วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 680 - แบ่งปันแก่กันและกัน


     “มันค่อนข้างดีสำหรับศิษย์น้องหวู่ฉิงที่จากไป  จริงๆแล้วศิษย์น้อง ตง เซวียก็ไม่ได้ห้ามเขา ซึ่งข้าเองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน ทุกๆ 6 ปี ดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์นี้เปิดเพียง 1 ครั้งใน ข้าเองก็ไม่อยากล่าช้าเพราะเขา”



     “ แต่ชุน หวู่ นางก็ดื้อรั้นแบบนั้น อย่างไรก็ตามเมื่อนางเลือกเส้นทางนั้น นางก็ไม่สามารถตำหนิผู้อื่นได้ นางอาจจะไม่ประสบความสำเร็จได้ หากไม่ได้ความช่วยเหลือจากพวกเรา ”



      “เวลาที่ดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์ได้ปิดลง และนางคงจะแลกเปลี่ยนทักษะระดับต่ำ ก็ปล่อยให้นางรู้สึกเสียใจไปเถอะ” ใบหน้าของเซี้ย หยูไม่มีแม้แต่รอยยิ้ม ใบหน้าของตง เซวียเองก็เช่นกัน ซึ่งมันอาจจะน่ากลัวอย่างมาก



      “แต่ความอันตรายของดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์เป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ และศิษย์น้องหวู่ฉิง เองก็มีความขัดแย้งบางอย่างกับหย่าเฟย จะไม่ดีกว่าหรือถ้าพวกเขาทั้งสองจะ…?” ฉิว ซือกล่าวด้วยความกังวลเล็กน้อย



      “ข้าได้กล่าวไปแล้ว ศิษย์น้องฉิวซือเจ้ามีนิสัยที่คำนึงถึงผู้อื่นมากเกินไป แต่มีผู้ใดบ้างที่คำนึงถึงเจ้า? อย่าลืมว่าในโลกของผู้บ่มเพาะเป็นที่ที่ผู้แข็งแกร่งเข่มเหงผู้อ่อนแอ ถ้าเจ้ายังเป็นเช่นนี้ ข้ากังวลว่าเจ้าจะถูกขายออกไปให้ใครสักคนในวันนึง” ตง เซวียกล่าวอย่างไม่พอใจเล็กน้อย



      “ก็ได้ ก็ได้ อย่าเถียงกันเพราะหวู่ฉิงเลย แม้ว่าพวกเราจะไม่มีเขาเป็นตัวถ่วง พวกเราก็ยังต้องรักษาเวลา ฉิว ซือเจ้าคงไม่ต้องการได้รับตราประทับน้อยกว่าหย่าเฟยในตอนนี้ใช่มั้ย?” เซี้ยหยู๋ถามฉิวซือ



      “ข้า...” ฉิว ซือไม่ได้ตอบ แต่ท่าทางกลับเป็นคำตอบให้กับเซี้ยหยู๋



      “งั้น...เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว รีบไปกันเถอะ” ขณะที่เซี้ย หยู่พูดเสร็จ นางก็ได้เหาะไปยังสถานที่ห่างไกลแล้ว ขณะที่ตง เซวียรีบติดตามไปอย่างรวดเร็ว



เมื่อเห็นเช่นนั้น ฉิว ซือขดปากเล็กน้อยพร้อมกับลังเลอยู่ชั่วครู่ อย่างไรก็ตามนางเหาะตามไปทั้งสองคนไปในทันที



ในเวลาเดียว ชูเฟิงและชุน หวู่ร่อนต่ำลงจากฟ้าสู่ด้านบนของเนินเขาเปลือยเปล่า



     “ศิษย์น้องหวู่ฉิง ทำไมเจ้าถึงลงมาที่นี่? ตราประทับไม่สามารถพบได้ที่เทือกเขาพวกนี้นะ” เมื่อเห็นสายตาของหวู่ฉิงจ้องมองไปยังเนินเขาเล็กที่เปลือยเปล่าด้วยใบที่เต็มไปด้วยความสุขเป็นอย่างมาก ชุนหวู่จึงรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก



      “ชู่ว..!” ชูเฟิงทำท่าทางเป็นนัยให้นางเงียบ จากนั้นเขาได้เปิดรูปแบบปิดผนึก และหลังจากนั้นไม่นานเขาเริ่มวางรูปแบบเปิดผนึกด้วยสุดยอดทักษะ



ในครั้งแรก ชุน หวู่ทำตาปริบๆเมื่อมองไปยังการกระทำของชูเฟิง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยตกใจและเปลี่ยนเป็นสับสนมากขึ้น เนื่องจากนางไม่อาจเข้าใจเลยว่าชูเฟิงกำลังอะไร ถ้านางไม่คุ้นเคยกับเขาและมองสิ่งที่คนๆนี้กำลังทำบางอย่างบนเนินเขาหัวโล้น นางต้องคิดว่าคนๆนี้ต้องโรคจิตแน่ๆ



อย่างไรก็ตาม หลังจากชูเฟิงปลดปล่อยรูปแบบอำนาจวิญญาณด้วยความเร็วดุจสายฟ้าพร้อมกับตะโกนเบาๆว่า “ผนึก….!!!”



ด้วยเสียงราวกับเฆี่ยนแส้ เสียงสีทองพุ่งออกมาจากรูปแบบด้วยเสียง ‘ปัง’ พวกมันพุ่งชนเข้ากับรูปแบบปิดผนึก



     “สวรรค์ น..น..นี่..นี่คือวิญญาณตราประทับจริงๆ! เป็นไปได้อย่างไร? พวกมันมาจากไหน?” ทันใดนั้น ชุนหวู่มึนงงเนื่องจากนางเห็นว่าวัตถุที่พุ่งชนกับรูปแบบปิดผนึกคือ ‘วิญญาณตราประทับ’



แต่ที่แห่งนี้ถูกปิดผนึกไว้ ดังนั้นตราประทับพวกนี้จะมาจากไหน? นึกย้อนกลับไปขณะที่พวกมันพุ่งออก ดวงตาของชุน หวู่สว่างวาบขึ้นทันทีขึ้นทันที ไม่นานหลังจากนั้น นางเบนสายตาไปยังเนินเขาเปลื่อยเปล่าที่ซึ่งชูเฟิงได้วางรูปแบบเปิดผนึกไว้ นางถามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกใจ “ศิษย์น้องหวู่ฉิง เจ้าคงไม่ได้บังคับให้วิญญาณตราประทับพวกนี้ออกมาจากเนินเขาใช่มั้ย?”



     “ศิษย์พี่ชุน หวู่ ท่านช่างฉลาดยิ่งนัก มันเป็นแบบนั้นแน่นอน ข้าเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่สามารถเห็นได้ และนี่มันดูเหมือนเนินเขาขนาดเล็กธรรมดา แต่ในความเป็นจริงนี่คือสถานที่ๆวิญญาณตราประทับอาศัยอยู่ นั่นยังเป็นเหตุผลว่าทำไมข้าถึงบินต่ำและได้สอดส่ายสายตามองที่เทือกเขาข้างล่างนี้” ชูเฟิงอธิบายด้วยรอยยิ้ม ในเวลาเดียวกันเขายังสะกดรูปแบบปิดผนึกเพื่อบังคับให้วิญญาณตราประทับออกมาก่อนที่ชุนหวู่จะถาม และเขากล่าวเพิ่มเติมว่า “ศิษย์พี่ชุน หวู่ ข้าได้ตราประทับมาครั้งที่สามแล้ว….ส่วนครั้งนี้เพื่อท่าน”



     “ให้ข้า..จริงรึ? แต่นี่….” เมื่อเห็นว่าชูเฟิงวางแผนจะมอบวิญญาณตราประทับให้แก่นาง ชุนหวู่ทั้งตกใจและมีความสุข อย่างไรก็ตามนางยังคงอึดอัดใจอยู่เล็กน้อย



     “ศิษย์พี่ชุน หวู่ ข้าเดาว่าถ้าท่านมีทักษะมากพอ ท่านก็จะสามารถทำเช่นเดียวกันกับข้าได้แน่นอน ตอนนี้ข้าและท่านเดินทางร่วมกัน ดังนั้นนี่คือเหตุผลที่เราจะแบ่งปันทั้งสมบัติและความยากลำบากเมื่อเราประสบ”



เมื่อชูเฟิงยืนยันเช่นนั้น ชุน หวู่ไม่สามารถปฏิเสธได้และทำได้เพียงอ้าแขนของนางออกและจับวิญญาณตราประทับเหล่านั้น พร้อมกับส่งพวกมันเข้าไปในแขนของนาง



เมื่อเห็นตราประทับครั้งที่ 3 ปรากฏขึ้นบนแขนที่ขาวราวหิมะของนาง หัวใจของชุน หวู่ซับซ้อนเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามนางสามารถยืนยันได้ว่า การที่นางเลือกมากับชูเฟิงนั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเป็นอย่างมาก ดูเหมือนนางจะสามารถเห็นผลลัพธ์การเก็บเกี่ยวของนางตลอดจนใบหน้าตกใจไม่รู้จบของศิษย์พี่ทั้ง 3 ของนางเมื่อดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์ได้ปิดลง



แน่นอนชูเฟิงไม่ได้ทำให้ชุน หวู่ผิดหวัง ขณะที่ทุกคนกำลังค้นหาและต่อสู้กับวิญญาณตราประทับในอากาศ มีเพียงชูเฟิงและชุน หวู่เท่านั้นที่ค้นหาอยู่ด้านบนเทือกเขา นอกจากนั้นการเก็บเกี่ยวของพวกเขาทำให้ชุน หวู่ประหลาดใจและมีความสุขอย่างยิ่ง



ในวันที่ 8 ตั้งแต่ดินแดนแห่งตราประทับนิรัดร์เปิดออก ปรากฏวิญญาณตราประทับ 80 ดวงอยู่บนแขนของนาง การเก็บเกี่ยวเช่นนี้เป็นสิ่งที่นางไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการมาก่อน ก่อนที่จะเข้ามา การเก็บเกี่ยวที่ดีที่สุดที่นางคาดไว้คือไม่มากไปกว่า 50 ดวง



แต่ตอนนี้การเข้าสู่ดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์ยังไม่สิ้นสุดลง แต่ที่นางได้รับ...เกินกว่าที่คาดไว้มากมายนัก นอกจากความรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุข คือความรู้สึกชื่นชมที่มีต่อชูเฟิงมากขึ้นเนื่องจากเขาพิเศษอย่างมาก ดังนั้นความพืเศษของเขากำลังจะทะลุเกินกว่าสิ่งที่นางสามารถคิดได้



      “ศิษย์พี่ชุน หวู่ ท่านกำลังคิดอะไรอยู่? วิญญาณตราประทับนี่เป็นของท่าน” ชูเฟิงชี้ไปที่วิญญาณตราประทับที่เขาเพิ่งจะบังคับให้มันออกมา และปิดผนึกมันไว้ในรูปแบบวิญญาณในตอนนี้



      “ศิษย์น้องหวู่ฉิง ข้าไม่ต้องการมัน กี่วันแล้วที่เจ้าคอยแบ่งมันให้กับข้า ที่ข้ามีทั้งหมดเพราะว่าเจ้า...ข้าถึงสามารถได้รับวิญญาณตราประทับมากมายเช่นนี้ สำหรับข้า..นี่ก็เพียงพอแล้ว”



       “เจ้าไม่จำเป็นต้องวิญญาณแบ่งตราประทับที่เจ้าหาได้ในตอนนี้กับข้า จงใช้มันเพื่อตัวเจ้าเอง ด้วยวิญญาณตราประทับพวกนั้น ไม่เพียงเจ้าสามารถแลกเปลี่ยนพวกมันกับทักษะต้องห้าม เจ้ายังมีโอกาสที่จะทำลายสถิติของมู่หรงซุน” ชุนหวู่แนะนำ



      “โอ้...” อย่างไรก็ตามชูเฟิงเพียงยิ้มบางๆหลังจากที่ได้ยินคำกล่าวของชุน หวู่พร้อมกับกล่าวว่า “มันไม่ง่ายเลยที่จะทำลายสถิติของเขา แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ข้าปราถนาจะทำ”



       “ตอนนี้ ต้องเพียงต้องการทำสิ่งหนึ่ง...คือแบ่งปันวิญญาณตราประทับทั้งหมดที่อยู่ภายดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์กับท่าน ข้าได้กล่าวไปแล้วว่าเราจะแบ่งปันทั้งสมบัติและความยากลำบาก ท่านได้ทำในส่วนของท่านแล้วคือ ‘ความยากลำบาก’ ดังนั้นข้าก็ต้องทำในส่วนของข้าคือ ‘สมบัติ’ ”



      “ศิษย์น้องหวู่ฉิง เจ้า...” หลังจากได้ยินคำกล่าวของชูเฟิง แม้หัวใจของนางจะอบอุ่น แต่มันก็เจ็บปวดในเวลาเดียวกัน ดวงตาคู่งามของนางพร่ามัวเล็กน้อยขณะที่มันระยิบระยับแพรวพราว นางกล่าวทั้งตา



* ฮึ่ม * ทันใดนั้น วิญญาณตราประทับได้ถูกชูเฟิงบังคับให้ออกมาก่อนที่ชุนหวู่จะกล่าว และชูเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ศิษย์พี่ชุนหวู่ ทักษะต้องห้ามคือเป้าหมายที่แท้จริงของข้า แต่เป้าหมายของข้าคือเราทั้งคู่ต้องได้รับทักษะต้องห้าม ท่านต้องช่วยข้าทำให้มันสำเร็จ!”



เมื่อนางมองไปยังชูเฟิงที่กำลังยิ้มอย่างเปล่งประกายตลอดจนสายตาที่จริงใจของเขา ชุน หวุ่ไม่สามารถหาเหตุผลที่จะปฏิเสธได้ นางทำได้เพียงเช็ดน้ำตาที่หางตาของนาง ยกมุมนางของนางขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนหวาน นางพยักหน้าและกล่าวว่า “อืม..”

ReadMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////