วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 683 – ไปเร็วทุกคน


     ในข่วงเวลานี้ ได้มาถึงช่วงสุดท้ายในการรวบรวมวิญญาณตราประทับแล้ว ทุกคนต่างรู้ว่าวิญญาณตราประทับเหล่านี้จะซ่อนตัวอยู่ในสายลมสูง ทำให้บนท้องฟ้ามีผู้คนรวมตัวเกือบร้อยคน และเกิดการต่อสู้อย่างรุนแรงขึ้น



     ในเวลานั้น ศิษย์ของนายหญิง เพียวเมี้ยว ทั้งสามคนคือ เซี๊ยะ หยู , ตง เซวีย และ ฉิว ซือ กำลังต่อสู้อยู่กับคนกลุ่มหนึ่ง คู่ต่อสู้ของพวกนางไม่ใช่ธรรมดาแม้แต่น้อย เขาคือน้องสาวของ มู่หรง ซุน , มู่หรง ว่าน และผู้ติดตามทั้งสี่คนของนาง



     สาวงามทั้งแปดคนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด ท่วงท่า และลีลาการต่อสู้ของพวกนางล้วนงดงาม และเป็นที่ดึงดูดสายตาของผู้คนในบริเวณนั้นอย่างมาก



     ***** พรึ่บ *****



     ในขณะที่ทุกคนกำลังต่อสู้กันอยู่นั้น ได้มีประกายแสงสาดส่องออกมาทั่วบริเวณ ปกคลุมไปทั่วพื้นที่ของดินแดนตราประทับนิรันดร์อย่างรวดเร็ว



     ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวที่เกิดขึ่นนั้น เป็นที่ดึงดูดสายตาของ เซี๊ยะ หยู , มู่หรง ว่าน และคนอื่นๆ ทั้งหมด พวกเขาต่างหยุดการต่อสู้ และหันไปยังต้นกำเนิดของประแสงเหล่านั้น



     เมื่อพวกเขาเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น พวกเขาต่างตกอยู่ในความตกตะลึง เพราะในเวลานั้น มีเสาแห่งแสงปรากฏขึ้น และพั่งสูงขึ้นไปเสียดฟ้า อีกทั้งยังมีคำเขียนไว้ว่า “อารามแห่งผู้สืบทอด”



     “นั่นมัน อารามแห่งผู้สืบทอด !! อารามในตำนานมีอยู่จริงๆ เหรอเนี่ย !!” เมื่อเห็นคำที่เขียนอยู่นั้น เซี๊ยะ หยู และคนอื่นๆ ดวงตาเป็นประกาย



     ***** ฝุ่บ *****



     พวกนางทั้งสามคนต่างหันหน้ามามองกันและกัน โดยที่ไม่กล่าวอะไรออกมา พวกนางต่างพุ่งทะยานตรงไปที่ วิหารผู้สืบทอดอย่างรวดเร็ว



     “นายหญิง พวกเขาไปไหนกัน !!” ผู้ติดตามของ มู่หรง ว่าน กล่าวถามออกมา หลังจากที่นางเก็บตราสงครามมาอย่างรวดเร็ว



     แม้ว่า มู่หรง ว่าน จะเป็นเพียงเด็ก แต่นางก็มีความฉลาดอย่างมาก หลังจากที่มองดูผู้ติดตามเก็บวิญญาณตราประทับไปแล้วนั้น นางก็กล่าวเสียงเรียบออกมาว่า “เสาแสงนั่นพิเศษอย่างมาก อีกทั้งมันยังทำให้ เซี๊ยะ หยู และคนอื่นๆ เกิดความสนใจมากขนาดที่ทิ้งการต่อสู้และพุ่งตรงไปยังที่นั่นได้ !! ตามข้ามา ที่นั่นต้องมีอะไรดีๆ ซ่อนอยู่แน่ อย่าปล่อยให้พวกนางชิงความได้เปรียบไปได้ !!”



     หลังจากกล่าวจบนั้น มู่หรง ว่าน ก็พุ่งทะยานตรงไปที่เสาแสงอย่างรวดเร็ว โดยที่มีผู้ติดตามของพวกนางไล่ตามมาที่ด้านหลัง



     ในขณะเดียวกัน เหล่าผู้คนที่ต่อสู้กันเมื่อสักครู่ และยังไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก ต่างถูกดึงดูดโดยเสาแสง และพวกเขาก็ต่างมุ่งหน้าตรงไปยังที่นั่นกันอย่างรวดเร็ว



     นอกจากคนอื่นๆ นั้น ในขณะนี้ ชุน หวู ได้อยู่ที่หน้าของเสาแสงต้นนั้น ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว นางกล่าวออกมาด้วยความกังวล “ไม่ดีแน่ ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป มันจะต้องทำให้ทุกคนมุ่งหน้ามายังที่นี่อย่างแน่นอน !!”



     “บ้าเอ๊ย !! ทางเข้ามันอยู่ตรงไหนกัน !! ข้าต้องเขาไปให้ได้ก่อน !!” แม้ว่า ชุน หวู จะกล่าวออกมาด้วยความกังวล แต่จางก็ยังค้นหาทางเข้าอย่างละเอียด



     ไม่เพียงแต่เสาแสงนี้จะงดงามอย่างมาก แต่มันยังแข็งแกร่งอย่างมากเช่นกัน การโจมตีที่รุนแรงที่สุดของนางไม่สามารถทำให้มันสั่นไหวได้แม้แต่น้อย และนั่นทำให้นางรู้สึกกังวลมากยิ่งขึ้น



     “ศิษย์พี่ ชุน หวู ท่านอย่าเข้าไปใกล้มัน อารามผู้สืบทอดได้เปิดออกแล้ว และนี่ก็เป็นความตั้งใจของมันเองที่จะดึงดูดทุกๆ คนมา แม้ว่าท่านจะทำอะไรก็ไร้ประโยชน์ มันจะดีกว่า หากท่านจะไม่เปลืองแรงโดยเสียเปล่าเช่นนี้ !!”



     ในขณะที่ ชุน หวู ถูกชโลมไปด้วยเหลื่อนั้น ชูเฟิง ก็กล่าวออกมาอย่างสงบ ในขณะที่เขาเดินวนไปรอบๆ ของเสาแสงนั้น



     นอกจากนี้ ชูเฟิง ยังใช้พลังของเนตรสวรรค์ในการตรวจสอบ เพราะด้วยพลังของเนตรสวรรค์นั้น ทำให้เขาสามารถมองเห็นบางอย่างได้แตกต่างจากคนทั่วๆ ไป



     คนอื่นๆ จะเห็นเพียงคำว่า อารามผู้สืบทอด เท่านั้น แต่ ชูเฟิง สามารถเห็นถึงรายละเอียดต่างๆ ได้ นั่นทำให้เขาอยู่ในความสงบอย่างมาก



     “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง เจ้าเห็นอะไร !! นี่ไม่ใช่ อารามผู้สืบทอดเช่นนั้นรึ !! มันเป็นเพียงแค่กับดักที่ใช่ล่อให้ทุกคนมาเช่นนั้นรึ !?” ชุน หวู กล่าวถามออกมาด้วยความกังวล หลังจากที่นางตรวจสอบรอบๆ แล้ว



      “นี่คือ อารามผู้สืบทอด อย่างแน่นอน และทางเข้าจะต้องอยู่ในเสาแสงนี่แน่นอน อีกทั้งมีนยังมีเวลาจำกัดแค่สี่ชั่วโมง ก่อนที่มันจะหายไป !!” ชูเฟิง กล่าวอธิบาย



     “นี่หมายความว่าพวกเราต้องแบ่งมันให้กับทุกคนเช่นนั้นรึ !! นี่มันไม่ยุติธรรมแม้แต่น้อย พวกเราเป็นคนค้นพบมัน พวกเราต้องเป็นคนได้เข้าไปซิ ไม่ใช่แบ่งให้คนอื่นแบบนี้ !!” ชุน หวู กล่าวออกมาด้วยความไม่พอใจ



     แต่ ชูเฟิง ยังคงอยู่ในความสงบ ใบหน้าของเขาแขวนไว้ด้วยรอยยิ้ม ไร้ซึ่งความกังวล เขากล่าวออกมาว่า “นี่เป็นความตั้งใจของผู้สร้างมันขึ้นมา พวกเราไม่สามารถทำอะไรได้แม้แต่น้อย”



     “อ๊า !!” ในขณะนั้น ชุน หวู ก็ร้องออกมาด้วยความละเหี่ยใจ ก่อนที่จะนั่งลงไขว่ห้างอย่างหมดหนทาง



     ในขณะนั้น มีผู้เชี่ยวชาญหลายคนมุ่งตรงมายังสถานที่แห่งนี้ พลังของพวกเขาสามารถทำให้บรรยากาศสั่นไหวได้อย่างรุนแรง พวกเขาคือ ฉาน เฟิง และคนอื่นๆ ที่มาจาก หมู่เกาะประหาร



     เมื่อ ฉาน เฟิง มาถึงสถานที่แห่งนี้นั้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรังสีสังหาร แต่เมื่อเขาพบ ชุน หวู และ ชูเฟิง นั้น เขาก็ทำอะไรไม่ถูก ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชา ก่อนจะกล่าวถามออกมาว่า “แม่นาง ชุน หวู ท่านรู้หรือไม่ว่า อารามผู้สืบทอด คืออะไร !!”



     “ไม่รู้ !!” ชุน หวู กล่าวออกมาอย่างเย็นชา



     ฉาน เฟิง ไม่ได้โกรธนางแต่อย่างใด หลังจากที่เขาได้ยินเช่นนั้น เขาก็รู้ได้ทันทีว่า แม้ว่า ชุน หวู และ ชูเฟิง จะเดินทางมาถึงที่นี่ก่อนนั้น พวกเขาก็ยังไม่สามารถเข้าไปได้



     ***** ฝุ่บ ฝุ่บ ฝุ่บ *****



     หลังจาก ฉาน เฟิง มาถึงไม่นานนั้น อีกหลายๆ คนก็มาถึง พวกเขาคือ หย่า เฟย และคนอื่นๆ ที่ตามมาอย่างรวดเร็ว



     “โอ้ หวู่ฉิง ข้าไม่คิดเลยว่าจะได้พบเจ้าที่นี่ !!” เมื่อ หย่า เฟย เห็น ชูเฟิง นั้น ใบหน้าของนางก็มีความสุขอย่างมาก ราวกับว่านางเห็นเขาเป็นของเล่นน่ารัก



     “หย่า เฟย !! อย่าได้แม้แต่จะคิด !! ที่นี่คือหุบเขาสายหมอก !! ข้าขอเตือนว่าเจ้าควรอยู่เฉยๆ ไว้จะดีกว่า !!” เมื่อเห็นเช่นนั้น ชุน หวู รีบลุกขึ้น และกล่าวออกมา เพราะนางเกรงว่า หย่า เฟย จะทำอันตรายต่อ ชูเฟิง



     “โอ้ว !! ดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีสาวน้อยปกป้องเจ้าซินะ หวู่ฉิง น่ารักจริงๆ !!” หย่า เฟย กล่าวออกมาอย่าเย็นชา เห็นได้ชัดว่านางไม่ได้สนใจ ชุน หวู แม้แต่น้อย



     “หย่า เฟย ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีปัญหากับเจ้าเด็เหลือขอนี่เช่นนั้นรึ ให้ข้า ฉาน เฟิง จับมันมาให้เจ้าจัดการดีไหม !!”



     จากคำกล่าวของ หย่า เฟย นั้น ทำให้ ฉาน เฟิง จ้องมองไปยัง ชูเฟิง ด้วยความโหดเหี้ยม และพร้อมที่จะเข้าโจมตี ชูเฟิง เพื่อ หยา เฟย



     อย่างไรก็ตาม หยา เฟย เพียงหรี่ตาเล็กน้อย ก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างเย็นชา “เจ้าอย่าได้มาสาระแนเรื่องของข้า !!”



     “เจ้า …. !!” 



     ใบหน้าของ ฉาน เฟิง เปลี่ยนไปอย่างมาก เขาไม่คิดเลยว่าเขาจะถูกหักหน้าต่อหน้าผู้คนจำนวนมากเช่นนี้ ด้วยการแสดงความช่วยเหลือของเขา



     “ ศิษย์น้อง ชุน หวู ศิษย์น้อง หวู่ฉิง !!” ในเวลานั้น เสียงที่ไพเราะก็ดังขึ้น นั่นคือเสียงของ เซี๊ยะ หยู , ตง เซว่ และ ฉิว ซือ ที่กำลังทะยานมาทางนี้ อีกทั้งยังมี มู่หรง ว่าน และคนอื่นๆ ตามมาจากด้านหลัง

ReadMGA
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////