วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 649 - ป้ายจริงหรือปลอม


     “พี่ชายตี๋ เฟิ่น ดูนั่น นั่นไม่ใช่เด็กเหลือขอที่มาดึงจมูกพวกเราหรือ” ในตอนนั้นก็มีคนพูดขึ้นพร้อมชี้นิ้วไปบนท้องฟ้า และนั่นก็ทำให้พวกเขาเห็นร่างของชูเฟิงและเจียง ว่านชืออยู่



     “ดูเหมือนว่าพวกมันจะพักแรมทางด้านนอกหุบเขาสายหมอกสินะ หึหึ ใครสั่งใครสอนให้มายุ่งเรื่องชาวบ้าน!,” ตี๋ เฟิ่น พูดพร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย



ทางเข้าหุบเขาสายหมอกจะปิดลงก่อนตะวันจะลับขอบฟ้า และในตอนนั้นมักจะมีคนในแถวที่จะลองทดสอบความเร็วของตนในการเข้ามายังหุบเขาสายหมอกนี้ก่อนตะวันจะตกดิน แต่พวกชูเฟิงนั้นตามคิวแล้วพวกเขาไม่มีสิทธิ์จะเข้ามันก่อนประตูปิดแน่นอน



อย่างไรก็ตามชูเฟิงนั้นไม่ได้แทรกเข้าไปเมื่อและเดินมาที่แถว พวกเขาก็มาอยู่ที่ด้านหน้า นั่นอาจจะเป็นความโชคดีในความโชคร้ายที่พวกเขาได้รับก็เป็นได้



     “ดูนั่นในมือของเจ้าหนุ่มนั่นมันคืออะไรน่ะ”



     “บัดซบ นั่นมันคือ ป้ายสายหมอก เขาต้องได้มาจากหญิงบัดซบนั่นแน่ๆ.”



      “ถูกต้องมันเหมือนกับที่พวกเรามีเลย เขาไม่ได้ปลอมมันขึ้นมาใช่หรือไม่”



     “ไม่น่าเลยจริงๆ แม้ว่าเขาจะเขลา ก็ไม่ควรเขลาเพียงนี้,” ตี๋ เฟิ่น พูดขึ้นพร้อมมองไปที่เข็มกลัดในมือชูเฟิง



      “ศิษย์พี่เจียงปกติแล้ว ผู้อาวุโสเพียวเมี้ยว ใช้เวลารับมือกับปีศาจนานไหม” ชูเฟิงถาม



      “ข้าก็ไม่มั่นใจ บางทีมันก็เร็วมาก แต่บางทีมันก็นานเป็นวันตามที่อาจารย์ของข้าบอก ถึงแม้ผู้อาวุโสเพียวเมี้ยวจะมีพลังที่น่าเหลือเชื่อ แต่ถ้านางสู้กับปีศาจหลายวัน ก็ย่อมได้รับบาดเจ็บมาบ้าง,” เจียง ว่านชือ พูด



    “มันแข็งแกร่งเช่นนั้นเลยหรือ” เมื่อได้ยินเช่นนั้นชูเฟิงก็ตกใจ ถ้าตามที่เจียง ว่านชีพูดเป็นจริง ปีศาจที่ถูกผนึกไว้ย่อมแข็งแกร่ง เพราะแม้แต่ภาพลวงตาก็สามารถ สร้างบาดแผลให้ท่านหญิงเพียวเมียวได้ แล้วร่างหลักของมันเล่า จะแข็งแกร่งเพียงใด



แต่ที่เขาตกใจยิ่งกว่านั้น ไม่ใช่เรื่องความแข็งแกร่งแต่เป็นเรื่องอื่น เขาจึงพูดกับ เจียง ว่านชือ ว่า”ศิษย์พี่ เจียง พวกเขาไม่รู้ว่าผู้อาวุโส ฉิวชุ่ย จะกลับมาเมื่อไหร่ ถ้านางไม่กลับมาวันนี้ พวกเราไม่ต้องรอข้างนอกกันทั้งคืนเลยหรือ”



      “นี่…” เจียง ว่านชือ ถึงกับพูดไม่ออก เธอไม่รู้ว่า ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน จะกลับมาเมื่อไหร่



      “ถ้างั้นข้าคิดว่า เราควรลองใช้ป้ายสายหมอกนี่.” ชูเฟิง พูด



      “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง เจ้าไม่ควรทำเช่นนี้ เจ้าเชื่อหรือว่าป้ายอันนี้นั้นเป็นของแท้” เจียง ว่านชือ รีบพูดขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทางของเขา



ในตอนนั้น ชูเฟิงก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ ไม่ว่ามันจะจริงหรือปลอม พวกเราจะรู้ได้ก็ต้องเมื่อลองใช้มันเท่านั้น และด้วยเหตุผลบางอย่างข้ารู้สึกว่า แม่นางคนนั้นจะไม่หลอกข้า “



     “นอกจากนี้ ถ้ามันปลอมแล้วจะเป็นไร อย่างมากผู้คนก็แค่หัวเราะใส่เรา พวกเรารีบไปเข้าแถวกันเถิด ศิษย์พี่ เจียง ท่านอาจจะสนใจเรื่องภาพลักษณ์ต่อผู้คน แต่ข้าไม่ ถ้าท่านไม่ต้องการทดลองพร้อมๆข้า ข้าก็จะไปคนเดียว.” เมื่อพูดจบ ชูเฟิงก็รีบบินไปที่ทางเข้า



     “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง รอเดี๋ยว!!” ในตอนแรกเธอนั้นมีแผนจะตามเขาไป แต่หลังจากนั้นสักพักเธอก็หยุดลง และไม่เดินต่อเพราะเธอเชื่อว่าป้ายนั่นเป็นของปลอม



แม้ เธอจะไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับอัจฉริยในที่แห่งนี้ แต่เธอก็เป็นศิษย์ของอาจารย์ที่มีชื่อเสียงคนนึง และในบรรดาศิษย์ของผาคนรัก เธอนั้นเป็น 1 ในคนที่อยู่ในระดับสูงสุด ดังนั้นเธอจึงไม่ต้องการที่จะเสียหน้า



     “พี่ชาย ตี๋ เฟิ่น ดูนั่น เจ้าหนุ่มคนนั้นมันกำลังบินไปที่ทางเข้าและใช้ป้ายปลอมนั่น มันคงไม่เป็นเรื่องยุ่งยากใช่หรือไม่” ลูกน้องของตี๋ เฟิ่นที่ถูกชูเฟิงกระทืบ พูดขึนพร้อมชี้ไปบนท้องฟ้า



      “มันไม่น่าจะเป็นเช่นนี้ เว้นแต่สมองของเขาจะฝ่อ ถึงได้กล้าที่จำทำเช่นนี้.” ตี๋ เฟิ่นสายหน้า เขาไม่คิดว่าชูเฟิงจะเขลาเช่นนี้



      “ดูนั่น เขาทำมันจริงๆ!” ในตอนนั้นก็มีเสียงคนพูดขึ้น



      “บ้าน่า นี่มันไม่จริงใช่ไหม ทำไมเขาถึงโง่ได้เพียงนี้” เมื่อเห็นดังนั้นใบหน้าพวกเขาก็เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ



      “เฮ้ย! เจ้ากำลังทำอะไร ทำไมเจ้าไม่รอให้ถึงคิวของเจ้าก่อน เจ้ามาแซงข้าทำไม!”



คนที่อยู่หัวแถวที่มีระดับ 1 จ้าวแห่งสงคราม ที่เข้าคิวนั้นกำลังมาถึงเขาพอดี เขานั้นกำลังจะหยิบหลักฐานแสดงตัวตนออกมา แต่เขาก็ไม่คิดว่าชูเฟิงจะบินมาแซงหน้าเขาแบบนี้ มันทำให้เขาโกรธมาก



      “ถูกต้อง เจ้าใหญ่มาจากไหนกัน ถึงมาแซงหน้าพวกเรา เจ้าไม่เห็นคนที่กำลังต่อแถวอยู่อย่างนั้นหรือ” ในตอนนั้นคนที่อยู่ด้านหลังก็พูดขึ้นด้วยความโกรธ เพราะเขารอมาเป็นเวลานานแล้ว



ในตอนนั้นยามเฝ้ารูปแบบวิญญาณที่มีผมขาวสลับเทา ที่มีระดับจ้าวสงคราม และเป็นระดับที่สูงมากเขามีระดับถึง 6 เจ้าสงคราม ซึ่งมากกว่าหย่า เฟย เสียอีก



เขาตรวจสอบชูเฟิง อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดว่า พลังแค่ชูเฟิงจะได้รับป้ายสายหมอกมา ดังนั้นเขาจึงพูดไปว่า” กลับไปต่อแถวซะ ถ้าเจ้าแหกกฏ ไม่ว่าเจ้าจะใหญ่มาจากไหนก็อย่าโทษว่าข้าไม่สุภาพ!”



     “เห้อ ข้ามีป้ายสายหมอก ท่านยังต้องให้ข้ารออีกอย่างนั้นหรือ” ชูเฟิงพูดพร้อมแสดงป้ายในมือเขา



     “ฮ่าฮ่าฮ่า ป้ายสายหมอก คนอย่างเจ้าเนี่ยนะ เจ้าได้รับ ป้ายสายหมอก จากที่ข้าเห็นเจ้าได้มันมาจาก ขอทานหญิงใช่หรือไม่” เมื่อเห็นป้ายในมือชูเฟิง ชายชราก็หัวเราะแล้วพูดขึ้นเสียงดังลั่น จากนั้นฝูงชนก็หัวเราะตามเพราะพวกเขาคิดว่าป้ายนั้นเป็นของปลอมแน่นอน



ชายชราไม่ได้มองป้ายในมือชูเฟิงแต่อย่างใด เขาตะโกนด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เจ้านี่ยังไม่กลับใจอีกอย่างนั้นหรือ เจ้ายืนยันจะใช้ป้ายปลอมสินะ ถ้าเจ้าเพิกเฉยต่อคำเตือนของข้า ถ้าอย่างนั้นวันนี้ข้าจะให้บทเรียนกับเจ้า.”



ในขณะที่เขาพูด คิ้วของเขาที่คมดั่งดาบก็ขมวดแน่น จากนั้นก็เกิดแรงกดดันพุ่งตรงไปยังชูเฟิง



อย่างไรก็ตาม ชูเฟิงนั้นกลัวว่ามันจะล้มเหลวและทำให้เขาได้รับอันตราย เขาจึงแสดงป้ายให้ชายชราดูชัดๆ และพูดว่า "ท่านยังไม่แม้แต่จะตรวจสอบเลยแล้วท่านรู้ได้อย่างไรมันเป็นของจริงหรือของปลอม”



*ฮึ่ม* ในตอนนั้นก็มีพลังไร้รูปร่างพุ่งออกมาจากป้ายในมือชูเฟิง ไม่เพียงแรงกดดันของชายชราจะหายไป แต่มันส่งผลให้ชายชรานั้นถอยหลังไปหลายก้าวและเซจนล้มลง



จากนั้น ใบหน้าชายชราก็เปลี่ยนแปลงอย่างหนัก และเมื่อมองไปที่ป้ายในมือชูเฟิง เขาก็ต้องตกใจอย่างหนัก และรีบลุกขึ้นยืนและพูดด้วยน้ำเสียงเคารพว่า "ชายชราผู้นี้ช่างโง่เขลายิ่งนัก ที่ไม่ได้ตรวจสอบดูก่อนว่ามันเป็นของจริงหรือของปลอม ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วย”

ReadMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////