วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 681 - สุดเขตแดน

นั่นเป็นเพราะความใจดีของชูเฟิง ชุน หวู่ จึงได้รับการแบ่ง วิญญาณตราประทับกับเขา



เพราะเวลามีจำกัดพวกเขาจึงต้องเข้มงวดเรื่องเวลามาก แม้กระทั่งเวลากินและเวลานอน พวกเขานั้นค้นหา วิญญาณตราประทับแทบไม่ได้พักไม่ได้ผ่อนเลย



เป็นเช่นนั้นจนกระทั่งวันที่ 8 ชูเฟิง และชุน หวู่ทั้งคู่นั้น มีวิญญาณตราประทับ 90 อัน ถ้าได้ร้อยอันก่อนจะออกจากที่นี่มันก็คงไม่มีปัญหาใดๆ 



ถึงเป็นเช่นนั้นชูเฟิงก็ไม่ได้มีความสุขกับมันนั้น เหตุผลที่เขาเข้ามาที่นี่ไม่ได้มาเพื่อล่าวิญญาณตราประทับ แต่มันเป็นการหา ตราประทับดอกบัวนิรันดร์ญ.



อย่างไรก็ตาม เวลานั้นได้ผ่านไป 8 วันแล้ว ชูเฟิงก็ได้เดินไปทั่วไม่ว่าจะท้องฟ้า หรือบนพื้นดิน เขาก็ไม่พบวี่แววของดอกบัวนั้นเลย นั่นทำให้ชูเฟิงผิดหวังมาก เขากังวลจนแสดงออกมาทางใบหน้าของเขา



เขานั้นอดที่จะโทษตัวเองไม่ได้ หากเขาหาตราประทับดอกบัวนิรันดร์ฯไม่เจอ เขาก็ไม่สามารถช่วยชีวิต หยวน รู่วได้ 



      “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง อย่ากังวลไปเลย ถ้ามันไม่ได้อยู่ที่จุดศูนย์กลาง มันก็ต้องอยู่แถวๆสุดเขตแดนนั่นแหละ “ ชุน หวู่ พูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทางของชูเฟิง



      “สุดเขตแดนอย่างนั้นหรือ “ ชูเฟิงรู้สึกตกใจอย่างมากเขาเดินทางมาหลายวัน และ เขาก็รู้สึกว่าที่แห่งนี้นั้นมีพื้นที่ไม่จำกัด แล้วมันจะมีสุดเขตแดนได้อย่างไร



       “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง อย่าลืมเรื่องรูปแบบของหุบเขาสายหมอกสิ ข้าว่าดินแดนตราประทับนิรันดร์ก็ถูกสร้างจากรูปแบบเหมือนกันแหละ ไม่ว่ามันจะใหญ่เพียงใดมันก็ย่อมมีที่สิ้นสุด”



       “ทุกคนต่างรู้สึกว่ามันไร้ขอบเขต แต่นั่นเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา เป็นเพราะดินแดนตราประทับนิรันดร์นั้นกว้างใหญ่มากจนทำให้พวกเขารู้สึกเช่นนั้น”



      “มันเหมือนกับว่าพวกเรานั้นได้เดินวนเป็นวงกลม ที่พวกเราไม่รู้สึกว่าได้ผ่านพื้นที่นั้นไปแล้ว แต่รู้สึกเหมือนกับว่าเรามาเป็นครั้งแรก นั่นเป็นเพราะ ดินแดนประทับนิรันดร์นั้นจะเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อยๆ นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าบอกว่าเราเดินวนไปวนมา,” ชุน หวู่ อธิบาย (T/N คล้ายๆกับ the maze runner อะครับ ที่มันมีกลไกด้านใน และมันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ)



      “ไม่แปลกใจเลยจริงๆ” เมื่อได้ยินเช่นนั้นชูเฟิงก็ได้รู้ความจริง



ความจริงแล้วในตอนที่เขาบินขึ้นสูงนั้น เขาก็รู้สึกได้ถึงบุคคล 100 คนที่เข้ามาในที่นี้ 100 คนนั้น เป็นล้วนเป็นผู้ถูกเลือกทั้งสิ้นที่และอยู่กระจัดกระจายคนละทิศคนละทางในพื้นที่กว้าง มันจะเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมีโอกาสพบคนนอกเหนือจากนี้



แต่เขาไม่สามารถหาความคล้ายกันจากสถานที่ที่เขาเดินผ่านได้ มันดูเหมือนที่แห่งใหม่และรอบด้านนั้นไม่เหมือนเดิม มันทำให้เขารู้สึกว่าก่อนหน้านี้นั้นบางทีเขาอาจจะคิดมากไป



เมื่อเป็นเช่นนั้นสิ่งที่เขาอยากรู้ก็ถูกต้องทันที พวกเขานั้นเดินกันเป็นวงกลมจริงๆ อย่างไรก็ตาม ดินแดนตราประทับนิรันดร์นั้นลึกล้ำมาก ชูเฟิงไม่สามารถมองเห็นมันทั้งหมด



     “ศิษย์พี่ ชุน หวู ในดินแดนตราประทับนิรันดร์นั้น พลังวิญญาณนั้นไร้ประโยชน์และไม่มีทางที่จะหาทางพบ ท่านรู้วิธีไปยังสุดเขตแดนของดินแดนตราประทับนิรันดร์หรือไม่” ชูเฟิง ถาม



      “นี่ ... อาจารย์ของข้าได้บอกไว้ว่า การไปยังสุดเขตแดนนั้นต้องขึ้นอยู่กับโชคและโอกาส และที่แห่งนั้นเต็มไปด้วยความอันตรายอย่างมาก แต่นางก็ไม่ได้บอกข้าถึงวิธีที่จะเข้าไป “



      “ไอ้หยา ท่านอาจารย์ชอบเล่นสนุกอยู่เรื่อย ตอนแรกก็แผนที่นั่น นางบอกเพียงว่ามันจะช่วยยกระดับพลังวิญญาณให้พวกเรา แต่นางไม่ได้บอกว่าต้องทำยังไงและให้พวกเราคิดกันเอาเอง.”



ชุน หวู รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะนางต้องการช่วยชูเฟิงแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง เพราะในที่แห่งนี้ อำนาจพลังวิญญาณนั้นไร้ประโยชน์



      “ข้ามีวิธีอยู่ ด้วยลางสังหรณ์ของพวกเรานั้นมันคงจะมั่วซั่วและหาทางไม่เจอ แต่ถ้าใช้เข็มทิศโลกวิญญาณบางที มันอาจจะเป็นไปได้” ชูเฟิง พูด



      “เข็มทิศโลกวิญญาณอย่างนั้นหรือ ศิษย์น้องหวู่ฉิง ที่แห่งนี้นั้น อำนาจพลังวิญญาณนั้นไร้ประโยชน์แล้วมันจะใช้ได้อย่างไร” ชุน หวู พูด



      “เราจะรู้ก็ต่อเมื่อลองทดลองดูเท่านั้น.” ชูเฟิงพูดพร้อมยิ้มบางๆ จากนั้นเขาก็เริ่มอัดพลังวิญญาณลงไปที่เข็มทิศโลกวิญญาณ



เข็มทิศโลกวิญญาณนั้นสามารถบอกได้แม้กระทั่งอันตรายแล้วนับประสาอะไรกับเรื่องทิศทาง ดังนั้นเมื่อชูเฟิงได้ถ่ายพลังลงสู่มันแล้ว ทิศทางทั้ง 4 ก็ปรากฏขึ้นบนเข็มทิศ



      “มะ มันทำงานจริงด้วย” เมื่อเห็นว่าเข็มทิศทำงานและบ่งบอกถึงทิศทาง ชุน หวู่ ก็เกิดความสงสัยอย่างหนัก เพราะ ดินแดนตราประทับนิรันดร์นั้นเป็นรูปแบบวิญญาณที่แข็งแกร่งและมีมาตั้งแต่ยุคโบราณแต่กับใช้เข็มทิศโลกวิญญาณในการบอกทิศทางได้



      “ฮ่าฮ่า เป็นอย่างที่ข้าบอกเลย พวกเราจะรู้ก็ต่อเมื่อพวกเราลองมัน.” ชูเฟิง หัวเราะแล้วเริ่มเดินไปตามทางที่เข็มทิศชี้



      “อ๋า.” เมื่อเห็นเช่นนั้นชุน หวู ก็รู้สึกอึดอัด เธอคิดว่ามันไม่น่าจะทำได้ แต่เธอก็ยังบินตามชูเฟิงไป



ทั้ง 2 ได้บินมาในระยะเวลาสั้นๆ เพียงแค่ 2 ชั่วโมง ด้านหน้าพวกเขาก็ปรากฏพื้นที่กว้างและมีภูเขาที่ยาวไม่สิ้นสุดอยู่ และมันเต็มไปด้วยหมอก



หมอกนั้นมีสีทอง และปกคลุมทั่วท้องฟ้าและพื้นดิน ภาพตรงหน้าพวกเขานี้ หากมองมาจากที่ไกลๆ ก็คงคิดว่าเป็นรูปแบบวิญญาณที่ใช้ผนึกโลกส่วนนี้เอาไว้.



       “สวรรค์ มันสำเร็จจริงๆ ศิษย์น้อง หวู่ฉิง เจ้าช่างฉลาดยิ่งนัก ที่ใช้เข็มทิศโลกวิญญาณ.”



เมื่อมาถึงจุดนี้ชุน หวู ตื่นเต้นมาก เพราะเธอได้ใช้วิธีหลากหลายวิธีเพื่อตามหามันแต่มันก็ไร้ประโยชน์ เธอไม่คิดเลยว่าวิธีที่พื้นฐานมากๆ อย่างการใช้เข็มทิศแบบชูเฟิงมันจะสำเร็จ 



      “ฮี่ฮี่ บางที สามัญก็คือที่สุด ไปกันเถอะศิษย์พี่ชุน หวู พวกเราไปดูสุดเขตแดนของดินแดนตราประทับนิรันดร์กัน.”



หลังจากชูเฟิง พูดจบ เขาก็วิ่งเข้าไปยังหมอกสีทอง ชูเฟิงนั้นไม่มีความสนใจในเรื่องปรากฏการณ์พวกนี้ เขาสนใจเพียงแต่ ตราประทับดอกบัวนิรันดร์ฯเท่านั้น



และหลังจากเข้าสู่ในหมอกนั้น ชูเฟิง และ ชุน หวู ก็รู้สึกได้ถึง พลังที่ถูกปล่อยออกมา กลิ่นอายของมันนั้นอันตราย และ น่าเกรงขามมาก



หลังจากพวกเราเดินเป็นชั่วโมงอยุ่ภายในหมอกนี้ พวกเขาก็ได้มาถึงจุดทีเริ่มได้ยินเสียงประหลาดๆ นอกจากนี้ เสียงมันยิ่งชัดขึ้น ชัด ขึ้น และเริ่มก้องกังวาล



และด้วยหูที่ดีของชูเฟิงนั้น เขาก็แยกแยะได้ว่ามันเป็นเสียงสะอื้นของหญิงคนหนึ่ง มันโหยหวนไม่รู้จบ



     “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง ที่แห่งนี้นั้นแปลกประหลาดยิ่งนัก อย่าเดินเข้าไปลึกกว่านี้เลย.” ในตอนนั้นชุน หวู ก็กอดที่แขนชูเฟิงแน่น เห็นได้ชัดว่านางเป็นคนกลัวสิ่งลี้ลับ



มองไปที่ผิวที่ซีดและร่างกายที่กำลังสั่นของชุน หวู ชูเฟิง ก็เกิดความลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อนึกถึงดอกบัวที่เขาต้องมาตามหาแล้ว เขาจึงไม่คิดจะถอยกลับไป



ดังนั้น ชูเฟิง ก็ใช้ เนตรสวรรค์และ มองไปเข้าไปยังส่วนลึกของหมอกนั่น



      “สวรรค์ มันคืออะไรกัน” แต่ในตอนนั้นก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ดวงตาของชูเฟิงหดลง และขนแขนถึงกับลุกชันพร้อมกับร้องขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตืนตระหนก

ReaDMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////