วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 637 – หลอกผู้อื่น และหลอกตัวเอง

     “ท่านปู่ !! ในที่สุดท่านก็มาพบกับข้า !! ข้าคิดว่าท่านปู่จะลืมข้าไปเสียแล้ว !!” หย่า เฟย ตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น ในขณะที่นางกระโดดเข้าไปในอ้อมกอดของ หย่า จ่งหยุน



     “ฮ่าๆ ข้ามีหลานเพียงคนเดียว ข้าจะลืมเจ้าได้อย่างไร !! ข้าเพิ่งกลับมาจากการบ่มเพาะพลังที่เงียบสงบ และก่อนที่ข้าจะไปพบผู้นำตระกูล ข้าก็อยากจะมาพบเจ้าก่อน !!” แววตาของ หยา จ่งหยุน เต็มไปด้วยความรัก ในขณะที่เขามองไปยัง หยา เฟย 



     “ท่านปู่ ท่านทำสำเร็จไหม !!” เมื่อได้ยินว่าปู่ของนางเพิ่งกลับมาจากความเงียบสงบนั้น ใบหน้าของ หย่า เฟย ก็เต็มไปด้วยความคิดถึง



     “มีหรือ ที่ข้าจะทำไม่สำเร็จภายใต้ความเงียบสงบเช่นนั้น !!” หยา จ่งหยุน หัวเราะออกมา แทนคำตอบที่ชัดเจน



     “เยี่ยมเลย !! ท่านปู่ พลังของท่านในตอนนี้สามารถเทียบได้กับท่านผู้นำตระกูลหรือเปล่า !!” เมื่อได้รู้คำตอบของปู่ของนางนั้น หย่า เฟย ก็ยิ้มออกมา เพราะปู่ของนางคือผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งที่สุดของนาง ยิ่งปู่ของนางแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ นางยิ่งไม่กล้วฟ้ากลัวดินมากเท่านั้น



     “เด็กโง่เอ๋ย !! พลังของข้ายังไม่อาจเทียบได้กับท่านผู้นำ !! แต่ในตอนนี้ความแข็งแกร่งของข้าเป็นอันดับสามในหมู่เกาะประหาร และมันจะต้องเปลี่ยแปลงอย่างแน่นอน” หย่า จ่งหยุน กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม เห็นได้ชัดว่าเขามีความสุขอย่างมาก



     “อันดับสามของผู้แข็งแกร่งที่สุดในหมู่เกาะประหาร !! นอกเหนือจากท่านผู้นำยังมีคนที่แข็งแกร่งกว่าท่านปู่อีกเหรอ !?” หย่า เฟย ยิ้มบางๆ พลางขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ เพราะนางไม่คิดว่าจะมีผู้ใดที่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะอยู่เหนือปู่ของนาง



     “เด็กโง่ เจ้าลืมผู้นำคนก่อนไปแล้วรึ ในตอนนี้ท่านผู้นั้นก็คือท่านผู้เฒ่าของหมู่เกาะประหาร” หยา จ่งหยุน กล่าวถาม



     “ท่านผู้เฒ่า !! ท่านปู่ ท่านหมายถึงปู่ของ มู่หรง ซุน ใช่ไหม !! เขายังไม่ตายอีกเหรอ !?” เมื่อได้ยินเช่นนั้น หย่า เฟย ตกใจอย่างมาก เพราะตั้งแต่เด็กนั้น นางจำได้ว่า ท่านผู้เฒ่า ต้องใช้โอสถจำนวนมากในการช่วยให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไปได้ในทุกๆ วัน



     หลังจากนั้นไม่นาน นางก็ไม่เคยเห็นเขา และไม่มีผู้ใดกล่าวถึงเขาอีกเลย ความแข็งแกร่งของหมู่เกาะประหารในตอนนี้ ก็เกิดจากประมุขคนปัจจุบันเพียงคนเดียวเท่านั้น



     ดังนั้น หย่า เฟย จึงคิดว่า ท่านผู้เฒ่า ได้ตายไปแล้ว และเวลาก็ได้ล่วงเลยมาแล้วหลายปี 



     “อ่า หลานรัก อย่าได้กล่าวเช่นนี้ออกมาอีก ท่านผู้เฒ่า ยังคงมีชีวิตอยู่ !!” เมื่อได้ยินเช่นนั้น หย่า จ่งหยุน รีบกล่าวเตือนออกมาอย่างจริงจัง



     “หรือว่า……เขาจะทะลวงพลังขึ้นไปได้ ทำให้เขาสามารถมีชีวิตต่อมาได้” หย่า เฟย คิดถึงหนทางที่สามารถทำให้ ท่านผู้เฒ่า มีชีวิตอยู่ต่อมาได้



     “อืม ท่านผู้เฒ่าประสบความสำเร็จนานแล้ว ในตอนนี้ท่านได้เก็บตัวเพื่อบ่มเพาะพลังไปอีกขั้น” 



     “ถ้าเขาทำสำเร็จอีกครั้ง แม้แต่ประมุขของพรรคมารทลายราตรี และประมุขของวิหารเพลิงพลาญสวรรค์ ฮวางฟู่ ฮ่าวเยว้ ก็ไม่อาจเอาชนะเขาได้ และเขาจะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของเขตทะเลตะวันออก” หย่า จ่งหยุน กล่าว



     “ท่านปู่ ข้าได้ยินท่านพูดถึงประมุขของพรรคมารทลายราตรี และประมุขของวิหารเพลิงพลาญสวรรค์บ่อยมาก ผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งเช่นนั้นมีตัวตนอยู่จริงๆ หรือ !?” หย่า เฟย กล่าวถามด้วยความสงสัย



     แม้ว่าในตอนที่นางยังเด็กนั้น ทั้งพรรคมารทลายราตรี และวิหารเพลิงสวรรค์จะยังคงอยู่ก็ตามแต่นางก็ยังเด็กเกินไป นางถูกเลี้ยงดูเพียงเล่นสนุกตามประสาเด็ก และคอยบ่มเพาะพลังเท่านั้น ปู่ และพ่อแม่ของนางก็ไม่เคยพานางไปดูถึงความแข็งแกร่งของทั้ง พรรคมารทลายราตรี และวิหารเพลิงพลาญสวรรค์แม้แต่น้อย



     “โฮ่ คิดย้อนกลับไปตอนนั้น ทั้งสองขุมอำนาจได้ข่มเหงหมู่เกาะประหารของพวกเราจนแทบที่จะไม่มีพื้นที่ให้หายใจ แต่ในตอนนี้ วันคืนที่ทุกข์ทรมานได้ผ่านพ้นไปแล้ว”



     “ตราบใดที่ ท่านผู้เฒ่าทำสำเร็จ แม้พรรคมารทลายราตรี และวิหารเพลิงพลาญสวรรค์จะยังคงอยู่ พวกเขาจะต้องสิโรราบต่อหมู่เกาะประหารของพวกเราแน่นอน” หย่า จ่งหยุน กล่าวด้วยความมั่นใจ



     “แล้วท่านปู่หวังให้เขาทำสำเร็จหรือไม่ !?” หยา เฟย รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก ด้วยความที่นางเป็นสมาชิกของหมู่เกาะประหาร นางจึงหวังให้ปู่ของนาง และหมู่เกาะประหารแข็งแกร่งขึ้น



     “ข้าก็หวังให้เขาทำสำเร็จ แต่พลังระดับจักรพรรดิสงครามนั้นยากที่จะทะลวงข้ามไปได้ แม้แต่ประมุขพรรคมารทลายราตรี และ ฮวางฟู่ ฮ่าวเยว้ ที่สามารถทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง ยังไม่สามารถทะลวงพลังไปได้มากกว่านี้”



     “แต่ในตอนนี้หมู่เกาะประหารได้ครองอำนาจสูงสุดของเขตทะเลตะวันออก จึงทำให้พวกเราได้รับทรัพยากรการบ่มเพาะจำนวนมาก ด้วยทรัพยากรเหล่านั้น น่าจะทำให้ ท่านผู้เฒ่า สามารถทะลวงพลังขึ้นไปได้สำเร็จ” หย่า จ่งหยุน กล่าว



     “ท่านปู่ ถ้าประมุคพรรคมารทลายราตรี และ ฮวางฟู่ ฮ่าวเยว่ ยังอยู่ที่นี่ พวกเขาจะมีการบ่มเพาะพลังเท่าเดิมหรือไม่ !?” หย่า เฟย กล่าวถามด้วยความสงสัย จากที่ปู่ของนางกล่าวถึงสองบุคคลนี้บ่อยๆ นางจึงคาดว่าทั้งสองคนจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งอย่างมาก



     “นี่……” เมื่อได้ยินเช่นนั้น หยา จ่งหยุน ไม่สามารถตอบคำถามนี้ออกมาได้ เพราะในตอนนั้นพวกเขาทั้งสองได้มีพลังถึงระดับนั้นแล้ว



     หากคำนวณจากความสามารถของ ฮวางฝู่ ฮ่าวเยว้ เมื่อสิบปีก่อนนั้น เขาย่อมจะต้องมีพลังที่แข็งแกร่งขึ้นกว่านี้อีกมาก และการคำนวณนี้ขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง ที่จะกล่าวออกไปเช่นไร



     “ข้าคิดว่าพวกเขาก็ไม่สามารถทะลวงพลังไปได้ ยิ่งกว่านั้น ในตอนนี้พวกเขาก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ ในตอนนี้หมู่เกาะประหารของพวกเราแข็งแกร่งที่สุด”



     “ในตอนนั้น พรรคมารทลายราตรี และวิหารเพลิงผลาญสวรรค์ ทำได้เพียงแบ่งออกเป็นสองขั้วอำนาจ แต่ในตอนนี้หมู่เกาะประหารของพวกเรากลับสามารถรวมอำนาจไว้เป็นหนึ่งเดียวได้ นี่แสดงให้เห็นถึงความเหนือกว่าของพวกเราได้อย่างเด่นชัด” หย่า เฟย กล่าวออกมา ขณะที่หัวเราะคิกคัก เมื่อนางเห็นว่าปู่ของนางกำลังลำบากใจที่จะตอบคำถามของนาง



     “ฮ่าๆ สมกับเป็น เฟยเอ๋อ ของข้า ความสำเร็จของหมู่เกาะประหารของพวกเราในตอนนี้ เป็นสิ่งที่พรรคมารทลายราตรี และวิหารเพลิงผลาญสวรรค์ไม่เทียบเคียงได้” เมื่อได้ยินคำกล่าวของ หยา เฟย นั้น หยา จ่งหยุน ก็หัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความสุข



     “อ่า แต่ว่าน่าเศร้า แม้ว่าหมู่เกาะประหารของพวกเราจะแข็งแกร่งมาก แต่ก็มีบางคนที่มันไม่เห็นพวกเราในสายตา” หย่า เฟย กล่าวพลางทำท่าเศร้า



     “เฟยเอ๋อ เจ้าหมายถึงผู้ใด !?” เมื่อได้ยินเช่นนั้น หยา จ่งหยุน ก็ขมวดคิ้วขึ้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เพราะเขาเห็นได้ชัดว่าหลานรักของเขาถูกบางคนรังแก



     “ท่านปู่ ท่านเคยได้ยินชื่อของ เถ่า ฉิวซุ่ย จากผาคนรักหรือไม่ !?” หย่า เฟย กล่าวตอบด้วยคำถาม



     “ข้าเคยได้ยินเรื่องของผาคนรักมาบ้าง มันเป็นสถานที่ที่พวกสวะใช้หลบซ่อนตัว แต่ชื่อ เถ่า ฉิวซุ่ย ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน” หย่า จ่งหยุน กล่าวพลางส่ายศรีษะของเขา



     “ฮึ่ม ที่แท้ก็คนนิรนาน ท่านปู่ ข้าจะบอกให้ท่านฟัง เถ่า ฉิวซุ่ย เป็นคนที่หยิ่งยะโสมาก ไม่เพียงแต่นางจะไม่เห็นหมู่เกาะประหารอยู่ในสายตาเท่านั้น นางยังไม่เห็นท่านปู่อยู่ในสายตาของนางอีกด้วย”



     ในตอนนี้ หย่า เฟย รีบใช้โอกาส “ราดน้ำมันลงบนกองไฟ” เพิ่มเติมความคับแค้น เพื่อยุให้ หยา จ่งหยู ไปแก้แค้น เถ่า ฉิวซุ่ย

ReaDMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////