วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 685 - ผู้รับผลประโยชน์


ไม่ว่านางจะเคยทำสิ่งใดก่อนหน้านี้ การแสดงออกอย่างมากของนางในตอนนี้ทำให้ชูเฟิงหวั่นไหวเล็กน้อย แม้นางนิสัยนางจะแตกต่างกับชุนหวู่ แต่นางก็ไม่ใจดำเหมือนกับเซี้ยหยู๋และตงเซวีย



     “แม่นางฉิวซือ ท่านจะกล่าวแบบนั้นก็ไม่ถูก เจ้ากล่าวว่าอารามผู้สืบทอดถูกพบและถูกเปิดออกโดยหวู่ฉิง อย่างไรก็ตาม เจ้ามีหลักฐานหรือไม่?” ฉานเฟิง ถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น



     “เมื่อสักครู่นี้ ศิษย์น้องหวู่ฉิงระบุได้อย่างถูกต้องเมื่อเสาแห่งแสงนี้หายไป และเจ้าก็ได้พูดถึงมันเช่นกัน ศิษย์น้องหวู่ฉิงและศิษย์น้องชุนหวู่เป็นผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นที่นี่เป็นผู้แรก นั่นยังเป็นหลักฐานไม่เพียงพอรึ?” ฉิวซือแสดงเหตุผล



      “พวกเขามาถึงที่แห่งนี้เป็นผู้แรกจริงๆ แต่นั่นหมายความว่าอย่างไร? บางทีพวกเขาอาจแค่โชคดีและบังเอิญอยู่ใกล้สถานที่แห่งนี้”



      “อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เขาระบุเวลาเปิดของอารามผู้สืบทอดได้อย่างถูกต้อง แต่ใครจะกล่าวได้ว่าเขาเห็นคำใบ้เนื่องจากเขาอยู่ที่นี่เป็นผู้แรก?”



     “ถ้าสถานที่แห่งนี้แท้จริงแล้วถูกเปิดออกโดยเขา ทำไมเขาถึงต้องรอพวกเขาให้มาถึงที่นี้? ทำไมเขาไม่เพียงเปิดและเข้าไปข้างใน? ทุกๆท่านข้ากล่าวถูกหรือไม่?” ฉาน เฟิงกล่าวเสียงดัง



     “ใช่!” ทันทีที่เขากล่าวจบ ฝูงชนต่างพยักหน้ายอมรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้คนที่มากจากเกาะประหาร พวกเขาตะโกนเสียงดังฟังชัด



     “สารเลว! เจ้าบังคับให้คนนั้นคล้อยตามช่างไร้ยางอายสิ้นดี” ชุนหวู่คำรามด้วยความเกรี้ยวกราด เมื่อเห็นคนเหล่านั้นไม่มีความกตัญญู มันทำให้นางหมดความอดทนอย่างแท้จริง



      “แม่นางชุนหวู่ อย่าโกรธไป ถ้าเจ้าต้องการให้พวกเราเชื่อว่าทางเข้านี้ถูกเปิดโดยเจ้าและหวู่ฉิง ง่ายมาก! ตอนนี้ไปเปิดทางเข้าอื่นๆสิ ถ้าเจ้าทำได้...พวกข้าจะเชื่อท่าน แต่กล่าวอย่างยุติธรรมเลยนะ ถ้าเจ้ามีความสามารถอย่างแท้จริง ทำไมเจ้าไม่ประลองด้วย 10 ช่องทางกับพวกเราหล่ะ” ฉานเฟิงกล่าวด้วยความเย้ยหยันเป็นอย่างมาก



     “ใช่แล้ว!! ถ้าเจ้ามีความสามารถจริงหล่ะก็ ไปเปิดทางเข้าอื่นๆด้วยตัวของเจ้าสิ!! ไม่ต้องมาสู้กับพวกเราเพื่อ 10 ช่องทาง!!ช่องนี้” ทันใดนั้น ผู้คนส่วนมากถูกกระตุ้นขึ้นโดยฉาน เฟิง



ผู้คนส่วนใหญ่อยู่ที่นั่น ในช่วงเวลาที่ฉิวซือผนึกทางเข้า ตราบเท่าที่ฉิวซือปิดการใช้งานรูปแบบวิญณาณปิดผนึกที่นางวางเอาไว้ ผู้คนจำนวนมากก็จะมีโอกาสเข้าไปที่นั่นได้ ดังนั้นใครจะยอมแพ้กับทางเข้าทั้ง 2 ทาง? เพราะมันจะทำให้พวกเขามีโอกาสที่จะเข้าไปน้อยลง



      “ฉิวซือ ชุนหวู่ อย่าส่งเสียงเอะอ่ะที่นี่ สุภาษิตได้กล่าวไว่า ‘ผู้ที่มุ่งมั่นแสวงหาอย่าได้เข้าขวางทาง’ สำหรับเรื่องเช่นนี้ มันไม่สามารถแบ่งกันได้ว่า ‘คนมาก่อนต้องได้ก่อน’ นอกเสียจาก ใครจะให้ผลประโยชน์กับพวกเขา? ก่อนที่จะได้พบกับผลประโยชน์นั้นจริงๆ”



      “อย่าได้ลืมว่า ‘ผู้แข็งแกร่งย่อมกดขี่ผู้อ่อนแอ’ นี่คือกฏของโลกแห่งผู้ฝึกตน ‘คุณธรรมและความชอบธรรมไม่ทำให้คนผู้หนึ่งเหนือกว่าคนอื่นๆ’ ” ในตอนนั้นเซี้ย หยูได้กล่าวขึ้น อย่างไรก็ตาม นางได้ยืนอยู่ข้างเดียวกันกับฉาน เฟิง



      “อืม..แม่นางเซี้ย หยู๋กล่าวได้ถูกต้องแล้ว” ฉานเฟิงปรบมือเห็นด้วย จากนั้นเขาตะโกนว่า “เช่นนี้เป็นอย่างไร พวกท่านทั้ง 4 มีตำแหน่งเป็นอาวุโสแห่งหุบเขาสายหมอก จากทางเข้า 10 ช่องทางนี้ ข้าจะยกให้ท่าน 4 ช่องทาง”



     “ขณะที่ทางเข้าที่เหลือ 6 ช่องทาง พวกเขาจะมอบให้แก่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในสถานที่แห่งนี้ ในแง่ของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ข้ามั่นใจว่าไม่มีใครในที่นี้สามารถมีชัยเหนือกว่าคนจากหมู่เกาะประหาร...จริงหรือไม่?” ขณะที่ฉาน เฟิงกล่าว เขาหลิ่วตามองไปยังคนพวกนั้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตามสายตานั่นยังประกอบไปด้วยเจตนาคุกคาม



     “นี่...” ทันใดนั้น ทุกคนไม่กล้าคัดค้านคำพูดของเขา พวกเขาไม่คาดคิดว่า เพียงคำพูดเดียวของฉานเฟิง จะสามารถทำลายโอกาสของพวกเขาทั้งหมดได้



นอกจากนี้ ระดับ 5 ขั้นจ้าวสงคราม 3 คนที่อยู่ทีนี่มาจากหุบเขาสายหมอกและหมู่เกาะประหาร ถ้ามีใครสักคนกล้าต่อต้านคำพูดของพวกเขา….ผลลัพธ์ที่ตามมาคงไม่อาจจินตนาการได้ ดังนั้นแม้ว่าความโกรธแค้นได้ปะทุและเผาไหม้ภายในจิตใจของผู้คนเหล่านั้น แต่พวกเขากลับทำได้เพียงก้มหัวลง โดยไร้ซึ่งคำกล่าวใดๆ ความเงียบนั้นเหมือนเป็นการเห็นด้วยกับความคิดของ ฉาน เฟิง



      “พวกเจ้า!!! ” เมื่อเห็นฉาน เฟิง ปิดช่องทางทั้ง 10 ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ นอกจากนั้นยังเป็นการเฉดหัวไล่ชูเฟิงเป็นที่เรียบร้อย ตอนนั้นใบหน้าของชุน หวู่แดงก่ำด้วยความโกรธ นางต้องการจะพูดอะไรมากกว่านี้ในตอนแรก แต่...



      “ศิษย์พี่ชุนหวู่ ไม่เป็นไร หลังจากเข้าไปในอารามผู้สืบทอดแล้ว มันก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงการต่อสู้ ด้วยความแข็งแกร่งของข้าเกรงว่ามันจะไร้ประโยชน์ จะดีกว่าถ้าไม่ไปยุ่งกับพวกเขา ข้าว่ามันจะดีสำหรับท่านมากกว่าที่จะเป็นตัวแทนของข้าเข้าไปในนั้น” ชูเฟิงกล่าวอย่างลับๆผ่านข้อความทางจิต



เมื่อเห็นชูเฟิงประดับไปด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนบนใบหน้า แม้กระทั้งอารมณ์ของเขาก็ดูแทบไม่เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย ขณะนั้น ชุน หวู่กลืนคำพูดในปากของนางกลับลงไปพร้อมกับส่งข้อความทางจิตกลับไปว่า “ศิษย์น้องหวู่ฉิง ไม่ต้องกังวล ข้าต้องช่วยเจ้าเอา ตราประทับดอกบัวนิรันดร์ฯ มาให้ได้อย่างแน่นอน”



     “อืม... ศิษย์พี่ชุน หวู่ ศิษย์พี่ฉิว ซือ ขอบคุณที่ออกหน้าเพื่อผลประโยชน์ของข้า ข้าหวู่ฉิงจะจดจำเรื่องราวในวันนี้ไว้”



     “อย่างไรก็ตาม ภายในอารามผู้สืบทอดยังมีอันตรายอยู่ ถ้าท่านเชื่อข้า อย่าเป็นคนแรกที่วิ่งออกไปเมื่อพบตราประทับจำนวนมาก อย่าต่อสู้เพื่อโอกาสใดๆทั้งสิ้น” ชูเฟิงส่งข้อความทางจิตอย่างลับๆให้กับฉิว ซือและชุน หวู่



หลังจากได้ยินข้อความของชูเฟิง พวกนางทั้งสองพยักหน้ารับ ฉิว ซือยกเลิกรูปแบบวิญญาณปิดผนึกที่นางได้วางเอาไว้ เมื่อทุกสิ่งดำเนินมาถึงจุดนี้ นางทำได้เพียงเลือกที่จะประณีประนอม



หลังจากนั้น สาวงามทั้ง 4 แห่งหุบเขาสายหมอก พร้อมด้วยคนทั้ง 6 คน จากหมู่เกาะประหาร ประกอบไปด้วย มู่หรง ว่าน หย่า เฟย ฉาน เฟิงและคนอื่นๆได้เข้าไปในอารามผู้สืบทอด หลังจากคนทั้ง 10 เข้าไปแล้ว ทางเข้าของอารามผู้สืบทอดได้ปิดลงทันทีราวกับว่ามันไม่เคยปรากฏอยู่ อีกครั้งที่พื้นที่จมลงไปใต้น้ำด้วยอำนาจสีทอง



      “อ่าห์..ข้างในนั้นจะเป็นโลกแบบใดกันนะ? " 



       " ฉาน เฟิง มันสารเลวจริงๆ!! "



      “ศิษย์น้องหวู่ฉิง เราจะเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่เจ้า เพราะสถานที่แห่งนี้ถูกพบโดยเจ้าเป็นคนแรกอย่างเห็นได้ชัด พวกเราจะสามารถเข้าไปและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์พวกนั้นได้อย่างไร?”



หลังจากทางเข้าอารามผู้สืบทอดปิดตัวลง ผู้คนจำนวนมากที่ไม่เชื่อว่าชูเฟิงเป็นบุคคลแรกที่เปิดอารามแห่งนี้ ต่างก็แสดงความเสียใจกับชูเฟิงจนออกนอกหน้า



     “จริงๆ...ก็ดีแล้ว คนพวกนั้นไปกันแล้ว ในดินแดนแห่งตราประทับนิรันดร์ตอนนี้ จำนวนของศัตรูที่ทรงพลังก็ลดลงแล้ว พวกเราเองก็สามารถจับวิญญาณตราประทับได้ง่ายขึ้น”



     “ใช่เลย! ศิษย์น้องหวู่ฉิง เจ้าต้องการเดินทางไปกับพวกเรามั้ย?”



เกาเชียงและคนอื่นๆต่างเชิญชวนให้ชูเฟิงร่วมทางไปกับพวกเขา อย่างไรก็ตามชูเฟิงสามารถบอกได้เลยว่าคนพวกนั้นไม่จริงใจ พวกเขาเพียงแสดงออกถึงความเป็นมิตรแค่ภายนอก



ชูเฟิงไม่เปลืองน้ำลายที่จะเสวนากับพวกนั้น ที่ย้ายข้างไปมาตามความแข็งแกร่งอย่างกับนกสองหัว ตอนนั้นเขาเพียงยิ้มและไม่ใส่ใจคนเหล่านั้น เขาการเก็บการกระทำของคนเหล่านั้นไว้ในใจ ตราบชั่วฟ้าดินสลาย...ชูเฟิงจะไม่มีทางเป็นเพื่อนกับคนเหล่านั้นเด็ดขาด



     “ถ้างั้น ศิษย์น้องหวู่ฉิง ไว้เราค่อยพบกันใหม่!” เมื่อเห็นดังนั้น เกา เฉียงและคนอื่นๆก็จากสถานที่แห่งนั้นไปทีละคนภายในเวลาไม่นาน ยังมีแต่เพียงชูเฟิงเพียงคนเดียวที่ยังคงอยู่



อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทุกๆคนจากไป รอยยิ้มจางๆปรากฏบนในหน้าของชูเฟิง เขากลับไปที่ประตูทางเข้าที่ปิดไปแล้วพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม ว่า “ไอ้พวกไร้ยางอาย พวกเจ้าอย่าได้คิดว่าจะสามารถเขี่ยข้าออกไปได้ง่ายๆ ข้าจะทำให้พวกเจ้าได้รู้ว่า...ใครคือผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์สูงสุดในอารามผู้สืบทอดแห่งนี้ ”

ReadMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////