วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บทที่ 693 - เกือบจะไม่ชนะ

ในตอนแรกนั้นพวกเขาคิดว่าชูเฟิงตายอย่างแน่นอน แต่สักพักก็ต้องเปลี่ยนความคิดดังกล่าว



3 ทักษะต้องห้ามนั้นทรงพลังมาก และ พลังทำลายล้างของมันส่งผลให้ผู้คนรู้สึกเกรงกลัวอย่างมากอย่างไรก็ตามในตอนนั้น ชูเฟิงยังยืนอยู่ที่จุดศูนย์กลางของการโจมตี และ สามารถป้องกัน เพลงกระบี่ลวงตาทั้ง 3 ได้จริงๆ ส่งผลให้ผู้คนต่างตกใจมาก



พวกมันเป็นทักษะต้องห้ามระดับบาดาลเลยนะ แม้ว่าชูเฟิงจะมีทักษะเร้นลับแต่ด้วยระดับพลังมันก็ยังด้อยกว่า นอกจากนี้ 3คน ในระดับ 5 จ้าวแห่งสงครามนั้น ได้ใช้พลังทั้งหมดเพื่อโจมตีครั้งนี้ แล้วชูเฟิงสามารถป้องกันไว้ด้วยร่างกายเปล่าๆอย่างนั้นหรือ



ในตอนนั้น ทุกคนต่างลอบตรวจสอบชูเฟิงด้วยอำนาจวิญญาณ และพบว่ามีโล่ที่ทรงพลังล้อมรอบเขาอยู่ และโล่นั้นคือสิ่งที่หยุด ทักษะต้องห้ามระดับบาดาลไว้



     “มันคือทักษะเร้นลับ!!! เขายังมีทักษะเร้นลับอีกอย่างงั้นหรอ!!! มันเป็นไปได้อย่างไร เจ้าหนูนี่มันจะโชคดีไปถึงไหนกัน”



หลังจากยืนยันว่า ชูเฟิงนั้นใช้ทักษะเร้นลับในการป้องกันไว้พวกเขาก็ต้องตกใจอย่างมาก เพราะทักษะเร้นลับนั้นไม่ใช่อยากหาแล้วจะหาได้ แต่ ชูเฟิงนั้น มีถึง 2 ทักษะ ส่งผลให้พวกเขาตกใจอย่างมาก



อย่างไรก็ตาม ในตอนที่คนอื่นกำลังตกใจเรื่องของชูเฟิงมีทักษะเร้นลับ 2 ท่าทางของ หย่า เฟย นั้นตกใจที่สุดเพราะเธอนั้นรู้ว่าชูเฟิงยังมีทักษะเร้นลับท่าที่ 3 อยู่



เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น แม้แต่เธอก็ต้องมองชูเฟิงใหม่ เพราะเขาสามารถต่อสู้ได้อย่างเหนือความคาดหมายของเธอมาก เธอมองไปที่เขาด้วยสายตาจริงจัง



     “ให้ข้าดูว่าเจ้าจะทนได้อีกสักกี่น้ำ!!”.



     “หย่า เฟย มู่หรง ว่าน ใช้พลังทั้งหมดของพวกเจ้า เอาชนะเด็กนี้ซะ!!!” ฉาน เฟิง กัดฟัน และตะโกนเสียงดันลั่น จากนั้นก็โงพลังทั้งหมดเพื่อใช้ทักษะเพลงกระบี่ลวงตา เอาชนะชูเฟิง



และส่วน หย่า เฟย และ มู่หรง ว่านนั้น ก็กัดฟัน และดึงพลังทั้งหมดเช่นกัน พวกเขาเสี่ยงด้วยชีวิตในการโจมตีครั้งนี้และเพื่อเอาชนะเกราะเต่าดำของชูเฟิง



พวกเขาไม่มีทางเลือกมากนัก เพราะนี่คือโอกาสสุดท้ายแล้วและ มันคงจะไม่มีอีกครั้ง



อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เพลงกระบี่ลวงตาจะยิ่งอ่อนแรงลง ใบหน้าของพวก หย่า เฟย พลันซีดทันที ร่างกายของทั้ง 3 เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ เพราะพวกเขาได้ใช้พลังทั้งหมดแล้ว แต่ ก็ไม่สามารถทำลายเกราะเต่าดำชูเฟิงได้



      “บัดซบ ข้าไม่ยอมรับ ข้ายอมรับไม่ได้!!!”



ในตอนนั้น ฉาน เฟิง ก็คำรามลั่นออกมาด้วยความโกรธ เขาเงยหน้าขึ้น และปล่อยกระบี่ใหญ่สีเงินลง มา ทักษะเพลงกระบี่ลวงตาของเขานั้นหายไปแล้ว และในตอนนี้ร่างของเขาก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า และตกลงสู่พื้นดิน



     “คุณชาย ฉาน เฟิง!” เมื่อเห็นเช่นนั้น ผู้ติดตามระดับ 4 จ้าวสงคราม ก็รีบบินเข้าไปรับตัวเขาทันที เพราะถ้าปล่อยให้เขากระแทกกับดินเขาต้องสาหัสอย่างแน่นอน และในตอนนั้นเขาก็ไม่เหลือแรงแล้ว



     “ท่านหญิง หย่า เฟย !”



     “คุณหนู มู่หรง ว่าน!”



ในตอนนั้น ทั้ง 2 ก็เหมือนกัน พวกเธอก็ถูกรับร่างไว้โดย ผู้ติดตามเช่นเดียวกัน จึงไม่มีใครล่วงกระแทกกับพื้น



ในตอนนั้น เมื่อมองย้อนไปที่ชูเฟิง ทักษะเกราะเต่าดำของเขานั้นก็ยังปรากฏอยู่ มันยังทำงานอยู่



และเมื่อเห็นเช่นนั้น ชุน หวู กับ ฉิว ชือ ก็ดีใจอย่างมาก พวกเธอ ดีใจมาก ที่ชูเฟิงสามารถเอาชนะ อัจฉริยะที่โดดเด่นทั้ง 3 ของ หมู่เกาะประหารได้ ถ้าเรื่องนี้ถูกแพร่กระจายออกไป ย่อมเป็นข่าวใหญ่ของ ภูมิภาคทะเลตะวันออก



*ฮึ่ม*



ในตอนนั้น ทักษะเกราะเต่าดำก็หายไป ปรากฏร่างของชูเฟิงออกมาในสายตาผู้คน



อย่างไรก็ตาม ท่าทางเขาในตอนนั้นก็ดูร่อแร่เช่นกัน ใบหน้าของเขา ซีดขาวมาก และดูเหมือนจะร่วงลงได้ทุกเวลา



มันอาจบอกได้ว่า ในตอนที่ชูเฟิงป้องกันการโจมตีของทั้ง 3 นั้น เขาก็ต้องใช้พลังอย่างมหาศาล.



     “เร็วเข้า เร็วเข้า รีบไปฆ่ามันซะ มันไม่เหลือพลังแล้ว รีบไปฆ่ามัน ซะ!” ในตอนนั้น ฉาน เฟิง ก็พูดขึ้น รีบให้ ผู้ติดตามของเขาไปฆ่า ชูเฟิง เพราะเขา เกลียดชูเฟิง ที่นำความอัปยศมาสู่เขา



      “ไป ฆ่ามัน!” ในเวลาเดียวกัน หย่า เฟย และ มู่หรง ว่าน ก็พูดขึ้นเพื่อให้ ผู้ติดตามไปฆ่าชูเฟิงเช่นกัน.



ทั้ง 3 ที่อยู่ในระดับ 4 จ้าวสงครามนั้นฉลาดมาก เมื่อมองไปที่ชูเฟิงและเห็นเขาหมดพลังแล้ว



พวกเขาก็รีบวาดรูปแบบป้องกันให้ เจ้านายของตน แล้วพุ่งใส่ชูเฟิง



      “ฮ่าๆ แม้แต่นายของพวกเจ้าก็เอาชนะข้าไม่ได้ แล้วพวกเจ้ายังกล้าเผชิญหน้าข้าอีกหรือ ช่างรนหาที่ตายจริงๆ!”



เมื่อทั้ง 3 เข้ามาใกล้ชูเฟิงแล้ว ประกายตาของชูเฟิงก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที และมีพลังวิญญาณนับไม้ถ้วนไหลออกมาจากร่างของเขา



พลังของรูปแบบสีม่วงนั้นพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง และพุ่งไปยังทั้ง 3 ที่อยู่ในระดับ4 จ้าวสงคราม อย่างบ้าคลั่ง



      “แย่แล้ว พลังของเขาช่างน่ากลัวยิ่งนัก!”



      “หนีเร็วเข้า ไม่งั้นพวกเราอาจต้องตาย!”



ในตอนนั้นทั้ง 3 ก็รีบเตือนกัน และรีบทำลาย ยันต์นิรันดร์ เพราะพวกเขารู้สึกว่าไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากหนี



หลังจากทำเช่นนั้นก็เกิดประกายแสงรอบๆตัวพวกเขา และพวกเขาก็หายไปทันที นั่นเป็นเพราะพวกเขาถูกส่งกลับไปยังหุบเขาสายหมอก 



*ตุ้บ*



ในตอนนั้พวกเขาหายไปนั้น ปีศาจยักษ์จากรูปแบบวิญญาณชูเฟิงก็หายไปราวกับควัน



ในตอนนั้นร่างของชูเฟิงก็ล้มลงสู่พื้นดิน แต่เขายังคงรอยยิ้มไว้ที่มุมปากอยู่



      “บัดซบ พวกมันโดนหลอก เจ้าหนูนี่ใช้ภาพลวงตา.” เมื่อเห็นเช่นนั้น มูหรง ว่านก็โกรธมาก



      “บัดซบ ไอ้ขี้ขลาดทั้ง 3 นั่นพวกมันไม่ทำอะไรเลย และ ทิ้งพวกเราไว้อีก เมื่อข้ากลับไป ข้าจะให้บทเรียนอย่างหนัก.”ฉาน เฟิงกัดฟัน แน่นจนเลือดไหลออกมาจากปากเขา



      “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง!” เมื่อเห็นชูเฟิงนอน ชุน หวู ก็กลัวอย่างมาอย่างไรก็ตามเธอนั้นไม่สามารถทำลายรูปแบบวิญญาณที่ชูเฟิงวางไว้ได้เพราะมันทรงพลังยิ่งนัก 



*ฮึ่ม* แต่ในตอนนั้นชูเฟิงก็ทำให้มันหายไปและ ในที่สุด ชุน หวูก็กลายเป็นอิสระและรีบมาข้างชูเฟิง แล้วให้เขากินโอสถฟื้นฟูทันที จากนั้นก็ถามว่า “ศิษย์น้อง หวุ่ฉิง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ดูนี่ข้าได้ตราประทับดอกบัวนิรันดร์มาแล้ว.”



เมื่อรับตราประทับดอกบัวนิรันดร์มาจากมือ ชุน หวู ชูเฟิงก็ส่ายหน้า และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ ศิษย์พี่ชุน หวู ไม่ต้องกังวล ข้าสบายดี รีบไปปล่อยศิษย์พี่ ฉิว ชือ เถิดพวกท่านทั้ง 2 ยังมีพลังพอที่จะเก็บวิญญาณตราประทับ เอาไปตามที่ท่านต้องการเลย.”



*ฮึ่ม* หลังจากได้ยินคำพูดชูเฟิงแล้ว ชุน หวู ก็พยักหน้า เธอรีบไปหา ฉิว ชือ และคนอื่นๆ จากนั้นก็ปล่อยพวกเธอออกมา



      “ศิษย์น้อง หวู่ฉิง โชคดีจริงๆ ที่พวกเรามีเจ้า มิฉะนั้นเจ้าพวกสารเลวจากหมู่เกาะประหาร คงเอาพวกมันไปหมด.”



      “ถูกต้อง ศิษย์น้อง หวู่ฉิง ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะแข็งแกร่งเช่นนี้ดูเหมือนว่าเจ้าจะได้พลังที่ยอดเยี่ยมจากในอารามแห่งการสืบทอดสินะ.”



      “อ้า บุญคุณที่ยิ่งใหญ่ไม่เพียงพอแค่คำขอบคุณ พวกเราพี่น้องทั้ง 4 ขอขอบคุณเจ้าและจะจำไว้ ในอนาคตพวกข้านั้นต้องชดใช้คืนอย่างแน่นอน.”



หลังจากหลุดออกมา เซี้ยะ หยู กับ ตง เซวีย ก็เปลี่ยนใบหน้าที่น่ากลัวก่อนหน้านี้เป็นรอยยิ้มท่าทางของทั้ง 2 นั้นเหมือนกับกำลังทำตัวเป็นคนที่แสนดี และ ไร้ยางอายอยู่ และไม่สนเรื่องภาพลักษณ์ของตน มันอาจบอกได้ว่าพวกเธอนั้งทิ้งสิ่งที่พวกเธอได้พูดกับชูเฟิงไปก่อนหน้านี้แล้ว



นอกจากนี้ พวกเธอนั้นพูดจบก็เริ่มยกตัวสูงขึ้นและบินตรงเข้าไปที่อารามผู้สืบทอด พวกเธอทั้ง 2 ต้องการจะจับวิญญาณแต่ประทับและเข้าไปเอาสมบัติข้างในมา



อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้น ใบหน้าของชูเฟิงก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาแล้วพูดว่า, “ ถ้าอยากตายนัก ก็เข้าไปเอามันสิ!”

ReaDMGA
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////