วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 676 - -เข้าสู่ดินแดนอมตะ


     “ว้าว!!! น้องชาย หวู่ฉิง เจ้าช่างไม่ธรรมดาจริงๆ เจ้ารู้จักหย่า เฟย ด้วยอย่างนั้นหรือ” หลังจาก หย่า เฟย เดินไป หวาง หลง ก็เดินเข้ามาด้วยความสนใจ



นั่นเพราะหย่า เฟย นั้นยิ้มและมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน และท่าทางของนางนั้นเหมือนพูดกับสหายเก่า และไม่มีเจตนาร้ายกับชูเฟิง



     “โฮ่…” เมื่อได้ยินเช่นนั้นชูเฟิงก็ยิ้มแต่ไม่ได้ตอบไป เขารู้สึกว่าแม้ หวาง หลง จะมีระดับบ่มเพาะ แต่เขานั้นก็ไม่ค่อยฉลาดนัก ชูเฟิงจึงไม่พูดอะไร



     “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง ดูเหมือนเจ้าจะมีความสัมพันธ์บางอย่างกับ หย่า เฟย สินะ” เมื่อเห็นการโต้ตอบสนอง ตอนนั้น เซี้ย หยู ก็ส่งข้อความทางจิตมาถาม และในเวลาเดียวกัน ชุน หวู่ และคนอื่นก็เชนกัน.



     “มันมีบางอย่างเกิดขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่มีค่าพอที่จะพูดถึงมันหรอก.” แน่นอน ว่าชูเฟิงไม่ได้บอกพวกนางไป เพราะชูเฟิงยังไม่เชื่อใจพวกนางอย่างจริงจัง



     “ศิษย์น้องหวู่ฉิง เลิกคิดเยอะแล้วตามพวกเราไปในดินแดนตราประทับนิรันด์เถิด แล้วทุกสิ่งจะดีขึ้น ถ้าเจ้ามากับเรา ก็ไม่ต้องกังวลว่าใครจะกล้าทำอะไรเจ้า เพราะที่นี่นั้นคือหุบเขาสายหมอก.” ชุน หวู่ ส่งข้อความทางจิตไปหาชูเฟิง



*หึ่ม หึ่ม หึ่ม*



ในตอนนั้นก็เกิดเสียงดังก้องที่ศูนย์กลางสถานที่นั้น และยอดของภูเขาลุกนี้เริ่มที่จะสั่นไหวผู้คนนั้นต่างเห็นว่ามีบางอย่างกำลังปรากฏตัวขึ้น และต่อมานั้นพวกเขาก็รู้ทันทีว่ามันคือ ประตู นั่นเอง



ประตูสูงกว่า 100 เมตร มีแสงระยิบระยับทั่วทุกที่ มันช่างยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามนัก ในตอนนั้น ประตูก็เริ่มเปิดขึ้นอย่างช้าๆ และมีหมอกหลากสีปรากฏขึ้นรอบๆประตู 



และเมื่อมองผ่านไปนั้น ผู้คนต่างได้เห็น ด้านในประตูมันมี ยอดเขาที่สูงเสียดฟ้า นกกระเรียนที่กำลังบินอยู่ และแม้กระทั่งน้ำตก เห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้เป็นเพียงโลกที่แยกออกมา แต่มันเป็นดินแดนอมตะ



     “ดินแดนตราประทับนิรันดร์ นี่คือแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวยุทธ ต่างรอคอย และในที่สุดข้าก็ได้โอกาสที่จะเข้าไปในที่แห่ง นั้น หว่ะฮ่าๆ!!! …”



ในตอนนั้นก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้น และปรากฏร่าง หญิงชราบินมาจากยอดเขาและพุ่งตรงไปยังจุดศูนย์กลางของสถานที่แห่งนั้น และเมื่อมองไปที่เสื้อผ้าของหญิงชรานั่น ผู้คนก็นึกออกทันทีว่านางนั้นเป็น 1 ใน ผู้พิทักษ์ของหุบเขาสายหมอก



      “นาง พูดอะไรกัน ดินแดนตราประทับนิรันดร์ คือ ดินแดนศักดิ์ของชาวยุทธ อย่างนั้นหรือ” เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ผู้คนต่างตกใจและยากที่จะเชื่อ



อย่างไรก็ตาม หญิงชราคนนั้นก็ตะโกนว่า “ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ข้ามาแล้ว!” แล้วก็บินตรงไปยังประตูนั่น



*ตูม*



แต่เมื่อหญิงชราแตะโดน หมอกหลากสี ก็เกิดเสียงระเบิดดังตู้ม และหมอกสีโลหิตก็ ปรากฏขึ้นในสายตาของทุกคน



     “สวรรค์ คนคนนั้นทำอะไรกัน ดูเหมือนว่านางกำลังรนหาที่ตาย มีเพียงผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 30 ปีเท่านั้นถึงเข้าไปได้ ถ้าฝ่าฝืนก็เท่ากับตาย!” เมื่อเห็นเช่นนั้นพวกเขาต่างเข้าใจในทันที



     “อ่า ดูเหมือนจะมีคนที่ไม่ต้องการมีชีวิตอยู่อย่างนั้นสินะ.” ในตอนนั้น เซี่ย หยู ก็สายหน้า



     “ศิษย์พี่ เซี่ย หยู เกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ว่าคนคนนั้นก็มาจากหุบเขาสายหมอกอย่างนั้นหรือ หญิงชราคนนั้นน่ะรู้ว่าไม่สามารถเข้าร่วมดินแดนตราประทับนิรันดร์ได้เหตุใดถึงทำเช่นนั้นเล่า” ชูเฟิง ถาม



      “พูดตามตรง มีบางคนคิดว่า ดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์นั้นคือทางเข้า สู่แดนศักดิ์สิทธิ์ของชาวยุทธ ดังนั้นพวกเขาจึงคิดหาทางมาที่ หุบเขาสายหมอก และเมื่อประตูดินแดนตราประทับนิรันดร์ปรากฏขึ้นพวกเขาก็จะพุ่งเข้ามาโดยไม่คิดชีวิต,” เซี่ย หยู อธิบาย



      “ดังนั้นหมายความว่า ท่านรู้ว่านางต้องตายตั้งแต่แรกแล้ว ทำไมถึงไม่ห้ามนาง” ชูเฟิงสงสัย เพราะระดับของหญิงชรานั้นไม่สูงมาก ดังนั้น เซี่ย หยูที่ระดับสูงกว่าควรจะหยุดได้



      “เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นปกติ มันไม่มีทางหยุดได้หรอก พวกเขามักคิดว่าตนนั้นถูกเสมอไม่ว่าคนอื่นจะพูดเช่นไร พวกเขาก็ไม่เชื่อ และข้าเกรงว่าแม้กระทั่งพวกเขาตายไปก็จะยังคิดว่าดินแดนตราประทับนิรันดร์คือ ทางเข้าแดนศักดิ์สิทธิ์”



     “ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่จะหยุดพวกเขา มันคงดีกว่าถ้าปล่อยให้พวกเขาได้ตายไป อย่างน้อยก็เป็นบทเรียนให้กับคนในอนาคต” เซี่ย หยูพูด



เมื่อได้ยินเช่นนั้นชูเฟิงจึงเข้าใจทันที บางทีท่านหญิงเพียวเมี้ยว ก็คงทำเช่นเดียวกัน เพราะนางไม่ต้องการปล่อยให้คนมาที่หุบเขาสายหมอกเพื่อเป้าหมายประหลาดๆนี้ 



     “เด็กน้อยจากภูมิภาคทะเลตันออกเอ๋ย ประตูสู่ดินแดนตราประทับนิรันดร์ ได้เปิดขึ้นแล้ว พวกเจ้าพร้อมแล้วหรือยัง”



ในตอนนั้นก็มีเสียงดังขึ้น เมื่อมองไปที่ต้นเสียง ทุกคนก็เห็นร่างๆหนึ่งยืนอยู่เหนือประตู และเจ้าของร่างนั้นก็คือ ท่านหญิง เพียวเมี้ยว



*วูบ* หลังจากท่านหญิงเพียวเมี้ยวปรากฏตัวขึ้น นางก็สะบัดแขนของตน และนั่นทำให้เกิดเส้นแสงกว่าหลายร้อยเส้นพุ่งตรงไปที่ คนรุ่นเยาว์ 



      “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง รีบคว้ามันไว้เร็วเข้ามันคือ ยันต์นิรันดร์.” เซี่ย หยู รีบเตือน ชูเฟิง และในเวลาเดียวกัน เธอและเหล่าพี่น้องก็รีบไปคว้าแส้นแสงนั่นเช่นกัน.



ชูเฟิงไม่รอช้า เขารีบทำตามพวกนาง



*ฉึบ ~~*



หลังจากเส้นแสงนั้นได้เข้ามาสู่มือเขา เขาก็รู้สึกได้ถึงความอุ่นจากมัน และจากนั้นในเวลาสั้นๆ มันก็หายไป เมื่อชูเฟิงแบมือของเขาออกมาเขาก็พบ สัญลักษณ์บนฝ่ามือของเขา นอกจากนี้มันก็สั่นราวกับมีชีวิต



     “มันคือยันต์นิรันดร์ที่ใช้เพื่อหลบหนีจาก ดินแดนตราประทับนิรันดร์ เมื่อเจ้าพบกับความอันตราย หรือต้องการออกจากที่นั่น เจ้าแค่ถ่ายพลังไปที่มัน มันก็จะย้ายเจ้าออกมาจากที่นั่นและมาที่นี่ได้"



      “ท้ายที่สุดข้าขอเตือนเจ้า ว่าดินแดนตราประทับนิรันดร์เปิดขึ้นเพียง 10 วัน ภายใน 10 วันเจ้าต้องออกมามิเช่นนั้นเจ้าจะต้องพบกับความตายอย่างแน่นอน”



     “ไปซะ! ไปสร้างปาฏิหาริย์ด้วยมือเจ้า เจ้าจะได้รับทักษะสุดยอดมาหรือไม่ ไปแสดงพลังของเจ้าให้มันเห็นซะ และทำให้มันยอมรับเจ้าซะ.” ท่านหญิง เพียวเมี้ยว พูดปลุกกำลังใจ



หลังจากเธอพูดจบแล้ว เกือบทุกคนที่มี ยันต์นิรันดร์อยู่ในเมืองก็รีบบินพุ่งตรงไปสู่ประตูทันที



     “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง จับมือข้าไว้ มิฉะนั้นหลังจากเข้าไปแล้วพวกเราจะถูกจับแยกโดยรูปแบบวิญญาณ,” ชุน หวู่ พูดบอกชูเฟิง



เมื่อเขามองกลับไป เขาก็เห็นว่า ทั้ง 4 นั้นกำลังจับมือกันอยู่ และชุน หวู่ ก็ยืนมือที่ขาวเนียนของนางมีให้เขา



เมื่อเห็นเช่นนั้น ชูเฟิง ก็ยิ้มและไม่รอช้าเขารีบยื่นแขนออกไปจับมือที่ของ ชุน หวู่ จากนั้นก็พุ่งเข้าไปยังประตูพร้อมกับทั้ง 4 ท่ามกลางสายตาคนจำนวนมาก



อย่างไรก็ตาม เมื่อชูเฟิงและคนอื่นๆเข้าไปแล้ว ด้านหลังก็มีหย่า เฟย ที่กำลังจับมือกับลูกน้องอยู่ นางไม่รีบที่จะเข้าไปนางบอกจนกระทั่งชูเฟิงได้หายไปและพูดด้วยเสี่ยวต่ำว่า “ เจ้าสารเลวนั่น อย่าคิดว่าสิ่งนั้นจะสร้างความกลัวให้แก่ข้าได้ เจ้าก็ทำได้แค่ตามก้น หญิงสาวเท่านั้น ถ้าเจ้าพบข้าเพียงลำพังข้าจะสอนให้เจ้ารู้ถึงความตาย.”

ReadMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////