วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 684 - เปิดอาราม


     การมาถึงของ เซี๊ยะ หยู และคนอื่นๆ นั้น ทำให้ หย่า เฟย ขมวดคิ้วของนางขึ้นแน่น แม้ว่านางจะไม่ใส่ใจต่อคนอื่นๆ แต่สำหรับ ฉิว ซือ ที่มีพลังถึงระดับห้า เทียบเท่ากับนางนั้น จึงทำให้นางไม่สามารถมองข้ามไปได้



     นอกจากนี้ยังมี มู่หรง ว่าน ด้วยความถือตัวของนาง จึงทำให้เกิดความขัดแย้งบางอย่างกับนาง ที่นางไม่อาจลืมได้ ส่วน ฉาน เฟิง ที่เสนอตัวออกมานั้น เพราะนางไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร จึงไม่อยากยืมมือผู้อื่น และเมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้นั้น หย่า เฟย จึงรู้ดีว่า นางไม่มีโอกาสจัดการกับ ชูเฟิง แต่อย่างใด



     “ศิษย์พี่ ชุน หวู ,ศิษย์น้อง หวู่ฉิง ในที่สุดพวกเราก็ได้พบกับ !! เป็นอย่างไรบ้างในหลายวัยที่ผ่านมา !! มีใครรังแกพวกเจ้าหรือไม่ !!”



     ในเวลานั้น ฉิว ซือ กล่าวออกมาด้วยความละอาย แต่น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างมาก นางกล่าวถามด้วยความห่วงใยต่อ ชุน หวู และ ชูเฟิง



     “ศิษย์น้อง ชุน หวู ข้าไม่คิดเลยว่าพวกเจ้านะมาถึงก่อนพวกเรา !!” ตง เซวีย กล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ อีกทั้งน้ำเสียงของนางยังไม่น่าฟังมากนัก เห็นได้ชัดว่านางยังคงไม่พอใจ ชูเฟิง ที่เถียงกับนางในครั้งก่อน



     “คำพูดนี้น่าสนใจมากทีเดียว ศิษย์พี่ ตง เซวีย ท่านรู้รึไม่ว่า อารามผู้สืบทอด ปรากฏออกมาได้อย่างไร !?” ชุน หวู กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา



     “เจ้ารู้รึ !!” ตง เซวีย กล่าวพลางยิ้มหยันออกมา



     “ข้าไม่รู้หรอก !! แต่มันเป็นเพราะศิษย์น้อง หวู่ฉิง เป็นคนค้นพบมัน และพวกเราทั้งสองคนก็ช่วยกันเปิด หากไม่เป็นเช่นนี้ทุกคนก็คงไม่ได้เห็นมันหรอก !!” ชุน หวู กล่าวออกมาเสียงดัง



     “เจ้าว่าอะไรนะ !! ที่นี่ถูกพบโดยพวกเจ้าทั้งสองคนเช่นนั้นรึ !!” เมื่อไดเยินเช่นนั้น ทุกคนต่างตกอยู่ในความตะลึง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพวกเขารู้ว่า ชูเฟิง เป็นคนค้นพบ พวกเขาต่างมองมาที่ ชูเฟิง ด้วยความสับสน



     เพราะ ชูเฟิง มีพลังเพียงระดับหนึ่ง แต่อารามผู้สืบทอดมีพลังที่แข็งแกร่งอย่างมาก เมื่อเทียบจากสองสิ่งนี้ การจะกล่าวว่า ชูเฟิง เป็นคนค้นพบ มันทำให้ทุกคนไม่สามารถเชื่อในสิ่งนี้ได้



     “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง มีรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งมาก เขาสามารถใช้อำนาจพลังวิญญาาณตรวจสอบสิ่งต่างๆ ได้ดีกว่าคนอื่นๆ อย่างเช่นภาพวาดที่ผันผวน หากไม่ได้ศิษย์น้อง หวู่ฉิง ช่วยไขปริศนาภาพวาดเหล่านั้น มันคงจะไม่ดีแน่ !! ศิษย์พี่ ฉิว ซือ ท่านก็รุ้ถึงเรื่องนี้ดีใช่ไหม !?” ชุน หวู กล่าวออกมาพร้อมกับมองไปที่ ฉิว ซือ



     “ถูกต้อง !! ศิษย์น้อง หวู่ฉิง มีรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งมาก ไม่เพียงแต่การไขปริศนาของภาพวาดเท่านั้น แต่ในงานเลี้ยงนั่น เขาก็ได้แสดงความแข็งแกร่งของรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้ออกมา !!” ฉิว ซือ กล่าวพลางพยักหน้ารับ



     “แล้วยังไงล่ะ ถึงเขาจะเป็นคนค้นพบ แล้วเขาสามารถบอกอะไรพวกเราได้บ้าง !!” ตง เซวีย กล่าวออกมาด้วยความไม่พอใจ นางได้ตัดสัมพันธ์กับ ชูเฟิง โดยสิ้นเชิง นางกล่าวดับเขาราวกับกล่าวกับศัตรู



     “อีกสองชั่วโมง เสาแสงนี้จะหายไป และทางเข้าอารามผู้สืบทอดจะปรากฏออกมา” ชูเฟิง กล่าวเสียงเรียบ พลางยิ้มบางๆ ออกมา



     “เจ้ามั่นใจรึ !!” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกสายตาต่างจ้องมายัง ชูเฟิง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เซี๊ยะ หยู , ตง เซวีย และ ฉิว ซือ เห็นได้ชัดว่าพวกนางรู้อะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับ วิหารผู้สืบทอด เพราะในขณะนี้ใบหน้าของพวกนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างมาก



     “มันก็เรื่องของพวกท่านที่จะเชื่อข้าหรือไม่ !!” ชูเฟิง เพียงยิ้มบาง และเดินออกมาจากฝูงชน พร้อมสร้างเก้าอี้ขึ้นมาจากรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณบนอากาศ และขึ้นไปนั่งบนนั้น โดยที่ ชุน หวู ก็ขึ้นไปนั่งข้างๆ เขา



     “แม่นาง เซี๊ยะ หยู ข้าสงสัยว่า……อารามผู้สืบทอด นี่คืออะไร !!” ฉาน เฟิง กล่าวถามออกมาด้วยรอยยิ้ม ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเขานั้น มันทำให้เขาอยากเข้าไปอย่างมาก และด้วยท่าที่ของ เซี๊ยะ หยู ที่แสดงออกมา มันทำให้เขามั่นใจว่านางต้องรู้อะไรบางอย่างแน่นอน



     “ข้าก็ไม่รู้เรื่องอะไรมากนัก แต่ท่าน ฉาน เฟิง ไม่ต้องกังวล หากคำกล่าวของศิษย์น้อง หวู่ฉิง เป็นเรื่องจริง อีกสองชั่วโมง พวกเราก็จะได้รู้กัน !!”



     “แต่ข้าเคยได้ยินท่านอาจารย์กล่าวว่า ในสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยยอันตรายอย่างมาก ข้าขอแนะนำว่าหากเข้าไปแล้วนั้น ขอให้ทุกคนระวังตัวให้ดีๆ !!”



     เซี๊ยะ หยู นั้นเป็นคนเจ้าเล่ห์อย่างมาก นางจึงไม่ได้บอกว่าอารามผู้สืบทอด เป็นสถานที่สร้างวิญญาณตราประทับจำนวนมาก และก็เปรียบได้กับสถานที่ขุมทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่



     “ขอบคุณผู้อาวุโส เซี๊ยะ หยู สำหรับคำแนะนำ !! ข้า ฉาน เฟิง แม้จะไม่ได้แข็งแกร่งมาก แต่ข้าก็มีความกล้าพอ ที่เจ้าเข้าไปท้าทายในสถานที่แห่งนี้ !!” อย่างไรก็ตาม ฉฉาน เฟิง ไม่ใช่คนโง่แต่อย่างใด เขารู้ดีว่า เซี๊ยะ หยู ไม่ได้บอกความจริงออกมา จึงกล่าวยั่วนางออกไปเช่นนั้น



      “โอ้ !!” เซี๊ยะ หยู เพียงยิ้มออกมาบางๆ และไม่ได้กล่าวอะไรออกมาอีก



     หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีเหล่าผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ ตามมาอีกมาก ทั้งหมดรวมแล้วแปดสิบสามคน ที่มาถึงตรงสถานที่แห่งนี้



     เหล่าผู้เชี่ยวชาญทั้งแปดสิบสามคนได้รอคอยตามเวลาที่ ชูเฟิง ได้กล่าวไว้ว่า เสาแสงจะหายไป



     หลังจากรอจนถึงเวลาที่ ชูเฟิง กล่าวไว้นั้น เสาแสงก็ค่อยๆ จางหายไป และประตูทางเข้าก็ปรากฏออกมาอย่างชัดเจน



     ในทันทีนั้น ทุกคนต่างรู้ได้ว่าสิ่งที่ ชูเฟิง กล่าวนั้นถูกต้อง และเขาย่อมจะเป็นคนที่ค้นพบ อารามผู้สืบทอด อย่างแน่นอน



     ส่วนสำคัญที่สุดนั้นคือ ที่ทางเข้าทั้งสองด้านมีคำเขียนไว้ว่า



     “อารามแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อ วิญญาณตราประทับ”



     “ภายในนั้นมีวิญญาณตราประทับอยู่หลายชนิด”



     “จำนวนผู้ที่สามารภเข้าไปได้จะถูกจำกัด”



     “เมื่อมีผู้เข้าไปถึงสิบคน ประตูจะปิดตัวโดยอัตโนมัติ”



     “โอกาศ และอันตรายอยู่ร่วมกัน ระวัง !! ระวัง !!”



     ***** ฝุ่บ ฝุ่บ ฝุ่บ *****



     เมื่อเห็นข้อความนั้น ทุกคนต่างพุ่งตรงมายังประตูทางเข้า เพราะเห็นได้ชัดว่าวิหารผู้สืบทอดคือขุมทรัพย์ อีกทั้งยังจำกัดเพียงสิบคนเท่านั้น



     ในขณะนั้น หย่า เฟย , มู่หรง ว่าน ,ฉาน เฟิง และ ฉิว ซือ ผู้เชี่ยวชาญระดับห้าทั้งสี่คน ต่างใช้ทักษะการต่อสู้พุ่งตัวออกไป เพื่อที่จะได้เข้าไปยังอารามผู้สืบทอดเป็นคนแรก



     ***** พรึ่บ *****



     อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ผู้ที่มาถึงทางเข้าเป็นคนแรกนั้น ไม่เข้าไปในอารามในทันที เขาได้สร้างรูปแบบอำนาจพลังวิญญาณปิดประตูทางเข้าเอาไว้



     เมื่อทุกคนเห็นได้ชัดนั้น คนที่ทำเช่นนี้ก็คือ สาวงาม ฉิว ซือ



     “ฉิว ซือ เจ้าทำอะไร !!” เมื่อเห็นเช่นนั้น หย่า เฟย และคนอื่นๆ ต่างตะโกนออกมาด้วยความไม่พอใจ



     “ทุกคน !! สถานที่แห่งนี้ถูกค้นพบโดยศิษย์น้อง หวู่ฉิง และเปิดมันร่วมกับศิษย์น้อง ชุน หวู แต่ที่นี่ถูกจำกัดคนเข้าเพียงสิบคนเท่านั้น หากแย่งกันเข้า ข้าเกรงว่าพวกเขาจะไม่ได้เข้าไป !!”



     “หากเป็นเช่นนั้น พวกเจ้าคิดว่ามันจะไม่ยุติธรรมต่อพวกเขาบ้างหรือ หากไม่มีศิษย์น้อง หวู่ฉิง ค้นพบ และเปิดมันร่วมกับศิษย์น้อง ชุน หวู ทุกๆ คนย่อมจะไม่ได้มายังสถานที่ตรงนี้ หากทุกคนแย่งกันเข้าไปเพื่อเอาสมบัติต่างๆ พวกเจ้าจะไม่ละอายใจบ้างรึ !!”



     ใบหน้าของ ฉิว ซือ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ปกตินางจะเป็นคนที่เงียบขรึมอย่างมาก นางกล่าวถามทุกคนออกมาอย่างรุนแรง

ReadMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////