วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 672 - เพลงดาบตราประทับมังกร

หลังจากกลับมาถึงที่พักของเขา สิ่งแรกที่ขูเฟิงทำคือใช้เนตรสวรรค์ตรวจสอบ ยอดยุทธภัณฑ์ราชวงค์ ไม่สมบูรณ์ ที่เขาได้รับมากจากเจ้าวิหารวู่หย่าอย่างละเอียด



     “นี่คือ...?”



อย่างไรก็ตามบางสิ่งที่ชูเฟิงไม่คาดคิดเมื่อชูเฟิงใช้เนตรสวรรค์ศึกษาว่า ยอดยุทธภัณฑ์ราชวงค์ ไม่สมบูรณ์ มันถูกสร้างขึ้นมาอย่างไร เขาพบว่าตราประทับบนดาบตราประทับมังกรมีการเปลี่ยนแปลงลางๆภายใต้การมองเห็นของเนตรสวรรค์



     “จริงหรอนี่?! มันคือทักษะจริงๆ!”



ท้ายที่สุดชูเฟิงชูเฟิงค้นพบว่ามีทักษะซ่อนเร้นอยู่ภายในตราประทับนั่น นอกจากนี้ทักษะนั้นยังมีชื่อของมัน ‘เพลงดาบตราประทับมังกร’



เพลงดาบตราประทับมังกรนั้นพิเศษเป็นอย่างมาก มากกว่าจะเรียกมันว่าทักษะเฉยๆ แต่มันจะดีกว่าหากเรียกมันว่า ‘สุดยอดเพลงดาบ’ อย่างไรก็ตามบางสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือความแข็งแกร่งที่ทรงพลังของมัน กล่าวได้ว่ามันเหนือชั้นกว่าทักษะระดับ 9 ทั่วๆไป และแน่นอนมันยังเทียบได้กับทักษะต้องห้ามอีกด้วย



แต่การที่จะใช้เพลงดาบตราประทับมังกรได้นั้นผู้ใช้ต้องมี ‘ดาบตราประทับมังกร’ กล่าวได้ว่าเพลงดาบนี้ถูกสร้างขึ้นนี้ สร้างขึ้นเฉพาะดาบตราประทับมังกรเท่านั้น ดังนั้นถ้าชูเฟิงต้องการศึกษาทักษะนี้ เรื่องของดาบตราประทับมังกร เขาก็ไม่อาจปล่อยผ่านมันไปได้ 



      “นี่คือดาบตราประทับมังกรที่มีประวัติยาวนาน...ราวกับมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยคุนรุ่นใหม่ ข้าสงสัยว่าเจ้าวิหารวู่หย่าอาจจะค้นพบเพลงดาบตราประทับมังกรที่ซ่อนอยู่ในดาบตราประทับมังกรนี่แล้วหรือยัง” ชูเฟิงร่าเริงอย่างมากที่ค้นพบเพลงดาบนี้โดยไม่ได้ตั้งใจ



      “เขายังไม่พบมันอย่างแน่นอน แม้ว่าเจ้าวิหารวู่หย่าดูเหมือนจะเข้าใจทักษะรูปแบบวิญญาณที่พิเศษ แต่มันจะเทียบกับเนตรสวรรค์ได้อย่างไร?” ต้านต้านกล่าวด้วยความมั่นใจเป็นอย่างมาก



     “เหอะ! นั่นก็จริง ข้าไม่เห็นต้องสนใจเรื่องนั้น เพราะตอนนี้ดาบตราประทับมังกรเป็นของข้า แน่นอน! เพลงดาบตราประทับมังกรเองก็เป็นของข้าด้วย”



เนื่องจากชูเฟิงเองไม่ได้ฝึกทักษะใหม่ๆมาเป็นเวลานานแล้ว ดังนั้นชูเฟิงจึงเริ่มฝึกฝนเพลงดาบตราประทับมังการที่ได้มาจากดาบตราประทับมังกรโดยไม่หลับไม่นอนทันที ด้วยพรสวรรค์แห่งการบ่มเพาะที่เหนือชั้นและความสามารถในการเรียนรู้อันทรงพลัง ชูเฟิงสามารถทำความเข้าใจเพลงดาบตราประทับมังกรได้ภายในเวลาสั้นๆเพียง 2 วันเท่านั้น



หลังจากไม่ได้นอนอยู่ 2 วันเต็มๆจากการที่เขาฝึกฝนดาบ ชูเฟิงเหนื่อยล้าเล็กน้อย.. ขณะที่ชูเฟิงเพิ่งจะเข้าสู่ห้วงนิทรา เขาก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงเคาะประตูที่เร่งร้อน



      “อืมม….ใครหน่ะ? นี่มันยังเช้าอยู่เลย..ทำไมเจ้าไม่ปล่อยให้ข้านอนต่อเล่า?” เมื่อชูเฟิงตื่น เขาพบว่าค่ำคืนได้ล่วงผ่านไปแล้ว...และภายนอกก็ถูกแทนที่ด้วยแสงสว่าง อย่างไรก็ตามท้องฟ้าเพิ่งสว่าง ตัวเขาเองก็ ‘เพิ่ง’ ได้นอนไปครู่เดียว ดังนั้นชูเฟิงจึงอารมณ์เสียอย่างมาก



อย่างไรก็ตามเมื่อชูเฟิงเตรียมจะเปิดประตูออกไปโวยวาย เขาก็ต้องผงะ ทันทีที่ชูเฟิงเห็นคนที่ยืนอยู่ด้านหลังทางเข้าประตู เขาก็ต้องเก็บความเกรี้ยวกราดที่เขาเตรียมไว้เพื่อโวยวายกลับมาทันที



ทันใดนั้นด้านนอกตำหนักของชูเฟิง มีสาวงามยืนอยู่ 4 คน พวกนางจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ชุน หวู่, เซี้ย หยู, ฉิวซือ, และตง เซวีย



สาวงามทั้ง 4 แต่งกายในรูปแบบเดียวกันทั้งหมดแต่ต่างกันที่สีของกระโปรง ไม่เพียงพวกนางจะงดงาม แต่พวกนางยังเป็นอาหารตาอีกด้วย



พวกนางเปรียบเสมือนดอกไม้ที่เบ่งบานในยาวเช้า มันทำให้ผู้คนปราถนาที่จะใกล้ชิดอย่างไม่รู้ตัว



แม้แต่ชูเฟิงเองก็เบิกตากว้างในตอนนี้ อาการง่วงเหงาหาวนอนที่ยังวนเวียนเขาอยู่ก็พลันหายไปจนหมดสิ้นราวกับควันที่แผ่วเบา



      “เจ้ายังนอนอยู่อีกรึ? นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว? เจ้าเป็นหมูที่มีรูปร่างเป็นบุรุษอย่างแท้จริง!” นี่คือสิ่งแรกที่ชุน หวู่พูด นางเหลือบมองชูเฟิงด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับระบายความไม่พอใจของนางกับเสียงโหวกเหวกโวยวายของชูเฟิงในตำหนักเมื่อสักครู่



      “ศิษย์น้องหวู่ฉิง วันนี้เป็นวันที่ดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์เปิด? แม้ว่าเวลาเปิดของมันยังไม่แน่นอน..แต่มันจะดีกว่าถ้าเราไปที่นั่นแต่เช้า หรือถ้าหากเจ้าพลาดมันคงเป็นความอัปยศน่าดู” เซี้ย หยูพูด



     “วันนี้เป็นวันที่ดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์เปิดรึ?” ความแตกตื่นพุ่งเข้ามาหาชูเฟิงเมื่อคำได้ยินคำเหล่านั้น ใน 2 วันที่ผ่านมา เขาได้ฝึกเพลงดาบตราประทับมังกรอย่างหนัก และเขาล้วนลืมเลือนเหตุการณ์สำคัญนี้



       “ไ..ไอ..ไอ้...ไอ้บ้า!! เจ้าลืมวันที่ดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์เปิด! แล้วมันยังเปิดแค่ครั้งเดียวในรอบ 6 ปี เจ้าบ้าไปแล้วหรือยังไง ?!” ชุน หวู่ถามขณะที่ทำหน้ามุ่ยเมื่อได้เห็นท่าทางของชูเฟิง



      “เอ่อ….ข้า..” ชูเฟิงไม่รู้ว่าจะตอบยังไงเพราะเขาลืมไปสนิทเลย



      “โฮ้..ข้าได้ยินมาว่าศิษย์น้องหวู่ฉิงเก็บตัวบ่มเพาะใน 2 วันที่ผ่านมา เป็นธรรมดาที่จะลืมเลือนเวลาไปบ้าง” เซี้ย หยูกล่าวอย่างราบเรียบเพื่อช่วยให้ชูเฟิงพ้นจากสถานะการณ์นี้ ขณะที่สองสาวงาม ฉิว ซือและตง เซวีย ยืนอยู่เงียบๆโดยไม่เคลื่อนไหวพร้อมกับหัวเราะคิกคักขณะที่มองดูการแสดงนี้



     “เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว งั้นก็ไปกันตอนนี้เลย วันนี้ทุกคนที่ได้รับป้ายสายหมอกและผ่านการทดสอบจะปรากฏตัวขึ้น ข้าเองก็อยากจะเห็นความสามารถของพวกหยิ่งยโสจากเกาะประหารว่าจะมีอะไรบ้าง” ชุน หวู่พูดพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง



     “หมู่เกาะประหาร..เหอะ ข้าสงสัยว่าคนที่ได้รับสมญานามอัจฉริยะอันดับ 1 ในภูมิภาคทะเลตะวันออกอย่าง มู่หรง ซุน จะมาหรือไม่” ชูเฟิงพูด



      “ดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น ดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์จะเปิดเพียง 1 ครั้งในรอบ 6 ปี และทุกๆครั้งผู้คนเพียง 100 คนเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้ นอกจากนั้น พวกที่อายุ 30 ปีหรือมากกว่านั้น ไม่สามารถเข้าไปได้ และมู่หรงซุนเองก็อายุ 30 ปีแล้ว ดังนั้นอาจารย์ข้าจึงไม่ได้ส่งป้ายสายหมอกเพื่อเชิญเขามาที่นี่”



      “ในอีกแง่นึง น้องสาวของเขา มู่หรง ว่าน และคู่หมั่นของเขา หย่า เฟย พร้อมกับอัจฉริยะจำนวนมากจากหมู้เกาะประหารก็ได้รับป้ายสายหมอกแล้ว แล้วเรื่องที่ว่าเขาจะมากับคู่หมั่นของเขาหรือไม่นั้น ข้าไม่อาจทราบได้ แต่ถ้าเขามา มันก็ไร้ประโยชน์ที่คนอายุเช่นเขาจะสามารถเข้าไปในดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์”



      “แต่สำหรับเขาเขาจะรู้สึกอาจจะข่มขื่นเล็กน้อย ไม่ว่าเขาจะเข้าไปหรือไม่ เพราะที่ผ่านมา คนที่ทำสถิติได้สูงสุดคือเขา ซึ่งทำได้ 120 ตราประทับ ซึ่งนี่มันน่าประทับใจอย่างมาก” เซี้ย หยูอธิบายอย่างใจเย็น แต่เมื่อพูดถึงสถิติที่มู่หรง ซุนทำไว้ ความชื่นชนปรากฏขึ้นบนหน้าของนางโดยไม่ได้ตั้งใจ



      “ด้วยตราประทับ 120 ชิ้น สามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นทักษะต้องห้ามได้หรือไม่? และข้าสงสัยว่ามันคือทักษะต้องห้ามชั้นพสุธาหรือไม่?” ชูเฟิงถามด้วยความสงสัย



      “แลกได้แน่ซะยิ่งกว่าแน่! ตราประทับ 100 ชิ้น เพียงพอสำหรับทักษะต้องห้าม แต่สำหรับทักษะต้องห้ามชั้นพสุธา… พูดตามตรงเลยนะข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันมีอยู่จริงหรือไม่ ทุกๆสิ่งในหุบสายหายหมอกดำเนินการด้วยตัวของมันเอง ไม่มีสิ่งใดที่เราสามารถควบคุมได้!”



      “ไม่ต้องพูดถึงรูปแบบสายหมอกนิรันดร์ ถ้าเราสามารถเปิดประตูดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์เมื่อใดก็ได้ตามที่ปราถนา เช่นนั้นแล้วหุบเขาสายหมอกจะเพิ่มพูนความแข็งแกร่งอย่างมหาศาลเลยหล่ะ” เซี้ย หยูอธิบายด้วยรอยยิ้ม



      “ศิษย์น้องหวู่ฉิง เจ้าคงไม่ได้ต้องการแลกตราประทับกับทักษะต้องห้ามชั้นพสุธาใช่มั้ย? ข้าไม่ได้ดูถูกเจ้านะ แต่ตราประทับในดินแดนตราประทับนิรันดร์นั้นไม่ใช่ว่าจะได้รับง่ายๆ ทุกๆครั้งที่ดินแดนเปิดออกมีผู้คนว่า 100 คนเข้าไป อย่างไรก็ตามพวกเขาส่วนใหญ่สามารถเก็บตราประทับได้ค่อนข้างดี แต่กับบางคนก็ไม่สามารถเก็บตราประทับได้จนต้องกลับไปมือเปล่า”



      “แต่คนอย่างมู่หรง ซุนนั้นโดดเด่นเป็นอย่างมาก ตราประทับจำนวน 120 ดวง… แค่คิดถึงมันข้าก็ไม่อยากเชื่อแล้ว สมญานามอัจฉริยะอันดับ 1 แห่งภูมิภาคทะเลตะวันออกนับเป็นอัจฉริยะของแท้เลยทีเดียว”



หลังจากตง เซวียพูดเสร็จ จากคำพูดของนางไม่เพียงบอกว่าตราประทับในดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์นั้นได้รับยากมาก แต่ยังดูเหมือนนางจะชื่นชอบมู่หรง ซุนอยู่ไม่น้อย



     “เช่นนั้น จะเป็นอย่างไรถ้าเขาทรงพลังมากกว่านี้? ไม่ใช่ว่าเขาสารภาพอะไรกับศิษย์พี่ฉิว ซือในตอนท้ายรึ?” ชุน หวู่พูดขั้นในตอนนั้นทันที



ได้ยินคำพูดเหล่านั้น ใบหน้าเซี้ย หยู่และตง เซวียเปลี่ยนแปลงทันที และพูดขึ้นโดยพร้อมเพียงกันว่า “น้องหวู่ เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”



      “น้องหวู่ เจ้า...อย่าพูดสุ่มสี่สุ่มห้า” ในเวลาเดียว ใบหน้าที่งดงามของฉิว ซือซีดขาวขณะที่นางดึงกระโปรงของชุน หวู่ลับๆ



      “โอ้ย! ศิษย์พี่ฉิว ซือ เรื่องอะไรที่จะไม่ให้ข้าพูด? ไม่ใช่ว่าท่านปฏิเสธคำสารภาพรักของมู่หรง ซุนหรือ?”



     “ฮึ่ม... หลังจากดินแดนปิดลง เขาบอกกับท่านว่าห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร จากที่ข้าเห็น คนประเภทนี้เป็นพวกกล้าทำแต่ไม่กล้ายอมรับ และผลที่ตามมาไม่ต่างอะไรจากการเสแสร้ง” ชุน หวู่พูดในขณะที่ปากของนางคดงอ………….
ReadMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////