วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 662 - ตอบโต้


     ***** ปัง !! ******



      เสียงระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง พลันปรากฏร่างของผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งขึ้นในบนิเวณนั้น และชี้ไปที่ ผู้นำวิหาร หวู่หยา



     “หวู่หยา ข้าไม่สนใจต่อข่าวลือ หากว่าเจ้ายังแคลงใจในตัวนายหญิง เพียวเมี้ยว อีก ก็จงอย่าได้ตำหนิข้า !!” ชายชราร่างสูงใหญ่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว เมื่อเขาได้ยิน วู่หยา กล่าวเช่นนั้น เขาจ้องมองไปที่ วู่หยา และพร้อมที่จะโจมตี



     “ท่าน เจา ข้านับถือในความภักดีของท่าน แต่นี่มันมากเกินไป !!”



     “และสิ่งที่ข้ากล่าวมันไม่ใช่เพียงข่าวลือ หรือเรื่องโกหก แต่มันเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น หากพวกท่านไม่เชื่อข้า พวกท่านสามารถถาม ศิษย์ของนายหญิง เพียวเมี้ยว  เซี๊ยะ หยู ได้ !!” ผู้นำวิหารกล่าวด้วยรอยยิ้ม



      เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนต่างจ้องมองมายัง เซี๊ยะ หยู 



     เมื่อนางต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ใบหน้าของนางก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก นางรู้สึกโกรธอย่างมาก แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะถึงอย่างไร ผู้นำวิหารก็เป็นถึงผู้อาวุโส และอีกทั้งนี่ยังอยู่ภายใต้สายตาของเหล่าผู้อาวุโสจำนวนมาก



     “ถูกต้อง ท่านอาจารย์ได้มอบป้ายหมอกให้แก่ หวู่ฉิง ถึงแม้ว่าเขาจะมีพลังเพียงระดับหนึ่ง ขั้นจ้าวสงคราม แต่เขาก็คุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้าสู่ดินแดนตราประทับนิรันดร์ !!” ในขณะนั้น ชุน หวู ก็ก้าวเข้ามา และกล่าวพลางชี้ไปที่ ชูเฟิง ที่ยืนอยู่ข้างๆ



     “มันจะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร !!”



     “ที่แท้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับหนึ่ง ขั้นจ้าวสงครามจะผ่านการตรวจสอบ และสามารถได้รับป้ายสายหมอกมาเช่นนี้ !!”



     เมื่อได้ยินเช่นนั้น พวกเขาต่างตกอยู่ในความโกลาหล แต่ไม่มีใครกล้าที่จะตำหนิ ศิษย์ของนายหญิง เพียวเมี้ยว พวกเขาต่างจ้องมองไปยัง หวู่ฉิง แทน



     “แม่นาง ชุน หวู เจ้ากล่าวว่าเขามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้าสู่ดินแดนตราประทับนิรันดร์ เช่นนั้นก็ต้องพิสูจน์ !!” หลายๆ คนเริ่มไม่พอใจ และตั้งคำถามขึ้นมา



     ในแง่ความสัมพันธ์นั้น พวกเขาต่างเกี่ยวข้องกับนายหญิง เพียวเมี้ยว และในด้านการบ่มเพาะพลัง พวกเขาก็เหนือกว่า ชูเฟิง แต่พวกเขากลับไม่ได้รับป้ายสายหมอก นี่จึงทำให้พวกรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก 



     “ต้องการพิสูจน์เช่นนั้นรึ เพียงแค่คำเชิญของท่านอาจารย์ข้าก็น่าจะเพียงพอ พวกท่านกลับมีอคติต่อท่านอาจารย์ของข้า !!” ชุน หวู กล่าวออกมาอย่างรุนแรง น้ำดสียงของนางเต็มไปด้วยความไม่พอใจ



     เมื่อนางต้องเผชิญหน้ากับคนรุ่นเดียวกันนั้น นางไม่หวั่นเกรงแม้แต่น้อย เพราะหากเรียงลำดับความสัมพันธ์ นอกจากท่านอาจารย์ และผู้อาวุโส ก็ไม่มีผู้ใดไม่เกรงใจ ชุน หวู



     “แม่นาง ชุน หวู อย่าเพิ่งโกรธ นายหญิง เพียวเมี้ยว ขึ้นชื่อว่าท่านดูแลศิษย์เป็นอย่างดี และนี่หมายความว่า เขาอาจจะมีสถานะพิเศษ จึงได้รับสิทธิ์พิเศษเช่นนี้ !!” ใครบางคนกล่าวเย้ยหยันออกมา



     “หืม สถานะพิเศษอะไร ถึงทำให้เขาได้รับการดูแลที่พิเศษเช่นนี้ !!” มีบางคนกล่าวออกมาด้วยความไม่พอใจ



     “ถูกต้อง ถ้าเจ้ากล่าวว่าเขามีอาจารย์ที่แข็งแกร่ง จนทำให้เขาได้รับข้อยกเว้นจากนายหญิง เพียวเมี้ยว ข้าจะขอถามว่าแม่นาง ชุน หวู ถึงการสิทธิ์พิเศษของเขา” ผู้นำวิหาร หวู่หยา กล่าวถามด้วยรอยยิ้ม



     “นี่…..” ในเวลานี้ ชุน หวู ไม่สามารถกล่าวแทน ชูเฟิง ได้อีก นางทำได้เพียงมองไปยังเขา จึงทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจของคนในห้องงานเลี้ยงอย่างรวดเร็ว



     อย่างไรก็ตาม เมื่อ ชูเฟิง ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ เขากลับสงบเยือกเย็น เขายืนขึ้น และมองไปยังผู้คนโดยรอบ พร้อมกล่าวออกมาอย่างราบเรียบว่า “ข้าไม่สามารถบอกชื่อท่านอาจารย์ของข้าได้ และความจริงนั้น หลายๆ คนในที่นี้ ไม่มีค่าพอที่จะทราบชื่อของท่านอาจารย์ของข้า !!”



     “อย่างไรก็ตาม ข้า หวูฉิง สามารถให้คำตอบเกี่ยวกับข้อสงสัยของท่านได้ !!”



     “เช่นไร !!” ผู้นำวิหาร หวู่หยา กล่าวถามเชิงถากถาง



     “จากคำกล่าวไร้สาระมากมายของท่าน ท่านเพียงต้องการจะบอกกับทุกคนว่าข้า ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่เข้าไปยังดินแดนตราประทับนิรันดร์ แล้วท่านคิดว่าศิษย์ทั้งสองคนที่อยู่ด้านหลังของท่านมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้าไปยังดินแดนตราประทับนิรันดร์เช่นนั้นรึ !?”ชูเฟิง กล่าวตอบด้วยคำถาม พลางยิ้มบางๆ



     “หืม เทียนหมิง เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสาม ขั้นจ้าวสงคราม และเขาก็ได้รับป้ายสายหมอกมา เจ้าจงคิดเอาว่าเขามีคุณสมบัติหรือไม่ !!”



     “ส่วน ตี่กวง เขามีพลังในระดับสอง ขั้นจ้าวสงคราม แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับป้ายสายหมอก แต่เขาก็สามารถผ่านการตรวจสอบได้อย่างง่ายดาย !!” วู่หยา กล่าวด้วยความมั่นใจ



     “อืม ศิษย์พี่ จู เทียนหมิง แข็งแกร่งจริงๆ โดยเฉพาะความสามารถด้านรุปแบบอำนาจพลังวิญญาณ !!”



     “ก่อนหน้านี้ ข้าได้เข้าไปในคฤหาสน์รื่นรมณ์ พร้อมกับศิษย์พี่ เทียนหมิง และศิษย์พี่ทั้งสี่ของท่าน เพียวเมี้ยว ข้าได้เห็นถึงความสามารถของท่าน เทียนหมิง ในการไขปริศนาสมบัติอย่างยอดเยี่ยม”



     “ไม่เพียงแต่ท่าน จู เทียนหมิง จะช่วยให้เหล่าศิษย์พี่ได้รับพลังเพิ่มขึ้น ท่านยังเกือบทำให้ศิษย์พี่ ฉิว ซือ สูญเสียอำนาจพลังวิญญาณไปอย่างสมบูรณ์ ข้า หวู่ฉิง ชื่นชมในความสามารถของท่าน และข้าคิดว่าข้าด้อยกว่าท่านแน่นอน !!” ชูเฟิง กล่าวอย่างเย็นชา ผิวเผินนั้น ดูเหมือนเขากำลังชื่นชม แต่ในความเป็นจริงนั้น เขากำลังเย้ยหยัน



     “ถูกต้อง !! ท่าน จู สมกับเป็นศิษย์ของท่าน วู่หยา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากท่าน มันช่าง…….เก่าแก่ยิ่งนัก !!”



     “ถ้าไม่ได้ศิษย์น้อง หวู่ฉิง ช่วยไว้ ด้วยรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณของท่าน จู ข้าเกรงว่าอำนาจพลังวิญญาณของศิษย์พี่ ฉิว ซือ คงจะสูญหายไปตลอดกาล !!” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชุน หวู ยิ้มพรายออกมา นางรีบ ‘ราดน้ำมันลงบนกองไฟ’ อย่างรวดเร็ว โดยกล่าวถึงการกระทำที่ต่ำต้อยของ จู เทียนหมิง ภายในคฤหาสน์รื่นรมณ์



     “เจ้า…. !!” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของเจ้าวิหาร วู่หยา เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เพราะเขาไม่คิดว่า ชูเฟิง และคนอื่นๆ จะกล่าวถึงรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ เพราะในเขตทะเลตะวันออกนั้น รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณของเขามีชื่อเสียงอย่างมาก เขากลายเป็นผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณชุดทอง และมีพลังถึงระดับสูงสุดของขั้นจ้าวสงคราม จึงไม่มีใครกล้ากล่าวถึงพลังของรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณของเขา



     แต่ในวันนี้ สิ่งที่ จู เทียนหมิง ได้ทำไว้ในคฤหาสน์รื่นรมณ์ นั้นทำให้อาจารย์ของเขาต้องเสียชื่อเสียง



     “อะไรนะ !! ศิษย์ของเจ้าวิหาร หวู่หยา ที่มีชื่อเสียงด้านรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณทำพลาด จนเกือบต้องทำให้แม่นาง ฉิว ซือ ต้องสูญเสียอำนาจพลังวิญญาณรึ !!”



     “ถูกต้อง !! ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ หากเป็นเรื่องจริง เด็กที่ชื่อว่า หวู่ฉิง ย่อมแข็งแกร่งอย่างมาก อย่างน้อยก็มีความสามารถที่เหนือกว่าศิษย์ของเจ้าวิหาร วู่หยา !!” คำกล่าวของ ชูเฟิง และ ชุน หวู ได้ทำให้ทุกคนต่างเกิดความสนใจอย่างมาก และทำให้พวกเขาประเมินตัว ชูเฟิง สูงขึ้น




     “นั่นคือเรื่องจริง ศิษย์ของข้า เกา เฉียง ในวันนั้นเขาก็ได้อยู่ที่นั่น เขาสามารถยืนยันเรื่องนี้ได้ !!”



     “มันเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณของ จู เทียนหมิง จึงทำให้แม่นาง ฉิว ซือ เกือบต้องสูญเสียอำนาจพลังวิญญาณ ดีที่ได้ หวู่ฉิง ช่วยเหลือเอาไว้ หากไม่เป็นเช่นนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น !!”



     “อย่างที่ทุกคนรู้ แม่นาง ฉิว ซือ คืออัจฉริยะอันดับต้นๆ ของเขตทะเลตะวันออก หากเกิดอะไรขึ้นกับนาง นั่นย่อมเป็นความสูญเสียของเขตทะเลตะวันออก !!” ในเวลานั้น อาจารย์ของ เกา เฉียง หญิงชรา หวู่กง ก็ออกมากล่าวที่ด้านข้างของ ชูเฟิง

ReadMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////