วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 648 – การตอบแทนของหญิงสาว


     “เจ้าช่างกล้าหาญจังเลย!! ข้าจะตอบแทนเจ้าที่ช่วยข้า ข้ายินดีที่จะมอบทุกๆ อย่างของข้าให้แก่เจ้า !!” หลังจากที่ ตี๋ เฟิน และพรรคพวกจากไปนั้น ชูเฟิง ก็สัมผัสบางอย่างที่อ่อนนุ่มได้จากด้านหลังของเขา เมื่อเขาหันกลับไปมองเขาก็พบว่า หญิงสาวผู้นั้นได้กระโดดกอดเขาอยู่



     ในขณะนั้น ชูเฟิง พบว่าผู้หญิงคนนี้สกปรกอย่างมาก นอกจากดวงตากลมโต และฟันที่ขาวของนาง ทั่วทั้งร่างกายของนางเป็นสีคล้ำ มันไม่ใช่สีผิวโดยธรรมชาติ แต่เป็นสีคล้ำของการสะสมของสิ่งสกปรก อีกทั้งมันยังส่งกลิ่นเหม็นออกมา



     อาจกล่าวได้ว่า การตอบแทนโดยการกอดของนาง ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ ชูเฟิง พึงพอใจนัก แต่กลับทำให้เขาอึดอัดใจอย่างมากด้วยความสกปรกของนาง



     อย่างไรก็ตาม ชูเฟิง ไม่ได้ผลักไสนางออกไปในทันที เขาสะบัดมือของเขา และโยนนางออกไปราวกับของเล่น



     จากนั้น เขาก็กล่าวกับนางว่า “ถ้าเจ้ายังทำในสิ่งที่ไม่ชอบธรรมเช่นนี้ เจ้าอาจจะตายในไม่ช้า แม้ว่าพวกเขาจะหลงกลเจ้าเพราะความโลภ เพื่อหาข้อได้เปรียบเล็กๆน้อยๆเช่นนี้ แต่มันก็ไม่เหมาะสมที่เจ้าจะหลอกขายป้ายปลอม นี่เป็นเขตของหุบเขาสายหมอก หากพวกเขารู้เข้ามันจะไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ข้าขอแนะนำให้เจ้ารีบออกไปจากที่นี่เสียดีกว่า !!”



     หลังจากกล่าวจบ ชูเฟิง ก็หันไปกล่าวกับ เจียง ว่านชือ ว่า “ศิษย์พี่ ไปกันเถอะ !!” 



     “อืม !!” เจียง ว่านชือ พยักหน้ารับ และเริ่มก้าวเดินตามไป แววตาของนางเต็มไปด้วยความซับซ้อนขณะที่นางมองไปยัง ชูเฟิง



     ก่อนหน้านี้ ชูเฟิง สามารถเอาชนะผู้เชี่ยวชาญระดับหนึ่ง และระดับสอง ขั้นจ้าวสงครามได้ โดยที่ไม่ขยับแม้แต่น้อย เจียง ว่านชือ จึงยกย่องความแข็งแกร่งของ ชูเฟิง อย่างมาก



     แม้ว่าพวกเขาจะเป็นศิษย์ของอาจารย์ที่มีชื่อเสียงใกล้เคียงกัน แต่กลับมีพลังที่ต่างกันอย่างมาก และเมื่อคิดถึงในครั้งแรกที่นางวางท่าหยิ่งยะโสใส่ ชูเฟิง นั่นยิ่งทำให้นางรู้สึกละอายใจ



     “นายท่านรอก่อน !!” ในขณะนั้น ผู้หญิงคนนั้นก็วิ่งเข้ามา นางไม่ได้กอด ชูเฟิง อีก เพียงแต่หยุดอยู่ห่างจากเขาหลายเมตร นางยืนมือออกมา พร้อมทั้งส่งป้ายในมือให้แก่ ชูเฟิง และกล่าวว่า “นายท่าน การประลองเพื่อแย่งชิงป้ายดินแดนตราประทับนิรันดร์ จะเปิดขึ้นในทุกๆ หกปี ในตอนนี้อัจฉริยะทั่วทั้งเขตทะเลตะวันออกได้มารวมตัวกันที่นี่ พวกเขาทุกคนจะได้รับการตรวจสอบเป็นรายบุคคล และข้าได้ยินว่าท่านไม่มีสำนัก หรือพรรคที่สังกัดอยู่ ข้าเกรงว่าท่านจะไม่สามารถเข้าไปได้”



     “แต่ตราบใดที่ท่านถือป้ายนี้ ท่านจะไม่ต้องรับการตรวจสอบใดๆ และสามารถเข้าไปได้โดยตรง”



     “แม่นาง เจ้าไม่ต้องกังวล พวกเราสองคนสามารถเข้าไปได้อย่างแน่นอน” เจียง ว่านชือ กล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ



     “ดูเหมือนว่าเจ้าจะมั่นใจมากเลยนะ และข้าก็เชื่อว่าเจ้าจะต้องมีผู้สนับสนุนอยู่บ้าง แต่หุบเขาสายหมอกให้ความเท่าเทียมกับทุกคน อีกทั้งอัจฉริยะที่มากันมากมายเช่นนี้ พวกเขาก็ต้องมีผู้สนับสนุนเช่นกัน”



     “พวกเขาทั้งหมดจะได้รับการดูแลที่เท่าเทียมกัน จะไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์เหนือกว่าผู้อื่น !! นอกจากว่าเจ้าจะเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่น เจ้าก็จะได้รับป้ายหมอก ซึ่งจะทำให้ได้รับการดูแลอย่างดี” นางกล่าวออกมาพลางถือป้ายในมือแกว่งไปมา



     “เจ้า !!” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียง ว่านชือ รู้สึกโกรธมาก แต่เพียงพริบตาเดียวนั้น นางก็ระงับความโกรธของนางลง และยิ้มบางๆ พร้อมกล่าวออกมาว่า “ข้าไม่ได้รับป้ายนี้แน่นอน เพราะข้าไม่ต้องการป้ายของปลอมจากเจ้า”



     “โอ้ยๆ ใครบอกว่ามันเป็นของปลอม เจ้าเคยเห็นป้ายหมอกรึ !! อีกอย่าง ข้าให้ท่านผู้นี้ที่ช่วยเหลือข้า ไม่ใช่ให้เจ้าสักหน่อย !!” จากนั้นนางก็เถียงกับ เจียง ว่านชือ อยู่พักใหญ่ๆ



     ในขณะที่เกิดสงครามน้ำลายอยู่นั้น ชูเฟิง ก็ตรวจสอบป้ายนั้นอย่างนะมัดระวัง เขาพบว่ามันมีความงดงามอย่างมาก มันมีลักษณะคล้ายกับปีกหงส์ อีกทั้งมันยังอัดแน่นไปด้วยพลังบางอย่าง แม้ว่าภายนอกจะคล้ายกับป้ายที่ ตี๋ เฟิน และพรรคพวกได้ไปนั้น แต่ความจริงแล้วมันแตกต่างกันอย่างมาก



     เมื่อมองกลับไปที่ผู้หญิงคนนั้น ชูเฟิง คาดว่านางอาจจะไม่ใช่คนธรรมดา เขาจึงปราม เจียง ว่านชือ และกล่าวกับผู้หญิงคนนั้นว่า “ข้าจะลองเชื่อเจ้าสักครั้งหนึ่ง ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่สร้างปัญหาให้แก่ข้า !!” ชุเฟิง กล่าวพลางรับป้ายนั้นมา



     “ไม่ต้องกังวล ทำไมข้าจะต้องหลอกท่าน ฮี่ฮี่ !!” นางยื่นป้ายส่งให้ ชูเฟิง พร้อมกับส่งสายตาออกไปด้วยความเสน่หา แต่เห็นได้ชัดว่ามันไม่มีผลต่อ ชูเฟิง แม้แต่น้อย



     ผู้หญิงคนนี้ฉลาดอย่างมาก หลังจากที่นางมอบป้ายให้แก่ ชูเฟิง แล้วนั้น นางก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมาอีก



     เจียง ว่านชือ มองดู ชูเฟิง รับป้ายมาจากผู้หญิงคนนั้นด้วยความสับสน แต่นางก็ไม่กล่าวอะไรออกมา ดังนั้น นางและ ชูเฟิง จึงมุ่งหน้าสู่ยอดเขาของหุบเขาสายหมอกต่อไป



     หุบเขาสายหมอกเป็นหุบเขาขนาดใหญ่มาก พื้นที่ของมันครอบคลุมพื้นที่อย่างกว้างขวาง ผู้คนมากมายต่าชื่นชมในความอุดมสมบูรณ์ของหุบเขาสายหมอก และความแข็งแกร่งของมัน



    มันเป็นเพราะพื้นที่ของหุบเขาสายหมอกนั้น ถูกครอบคลุมโดยรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณไว้ทั้งหมด ไม่มีผู้ใดที่สามารถบุกเข้าไปได้แม้แต่คนเดียว ทางเดียวที่จะสามารถเข้าไปยังหุบเขาสายหมอกได้นั้น คือเข้าโดยผ่านทางประตูอำนาจพลังวิญญาณที่ถูกสร้างไว้



     เมื่อ ชูเฟิง และ เจียง ว่านชือ มาถึงที่ยอดเขาของหุบเขาสายหมอกนั้น เขาก็พบว่ามันเป็นดังคำกล่าวของผู้หญิงคนนั้น ในตอนนี้ พื้นที่บริเวณนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ผู้ที่อ่อนแอที่สุดมีพลังระดับเก้า ขั้นแดนสวรรค์ และส่วนมากจะเป็นผู้เชี่ยวชาญขั้นจ้าวสงครามทั้งสิ้น



     แม้ว่าพวกเขาจะเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับหนึ่ง ขั้นจ้าวสงคราม ที่เปรียบได้กับตำนานของทวีปเก้าอาณาจักรนั้น ในตอนนี้กลับมีอยู่หลายคนที่เป็นเช่นนั้น และพวกเขาต่างเป็นคนหนุ่มสาวที่มีอายุเพียงสามสิบปีเท่านั้น



     นั่นจึงสามารถบอกได้อย่างหนึ่ง ไม่ใช่เพียงแค่ทรัพยากรการบ่มเพาะพลังที่มีจำกัดในทวีปเก้าอาณาจักรเท่านั้น แต่พวกเขายังขาดแคลนผู้ที่มีความเข้าใจในพลังมากกว่าขาดแคลนทรัพยากรเสียอีก



     ดังนั้น แม้ว่า ชูเฟิง จะเหนือกว่าผู้อื่นภายในทวีปเก้าอาณาจักร แต่เมื่อมาอยู่ที่นี่ เขาก็ไม่ต่างจากคนทั่วไปมากนัก



     หากสุ่มคนใดคนหนึ่งจากที่อยู่ในบริเวณนี้ และให้เขาไปอยู่ในทวีปเก้าอาณาจักรนั้น เขาจะได้รับการยกย่องให้เป็นอัจฉริยะจากทุกคนอย่างแน่นอน



     อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้คนที่นี่จะมีความต่างจาก ชูเฟิง อยู่บ้าง แต่ ชูเฟิง ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เมื่อเขาคิดว่าหากคนของเขตทะเลตะวันออกมีพลังถึงเพียงนี้ แล้วผู้คนของดินแดนสงครามศักดิ์สิทธิ์จะมีพลังต่างจากเขามากถึงขนาดไหน



     ไม่แปลกใจเลยหากดินแดนสงครามศักดิ์สิทธิ์ จะเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าผู้เชี่ยวชาญ และในสายตาของพวกเขา ชูเฟิง และคนอื่นๆ ก็ไม่ต่างจากขยะที่มีพลังเพียงน้อยนิดเท่านั้น



     “บ้าเอ๊ย !! ข้าไม่คิดเลยว่าการต่อสู้เพื่อแย่งชิงเข้าแดนดินตราประทับนิรันดร์จะสามารถเรียกระดมคนได้ถึงขนาดนี้ !! มันก็เหมาะสมสำหรับผู้เชี่ยวชาญอัจฉริยะในขั้นจ้าวสงคราม แต่นี่แม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญระดับเก้า แดนสวรรค์ที่อายุเกือบจะสามสิบยังมาร่วมด้วย เขาคิดว่าเขาจะสามารถเข้าร่วมได้เช่นนั้นรึ !!”



     “ด้วยคนจำนวนมากเช่นนี้ กว่าจะตรวจสอบทุกคนเสร็จสิ้นคงจะมืดเสียก่อน !! พวกเราต้องทำได้เพียงแค่รอให้ท่านอาจารย์ของข้ามาเสียก่อน”



     เมื่อมองไปยังผู้คนมากมายนั้น เจียง ว่านชือ รู้สึกท้อใจอย่างมาก แม้ว่านางจะเคยมาที่นี่หลายครั้ง แต่ทุกครั้งนางจะมาพร้อมกับ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน และสามารถเข้าไปยังด้านในได้โดยตรง จึงทำให้นอกจาก แม่นาง เพียวเมี้ยว และผู้ที่มีฐานะสูงภายหุบเขาสายหมอก ไม่มีผู้ใดรู้จักกับนาง



     และผู้ที่เฝ้าประตูอยู่ในตอนนี้ก็เป็นเพียงคนรับใช้เท่านั้น แม้ว่าการบ่มเพาะพลังของเขาจะค่อนข้างดี แต่เขาก็มีค่าเพียงแค่คนรับใช้ นั่นจึงทำให้เขาไม่รู้จักกับ เจียง ว่านชือ จึงทำให้นางและ ชูเฟิง ทำได้เพียงแค่รอคอย ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน เสร็จสิ้นการดูแลปีศาจ และพาพวกเขาเข้าไปเท่านั้น

ReadMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////