วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 646 - บุรุษผู้ทุบตีสตรี


     “ดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์!!” ชูเฟิงรู้สึกทึ่งเป็นอย่างมาก เมื่อได้ยินคำนั้น



     “ศิษย์น้องหวู่ฉิง ข้าไม่ได้บอกเจ้าหรือว่าหุบเขาสายหมอกเป็นสถานที่ๆพิเศษอย่างมาก ดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์ เป็นหนึ่งในสถานที่โดดเด่นของหุบเขาสายหมอก” เจียง ว่านชือ พูดด้วยรอยยิ้ม



    “ศิษย์พี่เจียง อย่าปล่อยให้ข้าสงสัยสิ จริงๆแล้ว ดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์ มีความพิเศษยังไงถึงสามารถดึงดูดอัจฉริยะรุ่นเยาว์จำนวนมากมายังที่แห่งนี้? จากที่ข้าเห็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของภูมิภาคทะเลตะวันออกมาที่นี่หมดเลยใช่มั้ย?”



ชูเฟิงกำลังยืนสังเกตุและพบว่ามีเพียงอัจฉรัยะไม่กี่คนมีการบ่มเพาะที่โดดเด่น เขาเชื่อว่าบุคคลเหล่านี้คือยอดอัจฉริยะในภูมิภาคทะเลตะวันออก ตั้งแต่อัจฉริยะจำนวนมากปรากฏตัวที่สถานที่แห่งนี้ นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องได้รับผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยมสำหรับการบ่มเพาะภายใน ดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์



     “ดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์ คือโลกที่แตกต่าง ทางเข้าของโลกแห่งนี้อยู่ที่จุดสูงสุดของหุบเขาสายหมอก อย่างไรก็ตามทางเข้าขนาดใหญ่จะเปิดออกทุกๆ 6 ปี และบุคคลที่อายุไม่กิน 30 ปีเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้”



     “แม้ว่าภายใน ดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์ จะมีตราประทับลึกลับ ใครก็ตามที่เข้ามาและสามารถเก็บตราประทับได้ จากที่ข้าได้ยินมา ตราประทับที่เก็บมาได้นั้น สามารถนำไปแลกเปลี่ยนกับทักษะที่มีค่าเท่าเทียมกันที่ตำหนักคัมภีร์แห่งหุบเขาสายหมอก”



     “ในตำหนักคัมภีร์ จะมีทักษะส่วนมากจะเป็นทักษะระดับ 7 ตราบเท่าที่เจ้าสามารถเก็บตราปะทับนั่นได้ในจำนวนมาก เจ้ายังสามารถนำมาแลกกับทักษะต้องห้ามได้อีกด้วย”



     “ทักษะต้องห้าม?” ชูเฟิงสนใจทันทีเมื่อได้ยินคำนั้น เขามีประสบการณ์กับทักษะต้องห้ามจากหย่าเฟย เขารู้ว่าการครอบครองทักษะต้องห้ามเป็นเรื่องที่อันตราย แต่ทักษะต้องห้ามก็ยังคงมีพลังที่ไมธรรมดา



แม้ว่าทักษะเร้นลับที่ชูเฟิงมีอยู่จะทรงพลัง แต่พวกมันก็เติบโตอย่างช้าๆตามตัวเขา แต่ทักษะต้องห้ามนั้นต่างออกไป ตราบเท่าที่ฝึกมันสำเร็จ ก็จะมีความแข็งแกร่งมหาศาล ดังนั้นชูเฟิงจึงสนใจทักษะต้องห้ามเป็นอย่างมาก



     “ถูกต้อง! ทักษะต้องห้าม พวกมันเป็นสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้ และทั่วทั้งภูมิภาคทะเลตะวันออก ผู้ที่ครอบครองทักษะต้องห้ามนั้นสามารถนับนิ้วได้ เลย มันน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยอีก แม้ว่าอัจฉริยะจากเกาะประหารจะสามารถเรียนรู้มันได้ แต่ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับทักษะต้องห้ามนั้นก็สูงเป็นอย่างมาก”



     “นอกจากนั้นใน ดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์ ยังมีโอกาสได้ทักษะต้องห้ามด้วย ดังนั้นมันทำให้ขุมอำนาจต่างๆเพ่งมองมายังสถานที่แห่งนี้ด้วยความโลภ ทุกๆครั้งที่ ดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์ เปิดออก ขุมอำนาจเหล่านั้นจะส่งสุดยอดอัจริยะของพวกเขาเข้ายังสถานที่แห่งนี้”



     “แต่น่าเศร้า..จนถึงบัดนี้ มีผู้คนเพียงเล็กน้อยที่จะได้ครองทักษะต้องห้ามในสถานที่แห่งนี้ ยกตัวอย่างเช่น ครั้งล่าสุดที่ดินแดนตราประทับสงครามเปิดออก มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถครอบครองทักษะต้องห้าม คนๆนั้นคือนายน้อยแห่งเกาะประหาร มู่หรง ซุน” เจียงว่านกล่าว



     “มู่หรงซุน?” ได้ยินชื่อนั้น แววตาของชูเฟิงสั่นไหวเล็กน้อย มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้ยินชื่อนี้นับตั้งแต่ที่เขาเข้ามาในภูมิภาคทะเลตะวันออก เขารู้ว่า มู่หรงซุน คือคนที่จะแต่งงานกับจื่อหลิง



     “ศิษย์น้อยหวู่ฉิง เจ้ารู้จัก มู่หรงซุน หรอ? เขายังหนุ่มแน่น และการบ่มเพาะของเขาอยู่ในระดับที่ไม่อาจต่อต้านได้ เขาสามารถต่อสู้กับระดับผู้อาวุโส และยังได้รับการยอมรับว่าเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งในทะเลภูมิภาคตะวันออก”



     “มีบางคนบอกว่าพรสวรรค์ของ มู่หรง ซุน โดดเด่นกว่าอัจฉริยะรุ่นก่อนอย่าง ฮว่างฟู่ ฮ่าวเยว้ ที่นามของเขาสั่นสะเทือนภูมิภาคทะเลตะวันออก”



     “อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่น่าเศร้า เพราะจริงๆแล้ว มู่หรง ซุน มีอายุครบ 30 ในปีนี้ ซึ่งมันเกินกว่าที่ มู่หรง ซุน จะเข้าไปได้แล้ว” 



     “นอกจากนี้ ด้วยการบ่มเพาะของเขาตอนนี้ ข้ามั่นใจว่า มู่หรง ซุน จะสามารถเก็บเกี่ยวรางวัลได้มากขึ้น ถ้าเขาได้เข้าไปใน ดินแดนตราประทับสงครามอีกครั้ง หลังจากนั้นเขาก็จะโด่ดเด่นกว่าเมื่อตอน 6 ปีที่แล้ว” เมื่อกล่าวถึง มู่หรง ซุน ใบหน้า เจียงว่าน เต็มไปด้วยความเคารพนับถือและยกย่องเขาอย่างไม่สิ้นสุด



ชูเฟิงทำได้เพียงยิ้มจางๆมายังท่าทางของเจียง ว่านชือโดยไม่มีการกล่าวโทษแม้แต่น้อย แม้ว่า มู่หรงซุน เป็นศัตรูตัวฉกาจของเขา แต่นั่นก็ไม่ได้เกี่ยวกับ เจียง ว่านชือ เหนือสิ่งอื่นใด หญิงสาวย่อมชมชอบบุรุษที่ยอดเยี่ยม และแน่นอนว่าเจียง ว่านชื่อก็ไม่เว้น ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร



     “วิ่ง? วิ่งไปเรื่อยๆ! ให้ข้าเห็นว่าเจ้าวิ่งได้ไกลแค่ไหน? เมื่อข้าจับเจ้าได้ ข้าจะทำให้เจ้าเป็นคนพิการแน่นอน!”



แต่ในขณะนั้น จากทิศทางของหุบเขาสายหมอก มีเสียงตะโกนดังมา เมื่อมองไปยังต้นเสียง ผู้คนจำนวนมากกำลังเหาะด้วยความเร็วสูง



คนผู้หนึ่งที่อยู่ด้านหน้าคือหญิงสาวที่สาวใส่เสื้อผ้าราวกับขอทาน เธอดูมอมแมมมาก ผมเพ้ากระเซอะกระเซิง โคลนเลอะไปทั่วทั้งตัว ใครจะทราบว่านางไม่ได้อาบน้ำมานานขนาดไหนแล้ว ถ้านางไม่ได้มีส่วนเว้าส่วนโค้งบริเวณน่าอกแล้วหล่ะก็ ไม่มีใครสามารถบอกได้เลยว่านางเป็นสตรี



แม้ว่านางจะมอมแมมจนดูเหมือนขอทาน แต่นางยังมีระดับการบ่มเพาะอยู่ที่ระดับ 9 อาณาจักรสวรรค์ ซึ่งแข็งแกร่งกว่า เจียง ว่านชือ



ทันใดนั้น นางใช้ทักษะพิเศษทางกายพุ่งอย่างบ้าคลั่งมาที่พวกเขา



ด้านหลังหญิงสาวตามมาด้วยชาย 5 คน การบ่มเพาะของทั้ง 5 ไม่ได้อ่อนแอ พวกเขาทั้งหมดอยู่แดนจ้าวสงคราม 4 คนอยู่ระดับ 1 จ้าวสงคราม และอีกคนที่เป็นชายร่างท้วมอยู่ระดับ 2 จ้าวสงคราม



ความเร็วของทั้ง 5 คนนั้นสูงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชายร่างท้วม และทันใดนั้นพวกเขาใช้ทักษะทางร่างกายที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง 



ขณะที่พวกเขาไล่ล่า ไม่สำคัญว่าทักษะทางกายของหญิงสาวจะลึกล้ำถึงเพียงไหน แต่มันก็ยังมีความต่างระหว่างอาณาจักรจ้าวสงครามและอาณาจักรสวรรค์อย่างมาก และนางเองก็กำลังจะถูกจับ



     “ยังจะหนีอีกหรอ? ให้ข้าเห็นหน่อยว่าเจ้าจะหนีไปที่ใด!” ชายท้วมระดับ 2 จ้าวสงครามระเบิดเสียงตะโกนทันที ควันสีม่วงพวยพุ่งออกจากร่างกายของเขาอย่างไม่สิ้นสุด



มันคือรูปแบบอำนาจวิญญาณ ตอนนั้นมันครอบคลุมไปทั่วท้องฟ้าและพื้นดิน ทั้งยังปกคลุมหญิงสาวในทันที ท้ายที่สุดมันกลายเป็นกรงที่ขังนางไว้



ครั้งแรกหญิงสาวพยายามใช้ทักษะของนางเพื่อทำลายรูปแบบวิญญาณ แต่มันก็ไร้ประโยชน์เนื่องจากรูปแบบถูกวางไว้โดยผู้เชี่ยวชาญจ้าวสงคราม ส่วนนางที่อยู่อาณาจักรสวรรค์จะสามารถทำลายมันได้อย่างไร? เมื่อนางไม่สามารถทำอะไรได้ นางเริ่มตะโกนสาปแช่ง “สารเลว! ปล่อยข้าออกไปนะ พวกเจ้าทั้ง 5 มันสารเลว! เจ้าจับข้าไปเพื่ออะไร? ข้ามาที่นี่เพื่อเพื่อเข้าไปยัง ดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์! เพื่อเยียวยารักษาตัวข้า แต่นี่! เจ้ากลับละเมิดกฏของหุบเขาสายหมอก เจ้าไม่กลัวท่านหญิงเพียวเมี้ยวลงโทษพวกเจ้าทั้งหมดรึ?”



     “ฮึ่ม..เข้า ดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์ งั้นรึ? เจ้า..ด้วยพลังวิญญาณอาณาจักรสวรรค์..เจ้าคิดว่าเจ้ามีคุณสมบัติรึ? ไม่เพียงเจ้าสร้างป้ายสายหมอกปลอม...เจ้ายังกล้าขายมันให้กับพวกข้า เจ้าต้องการให้พวกข้าขายหน้า..ต้องการให้ข้าเสียหน้าภายในหมู่คนรุ่นเดียวกัน ถ้าข้าไม่ให้บทเรียนเจ้า เจ้าคงคิดว่าพวกข้าเป็นคนโง่ใช่ไม๊!” ระดับ 2 จ้าวสงครามตะโกนเสียงดังลั่น ขณะที่เขาถือป้ายแปลกๆไว้ในมือ



      “ข้าแค่พูดว่ามันคือป้ายสายหมอก แต่ข้าไม่เคยพูดว่ามันคืออันเดียวกันกับป้ายของหุบเขาสายหมอก ข้าไม้ได้บังคับให้เจ้าซื้อ แต่พวกเจ้าดื้อรั้น ต้องการให้ข้าขายมันให้กับพวกเจ้า พวกเจ้าจะให้ข้าทำเช่นไรล่ะ?” หญิงสาวพูดตลบตะแลงในขณะที่เธอพยายามชี้แจงเหตุผล



       “บัดซบ!! เจ้ากล้าปฏิเสธรึ? นางบ้า!! วันนี้..ข้าจะทุบตีเจ้าให้ตาย!!” ดูเหมือนนางจะทำให้พวกเขาโกรธ พวก ระดับ 1 จ้าวสงครามจึงโบกสบัดมือของเขาตบไปในอากาศ



* วูช * อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ นางเผชิญหน้ากับการโจมตีจาก ระดับ 1 จ้าวสงคราม นางแค่เบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อหลบการโจมตี จากนั้นนางใช้พลังอาณาจักรสวรรค์ของนางตะโกนไปรอบๆ “ช่วยด้วย!! ชายทั้ง 5 คนนี้ กำลังทุบตีหญิงสาวไร้ทางสู้!! ทุกคนมาดูเร็ว!!”......

ReadMGA
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////