วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 675 - การรวมตัวของชนชั้นสูง


     “ดูนั่น นั่นคนจากหมู่เกาะประหาร หว้า นางเป็นใครกันนางช่างงดงามเหลือเกิน!”



     “ถูกต้อง ความงามของนางอาจเทียบเท่า สาวงามสี่ฤดูเลย ข้าไม่คิดเลยว่าหมู่เกาะประหารจะมีสาวงามเช่นนาง!”



      “เจ้าช่างโง่เขลายิ่งนัก หุบปากซะ นั่นคือลูกสาวของผู้นำหมู่เกาะประหารและเป็นน้องสาวของมู่หรง ซุน มู่หรง ว่าน ดูเหมือนเจ้าอยากตายสินะที่พูดถึงนางลับหลังเล่นเช่นนี้”



ในตอนนั้นก็เกิดความวุ่นวายขึ้นในที่แห่งนั้น บางคนมองไปที่กลุ่มสาวในที่แห่งนั้นและตัดสิน ภาพลักษณ์ของพวกนาง และมีบางคนนั้นรู้ว่าพวกนางคือคนของหมู่เกาะประหาร



ระดับการบ่มเพาะของคนในกลุ่มนั้นแข็งแกร่งมาก ระดับน้อยสุดน่าจะอยู่ที่ระดับ 4 จ้าวแห่งสงคราม พวกนางอายุยังไม่มากนักและถูกนำโดยคนที่อยู่ในระดับ 5 จ้าวแห่งสงคราม



ระดับ 5 จ้าวสงครามนั้นไม่เพียงจะมีพลังที่แข็งแกร่ง รูปลักษณ์ของเธอยังโดดเด่นอีกด้วย เธอนั้นยังไม่เข้าสู่วัยชราและอายุยังไม่น่าจะเกิน 20 ปี และเมื่อมองไปที่ใบหน้าละอ่อนและบริสุทธิ์นั้น ผู้คนต่างรู้ดีว่าเธอยังเยาว์วัยอยู่



นอกจากนี้ จากการเคารพและความเกรงกลัวของคนจากหมู่เกาะประหารที่อยู่ข้างหลังนานนั้น ทำให้ชูเฟิงรู้ว่า นางคือ มู่หรง ว่าน



     “นั่นมัน คู่หมั้นของผู้นำน้อยของหมู่เกาะประหาร 1 ใน 3 สาวงามของภูมิภาค หย่า เฟยไม่ใช่หรือ” ในเวลานั้น ภายในกลุ่มก็มีสาวงามปรากฏขึ้นอีกคน และนั่นเป็นคนที่ชูเฟิงคุ้นหน้าดี



ผู้หญิงคนหนึ่งที่มาด้วยความงามที่โดดเด่น ด้วยรูปร่างที่สง่างามและใบหน้าที่งดงาม ทำให้เลือดกำเดาของพวกเขาไหลออกมา ในที่แห่งนี้มีเพียงคนเดียวกับนั้นที่สามารถงดงามเทียบกับหย่า เฟย ได้ มีแค่ ฉิว ชือ เท่านั้น



และด้านหลังของเธอนั้น ก็มีผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในระดับ 4 จ้าวแห่งสงครามติดตามมา



    “อาจพูดได้ว่า หย่า เฟย และ ฉิว ซือ นั้นมี ชื่อเสียงในระดับเดียวกัน วันนี้พวกเขาได้เห็นกับตาแล้ว พวกนางช่างโดดเด่นยิ่งนัก.” เมื่อเห็นหย่า เฟย เกาเฉียง และคนอื่นๆ ก็พูดคุยกัน



     “ข้าคิดว่าแม่นางฉิว ชือนั้นงดงามราวกับน้ำแข็ง ส่วน แม่นาง หยา เฟย นั้นราวกับไฟ ที่ทำให้เลือดเราเดือดปู้ดปู้ด และต้องการเข้าไปขายขนมให้กับนาง ฮ่าๆ.” หวัง หลง พูดขึ้น



     “ฮึ่ม เธอก็แค่ผู้หญิงจากซ่องคนหนึ่ง จะมาเทียบกับศิษย์พี่ ฉิว ชือ ของข้าได้อย่างไร” ชุน หวู่ แค่นเสียงออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของหวาง หลง



     “เอ๊ะ ฮี่ๆ แม่นาง ชุน หวู่ พูถูกแล้ว หย่า เฟย นั้นเทียบกับแม่นาง ฉิว ชือ ไม่ได้หรอก ดูดีดีแล้ว แม่นาง ชุน หวู่ ยังงดงามกว่าเสียอีก!” หวาง หลง พูด



     “ฮึ่ม.” อย่างไรก็ตามต่อหน้าคนเช่นหวัง หลง ชุน หวู่ ก็แค่นเสียงอีกครั้ง ความไม่พอใจในสายตาของเธอนั้นไม่ได้หายไป แต่มันกลับเพิ่มขึ้น



แต่เมื่อนึกถึงความจริงแล้ว ชุน หวู่ก็ต้องยอมรับว่าการปรากฏตัวของหย่า เฟย นั้นสร้างความวุ่นวาย และบดบังรัศมีของ มู่หรง ว่าน ซะมิด นางนั้นช่างมีเสน่ห์อย่างยิ่งโดยเฉพาะระดับพลังของนางนั้นมีเหนือกว่า ฉิว ชือ เสียอีก



ในตอนนั้น ผู้คนก็เริ่มเปรียบเทียบระหว่าง ฉิว ชือ และ หย่า เฟย แต่ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไรในสายตาพวกเขานั้นพวกงามก็เป็นสาวงามที่งามยิ่งอยู่ดี



      “มู่หรง ว่าน ดูเหมือนจะไม่ค่อยถูกกับพี่สะใภ้เสียเท่าไหร่นะ” ในขณะที่ ผู้คนโฟกัสไปที่หย่า เฟย และ ฉิว ชือ ชูเฟิงก็มองไปที่ มู่หรง ว่าน เขาเห็นว่านางมองมาที่หย่า เฟย ด้วยสายตารังเกียจ



     “ข้าเคยได้ยินว่า ทั้ง 2 นั้นมีปัญหากันมาก่อน และจากที่เห็นในวันนี้ข่าวลือนั่นคงเป็นจริง,” เซี้ย หยู พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม



     “ดูนั่น คนจากหมู่เกาะประหารกำลังมาอีก พวกเขาช่างน่าสนใจยิ่งนัก เห็นได้ชัดว่าพวกเขามารวมตัวกันแต่ไม่ได้มาด้วยกัน.” ในตอนนั้น ก็มีกลุ่มคนเดินขึ้นมาบนยอดเขาเพิ่ม



ในกลุ่มนั้นมีผู้คนอยู่ในกลุ่มหลายคน และนำโดย ชาย และ หญิง คู่หนึ่ง ซึ่งมีระดับ 5 จ้าวแห่งสงคราม



     “ชายคนนี้ ชื่อ ฉาน เฟิง เขาเป็น บุตรของ ฉาน จิวเสี่ยว ที่เป็น นิรันดร์ ลำดับ 2 เขายังหนุ่มยิ่งนัก ในด้านของพลัง อาจเทียบเท่ากับ มู่หรง ว่าน หรือ หย่า เฟยได้เลย,” เซี่ย หยู ส่งสารทางจิตไปบอกพวกชูเฟิงและคนอื่นๆ



     “ฉาน เฟิง อย่างนั้นหรือ เขาช่างดูเป็นคนที่โหดเหี้ยมจริงๆ" หลังจากได้ยินคำพูดของ เซี้ย หยู ชูเฟิงก็พูดขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทางของคนคนนั้น



อย่างไรก็ตาม ชูเฟิงรู้ว่า ความโหดเหี้ยมของชายคนนี้ไม่ได้มาจากท่าทางแต่มันมาจากกลิ่นอายบนตัวเขา ชูเฟิง ยังรู้สึกอีกว่ามือของเขาต้องเปื้อนเลือดอย่างมาก และมีหลายชีวิตที่ตายด้วยมือของ ฉาน เฟิง อาจเป็นหมื่นคนเลยก็เป็นได้ 



หลังจาก ผู้คนจากหมู่เกาะ ประการปรากฏตัวขึ้น บางคนก็มาเดี่ยวบางคนก็มาคู่บางคนก็มาเป็นกลุ่ม แต่นอกเหนือจาก มู่ หรงว่าน ฉาน เฟิง และ หย่า เฟย นั้นไม่มีใครโดดเด่นเลย



หลังจาก ผู้คนจากหมู่เกาะประหารปรากฏตัวขึ้นครบ ก็เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทุกคนนั้นมีคุณสมบัติที่จะได้เข้าร่วม หมู่เกาะประหาร ชูเฟิงนั้น ต้องการความสงบ และรอคอยเวลาเปิด ดินแดนตราประทับนิรันดร์ แต่เขาไม่สามารถทำอะไรเกี่ยวกับสายตาที่จ้องมายังเขาได้ แน่นอนว่าคือสายตาของ หย่า เฟย ไม่เพียงนางจะค้นพบเขา นางยังบอกให้คนในกลุ่มให้รอแล้วก็เดินมาเขาอีกด้วย



     “ดูนั่น หย่า เฟย กำลังเดินมาทางนี้!”



     “หว้า สาวงามคนนี้กำลังเดินมาทางข้า!”



เมื่อเห็น หย่า เฟย เดินมาทางพวกเขา ผู้คนที่อยู่ใกล้กับชูเฟิง ก็สับสนอย่างมาก พวกเขาไม่คิดว่าทำไม หย่า เฟย ถึงเดินมา เพราะพวกเขานั้นไม่รู้จัก หย่า เฟย



ในที่สุดนั้น พวกเขาก็คิดว่าหย่า เฟย จะมาทักทาย ฉิว ชือ เพราะนางเป็นคนมีชื่อเสียงในระดับเดียวกัน จึงทำให้พวกเขาคิดว่าทั้งคู่เป็นคู่แข่งกัน



อย่างไรก็ตามไม่มีใครคิดว่าเมื่อ หย่า เฟย เข้ามาใกล้แล้ว นางจะไม่ได้เดินไปหา ฉิว ชือ แต่กับเดินตามไปที่ชูเฟิง จากนั้นก็พูดพร้อมรอยยิ้มว่า “ พูดตามตรง ข้าไม่คิดว่าข้าจะเจอเจ้าที่นี่.”



      “นั้นสิ! ช่างบังเอิญเสียจริง!”ชูเฟิง พูดด้วยรอยยิ้ม โดยท่าทางของเขาไม่ได้เปลี่ยนอะไร



     “ดูเหมือนเจ้าจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วม ดินแดนประทับนิรันดร์ด้วยใช่หรือไม่ เจ้าคงผ่านงานเปิดม่านมาอย่างนั้นสินะ” หย่า เฟย ถามด้วยรอยยิ้ม



     “โอ้! โทษที เจ้ากล่าวผิดแล้วข้าได้สิทธิ์เข้าร่วม เพราะป้ายสายหมอก!.” ชูเฟิง พูดพร้อมแสดงป้ายสายหมอกในมือของเขา



หลังจากเห็นป้ายในมือชูเฟิง นางก็ไม่ได้ตกใจและพูดว่า “ ข้าได้ยินว่าดินแดนตราประทับนิรันดร์นั้นอันตรายยิ่งนัก หลังจากเจ้าเข้าไป เจ้าต้องระวังให้มากๆ!.” หลังจาก ทิ้งคำพูดเอาไว้นางก็หมุนตัวกลับแล้วเดินออกไป

ReaDMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////