโถวไปให้ เสี่ยวยู่ แต่เมื่อข้าไปที่ห้องของนาง นางกลับไม่อยู่ที่นั่น !! ข้าได้ออกค้นหาจนทั่วแล้วแต่ยังไม่พบตัวนาง !!” ในตอนนี้ ชูเฟิง ได้สวมหน้ากากเพื่อปิดบังตัวตนของเขาเอาไว้ จึงทำให้ เจียง ว่านชือ ยังไม่รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเขา



     “เสี่ยวยู่ หายไป” ชูเฟิง กล่าวถามอย่างใจเย็น



     “เสี่ยวยู่หายไปจริงๆ ข้าตามหานางจนทั่วแล้ว แต่ก็ยังไม่พบนางเลย”



     “อีกอย่าง ทั่วทั้งบริเวณก็มีรูปแบบอำนาจพลังสิญญาณที่ถูกวางไว้โดยท่านอาจารย์ของข้า ซึ่งนั่นจะทำให้นางไม่สามารถออกไปนอกเหนือจากที่ได้ แต่ข้าก็ยังไม่พบนาง” เจียง ว่านชือ กล่าวออกมาอย่างจริงจัง



     “อึ้ก !!” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชูเฟิง ตกใจอย่างมาก ด้วยความซุกซนของเสี่ยวยู่ และความสามารถของนาง ที่สามารถทำลายรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณได้อย่างง่ายดาย อาจทำให้นางออกไปที่ทะเลโลหิตนิรันดร์ ซึ่งในตอนนี้ หย่า เฟย ได้จับตาดูพวกเขาอยู่ นางอาจจะถูกจับตัวไปโดย หย่า เฟย ซึ่งนั่นทำให้ ชูเฟิง รู้สึกเป็นกังวลอย่างมาก



     แม้ว่า ชูเฟิง จะกังวลอย่างมาก แต่เขาก็ยังคงพูดปลอบ เจียง ว่านชือ ออกมาว่า “ศิษย์พี่ เจียง ท่านไม่ต้องกังวลไป ด้วยพลังของเสี่ยวยู่ รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณไม่สามารถปิดกั้นนางได้ นางอาจจะออกไปเที่ยวเล่นตามประสาของนางเท่านั้น”



     “แต่ หย่า เฟย เป็นอันตรายอย่างมาก หากเสี่ยวยู่ออกไป นางอาจจะตายก็เป็นได้”



     “พวกเราจะต้องออกไปตามหานาง ศิษย์น้อง หวู่ฉิง เจ้ารออยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะไปบอกท่านอาจารย์ !!” เจียง ว่านชือ กล่าวออกมา และรีบสิ่งไปยังตำหนังของ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน



     เมื่อ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ได้ทราบเรื่องที่เสี่ยวยู่หายตัวไปนั้น นางไม่ได้นิ่งดูดายแต่อย่างใด นางรีบเปิดรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ และออกไปค้นหาตัวเสี่ยวยู่พร้อมกับ ชูเฟิง และ เจียง ว่านชือ อย่างรวดเร็ว



     ยิ่งพวกเขาออกค้นหามากเท่าไหร่ ชูเฟิง ยิ่งไม่สบายใจมากขึ้นเท่านั้น เพราะด้วยทะเลโลหิตนิรันดร์นั้นมีขนาดใหญ่อย่างมาก อีกทั้งความเร็วของเสี่ยวยู่เมื่ออยู่ในน้ำ นางยิ่งรวดเร็วอย่างมาก ชูเฟิง จึงไม่รู้ได้ว่าตอนนี้เสี่ยวยู่ยังคงปลอดภัยดีหรือไม่



     ในขณะที่พวกเขาออกค้นหา เวลาก็ได้ค่อยๆ ผ่านไปทีละนิดๆ ท้องฟ้าที่สดใสได้ถูกแทนที่ด้วยท้องฟ้าที่มืดมิดยามราตรีอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้ได้เข้าสู่เวลากลางคืน ที่ทำให้ทะเลโลหิตนิรันดร์มีความงดงามที่น่าหลงใหลมากขึ้น



     แต่ในเวลานั้น ชูเฟิง และคนอื่นๆ ไม่มีเวลามาชื่นชมกับความงดงามของทะเลโลหิตนิรันดร์แม้แต่น้อย พวกเขาเต็มไปด้วยความกังวล ในขณะที่พวกเขายังไม่สามารถพบตัวของเสี่ยวยู่



     และในเวลาเดียวกันนั้น ผู้ที่แข็งอีกคนหนึ่งก็ได้อยู่ในทะเลโลหิตนิรันดร์เช่นกัน



     ในห้องของ หย่า เฟย มีชายชราผมสีขาว สูงราวสามเมตร สวมเสื้อผ้าที่งดงาม นั่งอยู่ในนั้น



     แววตาของเขาราวกับนกอินทรีย์ คิ้วเรียวสีขาว ออร่าพลังที่เล็ดลอดออกมานั้น แข็งแกร่งจนยากที่จะหาผู้ต้านทาน



     ชายชราผู้นี้จะเป็นใครอื่นไม่ได้ นอกจากผู้นำของเก้านิรันดร์ แห่งหมู่เกาะประหาร ปู่ของ หย่า เฟย เขาคือ หย่า จ่งหยุน

ReaDMGA
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////