วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 653 – ชุน หวู่


     “เจ้าเป็นใคร !! ใหญ่มาจากไหนถึงได้มาหยุดข้า!!” ชูเฟิง กล่าวพลางกวาดสายตามองไปยังพวกเขาทั้งสองคน



     “เราคือใครรึ !! พวกข้าคือคนที่ได้รับป้ายสายหมอก !!” ชายคนหนึ่งกล่าว



     “ถูกต้อง นี่คือคฤหาสน์รื่นรมณ์ !! ผู้ที่ไม่ได้รับป้ายสายหมอก จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามา !!” ชายอีกคนหนึ่งกล่าวด้วยความหยิ่งผยอง



     “เกิดอะไรขึ้น !?” เมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้น ชายผู้มีพลังระดับสอง ขั้นจ้าวสงครามอีกคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามา



     “โอ้ ที่แท้ก็เป็นท่าน หลิน ชายผู้นี้มาที่ และพยายามที่จะลอบเข้าไปในคฤหาสน์รื่นรมณ์ พวกข้าเพียงแค่เตือนเขาเท่านั้น” ชายทั้งสองคนกล่าวพร้อมกัน



     “ทำไมต้องเปลืองน้ำลายกล่าวกับคนเช่นนี้ !! เพียงแค่เรียกยามมา และลากตัวเขาออกไปก็สิ้นเรื่อง!!” ชายที่ถูกเรียกว่า ท่านหลิน ไม่แม้แต่จะมองไปยัง ชูเฟิง เขามีความหยิ่งยะโสมากกว่าชายทั้งสองคนอย่างเห็นได้ชัด



     ชูเฟิง ไม่เคยกลัวต่อคนที่ไม่ชอบเขา เขาเตรียมที่จะเอาป้ายสายหมอกออกมา แต่ในเวลานี้น แววตาของเขาก็เป็นประกาย ในขณะที่เขาเห็นคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาใกล้



     “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร !!” เสียงที่ไพเราะดังขึ้น พร้อมกับร่างราวกับผีเสื้อบินผ่านชายทั้งสามคนมาอย่างงดงาม



     นางเป็นผู้หญิงที่งดงามอย่างมาก อีกทั้งยังมีรอยยิ้มที่เจิดจ้าชวนหลงใหล พลังของนางสูงถึงระดับสี่ ขั้นจ้าวสงคราม ซึ่งมากกว่าชายทั้งสามคนอย่างมาก



     “แม่นาง ชุน หวู่ ท่านรู้จักเขารึ !?” เมื่อเห็นเช่นนั้น ใบหน้าของชายทั้งสามคนต่างเต็มไปด้วยความตกตะลึง



     หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของ ชูเฟิง ก็เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย เขารู้ในทันทีว่านางคือหนึ่งในสี่ศิษย์ของนายหญิง เพียวเมี้ยว ชุน หวู่



     “นี่คือ หวู่ฉิง ท่านอาจารย์ของข้าเป็นคนเชิญเขามา !! พวกเจ้าทั้งสามคนทำอะไรเขาล่ะก็ !?” ชุน หวู่ มองไปยังทั้งสามคนด้วยใบหน้าที่แข็งกระด้าง ต่างจากใบหน้าที่มองไปยัง ชูเฟิง อย่างชัดเจน



     “เอิ่ม…..!!”



     พวกเขาทั้งสามคนต่างพูดไม่ออก ขณะที่ใบหน้าของพวกเขาเริ่มเปลี่ยนไปเป็นปั้นยากขึ้นทุกที พวกเขาไม่คิดว่าเด็กเหลือขอที่ดูธรรมดาๆ จะเป็นแขกพิเศษของนายหญิง เพียวเมี้ยว



     นอกจากนี้ พวกเขายังเห็นถึงความตื่นเต้นดีใจของ ชุน หวู่ ได้อย่างชัดเจน ซึ่งพวกเขาไม่เคยเห็นนางแสดงปฏิกิริยาเช่นนี้ออกมาก่อน



     ในทีนทีนั้น พวกเขาทั้งสามคนต่างรู้สึกละอายใจ ที่พวกเขาได้ไปล่วงเกินคนที่พวกเขาไม่สมควรล่วงเกินอย่างมาก



     “ไม่มีอะไร เพียงแค่พี่ชายทั้งสามคนนี้ไม่ทราบว่าข้าได้รับป้ายสายหมอกมา พวกเขาเพียงแค่พยายามไล่ข้าออกไปเท่านั้น !!” ชูเฟิง กล่าวพลางยิ้มบางๆ ราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในความเป็นจริงนั้น เขาได้บอกถึงพฤติกรรมของทั้งสามคนแก่ ชุน หวู่ ไปเรียบร้อยแล้ว



     “เอิ่ม…มันเป็นเพียงแค่ความเข้าใจผิด !!” พวกเขาทั้งสามคนต่างตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว เมื่อได้ยินคำกล่าวของ ชูเฟิง เหงื่อเย็นผุดขึ้นบนใบหน้าของพวกเขา ในขณะที่พวกเขาพยายามหาคำอธิบาย



     “พวกเจ้าทั้งสามคนคิดว่าศิษย์น้อง หวู่ฉิง เป็นคนที่พวกเจ้าทั้งสามคนสามารถหยุดได้เช่นนั้นรึ !!” ชุน หวู่ กล่าวพลางชำเลืองมองไปที่สามคนนั้นอย่างเย็นชา นางไม่ได้ใส่ใจต่อพวกเขาอีก และหันกลับมากล่าวกับ ชูเฟิง ว่า “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง อย่าได้ใส่ใจ รีบตามข้ามาเพื่อดูตราประทับดอกบัวอมตะแห่งการทำลายเถอะ !!” นางกล่าวจบก็ก้าวนำ ชูเฟิง เข้าไปยัง คฤหาสน์รื่นรมณ์



     ในขณะที่ชายทั้งสามคนมองดู ชุน หวู่ และ ชูเฟิง จากไปนั้น หัวใจของพวกเขาก็อัดแน่นไปด้วยความเกลียดชังจนยากจะบรรยาย แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้รับป้ายสายหมอก พวกเขาจึงวางแผนที่จะขับไล่ผู้บุกรุก และหวังให้ได้รับความดีความชอบ แต่พวกเขาก็ต้องพบกับความผิดพลาด ที่ทำให้พวกเขาได้รับความโกรธเคืองมาแทน



     ดังนั้น ในหัวใจของพวกเขาจึงรู้ดีว่า พวกเขาได้ทำผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง เพราะพวกเขาได้ทำให้แม่นาง ชุน หวู่ ต้องโกรธเคือง ในภายภาคหน้านั้น พวกเขาต้องลำบากอย่างแน่นอน



     ชูเฟิง ไม่ได้สนใจต่อความเปลี่ยนแปลงของหัวใจของชายทั้งสามคนแต่อย่างใด ในตอนนี้เขากำลังชมภาพจิตรกรรมของตราประทับดอกบัวอมตะแห่งการทำลาย โดยการนำทางของ ชุน หวู่



     อย่างไรก็ตาม ชูเฟิง ไม่เพียงแต่ได้รู้ว่า คฤหาสน์รื่นรมณ์ ไม่ได้บันทึกเพียงตราประทับดอกบัวอมตะฯไว้เท่านั้น เขายังพบว่ามันยังบันทึกวิญญาณตราประทับแห่งการทำลายไว้อีกมาก



      อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ ชูเฟิง กลับรู้สึกสับสนกับแม่นาง ชุน หวู่ อย่างมาก เพราะเขามั่นใจว่าเขาไม่เคยพบนางมาก่อน แต่นางกลับต้อนรับเขาราวกับสหายที่เคยพบกันมาก่อน



     ในขณะที่เขาเดินเคียงไหล่มากับแม่ ชุน หวู่ นั้น สายตาทุกๆ คู่ต่างจ้องมองมาที่ด้วยความกดดัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายตาของเหล่าชายหนุ่ม ที่เต็มไปด้วยความอิจฉา และโกรธเคือง



     “นี่คือตราประทับดอกบัวอมตะแห่งการทำลาย !!” หลังจากเดินมาได้ระยะสั้นๆ พวกเขาก็มาถึงภาพจิตรกรรมขนาดใหญ่ด้านหน้าของพวกเขา



     ภาพด้านหน้านั้นคือ ภาพดอกบัวสีทองขนาดใหญ่ กลีบทั้งหมดเป็นสีทอง ที่ตรงกลางถูกแกะเป็นลักษณะคล้ายกับสัญลักษณ์บางอย่าง เพียงแค่มองแว๊บเดียวเท่านั้น ก็สามารถรู้ได้ว่ามันเป็นวัตถุที่ไม่ธรรมดาแม้แต่น้อย



     “งดงามมาก ข้าชักอยากเห็นตราประทับดอกบัวอมตะฯของจริงแล้วซิ !!” ชูเฟิง สลักภาพของตราประทับดอกบัวอมตะฯลงในหัวใจของเขา ในแววตาของเขาไม่ได้มีเพียงความชื่นชมเท่านั้น แต่มันกลับเต็มไปด้วยความต้องการอย่างมาก



     “ผู้อาวุโส ชุน หวู่ พวกเราเคยพบกันมาก่อนรึ !?” ชูเฟิง กล่าวถามด้วยความสับสน เพราะเขามั่นใจอย่างมากว่าเขาไม่เคยพบนางมาก่อน แต่นางกลับดูรู้จักกับเขาอย่างดี



     ***** พรืดดดดด *****



     ชุน หวู่ กุมมือปิดปากและหัวเราะออกมาเบาๆ นางหัวเราะออกมาสักพักก่อนที่นางจะเอามืองดงามราวกับหยกของนางลง พร้อมกับเดินมาที่ด้านหน้าของ ชูเฟิง และกล่าวว่า “ตั้งแต่เจ้าเข้ามาที่นี่ และได้เข้ามายังคฤหาสน์รื่นรมณ์แห่งนี้ นั่นเป็นเพราะป้ายสายหมอกของข้า !!”



     เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชูเฟิง ก็แววตาป็นประกาย เขาจ้องมองไปยัง ชุน หวู่ อย่างละเอียด เวลาผ่านไปสักพักเขาก็กล่าวออกมาว่า “ผู้อาวุโส ชุน หวู่ หรือว่าท่านจะ……”



     “ดูเหมือนว่าเม็ดแปลงโฉมจะใช้ได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ ฮ่าๆๆ !!”



     “ถูกต้อง ข้าคือผู้หญิงสกปรกคนนั้น ที่หลอกขายป้ายปลอม !!” ชุน หวู่ กล่าวพลางยิ้มอย่างพึงพอใจ



     หลังจากได้ยินเช่นนั้น ชูเฟิง ก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก “ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนางถึงต้อนรับข้าอย่างดี ที่แท้นางก็คือผู้หญิงสกปรกคนนั้น”



     “ข้า ฉิงหวู่ นี่โง่จริงๆ ที่ไม่รู้จักผู้อาวุโส ชุน หวู่ ข้าต้องขออภัยท่านจริงๆ !!” ชูเฟิง กล่าวออกมาอย่างนอบน้อม พร้อมกับส่งป้ายสายหมอกคืนให้แก่ ชุน หวู่

ReaDMGA
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////