วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 645 - ดินแดนตราประทับนิรันดร์


     “หุบเขาสายหมอก ช่างวิเศษจริงๆ ศิษย์พี่เจียง ช่วยอธิบายให้ศิษย์น้องผู้นี้เข้าใจถึงมันยิ่งขึ้นหน่อย.” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชูเฟิงก็อยากรู้เรื่องหุบเขาสายหมอกมากขึ้น



ก่อนหน้านี้เขารู้แค่เรื่องทั่วๆไป เช่นที่หุบเขาสายหมอกนี้ มีผู้เชี่ยวชาญเก็บตัวอยู่และยังมี 1 ในสาวงามของภูมิภาคทะเลตะวันออก ฉิว ชือ 



แต่เมื่อมองดูสภาพในตอนนี้มันช่างแตกต่างยิ่งนัก ชูเฟิงจึงเข้าใจทันทีว่าทำไมที่นี่มันถึงเป็นสถานที่ที่พิเศษ เพราะเมื่อเขาได้รู้เรื่องหุบเขาสายหมอก จาก เจียงว่านชี เขาจึงรู้สึกว่ามันมีความลับอยู่ในที่แห่งนี้



      “จริงๆแล้วข้าก็ไม่รู้อะไรมากหรอก ข้านั้นเพียงได้แต่ฟังอาจารย์มาบ้าง ที่แห่งนี้ไม่มีใครรู้เรื่องของมันมากนักหรอก พวกเขารู้แค่ว่ามันเป็นสถานที่พิเศษ และสามารถช่วยยืดชีวิตได้ นั่นเป็นเหตุให้ทำไมที่แห่งนี้ถึงแปลกประหลาดที่สุดในภูมิภาคทะเลตะวันออก”



      “จากที่อาจารย์ของข้าได้บอกไว้ว่า หุบเขาสายหมอกนั้นเหมือนเป็นผนึกขนาดยักษ์ ที่ผนึกปีศาจไว้แต่บางครั้งก็มีเงาของป๊ศาจหลุดออกมา และก่อปัญหา”



      “เงาของปีศาจก็คือเมฆสีดำที่เจ้าเห็นก่อนหน้านี้ พวกมันเป็นเพียงแค่เงาเท่านั้น และไม่สามารถออกจากหุบเขาสายหมอกได้ แต่ถ้าเราไม่สนมัน เมื่อเวลาผ่านไปมันก็จะหลุดจากผนึกอย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมที่หุบเขาสายหมอก ต้องมีผู้พิทักษ์ “



    “และผู้พิทักษ์นี้ อาจพูดได้ว่าถูกเลือกโดยหุบเขาสายหมอก และมีเพียงสตรีเท่านั้นที่จะได้รับตำแหน่งนั่น ในตอนนี้ผู้พิทักษ์ที่ว่าก็คือผู้อาวุโส เพียวเมี้ยวและข้ามั่นใจว่า ผู้พิทักษ์ในอนาคตย่อมเป็น 1 ในลูกศิษย์ของนาง,” เจียง ว่านชือ พูด 



     “มันช่างลึกลับเสียจริง แล้วใครคือผู้พิทักษ์คนแรกของหุบเขาสายหมอกล่ะ” ชูเฟิง ถาม



     “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง เจ้าถามว่าใครคือผู้ที่เป็นผู้พิทักษ์คนแรกอย่างนั้นหรือ”เจียง ว่านชียิ้ม.



ชูเฟิง เกาหัวของเขา แล้วพูดว่า”ใช่แล้ว ข้าได้ฟังจากท่านแล้ว แม้ข้าจะยังไม่เห็นหุบเขาสายหมอกชัดๆ แต่ข้าก็รู้สึกว่าที่แห่งนี้นั้นไม่ธรรมดา”



     “ถ้าเป็นอย่างที่ศิษย์พี่เจียงพูด หุบเขาสายหมอกความจริงแล้วคือรูปแบบผนึกขนาดยักษ์สินะ ดังนั้นข้าจึงมั่นใจว่าผู้ปกครองที่แห่งนี้ย่อมเป็นคนที่แข็งแกร่งมาก หรือไม่ก็พวกเขาต้องแข็งแกร่งอย่างมาก ถ้าข้าไม่ได้ทราบชื่อของพวกเขาข้าต้องเสียใจไปนานเลย!”



ในตอนนั้น เจียง ว่านชือ ก็ส่ายหน้าเบาๆแล้วพูดว่า “หุบเขาสายหมอกนั้นมีอยู่มาหลายรุ่นแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นผู้ปกครองหุบเขาสายหมอกคนแรก จากที่ข้าได้ยินมาหุบเขาสายหมอกมีจารึกถึงเรื่องราวสมัยก่อนอยู่แสดงว่า หุบเขาสายหมอกย่อมมีมาตั้งแต่ยุคโบราณ.”



     “ยุคโบราณอย่างนั้นหรือ นั่นหมายความว่าหุบเขาสายหมอกนี่ช่างลึกลับจริงๆ ข้าชักอยากจะรู้เรื่องนี้มากขึ้นซะแล้ว.” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชูเฟิงก็รู้สึกสนใจอย่างมาก



     “ไม่ต้องห่วง หุบเขาสายหมอกจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวัง.” เจียง ว่านชือ พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม



หลังจากเดินทางด้วยความรวดเร็ว ชูเฟิงก็พบว่าพวกเขาได้เข้ามาพื้นที่ที่กว้างใหญ่และเป็นทะเลไร้ขอบเขตอีกครั้ง เมื่อคิดย้อนกลับไปเจียง ว่านชือ บอกว่าหุบเขาสายหมอกนั้นอยู่ไม่ไกลจากนี้ แต่ชูเฟิงไม่คิดว่ามันจะเป็นเกาะที่งดงามเช่นนี้



อย่างไรก็ตาม ชูเฟิงนั้นก็ได้รู้ว่าเขาคิดผิดมาตลอดเพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาคือพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเมฆสีขาว 



เมฆสีขาวนี้ปกคลุมพื้นที่ใหญ่และทำให้ดูงดงามมาก รูปร่างของมันนั้นมีหลายขนาดหลายรูปร่างแต่เมื่อดูแล้วมันคล้ายกับขนมสายไหม อาจพูดได้ว่านี่เป็นเมฆสีขาวที่สวยที่สุดที่เขาเคยเห็นมา



และหลังจากเคลื่อนตัวผ่านเมฆมาสักพักชูเฟิงก็ตกใจ อย่างมาก



ที่เขาตกใจก็เพราะเขาพบว่า บนเมฆที่ห่างออกไปนั้นมีเทือกเขาอยู่ เทือกเขานั้นไม่ได้สูงเสียดขึ้นมาบนเมฆสีขาว แต่มันตั้งอยู่บนเมฆสีขาวแทน



นอกจากนี้ เทือกเขานี้นั้นงดงามมาก เพราะมันมีภูเขานับไม่ถ้วนอยู่ข้างในและน้ำตกที่ไหลลงมา มันเหมือนมังกรน้ำที่เลื้อยลงจากภูเขาและเข้าสู่ก้อนเมฆ และมีรุ้งกินน้ำอยู่รอบๆ



และเมื่อชูเฟิงอยู่ใต้เมฆสีขาวนั้น เขาก็ไม่สามารถมองเห็นจุดที่น้ำตกไหลลงไปได้ชัดนั่นหมายความว่าน้ำตกนั้นไม่ได้ไหลลงสู่ก้อนเมฆ 



ชูเฟิงนั้นเคยเห็นเกาะลอยมาก่อนหน้านี้ และเขายังเคยเห็นเกาะลอยมามากมายในทะเลโลหิตนิรันดร์



แต่ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเทือกเขาลอย เขานั้นไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่ารูปแบบเช่นใดที่ทำเช่นนี้ได้ เขารู้เพียงว่ามันเป็นรูปแบบที่ทรงพลังมาก ที่เขาอาจจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะได้เรียนรู้มัน



และที่สำคัญที่สุดหุบเขาสายหมอกนั้นอยู่บนเมฆสีขาว ต่อมานั้นพวกเขาได้มาถึงจุดยอดของเมฆสีขาวและมองขึ้นไปชูเฟิงก็พบว่า บนนั้นยังมีเมฆสีขาวที่งดงามยิ่งกว่าอยู่บนนั้น



เมฆพวกนั้นลอยอยู่สูงมาก แม้ชูเฟิงจะสามารถบินได้ แต่ด้วยความสามารถของเขาในตอนนี้เขาไม่สามารถบินไปยังความสูงเช่นนั้นได้



นอกจากนี้ เมฆพวกนั้นลอยช้ามากๆ พวกมันค่อยๆลอยเอื่อยๆอยู่บนหุบเขาสายหมอก นั่นแสดงว่าเมฆพวกนี้นั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติแต่อาจเกิดจากรูปแบบอำนาจวิญญาณที่ทรงพลัง 



มันอาจพูดได้ว่าแม้เขาจะรู้เรื่องความพิเศษของหุบเขาสายหมอกมาก่อน แต่เมื่อเขามาเห็นกับสายตาของเขาเองแล้ว ชูเฟิงจึงรู้สึกว่านี่มันยิ่งกว่าที่เขาคิดเสียอีกซึ่งมันทำให้เขาพอใจอย่างมาก และความสงสัยของเขาก็ทวีขึ้นเช่นกัน



     “ทำไมมันถึงถูกเรียกว่าหุบเขาสายหมอกล่ะ จากที่ข้าเห็นมันน่าจะถูกเรียกว่าเทือกเขาลอยมากกว่า” ชูเฟิงพูดเล่นอย่างขบขัน



     “ศิษย์น้องหวู่ฉิง เจ้าช่างมีอารมณ์ขันยิ่งนัก.” หลังจากได้ยินคำพูดของชูเฟิง เจียง ว่านชือก็หัวเราะออกมาจากนั้นเธอก็พูดว่า”ความลึกลับของมันไม่ได้มีแค่นี้หรอกศิษย์น้องเจ้าเห็นว่าเมฆสีขาวอยู่ข้างบนใช่หรือไม่ เมฆนั่นและพื้นที่เราเหยียบอยู่นั่นก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของรูปแบบฯแห่งหุบเขาสายหมอกเท่านั้น



      “เมฆสีขาวที่ลอยอยู่บนอากาศนั้นเกิดขึ้นจากอุณหภูมิที่ต่างกันตามเวลาที่แตกต่างกันไป นั่นหมายความว่าหุบเขาสายหมอกนั้นสามารถเปลี่ยนได้ถึง 4 ฤดู”



     “แต่อาจพูดได้ว่าที่แห่งนี้ นั้นอบอุ่นตลอดทั้งปี เพราะมันมีฤดูร้อน ใบไม้ร่วงและใบไม้ผลิปรากฏขึ้น แต่ฤดูหนาวนั้นความจริงแล้วมันไม่มีอยู่ ”



    “การใช้รูปแบบวิญญาณสร้างฤดูกาลเช่นนี้ช่างน่าประทับใจเสียจริง” เมื่อได้ยินเจียง ว่านชือพูด ชูเฟิงก็รู้ถึงความพิเศษของสถานที่แห่งนี้มากขึ้น และเขาจึงเข้าใจว่าทำไมที่แห่งนี้ถึงแปลกประหลาดที่สุดในภูมิภาคทะเลตะวันออก”



    “จริงสิ! ศิษย์พี่เจียง หุบเขาสายหมอกไม่ได้เป็นที่อยู่ของแม่นางเพียวเมี้ยวหรอกหรือ ทำไมถึงมีผู้ฝึกตนอยู่มากมายเช่นนี้ล่ะ หรือว่าพวกเขาจะมาขอให้แม่นางเพียวเมี้ยวเป็นอาจารย์ให้ แต่จำนวนคนขนาดนี้จะไม่เยอะไปหน่อยหรือ”



ในตอนนั้นชูเฟิงก็ถามด้วยความสงสัย เพราะเขาเห็นผู้บ่มเพาะฝึกตนมากมายอยู่บนถนน และเมื่อมองไปที่ระดับของพวกเขาก็เห็นในกลุ่มนั้นมีหลายคนอยู่ในระดับจ้าวสงครามและมีเพียงส่วนน้อยที่อยู่ในระดับอาณาจักรสวรรค์นอกจากนี้พวกเขานั้นยังไม่มีใครน่าจะอายุเกิน 30 ปี นั่นทำให้ชูเฟิงสงสัยมาก



ในตอนแรกชูเฟิงคิดว่าพวกเขามาเพื่อมาขอให้แม่นางเพียวเมี้ยวเป็นอาจารย์ เพราะชื่อของนางนั้นยิ่งใหญ่มาก แต่เมื่อพวกเขาเข้าใกล้หุบเขาสายหมอก ชูเฟิงก็พบบางอย่างที่ไม่ปกติ 



ว่ากันว่าจะมีสิ่งที่เรียกว่า “มังกรในหมู่คน” อยู่ด้วยอายุที่ยังเยาว์วัยแต่มีระดับการบ่มเพาะที่แข็งแกร่งในกลุ่มคนมักจะมีอัจฉริยะอยู่ด้วยเสมอแต่นี้มันช่างแปลกยิ่งนักเพราะที่แห่งนี้นั้นมีบุคคลแบบนั้นมากเกินไป



    “โฮะโฮะ.” เจียง ว่านชือหัวเราะพร้อมเอามือปิดปากตัวเองเมื่อได้ยินคำพูดของชูเฟิง จากนั้นเธอก็ตอบเขาว่า “ดูเหมือนว่าศิษย์น้องหวู่ฉิงจะไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับภูมิภาคทะเลตะวันออกจริงๆสินะ”



     “ศิษย์พี่ เจียง มีอะไรอย่างนั้นหรือ” ชูเฟิงถามขึ้นด้วยความสงสัย



    “พวกเขามารวมตัวกันที่นี่เพื่อเข้าสู่ ดินแดนตราประทับนิรันดร์ยังไงล่ะ!” เจียง ว่านชือพูด

ReaDMGA
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////