วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 642 - การเตือน


      " นั่นมัน ?! ! ! " ตอนนั้น หย่า เฟย ได้มองเห็นบางอย่าง นางจึงรีบบินลงไปทันที



ภายในลาวาที่ไหลออกมาพร้อมกับความร้อนอันรุนแรง นางเห็นปู่ของนาง หย่า จงหยุน กองอยู่



      " ท่านปู่ ! ! ! " เมื่อเห็นปู่ของนาง หย่า เฟย แปลกใจและตกใจอย่างมาก นางรีบยกร่างของปู่ขึ้นมาจากลาวา



เพราะนางที่มักจะเห็นปู่นางเป็นเหมือนกับวีรบุรุษ ผู้ที่นางภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก นางจึงตกใจไม่น้อยที่เห็นเขาในสภาพแบบนั้น อย่างไรก็ตาม หลังจากที่นางตรวจสอบ นางก็พบว่าชีพจรของปู่นางยังคงเต้นอยู่ หมายความว่าเขายังไม่ตาย



       " ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้ล่ะ ? ทำไมเรายังไม่ตาย ? " หลังจากที่ตรวจสอบความผิดปกติของปู่ หย่า เฟย ก็เริ่มสำรวจตัวเอง นางพบว่าชีพจรและการเต้นของหัวใจมันเสถียรอย่างมาก ซึ่งสิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันของการมีชีวิต ไม่ว่านางจะดูยังไงก็ไม่สอดคล้องกับคนที่ตายไปแล้ว



เพราะนางรู้ว่าคนที่ตายแล้วย่อมไม่มีการเต้นของชีพจรหรือหัวใจ จะเหลือเพียงแค่ดวงวิญญาณที่ยังมีสติ หลังจากที่ตายแล้ว เวลานั้นสติพวกเขาจะก้าวไปสู่โลกอื่น ซึ่งเป็นโลกที่น่ากลัวอย่างมาก ที่เราเรียกกัน ปรโลก ยังไงก็ตาม เมื่อนางพบว่ายังมีชีพจร นั้นจึงหมายความว่านางยังไม่ตาย



     " อัก~~ อัก~~ เฟยเอ๋อ เจ้าไม่เป็นไรนะ ? " สักพัก หย่า จงหยุน ก็กระแอมขึ้นมาสองสามครั้ง แต่สิ่งแรกที่เขาทำหลังจากได้สติ ก็คือการสำรวจหลานสาวและตัวเองอย่างละเอียด เขากลัวอย่างมากว่าหลานสาว จะเป็นอะไรไป



      " ท่านปู่ เฟยเอ๋อสบายดี ท่านล่ะ? รู้สึกบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ? " เมื่อเห็นปู่ของนางฟื้น หย่า เฟย ดีใจอย่างมาก นางรีบโผลเข้าใส่ หย่า จงหยุน พร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น



      " เด็กโง่ อย่าร้องไห้ ปู่ของเจ้าสบายดี ก่อนหน้านี้ข้าได้วางรูปแบบด้วยพลังไม่เต็มที่ เพราะกลัวว่าจะเสียแรงมากเกินไป " หย่า จงหยุน อธิบาย



     " นี้ก็หมายความว่า ท่านปู่ไม่ได้รับบาดเจ็บใช่ไม๊ ? " หย่า เฟยถาม



     " อืม . . . " หย่า จงหยุน พยักหน้าด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน



และหลังจากได้ยินคำพูดของ หย่า จงหยุน หย่า เฟย ก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข แม้ว่าตอนนี้ ท้องฟ้าจะถล่ม แผ่นดินจะทลาย แม้แต่โลกก็มีสภาพไม่เหมือนเก่า แต่นางและปู่ของนาง ก็ยังสามารถเอาชีวิตรอดมาได้ ช่างนับว่าเป็นความโชคดีในความโชคร้าย



      " นั้นใครกัน ? " ในตอนนั้น หย่า จงหยุน พลันดวงตาสว่างขึ้น เขาดึงหย่า เฟยไปไว้ด้านหลัง พร้อมกับตะโกนออกไปยังด้านหน้า



เห็นแบบนั้น หย่า เฟย รับทิ้งสายตาไปยังทิศทางที่ หย่า จงหยุน ตะโกน นางพบว่าห่างออกไปหลายร้อยเมตรมีบางอย่างอยู่ห่างจากพวกเขา มันลักษณะสีฟ้าปรากฏออกมา ขณะที่บริเวณนั้นปกคลุมไปด้วยหมอกสีขาว ซึ่งไม่มีอยู่ก่อนหน้านี้



ในตอนนั้น หย่า เฟย เต็มไปด้วยความกังวลที่พุ่งขึ้นถึงขีดสุด เพราะเมื่อนางใช้อำนาจตรวจสอบภายในหมอก นางก็ไม่สามารถตรวจพบอะไรได้ ยิ่งไปกว่านั้น ภายในหมอกยังมีเสียงฝีเท้าค่อยๆก้าวเข้ามาดังอย่างชัดเจน



* ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ . . . . . . . *



เสียงฝีเท้าค่อยๆดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมันก็ยังเข้ามาใกล้กับพวกเขา ไม่เพียงแต่หย่า เฟย แม้แต่ หย่า จงหยุน ยังขมวดคิ้วลง ดวงตาของเขาสั่นระรัว และแม้กระทั้งหัวใจของเขายังเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ แทบจะจุกขึ้นที่คอ



พวกเขาพึ่งผ่านพ้นภัยพิบัติ อันโหดร้ายมาและความหวาดกลัวที่มีต่อฝ่ามือขนาดมหึมาในท้องฟ้าก็ยังไม่หายไป และในเวลาแบบนี้พวกเขาก็ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าสิ่งใดที่กำลังเข้ามาใกล้พวกเขา



* ฟู่ววว * ทั้งสองของคงจ้องอย่างไม่ละสายตา แต่ตอนนั้นหมอกก็ได้กระจายออกพร้อมกัน จากนั้นก็มีร่างของใครบางคนปรากฏขึ้นมาต่อสายตาของ หย่า เฟย และ หย่า จงหยุน



เมื่อเห็นคนๆนั้น ไม่ว่าจะเป็นหย่า เฟย หรือ หย่า จงหยุน ก็ถึงกับตกตะลึงจนพูดไม่ออก ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ



เพราะในตอนนี้ คนที่กำลังก้าวมาบนอากาศและค่อยๆเข้ามาใกล้ นางเป็นแค่ หญิงสาววัยรุ่น



นางมีเส้นผมที่ดำสลวยกระจายยาวไปถึงด้านหลัง คิ้วเรียวยาวเข้ม ดวงตากลมโต จมูกโด่งขนาดเล็ก ริมฝีปากแดงอย่างลูกเชอร์รี่ และยังมีผิวพรรณที่อ่อนเยาว์ ความงามของนางก้าวมาถึงขีดสุด และแน่นอนว่านางงดงามยิ่งกว่า หย่า เฟย หลายเท่า



โดยเฉพาะเสน่ห์ที่ดูบริสุทธิ์และท่าทาง นางเป็นตัวตนที่ หย่า เฟย ไม่อาจจะเทียบได้ นางเหมือนกับนางฟ้าที่ลงมาจากสรวงสวรรค์



ไม่เพียงแต่นางจะดูงดงามและน่ารัก รูปร่างของนางยังยอดเยี่ยม ผิวพรรณภายนอกขาวจั๊ว ราวกับได้รับการดูแลมาเป็นอย่างดี กล่าวได้ว่าผิวของนางเหมือนดั่งหยกขาวที่เปล่งประกายเจิดจรัส



แต่สิ่งที่ทำให้ หย่า เฟย และ หย่า จงหยุน ตกใจไม่ใช่ความงามที่เหมือนกับนางฟ้า แต่เป็นเสื้อผ้าของนางที่สวมใส่



นางมีลักษณะงดงามโดยเสน่ห์หา แต่เสื้อผ้านางน้อยชิ้นมาก นางสวมเพียงชุดชั้นในเท่านั้น แน่นอนว่าแค่ท่อนบน ที่เป็นสายคล้องคอสีชมพู


มันปกปิดสัดส่วนตรงหน้าอกของนาง แม้ว่ามันจะปิดมาถึงพื้นที่สำคัญๆ แต่ก็สามารถเห็นเรือนร่างที่ขาวจั๊วของนางได้อย่างชัดเจนตลอดจนถึงเรียวขาของนาง ทุกอย่างล้วนแต่สมบูรณแบบ ซึ่งมันได้ปรากฏขึ้นมาต่อหน้าต่อตาของพวกเขา



ยังไรก็ตาม นอกจากชุดชั้นในสีชมพูที่สวม หญิงสาวผู้แสนงดงามคนนั้นยังมีเครื่องประดับอื่นอยู่อีก มันคือกำไลข้อเท้าที่แสนจะงดงาม นั้นคือ ยอดยุทธภัณฑ์



     " จะ จะ เจ้า ? "



ตอนนั้น หย่า เฟย สับสนอย่างมาก เพราะนางจำได้อย่างละเอียดถึงคนที่สวมชุดชั้นในสีชมพูด นางดูคล้ายๆกับผู้หญิงคนหนึ่งที่นางคุ้นอย่างมาก และนางก็มักจะอยู่บริเวณรอบๆทะเลโลหิตนิรันดร์



ดังนั้น หย่า เฟย จึงคิดว่าคนที่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้านางคือคนเดียวกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่นางต้องการจะจับ นั้นก็คือ เสี่ยวยู่



      " เฟยเอ๋อ เจ้ารู้จักนางหรอ ? " หย่า จงหยุน ไม่เคยเห็นเสี่ยวยู่มาก่อน แต่เขาก็รู้ว่าหลานสาวของเขาน่าจะรู้จัก กับ สาวงามลึกลับคนนี้



หญิงสาวผู้นั้นไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของพวกเขา เห็นได้ชัดว่าพวกนั้นกำลังตะลึงและแสดงความหวาดกลัวออกมา เมื่อก้าวเข้าใกล้ไม่เกิน 200 เมตร นางก็หยุด



     " เจ้า . . เจ้าคือเสี่ยวยู่ ? " ในที่สุดหย่าเฟยก็ถาม ด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อ



* หืม *



อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้น ดวงตาของเสี่ยวยู่ก็เปลี่ยนแปลงไป จากนั้นก็มีแรงดันวิญญาณมหาศาลกระแทกลงมาจากด้านบน ทำให้ หย่า เฟย และ หย่า จงหยุน คุกเข่าอยู่กลางอากาศเอาดื้อดื้อ พลังอันแข็งแกร่งทำให้อากาศที่พวกเขาคุกเข่าเกิดรอยแตก



ตอนนั้น หย่า เฟย และ หย่า จงหยุน เริ่มเวียนหัว เพราะพวกเขาต่อต้านพลังนั้น แม้แต่การหายใจของพวกเขาก็ไม่คงที่ ราวกับว่าพวกเขาจะตายได้ทุกเมื่อ ใบหน้าพวกเขาตอนนั้นเต็มไปด้วยความทรมาน



อย่างไรก็ตาม เสี่ยวยู่ ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความเห็นใจ ขณะที่มองสภาพอันน่าสังเวชของพวกเขา นางมองทั้งสองอย่างเหยียดหยันและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เตือนอย่างจริงจัง " ฟังให้ดี!! อย่าได้คิดโจมตี หวู่ฉิง หรือทำร้ายเขาเป็นอันขาด ไม่งั้นคนที่จะตายจะไม่ใช่แค่เจ้าสองคน แต่จะเป็นทุกสิ่งที่อยู่ในทะเลตะวันออก!!! "



* ฟรู่วว * หลังจากที่จบคำพูดนั้น พื้นที่ขนาดใหญ่ของหมอกสีขาวก็โผล่ขึ้นมารอบๆตัวนางอีกครั้ง มันเข้าปกคลุมร่างกายของนางอย่างรวดเร็ว จากนันนางก็หายตัวไป



นอกจากนี้ หมอกที่กระจายนั้น มันก็เข้าครอบคลุมหย่า เฟย และ หย่า จงหยุน ในเวลาเดียวกัน แรงกดดันที่สุดแสนจะทนก็หายไปราวกับเมฆที่สลาย



หย่า เฟย และ หย่า จงหยุน ยังไม่ทันหลุดพ้นจากสถานการณ์อันตรายที่สุดแสนจะพรรณา พวกเขาก็ได้ยินเสียงที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นมาอย่างไม่รู้จบ



     " ท่านผู้เฒ่านิรันดร์ที่หนึ่ง ! ! ! "



     " ท่านหญิง หย่า เฟย ! ! !"



เสียงนั้นช่างแสนคุ้นเคย มันเป็นเสียงของผู้ติดตามของหย่าเฟยและผู้เชี่ยวชาญหมู่เกาะประหาร



และขณะที่เสียงดังขึ้นหมอกที่อยู่รอบๆตัวของพวกเขาก็ค่อยๆสลายไป เมื่อหมอกหายไป ทั้งสองที่พึ่งพบกับฉากที่น่าสยอดสยองก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก

ReaDMGA
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////