วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที 682 - อารามแห่งการสืบทอด


มันอาจจะบอกได้ว่าเนตรสวรรค์ในตอนนี้นั้นทรงพลังมาก เพราะเขาได้ใช้มันอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นการฝึกมันมากขึ้นๆ และเขาก็ได้ใช้มันมองผ่านหมอกที่บดบังสายตาเขาอยู่



อย่างไรก็ตาม เนตรสวรรค์นั้นช่วยเขาได้มากในตอนนี้เขาได้เห็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างเหมือนมนุษย์ที่อยู่ไกลออกไปจากหมอกนั่น



ความสูงของมันราวๆหนึ่งหมื่นฟุต รูปทรงคล้ายกับยักษ์และที่ตัวของมันมีผมและขนสีแดงราวกับเลือดปกคลุมอยู่ทั่วตัวมัน ผมกับขนของมันนั้นราวกับถูกย้อมด้วยเลือด จนทำให้คนที่มองไปถึงกับหนาวถึงสันหลัง



นอกจากนี้ผมของมันก็ได้ปิดบังใบหน้าจึงทำให้ชูเฟิงไม่อ่านเห็นหน้ามันได้ เขาเห็นเพียงแค่ ตาทั้ง 2 ข้างที่ใหญ่ราวกับดวงอาทิตย์ ที่แฝงไปด้วยความกระหายเลือด 



ในตอนนั้นสิ่งมีชีวิตรูปร่างมนุษย์ยักษ์ก็ได้ยืนอยู่ในที่ๆไกลมากและใช้ดวงตาที่น่ากลัวของมันจ้องมองมาที่ชูเฟิง



นอกจากนี้ชูเฟิงยังเห็นอีกว่าที่มือของมันนั้นกำเคียวขนาดใหญ่ที่มีเลือดติดอยู่เต็มไปหมดและไหลลงมาราวกับฝน



ในมือซ้ายของมันแบกกรงขังขนาดใหญ่ยักษ์ และในกรงนั้นก็เต็มไปด้วยบางอย่าง เขาจึงเพล่งสายตามองให้ชัด และภาพที่เห็นมันก็ต้องทำให้เขาขนลุกหนักเมื่อเขาพบว่ามันมีหัวของมนุษย์อยู่เต็มไปหมดและน่าจะมีมากถึงหลายหมื่นคนด้วยกัน



ในตอนนั้น ชูเฟิงนั้นรู้สึกกลัว เพราะเขารู้สึกว่าถ้าสิ่งมีชีวิตตัวนั้นต้องการฆ่าเขาเขาคงมีโอกาสน้อยมากที่จะหนีรอดไปได้ 



*โว้วววววววววว* ในตอนนั้นสิ่งมีชีวิตรูปร่างมนุษย์ก็ร้องขึ้นมาเสียงมันนั้นน่ากลัวมาก และพริบตาเดียวมันก็ได้หายไป ราวกับไม่เคยปรากฏมาก่อน นอกจากเสียงร้องนั่นก็ไม่มีอย่างใดเหลือทิ้งไว้เลย



     “สวรรค์ มันเป็นอะไรกัน เสียงนี้มันคืออะไรกัน มันช่างน่ากลัวยิ่งนัก!” ในตอนนั้น ชุน หวู ก็ร้องออกมา เธอที่อยู่ในระดับ 4 จ้าวสงครามในตอนนี้นั้น ได้ตัวสั่นราวกับเป็นลูกนกและวิ่งตรงเข้าไปกอดชูเฟิง



แต่มันก็ไม่สามารถโทษเธอได้ เพราะเสียงร้องนั้นมันน่ากลัวอย่างมาก ดังนั้นใครที่สามารถทนมันได้ ย่อมต้องเป็นผู้ที่กล้าหาญอย่างมากและไม่กลัวที่จะต้องเผชิญกับความตาย



เมื่อเขาเห็นท่าทางของ ชุน หวู ชูเฟิงจึงรู้สึกว่า เธอนั้นโชคดีแล้วที่ไม่ได้เห็นตัวของมัน หากเธอได้เห็นมัน เธออาจจะกลัวหนักกว่านี้หลายเท่า



เพราะแม้แต่ชูเฟิงก็รู้สึกหนาวไปจนถึงสันหลัง เมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างมนุษย์และในชีวิตของเขาสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกขนลุกได้ถึงเพียงนี้นั้นแทบจะไม่มีเลย



    “ศิษย์พี่ ชุน หวู เราอยู่ที่นานไม่ได้หรอก และ เราก็คงไม่ไปลึกกว่านี้แล้ว เนื่องจากหมอกมันหนามาก บางทีเราหาแถวๆรอบนอกนี้ก็พอแล้ว.”



เมื่อเห็นเจ้าตัวนั้น ชูเฟิงนั้นก็รู้สึกได้ว่าที่แห่งนี้นั้นไม่ใช่ธรรมดาแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าที่จะก้าวเข้าไปลึกกว่านี้



ชูเฟิงนั้นไม่กล้าที่จะเข้าไปที่ที่เขาไม่แม้กระทั่งมั่นใจในความปลอดภัยของตน ถ้าเขาต้องการช่วย หยวน รู่วจริงๆ ชีวิตเขาต้องมาก่อน นอกจากนี้ เขาก็ไม่มั่นใจว่าจะมีตราประทับดอกบัวนิรันดร์ในที่แห่งนั้น



     “อืม.” ชุน หวู พยักหน้าหลังจากได้ยินคำพูดของชูเฟิง



หลังจากนั้น ทั้ง 2 ก็เริ่มเดินกลับออกมา กลิ่นอายที่อันตรายและเสียงร้องโหยหวนก็ค่อยๆหายไป



หลังจากนั้น พวกเขาก็เริ่มการตรวจสอบรอบๆภายในหมอกนั้น แม้ว่ามันจะบดบังวิสัยทัศน์ แต่ชูเฟิงก็โชคดีที่มีเนตรสวรรค์ แม้กระทั่งตอนฟ้ามืด ก็ยังเห็นเหมือนตอนฟ้าสว่าง แล้วนับประสาอะไรกับแค่หมอก



อย่างไรก็ตามมันก็ไม่เหมือนอย่างที่เขาเห็น ในหมอกนั้นพวกเขาได้พบรูปแบบบางอย่าง และมีวิญญาณตราประทับมากมายซ่อนอยู่ในนั้น แม้ว่าเขาจะพบวิญญาณตราประทับมามากมาย แต่เขาก็ไม่พบ ตราประทับดอกบัวนิรันดร์เลย เมื่อฟ้าเริ่มมืด เวลาที่จำกัด 10 วันก็เริ่มหมดลงไป ชูเฟิงนั้นขมวดคิ้วแน่น ท่าทางของเขาบอกได้ว่าเขาหงุดหงิดมาก



     “มันเป็นไปได้อย่างไรกัน ท่านอาจารย์บอกว่า ตราประทับดอกบัวนิรันดร์นั้น อยู่ในดินแดนตราประทับนิรันดร์ ทำไมพวกเราไม่สามารถหามันเจอได้ล่ะ” ชุน หวู พูดขึ้น เมื่อเห็นท่าทางของชูเฟิง 



อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้น ท่าทางของชูเฟิงก็เปลี่ยนไป เพราะเขาพบรูปแบบ บางอย่างปรากฏขึ้นด้านหน้าเขา มันต่างจากรูปแบบที่ซ่อนวิญญาณตราประทับในก่อนหน้านี้ เพราะในใจกลางรูปแบบนั้น มีข้อความเขียนไว้อยู่ว่า: “อาราม แห่งการสืบทอด”.



ในตอนนั้น ชูเฟิงก็มองไปที่ชุน หวู และเมื่อเห็นว่าใบหน้าของเธอนั้นไม่ได้เปลี่ยนไปก็แสดงว่า ชุน หวูนั้นไม่สามารถเห็นมันได้



และ ชูเฟิงก็ได้ถามว่า, “ศิษย์พี่ ชุน หวู ท่านเคยได้ยินเกี่ยวกับ อารามแห่งการสืบทอดหรือไม่”



      “อารามแห่งการสืบทอดอย่างนั้นหรือ ศิษย์น้อง หวู่ฉิง เจ้ารู้จักมันด้วยหรือ” ชุน หวู ถามกลับ



      “อารามนั่นมันมีจริงหรือ “ ชูเฟิงถามไป



     “ข้าเคยได้ยินจากอาจารย์ข้าว่า มันอยู่ในที่แห่งนี้และมีวิญญาณตราประทับจำนวนมากอยู่ภายในนั้น อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครเคยพบมันมาก่อน และไม่มีทางที่คนภายนอกจะรู้จักมัน ศิษย์น้อง หวู่ฉิง เจ้าได้ยินมันมาจากไหน” ชุน หวู ถามด้วยความสงสัย



      “ศิษย์พี่ ชุน หวู ถ้าข้าบอกท่านว่าด้านหน้าเรานั้น มีรูปแบบวิญญาณที่เขียนว่า การสืบทอด อยู่ท่านจะเชื่อข้าหรือไม่” ชูเฟิง ยิ้ม



      “สวรรค์ ศิษย์น้อง หวู่ฉิง เจ้าพูดเรื่องจริงหรือ อารามแห่งการทืบทอดนั้นไม่เพียงเป็นสถานที่ที่วิญญาณตราประทับถูกสร้างขึ้น แทบทุ่งสิ่งในดินแดนนี้นั้นล้วนถูกสร้างโดยมัน ถ้าอย่างนั้นมันก็ต้องมี ดอกบัวประทับนิรันดร์แน่นอน” ในตอนนั้น ชุน หวู ก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าตกใจ



หลังจากได้ยินคำพูดของ ชุน หวู ชูเฟิงก็รู้สึกดีมาก เขารีบพยักหน้าและพูดว่า, “อารามแห่งการสืบทอดนี้ อยู่ตรงหน้าข้า ตอนนี้ ข้าจะเปิดมัน.”



เมื่อรู้ว่า วิหารแห่งการสืบทอดนั้น เป็นขุมทรัพย์ขนาดใหญ่ของดินแดนประทับนิรันดร์ และ ไม่ได้มีเพียงวิญญาณประทับ แต่ยังมี ดอกบัวประทับนิรันดร์ ชูเฟิงก็ไม่รอช้ารีบวางรูปแบบวิญญาณทันที



ในเวลาเดียวกัน ชุน หวู ก็ช่วยด้วยเพราะ รูปแบบของอารามแห่งการสืบทอดนั้นใหญ่มาก การเปิดมันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายพวกเขาต้องใช้ความพยายามอย่างมาก



และหลังจากผ่านไป 2 ชั่วโมง รูปแบบวิญญาณนั้นกำสำเร็จ อย่างไรก็ตาม เมื่อรูปแบบนั้นถูกใช้งานมันก็เปิดรูปแบบของอารามแห่งการสืบทอดทันที และฉากที่พวกเขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น



*ฮึ่ม*



เสาแสงพุ่งขึ้นมาอย่างไม่มีสิ้นสุดและมันไม่เพียงพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าเท่านั้น แต่มันก็ทำให้ท้องฟ้านั้นเปลี่ยนจากมืดกลายเป็นกลางวัน 



การเปลี่ยนแปลงโดยฉับพลันของสภาพแวดล้อมนั่น ทำให้ทุกคนที่อยู่ในนั้นเกิดความสนใจอย่างมาก เพราะเขาทั้งหมดที่อยู่ในดินแดนตราประทับนิรันดร์นั้นมองไปมาที่ ทิศทางที่ชูเฟิง กับ ชุน หวูอยู่ทันที

ReadMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////