วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 659 - ปีศาจ

ด้วยความที่ว่านางทำให้แผนที่พิศวงเปลี่ยนไปอีกครั้ง ดังนั้นฉิวซือไม่ได้ลังเลอีกต่อไป นางพูดกับชูเฟิงว่า “ศิษย์น้องหวู่ฉิง...โชคชะตาของข้าอยู่ในมือเจ้า”



ชูเฟิงเองก็ยิ้มอย่างมั่นอกมั่นใจ หลังจากกวาดสายตาไปทั่วแผนที่ด้วยเนตรสวรรค์ เขาพูดว่า “ศิษย์พี่ฉิวซือ โปรดวาดเลข 6 ลงไป”



* วูช วูช * หลังจากได้ยินของชูเฟิง นางไม่แม้แต่จะหยุดคิด นางวาดมือของนางและใช้นิ้วเขียนคำตอบลงไปอย่างแผ่วเบา เพียงแค่กระพริบตา รูปลักษณ์ที่งดงามทว่าดุร้ายถูกเขียนลงในภาพวาด



* ฮึ่ม ฮึ่ม * เมื่อเลข 6 ปรากฏ เกิดประสายแสงสาดส่องไปทั่วทุกพื้นที่พร้อมกับลำแสงที่ผ่านเข้าไปในร่างกายของฉิวซือ ทันใดนั้นเมื่อมองมาที่ฉิวซือ จากผิวที่ซีดขาวของนางทันใดนั้นได้กลับมาเป็นสีผิวปกติ นอกจากนั้นใบหน้าของนางยังงดงามเป็นอย่างมาก บนใบหน้าที่เย็นชาราวกับน้ำแข็งของนางพลันปรากฏร่องรอยของรอยยิ้มที่ทรงเสน่ห์ชวนหลงไหลที่หาได้ยากยิ่ง



      “ฉิวซือ!”



      “ศิษย์พี่!”



      “ศิษย์น้อง มันสำเร็จหรือไม่?!” ในเวลาเดียวกัน เซี้ย หยู ชุน หวู่ และตง เซวีย รีบเข้ามาหาพร้อมกับถามด้วยความยินดี



      “อืม..อำนาจวิญญาณของข้าได้รับการฟื้นฟูกลับมาเหมือนกับก่อนหน้านี้ แผนที่พิศวงนี้ช่างลึกลับยิ่งนัก” ฉิว ซือผงกหัวยืนยัน พร้อมกันนั้นใบหน้าของนางยังประดับไปด้วยรอยยิ้มที่ชวนหลงไหล เห็นได้ว่านางมีความสุขอย่างมาก ซึ่งความสุขนั้นออกมาจากจิตใจของนาง



      “อย่างที่ข้าคาด บุคคลที่ผู้อาวุโสฉิวซุ่ยพามา ย่อมไม่ธรรมดา เจ้าปกปิดความสามารถของเจ้าได้ดียิ่งนัก ข้า..เซี้ย หยู ขอชมเชยเจ้า” เมื่อเห็นความสำเร็จของชูเฟิงในการช่วยฉิว ซือ ท่าทีของเซี้ย หยูพลันเปลี่ยนแปลง นางนอบน้อมและขอบคุณชูเฟิงอย่างแท้จริง



      “ศิษย์น้องหวู่ฉิง ข้ากังวลเกี่ยวกับศิษย์พี่ฉิว ซือเป็นอย่างมาก และข้าเองก็ได้ล่วงเกินเจ้าด้วยคำพูดของข้า ข้าหวังว่าเจ้าจะอภัยให้ความไร้มารยาทของข้า” ตงเซวียก็ขอบคุณชูเฟิงอย่างจริงจัง



      “ศิษย์พี่...ท่านสุภาพเกินไปแล้ว การที่ข้าสามารถช่วยศิษย์พี่ฉิว ซือได้..ถือเป็นเกียรติของข้า” แม้ว่าชูเฟิงจะไม่ชอบเซี้ย หยูและตง เซวีย แต่เขาก็สามารถวิเคราะห์สถานะการณ์ตอนนี้ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง ตอนนี้พวกนางอยู่ในหุบเขาสายหมอก และเขาเองก็ไม่ต้องการสร้างศัตรูเพิ่ม



ตั้งแต่ท่าทางที่พวกนางแสดงออกรวมถึงยอมรับผิด ไม่ว่าพวกนางจะตั้งใจหรือไม่ชูเฟิงก็ยอมรับ เพราะเขาไม่ใช่คนใจแคบ...ปล่อยให้มันผ่านไป..และไม่ทำให้เรื่องมันยุ่งยาก



หลังจากนั้น ชูเฟิงไขปริศนาแผนที่พิศวงอีกครั้ง และในครั้งนี้ จากผลลัพธ์ที่ปรากฏออกมา ไม่เพียงมันสำเร็จ มันยังช่วยให้ฉิว ซือที่ได้รับการฟื้นฟูไปแล้ว ทั้งยังได้รับรางวัลไปด้วย นางยังได้รับอำนาจลึกลับที่ช่วยให้นางแข็งแกร่งขึ้นจากแผนที่พิศวง



     “ศิษย์น้องหวู่ฉิง เวลานี้..ข้าขอบคุณเจ้าเป็นอย่างมาก ข้า..ฉิว ซือ ไม่รู้ว่าจะตอบแทนเจ้าอย่างไร?” ตอนนี้ ไม่เพียงนางรับได้การฟื้นฟูจากอำนาจวิญญาณที่เสียหายของนาง นางยังได้รับความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นด้วย ฉิว ซืออารมณ์ดีมาก นางสุภาพอย่างยิ่งเมื่อเผชิญหน้ากับชูเฟิง



     “ศิษย์พี่ฉิว ซือ...ท่านสุภาพเกินไปแล้ว แต่แรกแผนที่พิศวงนี้เป็นสมบัติของผู้อาวุโสเพียวเมี้ยว ข้ามั่นใจว่านางสามารถแก้ปริศนาได้ ข้าเพียงแสดงความสามารถเล็กๆน้อยๆเท่านั้น ถึงแม้ไม่มีข้า ข้ามั่นใจว่าผู้อาวุโสเพียวเมี้ยวจะใช้แผนที่พิศวงนี้ช่วยให้อำนาจวิญญาณของท่านแข็งแกร่งยิ่งขึ้น” ชูเฟิงพูดด้วยความนอบน้อมเป็นอย่างมาก



     “ศิษย์น้องหวู่ฉิง...เจ้าถ่อมตัวเกินไปแล้ว แม้ว่าอาจารย์ของข้าสามารถไขปริศนาแผนที่นี้ได้ แต่ท่านได้กล่าวว่า ท่านจะไม่มอบอำนาจพิเศษของแผนที่นี้ให้พวกข้า ถ้าพวกข้าต้องการ พวกข้าต้องไขปริศนาเอง”



     “ตอนนี้ ในรุ่นราวคราวเดียวกัน มีเพียงเจ้า...ศิษย์น้องหวู่ฉิง ที่สามารถไขปริศนาได้ ด้วยเหตุนี้...เจ้าได้ก้าวข้ามพวกเราทั้งหมดไปแล้ว ข้ามั่นใจว่าในอนาคต..ความรอบรู้ในทักษะรูปแบบวิญญาณของเจ้าจะต้องเหนือกว่าพวกเราทั้งหมดอย่างแน่นอน” เซี้ย หยูยิ้มบางๆบนใบหน้าของนาง แต่ท้ายที่สุดนางก็พูดความจริง



วันนี้ เหตุผลที่นางนำแผนที่พิศวงมา แม้ว่าการเชิญผู้คนมากมายในรุ่นราวคราวเดียวกันที่มีความเข้าใจในทักษะรูปแบบวิญญาณสูง เพราะว่านางต้องการความมั่นใจในอำนาจวิญญาณของคนที่เชิญมานั้นจะสามารถไขปริศนาของภาพวาดและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากมันได้




     “น้องชายหวู่ฉิง เจ้าปกปิดความสามารถได้ดียิ่งนัก! ข้าคาดไม่ถึงว่าทักษะทางรูปแบบวิญญาณของเจ้าจะบรรลุถึงขั้นนี้ ในขณะที่ตัวเจ้าเองยังเยาว์วัย ก่อนหน้านี้ ข้า..เกาเฉียง มีตาหามีแววไม่ ข้าต้องขออภัยเจ้าแล้ว ศิษย์น้องหวู่ฉิง” ทันใดนั้น คนที่ชื่อว่าเกาเฉียงเดินขึ้นมาพร้อมกับกล่าวขอโทษต่อหน้าชูเฟิง



อันที่จริงแล้ว ไม่เพียงเกาเฉียง บุคคลอื่นๆอีกมากมายเริ่มคิดหาวิธีเข้าใกล้ชูเฟิง เพราะเนตรสวรรค์ที่ชูเฟิงได้แสดงออกไปนั้นทำให้พวกเขาทั้งหมดมั่นใจ ในจิตใจของพวกเขา ชูเฟิงในตอนนี้มีคุณสมบัติเพียงพอที่ป็นสหายของพวกเขา



จริงๆแล้วพวกเขาไม่รู้ว่าภายในใจของชูเฟิง สำหรับพวกเขาทั้งหมดนั้น ‘ไม่มี’ คุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นสหายกับชูเฟิง เพราะสิ่งที่ชูเฟิงเกลียดที่สุดคือพวกประจบสอพลอที่ต้องการคบหาเพียงเพื่อหวังผลประโยชน์



ขณะที่ทุกคนพูดคุยกับชูเฟิงอยู่ ที่มุมของพระราชวัง จู เทียนหมิงกำหมัดพร้อมกับขบฟันแน่น เขาจ้องมองชูเฟิง ด้วยความเกลียดชังเป็นอย่างมาก เขาเพียงแค่นเสียงเย็นชาพร้อมกับหันหลังกลับและจากไปในที่สุด



หลังจากนั้น เซี้ย หยูนำแผนที่พิศวงออกไป หลังจากพวกนางทั้ง 4 คนเสริมสร้างความแข็งแกร่งของอำนาจวิญญาณแล้ว นางไม่ให้โอกาสผู้ใดรับผลประโยชน์ ขณะที่คุณชายหลี่ ผู้ที่มีอำนาจวิญญาณอ่อนแอที่สุด นางก็ไม่อนุญาติให้ชูเฟิงช่วย



จากนั้นจะเห็นได้ว่าไม่เพียงเซี้ย หยูจะมีแผนการที่น่ากลัวแต่นางก็ยังโหดเหี้ยมด้วย คนที่เห็นลักษณะนิสัยของนางทั้งหมดจะรู้ว่าไม่เป็นการดีถ้าจะทำให้นางโกรธ ดังนั้นเมื่อนางเอาแผนที่พิศวงออกไป ไม่มีผู้ใดกล้าพูดอะไรสักคำ ขณะที่ คุณชายหลี่ ได้แต่สาปแช่งในโชคชะตาของเขา



หลังจากเรื่องราวทั้งหมด ชูเฟิงวางแผนที่จะกลับไปยังสถานที่ของเขาเพื่อพักผ่อน แต่เขาก็สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากชุน หวู่ตัวติดอยู่กับชูเฟิงและนางไม่ต้องการให้เขาไป ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร นางก็จะลากเขาไปชมทัศนียภาพที่สวยงามต่างๆของหุบเขาสายหมอกด้วยกันกับนาง



มันยากที่จะปฏิเสธน้ำใจนาง และชูเฟิงเองก็ต้องการเดินชมรอบๆหุบเขาสายหมอกด้วย ดังนั้นด้วยสาวงามอย่างชุน หวู่ พวกเขาเริ่มเดินเล่นรอบๆพื้นที่ต้องห้ามสำหรับบุคคลภายนอก



แม้มันจะไม่เหมือนการเดินเล่นมากนัก แต่ชูเฟิงก็อุทานเกี่ยวกับหุบเขาสายหมอกว่ามันจะซับซ้อนไปมั้ย ที่อยู่ข้างๆนั้นคือพืชที่มีความพิเศษเป็นอย่างมาก บุคคลภายนอกย่อมไม่เคยเห็นมันมาก่อน นอกจากนั้นยังมีสัญลักษณะที่ถูกแกะสลักอยู่บนหินขนาดมหึมา



พวกมันทั้งหมดคือสัญลักษณ์และตราประทับที่เกิดจากการก่อตัวของรูปแบบวิญญาณ ซึ่งพวกมันยังทรงพลังอย่างมาก ชูเฟิงสังเกตุรายละเอียดของมันมากขึ้นพร้อมกับศึกษามันด้วยหัวใจ นอกจากนี้ชูเฟิงยังรู้สึกว่าวิญญาณของเขาสั่นไหวเพราะพวกมันเหล่านั้นทรงพลังเป็นอย่างมาก เขาไม่สามารถจินตนาการได้ว่าพวกมันเป็นรูปแบบวิญญาณประเภทไหนราวกับสัญลักษณ์พวกนั้นเขียนลงบนตัวมัน



     “ต้านต้าน เจ้าเห็นใช่มั้ย? เจ้าสามารถระบุสิ่งที่อยู่บนจุดสูงสุดของหุบเขาสายหมอกได้มั้ย?” ชูเฟิงช่วยไม่ได้ที่จะถามต้านต้านด้วยความสงสัย



      “ข้าเคยเห็นมัน มันมาจากยุคโบราณแน่นอน และพวกมันก็ยังเป็นตราประทับสำหรับรูปแบบผนึก ดูเหมือนว่าที่หุบเขาสายหมอกนี้จะเป็นเศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของยุคโบราณ และยังมีปีศาจที่น่าสะพรึงกลัวถูกปิดผนึกอยู่ภายในนั้น” ต้านต้านพูดด้วยเสียงเกียจคร้านเป็นอย่างมาก ขณะที่นางเองก็เพิ่งตื่น



      “มันคือปีศาจจริงๆรึเนี่ย?”



      “แน่นอนมันคือปีศาจ นอกจากนี้มันยังเป็นปีศาจที่ร้ายกาจอย่างมากด้วย แม้ว่าข้าจะไม่เข้าใจความหมายของสัญลักษณ์และตราประทับพวกนี้ แต่ข้าสามารถตรวจสอบคร่าวๆว่าหนึ่งในการก่อตัวที่ถูกสร้างขึ้น มีความแข็งแกร่งในการทำลายที่ทรงพลังอย่างถึงขีดสุด แต่การก่อตัวของตราประทับพวกนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้ปิดผนึกมันเท่านั้น หรือว่าเจ้าคิดจริงๆ ว่ามันคืออะไรที่ธรรมดา ?” ต้านต้านตอบคำถามของชูเฟิง



      “งั้น..เจ้าคิดว่าปีศาจนั่นจะทรงพลังขนาดไหน? แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามันหลุดออกมา?” ชูเฟิงถาม



      “เหอะ!...การทำลายดินแดนทะเลตะวันออกทิ้งยังง่ายเกินไปสำหรับมัน” ต้านต้านพูดพร้อมรอยยิ้ม…...

ReadMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////