วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 638 - ท้องฟ้ายามราตรีกำลังพังทลาย


หลังจากได้ยินคำพูดของหย่าเฟย หย่า จ่งหยุนจมลงสู่ความครุ่นคิด หลังจากนั้นสักพักใหญ่ เขาถามหย่าเฟยว่า “เฟยเอ๋อ เจ้ากล่าวว่า เถ่า ฉิวซุ่ย เป็นผู้เชื่อมต่อฯชุดคลุมสีทองงั้นรึ?” 



    “อืม.” หย่าเฟยพยักหน้าเพื่อยืนยัน 



    “แต่นางสวมชุดสีขาวไม่ใช่รึ?!” หย่าซงหยุนถามนางต่อ 



    “อืม..ท่านปู่ ท่านรู้ได้อย่างไร? หรือว่าท่านรู้จักนาง?” หย่าเฟยถามด้วยความงุนงง 



     “เฟยเอ๋อ ไม่ใช่ว่าผู้หญิงคนนั้นมีลักษณะที่โดดเด่นรึ? แม้ว่าอายุนางใกล้ 40 ปี แต่ไม่ใช่ว่าผิวพรรณของนางและท่าทางของนางยังเหนือกว่าผู้อื่นรึ? ” หย่า จ่งหยุนถามต่อ 



     “ข้าไม่อาจเห็นนาง เพราะนางใช้ผ้าคลุมปกปิดใบหน้า แต่เมื่อมองดูรูปลักษณ์และเค้าโครงใบหน้านาง ข้าเห็นว่านางงดงาม แต่ถ้าเอ่ยถึงเรื่องลักษณะท่าทางของนางจากคำพูดท่าน...นางมีท่างทางที่ไม่ธรรมดาสามัญ ราวกับว่านางไม่ได้มาจากโลกมนุษย์” หย่า เฟยตอบ 



     “ถ้าเจ้าคิดเช่นนั้น..ดูเหมือนที่เจ้าบอกนั้นจะเป็นนางจริงๆ” หลังจากได้ยินคำพูดของหย่า เฟย หย่าจ่งหยุนผงกหัวเบาๆ มุมปากที่ราวกับกุหลาบของเขาเผยให้เห็นรอยยิ้มที่สนใจ 



     “ท่านปู่ จริงๆแล้ว เถ่า ฉิวซุ่ย เป็นผู้ใด?” ทันใดนั้น หย่าเฟยมั่นใจว่าปู่ของนางรู้อย่างแน่นอนว่า แม่นางเถ่า ฉิวซุ่ย เป็นใคร ไม่เช่นนั้นท่านคงไม่ทำท่าทางเช่นนี้ ดังนั้นหย่าเฟยอยากรู้เป็นอย่างมากว่านางเป็นใคร 

     “ถ้าข้าเดาไม่ผิด แม่นางเถ่า ฉิวซุ่ย ต้องไม่ใช่คนธรรดาแน่นอน เธอสมควรเป็นผู้ที่ถูกเรียกว่า สาวงามอันดับหนึ่งแห่งภูมิภาคทะเลตะวันออก และนางคงจะเป็น ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ธิดาศักดิสิทธิ์ แห่งวิหารเพลิงผลาญสวรรค์” หย่า จ่งหยุนกล่าว 



     “ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ธิดาศักดิสิทธิ์แห่งวิหารเพลิงผลาญสวรรค์?!” 



     “ท่านปู่ นางไม่ได้เป็นเช่นนั้นใช่มั้ย? ท่านเคยกล่าวว่าเมื่อ 10 ปี ที่แล้ว วิหารเพลิงผลาญสวรรค์ได้นำคนทั้งหมดวิหารไปยังเส้นทางสวรรค์และได้ย้ายไปยังดินแดนศักดิสิทธ์ของผู้ฝึกตน ?” 



      “ถ้าเป็นเช่นนั้น เป็นไปได้อย่างไรที่ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ธิดาศักดิสิทธ์แห่งวิหารเพลิงผลาญสวรรค์จะมาปรากฏตัวอยู่ในภูมิภาคทะเลตะวันออก?” 


ใบหน้าของหย่าเฟยเต็มไปด้วยความตกใจ นามของ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน เป็นที่รู้จักแพร่หลายในภูมิภาคทะเลตะวันออก แม้ว่าวิหารเพลิงผลาญสวรรค์จะไม่ปรากฏมาหลายปีแล้ว แต่ผู้คนยังไม่ลืมเลือนนามที่ยิ่งใหญ่นั้น นางเป็นสัญลักษณ์แห่งยุคสมัย ผู้คนที่หลงรักนั้นไม่สามารถนับจำนวนได้ แต่นั่นก็เป็นเพียงความเพ้อฝันของพวกเขา 



     “งั้นเจ้าคงยังไม่ทราบเรื่องนี้ หลังจากที่วิหารเพลิงผลาญสวรรค์เคลื่อนไหว ข้าได้ส่งผู้นำหมู่เกาะไปพร้อมกับพวกเขา ในตอนนั้น ข้าได้สังเกตุผู้คนของวิหารเพลิงผลาญสวรรค์อย่างถี่ถ้วน ข้าพบว่าผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงทั้งหมดก็อยู่ที่นั่นด้วย มีเพียงแต่ธิดาศักดิสิทธ์ ฉิวซุ่ย ฟู่หยานเท่านั้นที่ไม่ได้แสดงตัว” 



     “ในตอนนั้น ข้ารู้สึกว่า เป็นไปได้ว่านางไม่ได้อยู่ในวิหารเพลิงผลาญสวรรค์ และตอนนี้ แม่นางเถ่า ฉิวซุ่ย ที่เจ้าพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นอายุหรือลักษณะ ล้วนใกล้เคียงกับ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ยิ่งนัก ข้ามั่นใจว่านางคล้ายกับ ฉิวซุ่ย ฟู่หยานอย่างมาก” หย่า จ่งหยุนกล่าว 



     “นั้นหมายความว่านางคือ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน? ไม่แปลก...ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนางจึงไม่เห็นเกาะประหารอยู่ในสายตา เพราะนางเป็นธิดาศักดิ์สิทธ์แห่งวิหารเพลิงผลาญสวรรค์ นางเลยแสดงท่าทีเช่นนั้นได้” หย่าเฟยถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้พร้อมกับใบหน้าแห่งความเศร้าโศก 



     “เด็กโง่! แม้ว่าวิหารเพลิงผลาญสวรรค์นะทรงพลัง แต่นั่นก็หลายปีมาแล้ว ตอนนี้! วิหารเพลิงผลาญสวรรค์ไม่ปรากฏมานานแล้ว แม้ว่านางจะเป็นอัจฉริยะที่หลบซ่อนตัวจากโลกภายนอก ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ก็ไม่มีขุมกำลังมหาศาลปกป้องตัวนางแล้ว เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัว” หย่า จ่งหยุนกล่าว 



     “แต่ท่านปู่ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ยังคงเป็นธิดาศักดิสิทธ์แห่งนิกายผลาญสวรรค์ นางมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากในอดีต ดังนั้นตอนนี้ ข้ามั่นใจว่านางยังคงแข็งแกร่ง ทางที่ดีท่านอย่าไปยั่วนางดีกว่า” หย่าเฟยจงใจพูดแบบนั้น แม้ว่าจริงๆแล้วนางกำลังยั่ยุปู่ของนางให้เคลื่อนไหว 



     “ฮ่าฮ่า เฟยเอ๋อ..เด็กโง่ของข้า จริงๆแล้วเจ้าประเมิน ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน สูงเกินไป” 



     “โอรสศักดิสิทธ์ แห่งวิหารเพลิงผลาญสวรรค์ ฮวางฟู่ ฮ่าวเยว้ แม้จะทรงพลังอย่างมาก แต่ความแข็งแกร่งของธิดาศักดิสิทธ์ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ยังห่างไกลจากเขานัก นางไม่สามารถทำอะไรปู่ของเจ้าได้ อย่าว่าแต่ตอนนี้เลย?” 



     “จากที่เจ้าพูด ตอนนี้นางพำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกใช่มั้ย? รีบพาข้าไปที่นั่น ถ้าข้าไม่ให้บทเรียนกับนาง นางคงคิดว่าการข่มเหงหลานสาวข้าเป็นเรื่องสนุก!” หย่า จ่งหยุนกล่าวพลางเอามือตบอก เขาเชื่อที่หย่าเฟยพูด 

      “เยี่ยมเลย ข้ารู้ว่าท่านปู่ของข้าทรงแข็งแกร่งที่สุด” หย่าเฟยกระโดดอย่างมีความสุข นางปิติยินดียิ่งนัก ต่อหน้าปู่ของนาง นางยังคงมีทัศนคติที่เย่อหยิ่ง นางเหมือนเด็กน้อยที่น่ารัก 



* ปัง * ทันใดนั้น ประตูที่ปิดอย่างแน่นหนาถูกเปิดออกทันทีโดยบางคน ข้ารับใช้สาวที่เต็มไปด้วยความกลัววิ่งเข้ามาพร้อมพูดเสียงสั่นว่า “ท่านผู้นำ  ท่านหญิงหย่าเฟย เกิดเรื่องไม่ดีแล้ว” 



     “บังอาจ! ข้ากำลังคุยกับปู่ของข้าอยู่ ใครใช้ให้เจ้าบุกรุกโดยไม่แจ้งให้ทราบ?” เมื่อสาวใช้เข้ามา หย่าเฟยกลายเป็นเกรี้ยวกราด นางชี้ไปที่สาวรับใช้และตรงเข้าไปตบนาง 



    “เดี๋ยว!” อย่างไรก็ตาม ก่อนที่นางจะได้ลงมือ นางถูกหยุดโดยปู่ของนาง หลังจากที่หย่า จ่งหยุนหยุดนางแล้ว เขาถามอย่างเคร่งขรึมว่า “มีเรื่องอะไรเร่งด่วนที่อยากอยากจะพูด ก็รีบพูดมา” 


     “ท่านผู้นำที่หนึ่ง ท่านหญิงหย่าเฟย” 



     “มีสิ่งผิดปกติบนท้องฟ้าด้านนอก กรุณาออกมาด้านนอกเพื่อตรวจสอบด้วย” .หญิงรับใช้ตอบอย่างเคร่งเครียด 



     “อะไร? สิ่งผิดปกติอะไรบนท้องฟ้า?”เมื่อได้ยินเช่นนั้น การแสดงออกของหย่า จ่งหยุนและหย่า เฟยก็เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวออกไปเป็นลำแสงพุงออกไปยังท้องฟ้าด้านนอกพระราชวัง 



ทันใดนั้น พวกเขาพบว่ามีเกาะหลายเกาะลอยอยู่ด้านบน พวกเขาจ้องมองไปที่ท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความแปลกใจ มีบุคคลจำนวนไม่มากปรากฏขึ้นในท้องฟ้า ด้วยอาการที่ตกใจ 



เมื่อพวกเขาแหงนหน้าขึ้นมอง ใบหน้าของหย่า จ่งหยุนและหย่า เฟยเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก อาการตกใจที่หาที่เปรียบไม่ได้ปรากฏอยู่ในดวงตาที่เบิกว่า 



เป็นเพราะว่าในขณะนั้น ในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว มีสิ่งผิดปกติปรากฏอยู่ 



ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นห่างไกลกับพวกเขาขนาดไหน มีรอบแยกปรากฏอยู่ แต่แน่นอนว่าด้านบนสายธารแห่งดวงดาวในสวรรค์ทั้ง 9 เป็นสถานที่ที่คนไม่ควรไป 



แน่นอนมันคือรอยแยก แม้ว่าความมืดจะอยู่รอบ แต่ก็ยังสามารถเห็นได้ว่ามันมีรอยแยก รอบรอยแยกค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นขณะที่ท้องฟ้าถูกฉีกออก 



     “สวรรค์! ท้องฟ้าถูกฉีก! มันเกิดอะไรขึ้น! นี่คือภัยพิบัติที่ตำนานได้กล่าวไว้และท้องฟ้าจะถล่มลงมาใส่เราเช่นนั้นรึ?” เมื่อเห็นรอยแยกขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ บางคนเริ่มตะโกนออกด้วยความหวาดกลัวจากหัวใจ 



     “ท่านปู่ เกิดอะไรขึ้น? มีการถือกำเนิดของกายศักดิสิทธ์รึ?” มันไม่ใช่ครั้งแรกที่หย่า เฟยเคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ เมื่อตอนนางยังเยาว์ นางเคยเห็นสิ่งผิดปกติในท้องฟ้า และในเวลานั้นมีกายศักดิสิทธ์ถือกำเนิดขึ้นในภูมิภาคทะเลตะวันออก นั่นคือกายศักดิสิทธิ์ของจื่อหลิง 



     “ไม่. ปรากฏการของกายศักดิสิทธิ์จะอยู่ห่างไกลจากสายตาผู้คน ทั้งมันยังยังเป็นตัวแทนอำนาจพิเศษแห่งสวรรค์ที่พวกเรารู้กัน” 



     “แต่เวลานี้ เหตุการณ์มันต่างออกไป มันดูไม่เหมือนกายศักดิสิทธิ์ มันดูเหมือนการดำรงอยู่ของสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว ที่ฉีกแบ่งท้องฟ้าออกจากกัน” 



     “เฟยเอ๋อ ดูให้ดี ดูรูปร่างของรอยแยก มันดูไม่เหมือนสิ่งที่มนุษย์ลงมือทำเพื่อแยกท้องฟ้าออกจากกันรึ?” หย่า จ่งหยุนถามในขณะที่ชี้ไปที่ท้องฟ้ายามค่ำคืน 



หลังจากที่ได้ยินปู่ของนางพูด ที่ด้านข้างรอยแยกที่กำลังขยายตัวอย่างไม่สิ้นสุดบนท้องฟ้า หย่า เฟยมองดูรายละเอียดของมันอีกครั้ง 



แม้ว่าพื้นผิวของมันจะดูธรรมดา แต่ความหวาดกลัวสุดจะพรรณาได้ปรากฏบนหน้าที่ตกใจของนางทันที แม้ว่าร่างกายของนางจะสั่นเทาเล็กน้อย แต่นางยังพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเป็นอย่างมากว่า “ท่านปู่ นั่น.นั่น..นั่น..นั่นมันอะไร?”

ReaDMGA
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////