วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 674 – จำกัดเวลาสิบวัน

     “น้องชาย เจ้าพูดจริงรึ !! เจ้ารู้ใช่ไหม ว่าเจ้าไม่สามารถโกหกเรื่องเช่นนี้ได้ !!” ใบหน้าของผู้เชี่ยวชาญระดับสองเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด คล้ายกับว่าเขากำลังหวาดกลัว



     “มันเป็นเรื่องจริง หากเจ้าไม่เชื่อ ก็สามารถไปสอบถามทุกคนที่เข้าร่วมในงานเลี้ยงคืนนั้นได้เลย !!” ชายหนุ่มกล่าวรับประกัน



     ***** เอื้อก !! *****



     เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้เชี่ยวชาญระดับสอง ก็กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เหงื่อเย็นไหลชุ่มบนใบหน้าของเขา ไม่หลงเหลือความเกลียดชังใดๆ ในขณะที่เขามองไปยัง ชูเฟิง เหลือไว้เพียงแค่ความกังวลในส่วนลึกของหัวใจเขาเท่านั้น



     ในความเป็นจริงนั้น เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงที่นี่เท่านั้น เหล่าผู้คนที่ได้เห็นการต่อสู้ของ ชูเฟิง ในวันนั้น ต่างแพร่กระจายข่าวนี้ออกไปอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ ชูเฟิง กลายเป็นจุดสนใจของทุกๆ คน ตัวตนของเขาก่อให้เกิดทั้งความอิจฉา และรวามหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน



     ด้วยความสามารถของผู้เชื่อมต่อโลกวิญญาณของ ชูเฟิง นั้น เขาสามารถรับรู้ได้ถึงการสนทนาของทุกคน และในขณะที่เขามาถึงยังพื้นที่แห่งนี้ ทุกคนต่างมีท่าที่ที่ผิดปกติ ชูเฟิง จึงใช้อำนาจพลังวิญญาณของเขาแผ่กระจายเพื่อตรวจสอบออกไป



     ชูเฟิง เพียงยิ้มบางๆ ให้กับพวกเขา ในทันทีที่เขารับรู้ถึงการสนทนา และไม่ได้ใส่ใจต่อพวกเขานัก แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงวันนั้น ทำให้ ชูเฟิง มีชื่อเสียงอย่างมาก



     สำหรับเหตุนี้ย่อมก่อให้เกิดทั้งด้านดี และด้านร้าย มีทั้งคนที่หวาดกลัวเขา แงะคนที่คิดจะจัดการเขาในดินแดนตราประทับนิรันดร์



     ถึงอย่างไรเรื่องก็ได้เกิดขึ้นไปแล้ว ชูเฟิง จึงไม่ได้สนใจอีก เพราะอย่างไรก็ตาม ในโลกนี้ล้วนมีแต่ความวุ่นวาย นอกจากจะมีผู้ที่แข็งแกร่งกว่าออกมา และทำให้มันสงบลงเท่านั้น



     “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง ที่ทางเข้าดินแดนตราประทับนิรันดร์มีอยู่สองทาง ทางเหนื่อเพื่อเข้าไปเก็บรวบรวมตราประทับ และอีกทางหนึ่งมีไว้สำหรับแลกทักษะต่อสู้”



     “ทางเข้าแรกจะเปิดในวันนี้ และจะปิดตัวลงในเวลาสองชั่วโมง ส่วนทางเข้าที่สองจะเปิดทั้งวัน ในสิบวันหลังจากวันนี้”



     เซี๊ยะ หยู กล่าวพลางชี้ไปที่จุดศูนย์กลางของพื้นที่ ที่ตรงนั้นมีการก่อตัวของรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณตั้งอยู่ มันดูคล้ายกับจะอ่อนแอ แต่ ชูเฟิง สามารถบอกได้ทันทีว่ามันไม่ธรรมดาแม้แต่น้อย



    “นี่หมายความว่า หนึ่งคนสามารถอยู่ภายในดินแดนตราประทับนิรันดร์เพื่อรวบรวมตราประทับได้สิบวัน หากภายในสิบวันพวกเขาไม่ออกมา พวกเขาก็จะพลาดโอกาสในการแลกตราประทับเช่นนั้นรึ !?” ชูเฟิง กล่าวถาม



     “อืม…ถูกต้อง !!” เซี๊ยะ หยู พยักหน้ารับ



     “ศิษย์พี่ เซี๊ยะ หยู มันจะเป็นไปได้ไหมว่า หาเข้าไปแล้วไม่ออกมาภายในสิบว้น แต่ยังคงอยู่ต่อเพื่อเก็บรวบรวมตราประทับ และกลับออกมาในอีกหกปีหลัง หากเป็นเช่นนี้ ข้ามั่นใจว่าจะสามารถแลกเปลี่ยนทักษะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งได้แน่นอน !!” ชูเฟิง กล่าวถามด้วยความสงสัย



     “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง เจ้าคิดมากเกินไป มันเคยมีคนที่เคยลองมาก่อน และมันคือการกระทำที่งี่เง่าอย่างมาก ภายในหกปีหลังจากนั้น พวกเขาจะเหลือแม้แต่ซากใดๆ ภายในดินแดนตราประทับนิรันดร์ เจ้ารู้หรือไม่ ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น !?” เซี๊ยะ หยู กล่าว



     “ไม่รู้ !!” ชูเฟิง ส่ายศรีษะ



     “เพราะในดินแดนตราประทับนิรันดร์นั้นอันตรายอย่างมาก ไม่มีผู้ใดที่สามารถอยู่รอดได้ภายใต้สถานภาพเช่นนั้น แต่ภายในสิบวันนี้มันจะเงียบสงบอย่างมาก แต่จงจำไว้ว่า ในความเงียบสงบ  ก็ยังมีอันตรายแอบแฝงอยู่ !!” 



     “และภายในดินแดนตราประทับนิรันดร์จะไม่มีทางออก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ต้องพกยันต์นิรันดร์เข้าไปภายในดินแดนตราประทับนิรันดร์ !!”



     “ยันต์นิรันดร์คือเครื่องมือที่ใช้นำพาออกจากดินแดนตราประทับนิรันดร์ แต่เพราะมันมีเพียงหนึ่งร้อยใบ และไม่สามาาถสร้างขึ้นมาได้อีก นี่จึงทำให้สามารถมีผู้เข้าไปในดินแดนตราประทับนิรันดร์ได้เพียงหนึ่งร้อยคนเท่านั้น !!” เซี๊ยะ หยู อธิบาย



     “มันเป็นเช่นนี้นี่เอง ขอบคุณศิษย์พี่ เซี๊ยะ หยู ที่ชี้แนะ !!” ในที่สุด ชูเฟิง ก็เข้าใจถึงความเป็นไปของ ดินแดนตราประทับนิรันดร์



    “เพราะฉะนั้น ศิษย์น้อง หวู่ฉิง มันจะดีกว่าถ้าพวกเราไปพร้อมกัน !! พวกเราจะได้ดูแลความปลอดภัยของเจ้าได้ !!” ชุน หวู กล่าว



     “ใช่ !! ศิษย์น้อง หวู่ฉิง มันจะดีกว่าการไปคนเดียว หากเราไปพร้อมกันทั้งห้าคน !!” ตง เซวีย  และ เซี๊ยะ หยู กล่าวออกมาพร้อมกัน แม้ ฉิว ซือ จะไม่ได้กล่าวอะไรออกมา แต่นางก็ยิ้มบางๆ แทนการชวน ชูเฟิง ให้ไปพร้อมกัน



     “ขอบคุณมาก ศิษย์พี่ !!” มันยากที่จะปฏิเสธความหวังดีเช่นนี้ ชูเฟิง จึงไม่ได้กล่าวปฏิเสธพวกนาง และในความเป็นจริงนั้น ชูเฟิง ก็มีความคิดเห็นตรงกับพวกนาง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน



     และในความเป็นจริงนั้น เหล่าผู้คนของหมู่เกาะประหารที่อันตราย ก็ยังเข้าไปยังดินแดนตราประทับนิรันดร์ และแม้แต่ หยา เฟย ก็ยังเข้าไป ชูเฟิง ก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะพบกับนางในนั้นหรือไม่ หากพวกเขาพบนางเข้า แน่นอนเลยว่า จากความอำมหิตของนาง นางย่อมจะทำร้าย ชูเฟิง อย่างแน่นอน



     ถึงแม้ว่าจะมียันต์นิรันดร์ ที่สามารถส่งตัวเขากลับออกมาได้ในเวลาคับขัน แต่หากเป็นเช่นนั้น มันย่อมจะทำให้เขาพลาดโอกาสที่จะรวบรวมตราประทับ



     ดังนั้น การเดินทางไปพร้อมกับสี่สาวงามจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฉิว ซือ ที่มีความแข็งแกร่งเทียบได้กับ หยา เฟย ที่มีพลังถึงระดับห้า ขั้นจ้าวสงคราม หากเกิดการต่อสู้ภายในดินแดนตราประทับนิรันดร์นั้น นางย่อมสามารถปกป้อง ชูเฟิง ได้อย่างแน่นอน




     “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง และท่านสุภาพสตรีมาทางนี้ !! ข้าจะแนะนำเพื่อที่ดีที่สุดของข้าให้รู้จัก !!”


     “ฉิน ยู่ , หลาน ซี , หวาง หลง พวกเขาคือตัวแทนทั้งสามของศิษย์จากสำนักสี่คาบสมุทร แม้ว่าพวกเขาจะจบออกไปภายในปีหน้า แต่พวกเขาคือศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักสี่คาบสมุทรในตอนนี้”



     ในเวลานั้น เกา เฉียง ก็เดินเข้ามา พร้อมด้วยผู้ชายสองคน และผู้หญิงหนึ่งคนเดินตามมาที่ด้านหลัง ผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลามีชื่อว่า ฉิน ยู่ ผู้ชายที่ร่างกายกำยำสูงใหญ่มีขื่อว่า หวาง หลง และหญิงสาวที่มีรูปร่างเล็กมีชื่อว่า หลาน ซี



     พวกเขาทั้งสามคนล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญในระดับสี่ ขั้นจ้าวสงคราม แม้ว่าพวกเขาจะมีอายุใกล้เคียงสามสิบ แต่ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะมองข้ามไปได้



     “ข้า หวู่ฉิง ยินดีที่ได้พบทุกๆ คน !!” ในตอนแรกที่ ชูเฟิง ได้มายังเขตทะเลตะวันออกนั้น เขาได้ไปยังสำนักสี่คาบสมุทร อีกทั้ง จาง เทียนยี่ , เจียง หวู่ชาง , ซูรู่ และ ซูเหม่ย ก็ได้เข้าไปฝึกฝนในสำนักสี่คาบสมุทร จึงเป็นธรรมดาที่ ชูเฟิง จะรู้สึกดีต่อผู้ที่มาจากสำนักสี่คาบสมุทร



     ในฐานะที่พวกเขาทั้งสามคนเป็นศิษย์ของสำนักสี่คาบสมุทร พวกเขาได้รับการฝึกฝนมากว่าสี่ปี เพื่อให้ได้รับคุณสมบัติที่จะสามารถเข้าสู่ดินแดนตราประทับนิรันดร์ได้ 



     แต่ ชูเฟิง ได้ยินมาว่าคนจากหมู่เกาะประหารสามสิบคน ได้รับป้ายหมอก เพื่อเข้าสู่ดินแดนตราประทับนิรันดร์ และผู้ที่อ่อนแอที่สุดในพวกเขานั้น กลับมีพลังถึงระดับสี่ ขั้นจ้าวสงคราม 



     ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบระหว่างหมู่เกาะประหาร และสำนักสี่คาบสมุทรที่มีตัวแทนมาเพียงสามคน อีกทั้งยังมีพลังเพียงระดับสี่ ขั้นจ้าวสงครามนั้น มันทำให้เห็นถึงความแตกต่างของความแข็งแกร่งของทั้งสองอำนาจนี้อย่างชัดเจน



     แต่ก็ช่วยไม่ได้ หากจะนำสำนักสี่คาบสมุทรไปเปรียบเทียบกับขุมพลังที่ยิ่งใหญ่อย่างหมู่เกาะประหาร มันจึงทำให้สำนักสี่คาบสมุทรดูอ่อนแอลงไปมาก



     สำหรับ ฉิน ยู่ , หวาง หลง และ หลาน ซี นั้น พวกเขามีทัศนคติที่ดีต่อ ชูเฟิง อย่างมาก เพราะพวกเขาได้ฟัง เกา เฉียง เล่าถึงความสำเร็จของ ชูเฟิง ที่กล่าวบอกได้ว่าเขาคืออัจฉริยะที่หาได้ยาก ดังนั้น พวกเขาจึงอยากเป็นสหายกับ ชูเฟิง



     อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบการแสดงออกของ ชูเฟิง ที่มีต่อพวกเขาทั้งสี่คนนั้น เหล่าสาวงามทั้งสี่ต่างแสดงท่าทีที่เย็นชาออกมาต่อศิษย์ของสำนักสี่คาบสมุทรอย่างเห็นได้ชัด

ReadMGA
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////