วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 666 - อัจฉริยะที่หาใครเทียบ

  “อะไรนะ? เดิมพันด้วยชีวิต?!”



เมื่อชูเฟิงพูดคำนั้นออกไป มันก่อให้เกิดความปั่นป่วนวุ่ยวายอย่างไม่ต้องสงสัย ระดับ 1 ขั้นจ้าวสงครามเรียกร้องด้วยตัวเขาเอง ให้มีการประลองโดยที่เดิมพันชีวิตกับระดับ 3 ขั้นจ้าวสงคราม กล่าวได้ว่าผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์นี้หวาดกลัวกับคำพูดชูเฟิง



     “ศิษย์น้องหวู่ฉิง เจ้าบ้าไปแล้วหรอ? เขามีพลังระดับ 3 จ้าวสงครามเชียวนะ!” ชุน หวู่แอบส่งข้อความทางจิตให้ชูเฟิง เพื่อหยุดการกระทำบ้าๆ



อย่างไรก็ตามชูเฟิงไม่ได้ใส่ใจในสิ่งที่ผู้คนถกเถียงกัน และยังไม่สนใจคำเตือนด้วย เขาพูดกับจู เทียนหมิงที่อยู่ด้านหน้าเขาว่า “เจ้ากล้ามั้ย?”



     “ฮ่าฮ่า เจ้าช่างกล่าวอะไรที่น่าขัน! ถ้าข้าไม่กล้า ข้าก็เป็นปู่ของเจ้าแล้ว!!” จู เทียนหมิงหัวเราะ จากมุมมองของเขา เป็นไปไม่ได้ที่ชูเฟิงจะเอาชนะเขา แม้ว่าเขาจะเกลียดชูเฟิงเข้ากระดูกดำ แต่ตอนนี้การกระทำชูเฟิงไม่ต่างอะไรจากการฆ่าตัวตาย มีเหตุอะไรที่เขาต้องปฏิเสธ?



ดังนั้นไม่เพียงเขาจะเห็นด้วย เขายังประสานมือไปที่ผู้คนที่อยู่ด้านล่างและพูดว่า “น้อง..ชูเฟิงต้องการเดิมพันด้วยชีวิตของเขากับข้า ซึ่งเขาพูดมันออกมาเอง ดังนั้น ข้าขอถามทุกท่าน.. เพื่อเป็นพยานในกรณีที่เขาไม่ยอมรับความพ่ายแพ้”



     “นี่….”



จนถึงตอนนี้คนส่วนมากยืนอยู่ข้างเดียวกันกับชูเฟิง พวกเขาเห็นตรงกันหมดว่าชูเฟิงคืออัจฉริยะ นอกจากนั้น มันยังเป็นเจ้าวิหารวู่หย่าและคนอื่นๆที่เข้าข้างนางเป็นฝ่ายผิดตั้งแต่แรก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ต้องการใช้ชูเฟิงมอบชีวิตของเขาให้กับเรื่องไร้สาระพวกนี้ แม้ว่าจะไม่มีใครโต้ตอบจู เทียนหมิงสักคน



     “คุณชายจู ศิษย์น้องหวู่ฉิง พวกท่านมีวันนี้ได้เพราะบิดามารดาของพวกท่าน อย่าทำเหมือนชีวิตของท่านเป็นแค่เรื่องสนุก” เซี้ย หยูแนะนำพวกเขา นอกจากนี้เมื่อเห็นพรสวรรค์ของชูเฟิง นางย่อมไม่ต้องการให้เกิดอะไรขึ้นกับชูเฟิง



     “ข้าทำให้ท่านยุงยากแล้ว...ศิษย์พี่” อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่จู เทียนหมิงมุ่งหมายจะเอาชีวิตชูเฟิง เขาจะสนใจเซี้ย หยูได้อย่างไร? เขายืนอยู่บนอากาศพร้อมกับทำความเคารพ โดยไม่คำนึงถึงปฏิกริยาคนด้านล่าง เขาชี้ไปที่ชูเฟิงและพูดว่า “เจ้าช่างเย่อหยิ่งอวดดี และเจ้า..ไม่เห็นใครอยู่ในสายตา..วันนี้!! ข้าจะให้บทเรียนที่ดีแก่เจ้าในฐานะผู้คน...ที่นี่!!”



* ตูม *



หลังจากที่พูดจบ จู เทียนหมิงจู่โจมทันที อย่างไรก็ตามการจู่โจมนั้นแตกต่างจากน้องชายเขาจู ตี่กวง สิ่งที่เขาใช้ไม่ใช่ทักษะการต่อสู้ ไม่ใช่พลังวิญญาณ แต่เป็นรูปแบบวิญญาณ



รูปแบบวิญญาณที่ไม่สามารถทำลายได้ มันถูกเรียกว่าเป็นวิธีการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด อย่างไรก็ตามในมือของจู เทียนหมิง มีอำนาจวิญญาณที่ไม่สามารถทำลายได้กลับกลายเป็นการจู่โจมที่รุนแรง



แม้ว่าจะใช้รูปแบบวิญญาณ มันไม่ใช่กำแพง แต่นี้ขนาดเป็นรูปแบบกระบี่นับไม่ถ้วนที่แหวกผ่านอากาศ มันทำได้แม้กระทั่งฉีกกระอากาศออกเป็นชิ้นๆ และความแข็งแกร่งของมันนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าทักษะการต่อสู้เลย



      “เจ้าต้องการสู้ด้วยทักษะรูปแบบวิญญาณเพื่อกู้หน้าให้อาจารย์เจ้าเช่นนั้นรึ?”



     “ช่างไร้เดียงสา! ระดับ 3 สู้กับ ระดับ 1 ทันที่เจ้าจู่โจมมา เจ้าก็แพ้แล้ว!!”



ชูเฟิงมองไปยังอุบายของจูเทียนหมิง อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้หลบไปไหน คล้ายกับเขาตั้งใจมากกว่า ทันใดนั้นรูปแบบวิญญาณสีม่วงที่ไม่สิ้นสุดกลายเป็นกระบี่ที่แหลมคมนับ 10,000 เล่ม!! ในลักษณะที่อัดกันแน่น พวกมันพุ่งลงมาจากท้องฟ้าและบินเข้าหาจูเทียนหมิงอย่างรวดเร็ว



* เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง*



รูปแบบวิญญาณเข้าปะทะกันครั้งแล้วครั้งเล่า บังเกิดคลื่นกระแทกสั่นสะเทือนไปทั่วทุกพื้นที่ ราวกับพวกมันเป็นดอกไม้ไฟที่สวยงาม แต่ทุกคนรู้ว่าพลังที่น่าหวาดหวั่นนั้นประกอบไปด้วยอำนาจพลังสีม่วงนับไม่ถ้วน



     “ทักษะของเจ้าช่างน้อยนิด แต่เจ้าก็ยังสู้กับข้าด้วยทักษะรูปแบบวิญญาณ เจ้าจะต้องพ่ายแพ้ข้าอย่างไม่ต้องสงสัย”



เมื่อเห็นชูเฟิงป้องกันการโจมตีของเขา มือของจูเทียนหมิงโบกสบัด ภายใต้คำสั่งของเขา สัญลักษณ์และตราประทับนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น จากนั้นเขาวาดรูปแบบวิญญาณที่งดงามตรงหน้าของเขา



* วู * เมื่อรูปแบบปรากฏ พลันปรากฏเสียงคำรามที่ดุร้ายออกมา สัตว์ร้ายขนาดยักษ์นับไม่ถ้วนถูกห่อหุ่มด้วยรูปแบบวิญญาณ ขณะที่พวกมันเหยียบย่างบนอากาศ พวกมันก็ทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าและมุ่งตรงไปข้างหน้า



     “ชูเฟิง อย่าประมาท!! ในแง่ของทักษะรูปแบบวิญญาณ เจ้าเหนือกว่าเขาอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เจ้าอย่าลืมว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับ 3 ขั้นจ้าวสงคราม ด้วยการเกื้อหนุนของการบ่มเพาะของเขา รูปแบบวิญญาณของเขาย่อมไม่ด้อยไปกว่าเจ้า” ทันใดนั้น ต้านต้าน ที่อยู่เงียบๆจนถึงตอนนี้ เตือนชูเฟิงอย่างจริงจัง



     “ไม่ต้องกังวล!” แน่นอนชูเฟิงรู้สึกถึงได้ว่าจู เทียนหมิงนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้นชูเฟิงก็ไม่ยอมแพ้ ตั้งแต่ที่จู เทียนหมิงต้องการสู้ด้วยทักษะรูปแบบวิญญาณ ชูเฟิงก็จะใช้ทักษะ



ชูเฟิงตั้งใจแน่วแน่ และคล้ายกับว่ารูปแบบวิญญาณที่ทรงพลังชนิดหนึ่งได้ถือกำเนิดในความคิดของเขา ในลักษณะเดียวกันกับสัตว์ยักษ์หลายตัวที่ถูกปกคลุมโดยรูปแบบวิญญาณ พวกมันกระโดดออกมา และต่อสู้กับกับสัตว์ยักษ์ตัวอื่นๆของจูเทียนหมิงในอากาศ แต่เหมือนกับก่อนนี้มันจบลงด้วยวาด



ดังนั้นรูปแบบที่ทรงพลังมากขึ้น...มากขึ้นได้กระโดดออกมา และการต่อสู้นับไม่ถ้วนได้ปรากฏต่อสายตาของทุกคน



กระบี่ ดาบ น้ำ ไฟ สัตว์ป่า พืช ทุกสิ่งที่มีอยู่บนโลกในนี้ ถูกแสดงให้ประจักษ์ทั้งหมดภายใต้การต่อสู้ของชูเฟิงและจู เทียนหมิง



     “ทรงพลังยิ่งนัก นี่...คือการต่อสู้ของผู้เชื่อมต่อฯ หนึ่งล้านการเปลี่ยนแปลงประกอบไปด้วยความแปลกประหลาดที่มนุษย์จะสามารถจินตนาการได้ มันช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก” ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสผู้หนึ่งอุทานออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ตั้งแต่ที่ผู้บ่มเพาะมีทักษะการต่อสู้ แม้ว่าผู้เชื่อมต่อฯโดยทั่วไปจะใช้รูปแบบวิญญาณเพื่อป้องกันทักษะการต่อสู้ แต่มันยากมากที่จะได่เห็นการต่อสู้ด้วยรูปแบบวิญญาณเช่นนี้



      “ไม่!! คนที่ทรงพลังควรจะเป็นหวู่ฉิง ด้วยความแข็งแกร่งของระดับ 1 ขั้นจ้าวสงคราม เขาสามารถหลีกเลี่ยงความปราชัยในขณะที่เขาต่อสู้กับระดับ 3 ขั้นจ้าวสงคราม เด็กคนนี้ทรงพลังขนาดไหนกันแน่?” ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสอีกคนพูด



      “อืม...คำพูดของเจ้าย้ำเตือนข้าว่าสถานะการณ์นี้เป็นอย่างเจ้าว่า อำนาจวิญญาณของเด็กคนนี้แข็งแกร่งอย่างมาก และเขายังใช้ทักษะรูปแบบอำนาจวิญญาณได้ตามที่ใจเขาปรารถนา ถ้าระดับการบ่มเพาะทั้งคู่อยู่ในระดับเดียวกัน จู เทียนหมิงต้องพ่ายแำ้อย่างแน่นอน” เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสคนก่อนผงกหัวยกย่องยากมาก



* ตูม * ทันใดนั้น การระเบิดอื่นๆที่สั่นสะเทือนโลกกระจายออกไปในอากาศ ขณะที่รัศมีของแสงอันแพรวพราว ผู้คนกลับรู้สึกประหลาดใจเมื่อพบว่า รูปแบบวิญญาณที่โจมตีชูเฟิงนั้นได้แพร่กระจายออกไปในตำแหน่งของจู เทียนหมิง นอกจากนี้มันยังห้อมล้อมเขาด้วย



แต่ทันใดนั้น พลังการต่อสู้ไร้ที่สิ้นสุดได้ระเบิดออกมา ลบล้างรูปแบบวิญญาณโจมตีของชูเฟิง เมื่อรูปแบบวิญญาณหายไป ทุกๆคนช่วยไม่ได้ที่จะเปลี่ยนสีหน้า



ทันใดนั้น จูเทียนหมิงที่ปรากฏตัวในสายตาของพวกเขาก่อนหน้านี้เส้นผมกลายเป็นกระเซอะกระเซิง ยังมีร่องรอยโลหิตจำนวนมากบนใบหน้าของเขา ชัดเจนแล้วว่าเขาบาดเจ็บจากรูปแบบวิญญาณโจมตีของชูเฟิงเมื่อไม่นานมานี้



     “เขาพ่ายแพ้แล้ว! หวู่ฉิง..ที่อยู่ในระดับ 1 จ้าวสงคราม ทำให้จู เทียนหมิง ระดับ 3 ขั้นจ้าวสงครามบาดเจ็บด้วยทักษะรูปแบบวิญญาณ ผลลัพธ์ของการต่อสู้ด้วยรูปแบบวิญญาณได้ประจักษ์ผลแล้ว”



เหตุการณ์นั้นทำให้ทุกคนตกใจอีกครั้ง เนื่องจากในสายตาของพวกเขา การที่สามารถต่อสู้กับจู เทียนหมิงได้อย่างทัดเทียมนั้นหมายความว่าชูเฟิงน่าประทับใจอย่างมาก ไม่เพียงหมายความว่าการต่อสู้ด้วยพลังของชูเฟิงจะทรงพลังมากกว่าอย่างขาดลอย นอกจากนี้มันยังหมายความว่าพรสวรรค์ของเขานั้นยังผิดสามัญสำนึก และยังมีความเข้าใจในทักษะรูปแบบวิญญาณที่ทรงพลังอย่างมาก



อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่เคยคาดว่าชูเฟิงจะเอาชนะจู เทียนหมิงได้จริงๆ และสิ่งที่พวกเขาตะลึงมากที่สุดสามารถพูดได้ว่ามันคล้ายกับความมหัศจรรย์ นอกจากนั้นระยะห่างระหว่างทั้งสองคือ 2 ระดับเต็มๆ



อาณาจักรจ้าวสงครามนั้นแตกต่างกับ 4 อาณาจักรก่อนหน้านี้ อาณาจักรห้วงวิญญาณ อาณาจักรกำเนิดวิญญาณ อาณาจักรแก่นแท้วิญญาณ และอาณาจักรสวรรค์วิญญาณ มีความต่างอย่างมหาศาลระหว่างทุกๆระดับ เทียบได้ราวกับระยะห่างระหว่างสวรรค์กับโลกมนุษย์



ถ้าให้พูดแบบปกติๆ การที่สามารถโค้นล้มผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันนั้นหมายความว่าพวกเขาคือผู้เชี่ยวชาญที่มีพรสวรรค์โดดเด่น การที่สามารถโค้นล้มผู้คนที่มีระดับมากกว่าตนเอง 1 ระดับ หมายความว่าพวกเขาเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยาก แต่การที่สามารถโค้นล้มผู้คนที่มีระดับมากกว่าตนเอง 2 ระดับ หมายความว่าพวกเขาเป็นอัจฉริยะที่หาใครเทียบได้ . . . . .

ReadMGA
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////