วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 652 – คฤหาสน์รื่นรมณ์

 
      “ผู้อาวุโส ฉิวซุ่ย ท่านหมายความว่าแม้แต่ แม่นาง เพียวเมี้ยว ก็ไม่สามารถช่วยเหลือ หยวน รู่ว ได้หรือ !?” ชูเฟิง จับใจความได้บางอย่าง จากคำกล่าวของ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน จึงทำให้ความกังวลปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา



     “อสูรโบราณยังคงอ่อนแอ และยังฟื้นสภาพกลับมาไม่หมด หากฟื้นสภาพกลับมาจนพร้อมนั้น อย่าว่าแต่ท่าน เพียวเมี้ยว เลย แม้แต่เขตทะเลตะวันออกก็จะพบกับความพินาศ !!” ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน กล่าว



     “แล้วพวกเราจะทำเช่นไร !? ไม่ควรปล่อยให้เป็นภาระของ หยวน รู่ว เพียงคนเดียวเช่นนี้ !!” ชูเฟิง เต็มไปด้วยความกังวลมากกว่าเก่า และเขาก็เอะใจบางอย่างจึงกล่าวออกมาว่า “อย่าบอกนะว่าแม่นาง เพียวเมี้ยว วางแผนที่จะฆ่านาง !!”



     “ไม่ใช่เช่นนั้นแน่นอน แต่ตอนนี้พวกเรายังไม่สามารถทำอะไรได้ พวกเราขาดบางสิ่งที่ใช้ในการช่วยเหลือนาง !!” ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน กล่าว



     “บางอย่าง !?” ชูเฟิง กล่าวถาม



     “ตราประทับดอกบัวอมตะ !!” ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน กล่าว



     “ตราประทับดอกบัวอมตะ อยู่ภายในดินแดนตราประทับนิรันดร์ใช่หรือไม่ !?” ชูเฟิง กล่าวถาม



     “ถูกต้อง ตราประทับดอกบัวอมตะ เป็นสิ่งที่หาได้ยากอย่างมาก และมันก็มีอยู่ภายในดินแดนตราประทับนิรันดร์เท่านั้น !!” 



     “เพราะมันเป็นสิ่งหาได้ยากมาก หลังจากที่ทุกคนเข้าไปยังดินแดนตราประทับนิรันดร์ พวกเขาต้องพยายามอย่างมากเพื่อที่จะค้นหาวิญญาณตราประทับ หากเจ้าต้องการตราประทับดอกบัวอมตะ เจ้าจะต้องพึ่งพาความสามารถของเจ้าเท่านั้น ไม่มีผู้ใดที่สามารถช่วยเหลือเจ้าได้ !!” ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน กล่าว



     “นี่หมายความว่า ที่ผู้อาวุโส เพียวเมี้ยว มอบป้ายตำแหน่งของหุบเขาสายหมอกให้แก่ข้า ก็เพื่อให้ข้าค้นหาตราประทับดอกบัวอมตะเช่นนั้นรึ !!” ชูเฟิง กล่าวพลางมองป้ายในมือด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน



     “มันก็ไม่ใช่เช่นนั้นทั้งหมด ยังไงก็ตาม นั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่ง เพราะในตอนนี้คนที่สามารถช่วยเหลือ หยวน รู่วได้ ก็เพียงแต่เจ้า !!” 



     “ข้าลืมบอกบางอย่างแก่เจ้าไป!!” ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน กล่าว



     “อะไรหรือ !?” ชูเฟิง กล่าวถาม



     “หากอสูรถูกกำจัดออกจากร่างของ หยวน รู่วเรียบร้อยแล้ว เพียวเมี้ยว จะรับนางเป็นศิษย์ !!”



     “ข้าทำได้เพียงแค่บอกแก่เจ้าเท่านั้น แม้แต่ หยวน รู่วเอง นางก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธ !!” ฉิววุ่ย ฟู่หยาน กล่าวออกมาอย่างจริงจัง ถึงความต้องการที่แอบแฝงของ เพียวเมี้ยว



     “มันเป็นวาสนาที่ดีของนาง ที่จะมีอาจารย์ที่แข็งแกร่งเช่นผู้อาวุโส เพียวเมี้ยว ข้าเชื่อว่านางจะต้องยินดีอย่างแน่นอน !!” ชูเฟิง กล่าวพลางยิ้มบางๆ



     “ทางที่ดี เจ้าควรจะเตรียมตัวเพื่ออกค้นหาตราประทับดอกบัวอมตะดีกว่า เพราะถึงอย่างไรในวันนี้ก็ยังต้องตรวจสอบคนอีกนาน !!” หลังจากกล่าวจบ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน ก็พา เจียง ว่านชือ จากไป



     ***** ก๊อกๆๆ *****



     หลังจากที่ ฉิวซุ่ย ฟู่หยาน และ เจียง ว่านชือ จากไปนั้น ประตูห้องของ ชูเฟิง ก็ถูกเคาะ เมื่อเขาเปิดออกไป เขาก็พบกับผู้หญิงคนหนึ่ง นางไม่ได้มีใบหน้าที่งดงามมากนัก แต่มีดวงตาที่สดใส แต่ส่วนสำคัญคือการบ่มเพาะพลังของนางสูงถึงระดับเจ็ด ขั้นแดนสวรรค์



     “แม่นาง มีอะไรรึ !?” ชูเฟิง กล่าวถามด้วยความสุภาพ



     “นายท่าน หวู่ฉิง ใช่มั้ย !? ข้าเป็นคนรับใช้จากหุบเขาสายหมอก นายหญิงให้ข้ามาเชิญนายท่านไปยัง คฤหาสน์รื่นรมณ์ เพื่อไปชมภาพของ ตราประทับดอกบัวอมตะ” นางกล่าวตอบด้วยความนอบน้อม



     “อ่า ต้องรบกวนแม่นางแล้ว !!” ชูเฟิง กล่าวตอบพลางยิ้มบางๆ แต่ในความเป็นจริงนั้น เขาค่อนข้างตกใจเล็กน้อย



     ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากต่างรวมตัวอยู่ในหุบเขาสายหมอก แต่แม้กระทั่งคนรับใช้ยังมีพลังถึงระดับเจ็ด ขั้นแดนสวรรค์ มันทำให้เขาอดคิดไม่ได้เลยว่า แม่นาง เพียวเมี้ยว จะแข็งแกร่งสักเพียงใด และนางจะต้อนรับ เจียง ว่านชือ เช่นไร



     เพราะด้วยระดับพลังของ เจียง ว่านชือ นั้น นางไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะ อาจกล่าวได้ว่า “นางเป็นเพียงกบในกะลาเท่านั้น ด้วยความอ่อนแอของนาง ยังไม่สามารถจะก้าวออกสู่โลกภายนอกได้ เพราะมันเต็มไปด้วยเหล่าผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งอย่างมาก !!”



     “เจ้าเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสรึ !?” ชูเฟิง กล่าวถามขณะที่เดินตามนางไป



     เพื่อต่ออายุของพวกเขา เหล่าผู้อาวุโสต่างจงรักภักดีต่อหุบเขาสายหมอก ชูเฟิง สามารถเข้าใจได้



     แต่แม่นางคนนี้เป็นเพียงคนรุ่นหนุ่มสาวเท่านั้น นางควรมีอนาคตที่ดี โดยการเข้านิกาย หรือไม่สำนักต่างๆ ซึ่งนางไม่ควรมาเป็นคนรับใช้อยู่ที่นี่



     “นายท่าน !! ท่านประเมินข้าสูงเกินไป !! ด้วยความสามารถของข้า ไม่อาจเป็นศิษย์ของนายหญิงได้ !! ข้าเป็นเพียงคนรับใช้เท่านั้น !! ยังไงก็ตาม ถึงข้าจะเป็นเพียงคนรับใช้ แต่นายหญิงก็ปฏิบัติต่อข้าอย่างดี”



     “ไม่ใช่เพียงแค่นั้น พวกเรายังได้รับทรัพยากรการบ่มเพาะที่ดี อีกทั้งยังได้รับคำชี้แนะจากนายหญิงน้อยสี่ฤดู ที่เป็นศิษย์โดยตรงของนายหญิง ในการบ่มเพาะพลัง ดังนั้น แม้ว่าพวกเราจะเป็นเพียงคนรับใช้ แต่พวกเราก็ได้รับการฝึกฝน และได้รับการดูแลที่ดี ที่ผู้อื่นต่างใฝ่ฝัน” นางกล่าวอธิบายออกมา เมื่อเห็นความสับสนของ ชูเฟิง จากคำกล่าวของนาง ไม่มีความรู้สึกต่ำต้อยแม้แต่น้อย แต่กลับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ



     “อ่า ข้าเข้าใจแล้ว มันเป็นเช่นนี้นี่เอง” ชูเฟิง พยักหน้ารับ คำกล่าวของนางสามารถไขข้อข้องใจของเขาได้อย่างดี



     ในหุบเขาสายหมอกนั้น ผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดคือ แม่นาง เพียวเมี้ยว รองลงมาก็จะเป็นสาวงามสี่ฤดูของนาง ส่วนคนอื่นๆ จะได้รับหน้าที่เป็นผู้ดูแล หรือคนรับใช้ ถึงอย่างไร ทุกคนๆ จะได้รับทรัพยากรที่เหมาะสมและการดูแลที่ดี จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายๆ คนยอมที่จะเป็นเพียงคนรับใช้ที่ต่ำต้อย เพราะพวกเขาได้รับผลตอบแทนที่ดีเมื่ออยู่ที่นี่ พวกเขาสามารถก้าวหน้าได้อย่างต่อเนื่องบนเส้นทางของการบ่มเพาะพลัง



     หากมองเพียงผิวเผินนั้น ตำแหน่งผู้ดูแล และคนรับใช้ จะเป็นตำแหน่งที่ต่ำต้อย แต่ความจริงนั้น พวกเขาเป็นผู้ที่น่าอิจฉาอย่างมาก และพวกเขาก็เป็นผู้ที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมาก จากผู้ที่รู้ความเป็นมาของพวกเขา



     หลังจากการนำทางของแม่นางผู้นั้น ชูเฟิง ก็ก้าวผ่านเส้นทางต้องห้าม และขึ้นมาถึงยอดของหุบเขาสายหมอก ทั่วทั้งบริเวณถูกปกคลุมไปด้วยหมอกบางๆ ที่ด้านข้างมีน้ำตกขนาดใหญ่ สภาพแวดล้อมเช่นนี้ราวกับว่ามันเป็นอาณาจักรนิรันดร์ก็ไม่ปาน



     ที่ด้านบนนั้นมีคฤหาสน์หลังหนึ่งตั้งอยู่ มันถูกสร้างด้วยอิฐ มุงด้วยกระเบื้องสีขาว เป็นคฤหาสน์ที่งดงามอย่างมาก ที่ทางเข้าบนป้านมีคำเขียนไว้ว่า “คฤหาสน์รื่นรมณ์”



     “นายท่าน ที่นี่คือคฤหาสน์รื่นรมณ์ ภายในนั้นจะมีภาพของตราประทับต่างๆ ในดินแดนตราประทับนิรันดร์ และยังมีจิตกรรมฝาผนัง ที่กล่าวถึงตราประทับดอกบัวอมตะฯ ภายในนั้นคนรับใช้ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้ ดังนั้น ข้าจึงมาส่งท่านได้เพียงแค่ตรงนี้” นางกล่าวอย่างนอบน้อม



     “เหนื่อยหน่อยนะ!!” ชูเฟิง กล่าวพลางเดินไปยัง คฤหาสน์รื่นรมณ์



     อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ ชูเฟิง จะได้เข้าไปนั้น เขาก็พบกับกลุ่มคนกว่ายี่สิบคน พวกเขาล้วนเป็นเด็กหนุ่มสาว คนที่อ่อนแอที่สุดมีพลังระดับสอง จ้าวสงคราม และผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด มีพลังถึงระดับห้า ขั้นจ้าวสงคราม เทียบเท่าได้กับ หย่า เฟย 



     ชูเฟิง ไม่ให้ความสนใจต่อพวกเขา และกำลังก้าวเข้าไป



     “หยุด !! เจ้าคิดว่าที่นี่คือที่ใด เจ้าคิดว่าเจ้าจะสามารถเข้าไปได้รึ !!”



     อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ ชูเฟิง จะได้ก้าวเข้าไปนั้น ก็มีเสียงตะโกนดังขึ้น เมื่อ ชูเฟิง หันกลับไปมองเขาก็พบชายสองคนที่สวมเสื้อผ้าสง่างาม ทั้งสองคนมีพลังถึงระดับสอง ขั้นจ้าวสงคราม และ ชูเฟิง สามารถรู้ได้ทันทีว่าพวกเขาไม่ใช่คนของหุบเขาสายหมอก

ReadMGA
////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////