วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 670 - ไม่สามารถแตะได้แม่แต่ครั้งเดียว

     “เจ้า…!!!”



เมื่อดาบยาวสีทองปรากฏขึ้น ท่าทางของพวกผู้อาวุโสก็ต้องเปลี่ยนไป



พวกเขารู้ว่าดาบที่อยู่ในมือเจ้าวิหาร วู่หยานั้น เป็นอาวุธวิเศษ มันไม่ใช่ยอดยุทธภัณฑ์แต่เป็นยอดยุทธภัณฑ์แห่งราชันย์ไม่สมบูรณ์ ดาบตราประทับมังกร



อย่างไรก็ตามแม้ว่าระดับราชันย์ไม่สมบูรณ์นั้นจะด้อยกว่ายอดยุทธภัณฑ์แห่งราชันย์ปกติทั่วไป แต่มันก็เหนือกว่ายอดยุทธภัณฑ์อย่างมาก นับว่าเป็นสมบัติล้ำค่าในภูมิภาคทะเลตะวันออกเลยก็ได้ ซึ่งันเหนือกว่ายอดยุทธภัณฑ์อย่างมาก



ดาบตราประทับมังกรนี้ เป็นสมบัติล้ำค่าของ เจ้าวิหารวู่หยา หลังจากที่ทุกคนเห็นว่าเขาหยิบมันออกมา ทุกคนต่างรู้ทันทีว่าเขาเอาจริงเอาจังมากเรื่องที่ต้องการปกป้องลูกศิษย์ของเขา



ถ้าผู้อาวุโสที่อยู่ในงานยื่นมือเข้าช่วย พวกเขาอาจจะเอาชนะ วู่หยาได้ แต่ในตอนนี้ตอนที่วู่หยาชักดาบออกมานั้นพวกเขาคิดว่าพวกเขาไม่สามารถเอาชนะได้ 



แม้ว่าพวกเขาจะไม่ชอบการกระทำที่อุกอาจของวู่หยา และไม่พอใจที่วู่หยาวางตัวเช่นนี้ แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะหยุดเขา



พวกชุน หวู นั้นก็ต้องการจะช่วยชูเฟิง แต่ วู่หยา แข็งแกร่งเกินไป พวกเขาจึงคิดว่าตนไม่มีพลังพอที่จะเทียบได้ และไม่ว่าผู้เชี่ยวชาญคนไหนในที่แห่งนี้นั้นก็ยังไม่อาจเทียบกับ วู่หยาได้



       “หวู่ฉิง คุกเข่าและรับความผิดเสีย บางทีข้าอาจจะให้โอกาสเจ้า ถ้าไม่งั้น แม้แต่พระเจ้าก็ไม่สามารถช่วยเจ้าได้” เจ้าวิหารวู่หยา พูดขึ้น 



      “ดูเหมือนเจ้าจะประเมินตนสูงไปหน่อยนะ มาดูกันว่าวันนี้ใครจะสามารถช่วย หวู่ฉิงได้!!!.”



แต่ตอนนั้นก็มีเสียงดังราวกับฟ้าผ่าบนอากาศ และในเวลาเดียวกันก็มีร่างร่างหนึ่งดิ่งลงมาจากท้องฟ้าและยืนอยู่หน้าชูเฟิง



เจ้าของร่างนั้นคือ ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน หลังจากเธอปรากฏตัวขึ้น แรงกดดันของเจ้าวิหารวู่หยา ก็ถูกบีบกลับไป



เมื่อฉิวชุ่ย ฟู่หยาน ปรากฏตัวขึ้น ทุกคนต่างก็ตกใจอย่างมาก เพราะนางนั้นราวกับนางฟ้าที่มาจุติลงบนโลกมนุษย์ ใบหน้าของนางนั้นงดงามหาเปรียบได้ยาก



และที่สำคัญที่สุดกลิ่นอายของนางนั้น เหนือกกว่า วู่หยา โดยสมบูรณ์ พวกเขารู้สึกว่านางนั้นต้องอยู่ในระดับราชันย์สงครามแน่นอน 



      “ท่านเป็นใครกัน” หลังจาก ฉิวชุ่ย ฟู่หยานปรากฏตัวขึ้น เจ้าวิหารวู่หยา เดิมที่หยิ่งยโสในก่อนหน้านี้ก็ถามอย่างสุภาพ 



ในตอนนั้น ผู้คนต่างจับจ้องไปที่ ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน พวกเขาอยากรู้ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน เพราะพวกเขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับคนคนนี้ 



     “ข้าชื่อ ฉิวชุ่ย จากผาคนรัก,” ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน ตอบอย่างเย็นชา



     “ข้าเคยได้ยินมาก่อนว่าผาคนรักนั้น เป็นสถานที่ที่มีคนอยู่ในจำนวนมากแม้ข้าจะรู้ว่าในนั้นมีคนแข็งแกร่งอยู่แต่ข้าไม่เคยได้ยินชื่อของท่านหญิง ฉิวชุ่ย เลย.”



หลังจากได้ยินว่า ฉิวชุ่ย ฟู่หยานนั้น มาจากผาคนรัก วู่หยา ก็นึกขึ้นได้ว่ามีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากหลบซ่อนตัวอยู่ในผาคนรัก และเขานั้นไม่เคยได้ยินชื่อของ ท่านหญิง ฉิวชุ่ยมาก่อน



ดังนั้นเขาจึงคิดว่า ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน นั้นจะแข็งแกร่งเพียงใด เขาคิดว่านางอยู่ในระดับสูงสุดของเจ้าแห่งสงครามเช่นเดียวกับเขา และเขาอาจจะใช้ดาบตราบประทับมังกรล้มนางได้ "ท่านและข้านั้นไม่รู้จักกันมาก่อน แต่เมื่อท่านเป็นสหายของท่านหญิงเพียวเมี้ยว ข้าขอเตือนให้ทันอย่ายื่นจมูกเข้ามา.”



      “ยื่นจมูกอย่างนั้นหรือ หวู่ฉิง เป็นลูกศิษย์ของสหายข้า และตอนนี้ สหายข้านั้นไม่อยู่ที่นี่ เมื่อลูกศิษย์ของสหายถูกรังแก ข้าก็ต้องยืนมือเข้าไปช่วย !” ฉิวชุ่ย ฟู่หยานพูด ตอนนั้นดวงตาของเธอคมกริบราวกับหอกจ้องไปที่วู่หยา



เจ้าวิหารวู่หยา ดิ่งลงดินจนเกิดเสียงดัง ตู้ม พลังที่น่าเกรงขามนั้นทำให้เขาจมลงดิน ในตอนนี้ใบหน้าของเขาซีดขาว เหงื่อเย็นไหลท่วมตัว ในตอนนี้เขารู้สึกได้ถึงความเกรงกลัวแล้ว



      “นี่มันหรือว่า นางคือผู้เชี่ยวชาญระดับ ราชันย์สงคราม”



เมื่อเห็นภาพนั้น ผู้คนต่างตกใจ และเมื่อพวกเขามองย้อนไปที่ ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน ในสายตาพวกเขาก็เกิดความเคารพ



พวกเขาไม่รู้ว่าฉิวชุ่ย ฟู่หยานคือใคร แต่เมื่อเห็นว่านางสามารถทำให้ วู่หยา จมลงดินได้ พวกเขาจึงรู้ทันทีว่านางต้องอยู่ในระดับ 1 ราชันย์สงครามเป็นอย่างน้อย



วู่หยา ที่เป็นจำเลยของการกระทำนั้น รู้ตัวทันทีว่าแรงกดดันของนางนั้นมากกว่าเขายิ่งนัก เป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถต่อกรด้วยได้



      “ทำไมเจ้าถึงคุกเข่าลงล่ะ ความโอหังก่อนหน้านี้ไปไหนหมด เจ้าไม่ได้พูดว่า ถ้าใครกล้าพูดไร้สาระอีกแม้แต่คำเดียวข้าจะฆ่าทิ้งซะ และแม้แต่พระเจ้าก็ช่วยไม่ได้ไม่ใช่หรือ” ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน ยิ้มอย่างเย็นชา  สายตาของเธอมองไปที่ วู่หยา พร้อมกับเยาะเย้ย



และในตอนนั้น พื้นที่ยอดเขาก็ตกลงสู่ความเงียบ จนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจเต้นและเสียงหายใจ



ไม่มีใครคิดว่าจะมีระดับราชันย์สงครามอยู่ในผาคนรัก



อย่างไรก็ตามพวกเขารู้ว่าผู้เชี่ยวชาญระดับราชันย์สงครามนั้น ไม่ปล่อยให้วู่หยา เหยียบหยาม หวู่ฉิงเปล่าๆแน่นอน พวกเขารู้ว่ามันต้องมีบางอย่างเกิดขึ้น พวกเขาจึงตั้งใจรอดู



และเป็นเพราะการกระทำของ วู่หยา ก่อนหน้านี้ทำให้พวกเขาโกรธมาก ไม่มีใครพูดที่จะช่วยเขา ทุกคนต่างรอดูเขาโดนลงโทษ



      “หวู่ฉิง ข้อตกลงก่อนที่เจ้าจะสู้กับเขาคืออะไร” ฉิวชุ่ย ฟู่หยานหันไปถามชูเฟิง



      “ผู้อาวุโส ฉิวชุ่ย ก่อนหน้านี้พวกข้าได้ตกลงกันไปว่าผู้แพ้ต้องยอมแลกด้วยชีวิต,” ชูเฟิง พูด



      “แล้วเจ้าจะรออะไรอีกเล่า รีบๆช่วยสงเคราะห์เขาซะทีสิ” ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน พูด



      “รับทราบ!.” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชูเฟิงก็ประสานมือ และเดินไปที่จู เทียนหมิงอย่างไม่ลังเล



เหตุผลที่ชูเฟิงนั้น ไม่เกรงกลัวที่จะเดิมพันชีวิตของเขากับจู เทียนหมิง ต่อหน้าผู้คนจำนวนมากนั้น



มันเป็นเพราะหลังจากเอาชนะ จู ตี่กวงได้ เขาก็ได้รับข้อความจาก ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน



และนางได้กล่าวกับชูเฟิงสั้นๆในตอนนั้นว่า “ต่อสู้เป็นตายกับเขาซะ ข้าจะรับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอง.”



เมื่อมี ฉิวชุ่ย ฟู่หยาน คอยให้ท้ายอยู่ ชูเฟิงจึงรู้สึกมั่นใจมาก นั่นเป็นเหตุผลที่เขากล้าลงมือ และเมินเฉยท่าทางของ วู่หยา



ในตอนนี้ ฉิวชุ่ย ฟู่หยานได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว ชูเฟิงนั้นไม่เหลือความกลัวใดๆเลย เขาสะบัดมือจากนั้นก็เกิดแสงที่มือเขาและกลายเป็นขวานอสูรฟ้าอยู่ในมือของเขา



ในตอนนั้น จู เทียนหมิงรู้ว่าหายนะจะมาถึงเขาแล้ว เขาใช้พลังทั้งหมดและพยายามจะลุกขึ้น แต่ตอนที่เขาจะลุกขึ้นได้ชูเฟิงก็ได้ปรากฏตัวต่อหน้าเขา และชูเฟิงก็ได้เตะหน้าเขาไป 1 ดอก ทำให้เขาล้มลงไปอีกครั้ง 



     “หยุดนะ!” เมื่อเห็นชูเฟิง จะข้าศิษย์รักของเขาวู่หยา ก็ระเบิดเสียงออกมาใส่ชูเฟิง



      “บังอาจ!” อย่างไรก็ตามในตอนที่เขาตะโกนออกมา ฉิวชุ่ย ฟู่หยานก็สะบัดมือของนาง และเกิดเสียงดังปั้ง ทำให้ วู่หยา ลอยออกไป



เมื่อเขาตกสู่พื้นดินนั้น ไม่เพียงมีแค่เลือดไหลออกมาจมูกและปากเท่านั้น ผู้คนที่อยู่รอบข้างต่างเห็นได้ชัดว่ามีรอยมือแดงประทับอยู่บนหน้าของเขา



ต่อหน้า ฉิวชุ่ย ฟู่หยานนั้น วู่หยาไม่สามารถที่จะโจมตีได้แม้แต่ครั้งเดียว

ReadMGA
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////