วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 665 – ข้าต้องการชีวิตของเจ้า


     ในขณะนี้นั้น ประกายแสงของกระบี่พุ่งขึ้นสูงเสียดฟ้า แสงของมันแวววับเป็นคนดาบอย่างชัดเจน



     มันดูราวกับภูเขาที่สูงชัน ไม่ใช่เพียงแค่รูปลักษณ์ที่น่าเกรงขาม แม้แต่พลังของมันก็เป็นที่น่าหวาดเกรงอย่างมาก



     บรรยากาศโดยรอบของประกายแสงนั้นแตกออกอย่าน่ากลัว ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถต้านทานพลังของมันได้



     เมื่อกระบี่ปรากฏออกมานั้น ทุกคนต่างตกอยู่ภายใต้ความตกตะลึง ด้วยพลังของกระบี่ทะลายนภานั้น ทักษะการต่อสู้ธรรมดาไม่สามารถเทียบได้แม้แต่น้อย พลังของมันสามารถเทียบได้กับทักษะต้องห้าม



     “กระบี่ดี !!” เมื่อต่อหน้าการโจมตีนี้นั้น ชูเฟิง ไม่ได้หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย แต่เขากลับมีความสุขอย่างมาก



     ***** พรึ่บ *****



     ในเวลานั้น ชูเฟิง ประสานมือของเขาขึ้น แววตาของเขาเกิดประกายแสงสีม่วงวิบวับ ออร่าพลังสีม่วงแผ่กระจายออกมาอย่างรวดเร็ว



     ***** วูบ *****



     ทั่วทั้งบริเวณนั้นถูกปกคลุมไปด้วยอำนาจพลังวิญญาณสีม่วงอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวนั้น พลังของดาบทลายสวรรคืก็หายไปเช่นเดียวกับพลังของดาวตกเพลิงในก่อนหน้านี้โดย ชูเฟิง



     “มันเป็นไปได้เช่นไร!! แม้แต่พลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้ยังสามารถป้องกันไว้ได้ !!” ไม่ต้องกล่าวถึง จู ไต้กวง แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสยังอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง



     แม้ว่า จู ตี่กวง จะไม่สามารถดึงพลังทั้งหมดของกระบี่ทะลายนภาที่ออกมานั้น แต่ด้วยพลังระดับสอง ขั้นจ้าวสงครามของเขา ภายในรุ่นเดียวกันนั้น เขาสามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย



     แต่การโจมตีดังกล่าว กลับถูกป้องกันได้โดย ชูเฟิง ที่มีพลังเพียงระดับหนึ่ง ขั้นจ้าวสงครามเท่านั้น นี่จึงทำให้ทุกคนตกใจอย่างมาก อีกทั้ง ชูเฟิง ยังใบ้เพียงรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณ โดยที่ไม่ได้ใช้พลังวิญญาณของเขาเลยแม้แต่น้อย



     ชูเฟิง ซึ่งมีพลังเพียงระดับหนึ่ง ขั้นจ้าวสงคราม มีความกล้าหาญที่จะเข้าปะทะกับผู้เชี่ยวชาญระดับสอง ขั้นจ้าวสงคราม อีกทั้งยังสามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย



     “ท่านเจ้าวิหาร หวู่หยา ท่านกล่าวว่ารูปแบบอำนาจพลังวิญญาณไม่สามารถเอาชนะผู้ที่แข็งแกร่งกว่าตนเองได้ ในวันนี้ ข้าจะทำให้ท่านได้เห็นว่ารูปแบบอำนาจพลังวิญญาณของข้า สามารถเอาชนะศิษย์ของท่าน ที่มีพลังในระดับสอง อาณาจักรจ้าวสงคราม!!”

  
   ชูเฟิง กล่าวออกมาอย่างเย็นชา พร้อมๆ กับที่เขาวาดฝ่ามือของเขาเบาๆ ประกายแสงก็ปรากฏออกมาอย่างรวดเร็ว



     ประกายแสงเหล่านั้นรวมตัวเป็นรูปลักษณ์ของกระบี่ทลายนภา ซึ่งมันเจิดจ้ามากกว่าก่อนหน้านี้ อีกทั้งพลังของมันยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าตอนที่ จู ตี่กวง ใช้



     “เป็นไปไม่ได้ !! นี่เขาสามารถใช้วิธีนี้กับกระบี่ทะลายนภาได้เชียวรึ !!”



     เมื่อเขาเห็นกระบี่ยักษ์พุ่งลงมาจากท้องฟ้านั้น จู ตี่กวง รู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก เขาไม่รู้แม้แต่น้อยว่า ชูเฟิง ใช้รูปแบบอำนาจพลังวิญญาณกับเขา แต่เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพลังกระบี่ทะลายนภาของ ชูเฟิง แข็งแกร่งกว่าของเขาอย่างมาก



     แต่นี่ไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะในขณะนี้นั้น จู ตี่กวง ได้เห็นพลังของกระบี่ทะลายนภาที่กำลังพุ่งลงมา มันก็ทำให้เขารู้สึกอ่อนแอ และไม่สามารถที่จะทำอะไรต่อไปได้



     หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไปนั้น ชีวิตของเขาย่อมตกอยู่ในอันตรายอย่างมาก เพราะด้วยการโจมตีของ ชูเฟิง นั้น สามารถคร่าชีวิตของเขาได้อย่างง่ายดาย


     ***** ฝุ่บ *****



     ในเวลานั้นก็ปรากฏร่างหนึ่งขึ้นมาที่ด้านหน้าของ จู ตี่กวง คนๆ นั้นก็คือพี่ชายของเขา จู เทียนหมิง



     เขากำหมัดของเขาแน่นพร้อมกับชกออกไปยังท้องฟ้า พลังของหมัดถูกอัดแน่นอย่างมาก มันพุ่งขึ้นไปและเข้าปะทะกับกระบี่ทะลายนภาอย่างรุนแรง



     “แข็งแกร่งมาก พลังของน้องชาย จู แข็งแกร่งจริงๆ !!” แม้แต่ เกา เฉียง ที่ได้รู้ถึงการกระทำของ จู เทียนหมิง ในวันก่อน ยังพยักหน้าออกมาด้วยความชื่นชม



     “เห้ออ…!!” เมื่อเทียบกับ เกา เฉียง นั้น ทุกๆ คนในพื้นที่ต่างส่ายศรีษะ และถอนหายใจออกมา เพราะในเมื่อ จู เทียนหมิง ยื่นมือเข้ามาช่วยเช่นนี้ ย่อมหมายความว่า จู ตี่กวง ได้พ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์



     ผู้เชี่ยวชาญระดับสอง จ้าวสงคราม ได้พ่ายแพ้ให้กับผู้เชี่ยวชาญระดับหนึ่ง มันช่างเป็นความอับอายอย่างมาก



     โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในก่อนหน้านี้ที่พวกเขาได้ดูถูก ชูเฟิง เอาไว้ นี่เปรียบได้กับว่าเจ้าวิหาร หวู่หยา และศิษย์ทั้งสองของเขาถูกตบหน้าอย่างแรง



     “ท่านเจ้าวิหาร หวู่หยา ดูเหมือนว่าข้าจะได้รับชัยชนะแล้วสินะ !!” ชูเฟิง ได้คำนวณการเข้ามาช่วยเหลือของ จู เทียนหมิง เอาไว้แล้ว เขาจึงไม่ได้ใส่ใจต่อ จู ตี่กวง แต่อย่างใด เขากล่าวกับ หวู่หยา โดยตรง



     ที่ ชูเฟิง เลือก จู ตี่กวง เป็นคู่ต่อสู้นั้น ไม่เพียงเพราะตัดโอกาสของเขาในการเข้าสู่ดินแดนตราประทับนิรันดร์เท่านั้น แต่เขายังต้องการฉีกหน้าของ หวู่หยา ต่อหน้าทุกๆ คนอีกด้วย



     หลังจาก ชูเฟิง กล่าวจบนั้น ทุกๆ สายตาต่างจ้องมองไปยัง หวู่หยา บางคนมองไปด้วยแววตาที่สงสาร แต่บางคนก็มองไปด้วยแววตาเย้ยหยัน พวกเขาเย้ยหยันคนที่ดูถูกผู้อื่น



     ในขณะนั้น ใบหน้าของ หวู่หยา ก็เปลี่ยนเป็นสีขาวซีด แม้แต่ริมฝีปากของเขาก็สั่นเทา ในขณะนี้เขาแทบอยากจะแทรกแผ่นดีหนีไปให้ไกล เพราะเขาไม่สามารถกล่าวตอบใดๆ ต่อ ชูเฟิง ได้แม้แต่น้อย เขาทำได้เพียงอดทนต่อทุกๆ สิ่งที่เกิดขึ้นเท่านั้น



     “หวู่ฉิง เจ้าไม่ด่วนสรุปไปหน่อยรึ !! เจ้าคิดว่าน้องชายของข้าจะหมดหนทาง และพ่ายแพ้ให้กับเจ้าเช่นนั้นรึ !!” ในเวลานั้น จู เทียนหมิง ก็ชี้หน้าของ ชูเฟิง และตะโกนออกมาเสียงดัง



     “ฮ่าๆ ตลก!! เจ้าคิดว่าน้องชายของเจ้ายังไม่พ่ายแพ้เช่นนั้นรึ !! ถ้าหากไม่มีสุนัขเข้ามาขวาง เจ้าคิดว่าน้องชายของเจ้าจะยืนอยู่ด้านหลังของเจ้าอย่างปลอดภัยเช่นนี้รึ !!”



     ชูเฟิง กล่าวออกมาอย่างรุนแรง ในตอนแรกเพียงแค่พวกเขาตั้งตัวเป็นศัตรูกับ ชูเฟิง เท่านั้น แต่ในตอนนี้พวกเขากลับเป็นคนที่ไร้ยางอายอย่างมาก ชูเฟิง จึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องสุภาพกับคนเช่นนี้



     “สารเลว !! เจ้าว่าใครเป็นสุนัข !!” เมื่อดูถูกต่อหน้าฝูงชนนั้น จู เทียนหมิง ก็ตะโกนออกมาด้วยความกราดเกรี้ยว



     “ผู้ชนะเป็นจ้าว ผู้แพ้เป็นโจร เจ้าย้งมีหน้ามาโต้แย้งอีกรึ !! เจ้าคิดว่าทุกคนในที่นี้ตาบอดรึไง !!” ในเวลานั้น ก่อนที่ ชูเฟิง จะได้กล่าวออกไป ชุน หวู ก็ชี้ไปที่ จู เทียนหมิง พร้อมด่าทอออกมาอย่างรุนแรง เพราะนางก็เพิ่งเห็นความหน้าด้านของเขาในวันนี้เช่นกัน



     “ถูกต้อง !! ข้าไม่คิดเลยว่าศิษย์ที่น่าภาคภูมิใจของท่านเจ้าวิหาร หวู่หยา จะเป็นคนที่ไร้ยางอายเช่นนี้ !!” ในขณะนั้น ผู้อาวุโสต่างกล่าวออกมาตามๆ กัน



     แน่นอนว่า จู เทียนหมิง ไม่กล้าที่จะทำอะไรต่อ ชุน หวู และคนอื่นๆ ที่ดูหมิ่นเขา เขาจึงตะโกนออกไปที่ ชูเฟิง อีกครั้งว่า “น้องชายข้าได้พลาดไป !! เจ้ากล้าที่จะสู้กับข้ารึไม่ !!”



     “โอ้ !! น้องชายแพ้ไป เลยส่งพี่ชายออกมาสู้แทน !! ระดับสาม ขั้นจ้าวสงคราม ท้าสู้กับผู้ที่อยู่ในระดับหนึ่ง ขั้นจ้าวสงคราม !! เจ้าไม่ละอายบ้างรึ !!” ชูเฟิง กล่าวพลางหัวเราะออกมา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเหยียดหยามอย่างชัดเจน



     ในเวลานั้น หลายๆ คนเริ่นสนทนา และวิพากษ์วิจารณ์ออกมา พวกเขาวิจารณ์ถึงการกระทำที่หน้าด้านของ จู เทียนหมิง



     ในตอนนี้นั้น หัวใจของ จู เทียนหมิง เต็มไปด้วยความโกรธแค้น เขาจึงไม่ใส่ใจต่อคำกล่าวของคนรอบข้างแม้แต่น้อย เขาไม่สามารถทนได้ ที่น้องชายของเขาจะพลาดโอกาสในการเข้าสู่ดินแดนตราประทับนิรันดร์



     ดังนั้น เขาจึงตะโกนออกไปที่ ชูเฟิง อีกครั้ง “เจ้ากล้ารึไม่ !! หากไม่กล้า ก็จงหุบปากของเจ้าไปซะ !!”



     “หืม !! ทำไมจะไม่กล้า !! เจ้าคิดว่าข้ากลัวเจ้าเช่นนั้นรึ !!” ชูเฟิง กล่าวพลางหัวเราะเบาๆ ใบหน้าของเขาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย หลังจากนั้นเขาก็กล่าวออกมาอีกว่า “แต่ถ้าข้าตกลง คนทั้งโลกจะคิดว่าข้าทนไม่ได้ต่อการยั่วยุของคนพาล !! ดังนั้น หากเจ้าต้องการท้าประลองกับข้า เจ้าต้องมีสิ่งมาเดิมพัน !!”



     “หากข้าพ่ายแพ้ ข้าจะไม่เข้าสู่ดินแดนตราประทับนิรันดร์ เจ้าตกลงรึไม่ !!” ในขณะที่เขากล่าว จู เทียนหมิง ก็หยิบป้ายหมอกของเขาออกมา



     “นั่นคือสิ่งที่ข้าเดิมพันกับน้องชายของเจ้า ไม่ใช่เจ้า หากเจ้าต้องการจะประลองกับข้า เจ้าคิดว่าเพียงแค่ป้ายหมอกมันเหมาะสมแล้วรึ !!” ชูเฟิง กล่าวพลางส่ายศรีษะของเขา



     “แล้วเจ้าต้องการสิ่งใด !?” จู เทียนหมิง ตะโกนถามด้วยความหงุดหงิด เพราะอยากจะต่อสู้กับ ชูเฟิง อย่างรวดเร็ว หนึ่งเพื่อล้างแค้นให้แก่น้องชายของเขา สองก็เพื่อกู้หน้าให้แก่อาจารย์ของเขา



     ในขณะที่ จู เทียนหมิง ตะโกนถามออกมานั้น ใบหน้าของ ชูเฟิง ก็แขวนไปด้วยรอยยิ่มบางๆ จากนั้นเขาก็กล่าวออกมาว่า “หากว่าเจ้าพ่ายแพ้ ข้าต้องการชีวิตของเจ้า!!”

ReadMGA
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////